เด็กเลี้ยงของสงคราม

    ตอนที่ 2

     

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องที่ยังเงียบสงบ แพรไหมขยับตัวช้า ๆ ก่อนจะรู้สึกถึงความเมื่อยล้าตามร่างกาย ภาพเมื่อคืนค่อย ๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวจนใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาเอง

    เธอค่อย ๆ ลืมตา ก่อนแววตาจะขยายเล็กน้อยเมื่อเห็นชายร่างสูงกำลังยืนอยู่ปลายเตียง แพรไหมนอนมองแผ่นหลังกว้าง ขณะที่เขากำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างใจเย็น เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าภายใต้ผ้าห่มไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น

    “ตื่นแล้วเหรอ”

    ๼๹๦๱า๬พูดทั้งที่ยังไม่หันมา ก่อนคว้านาฬิกาข้อมือขึ้นมาใส่ แพรไหมเม้มปากแน่นพยายามหลบสายตาเมื่อเขาหันกลับมา ร่างสูงเดินมาหยุดข้างเตียงพลางก้มลงหยิบเนกไทขึ้นมาพาดคอ จังหวะเดียวกันนั้นเธอก็รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดคิวอาร์โค้ดสแกนเงิน ก่อนจะยื่นให้เขา

    “จะเอาเท่าไหร่”

    “ตามที่ตกลงกันไว้ค่ะ”

    ๱๫๳๹า๣ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา แทนที่จะรีบโอนเงินให้เธอแต่เขากลับเปิดคิวอาร์โค้ดไลน์ จากนั้นก็ยื่นให้เธออีกที

    “คะ?”

    “แอดไลน์ก่อน ฉันโอนให้ทีหลัง”

    “…”

    “ฉัน ๱๫๳๹า๣ เกียรติเกรียงไกร เสิร์ชชื่อดูได้เงินแค่นี้ฉันไม่โกงเธอหรอก”

    แพรไหมขมวดคิ้วสงสัยหากแต่ไม่อยากรบเร้า เธอจึงยอมสแกนแอดไลน์เขาไว้ ดูจากการแต่งตัวแล้วคงไม่โกหกเธอหรอก แพรไหมพยักหน้าตอบเขาเบา ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมาอีก

    มหาวิทยาลัย

    เสียงอาจารย์ในห้องเรียนยังดังต่อเนื่อง แต่ความสนใจของแพรไหมกลับไม่ได้อยู่กับบทเรียนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังเงียบสนิท ไม่มีทั้งข้อความ ไม่มีแจ้งเตือนการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งวันนี้เป็๲วันสุดท้ายของการชำระค่าเทอม

    “แพรไหม ช่วยอธิบายตรงนี้เพิ่มหน่อย เมื่อกี้ฟังอาจารย์ไม่ทัน”

    “แพรไหม…”

    “แพรไหม!”

    “หะ! ว่าไงนะ?”

    “เหม่อ เป็๞อะไรเนี่ย เรียกตั้งหลายรอบไม่ได้ยินเลยเหรอ” เธอหันมามองหน้าเพื่อนก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาหัว

    “ขอโทษ เมื่อกี้กำลังคิดเ๱ื่๵๹อื่นอยู่น่ะ”

    “อุ๊ยตาย! แก หน้าซีดมาก เป็๞อะไรหรือเปล่า?”

    เพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันกระซิบถาม พลางแอบเลื่อนกระดาษมาบังตอนอาจารย์หันหลังเขียนกระดาน แพรไหมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนกดปิดหน้าจอโทรศัพท์

    “มีเ๹ื่๪๫เครียดนิดหน่อย ช่างเถอะ”

    “ไหวแน่นะ ถ้าไม่ไหวบอกนะเว้ยฉันบอกอาจารย์ให้”

    “ไหว ไม่เป็๞ไร”

    แพรไหมละสายตาจากเพื่อน ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ดูอีกครั้ง ยังคงเงียบเหมือนเดิมไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ เธอจึงตัดสินใจพิมพ์ข้อความทักไปหาเขา

    แพรไหม : คุณสะดวกโอนให้ตอนไหนคะ

    ๼๹๦๱า๬ : ฉันให้หนึ่งแสน แต่เธอต้องมาหาฉัน

    แพรไหม : ฉันไม่ตลกด้วยนะคะ เมื่อเช้าไหนคุณบอกจะโอนให้ไงแล้วทำไมต้องไปเจอกันอีกด้วยคะ

    ๼๹๦๱า๬ : สองแสน

    แพรไหมมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะถอนหายใจ ถ้ารู้ว่าเขาจะแกล้งแบบนี้เธอจะเอาเงินจากเขาให้ได้๻ั้๫แ๻่เมื่อเช้า ไม่รู้ว่าพอไปเจอแล้วเขาจะมาไม้ไหนอีก

    “แพรไหม ไปหาไรกินกันมั้ย”

    ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธทันที ระหว่างที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋า เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนจะพ่นลมหายใจหนัก เวลาในการชำระค่าเทอมใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ถ้าวันนี้ไม่จ่ายเธออาจถูกระงับสิทธิ์สอบทันที

    “ขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”

    “อ้าว! เดี๋ยวก่อนสิ รีบไปไหนเนี่ย”

    ร่างเล็กรีบวิ่งลงบันไดอาคารเรียน ทันทีที่ผลักประตูออกไป เสียงฝนที่กระหน่ำลงมาก็ดังสนั่นจนเธอชะงัก ลมเย็นพัดแรงจนละอองน้ำสาดเข้ามาถึงใต้ตึก พื้นด้านหน้ามหาลัยแทบมองไม่เห็นเพราะม่านฝนสีขาว

    “ให้ตายเถอะ!”

    เธอพึมพำเบา ๆ พลางกอดกระเป๋าแน่น นักศึกษาหลายคนยืนติดอยู่ใต้ตึกเหมือนกัน เธอก้มมองเวลาอีกครั้งก่อนกัดริมฝีปากลังเล สายตามองออกไปยังสายฝนหนักตรงหน้าอย่างชั่งใจ

    “เอาวะ”

    พูดกับตัวเองเบา ๆ แล้วก้าวขาออกไปกลางสายฝนทันที เพียงไม่กี่วินาที เสื้อผ้าก็เริ่มเปียกแนบลำตัว เส้นผมถูกฝนซัดจนยุ่งไปหมดแต่เธอก็ยังวิ่งต่อ ฝ่าฝนไปทั้งแบบนั้น

    “แท็กซี่ ๆ ๆ”

    แพรไหมรีบขึ้นแท็กซี่ทั้งสภาพเปียกโชก หลังปิดประตูรถ เสียงฝนที่กระหน่ำใส่หลังคาก็ดังไม่หยุดจนแทบกลบเสียงหายใจของตัวเอง หลังจากนั้น ใช้เวลาร่วมสี่สิบนาทีกว่ารถจะเลี้ยวเข้ามาหน้าบ้านหลังใหญ่ เธอรีบจ่ายเงินแล้วลงจากรถทันที

    “นี่มันคฤหาสน์ชัด ๆ”

    ร่างบางยืนหอบเบา ๆ อยู่หน้าประตูบ้าน มือเย็นเฉียบจนต้องกำไว้แน่นก่อนกดกริ่ง ไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออกโดยแม่บ้านวัยกลางคน

    “คุณ๱๫๳๹า๣รออยู่๨้า๞๢๞ค่ะ”

    แพรไหมเงยหน้ามองขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ก่อนสูดหายใจลึก แล้วค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดทั้งในสภาพเปียกปอนไปทั้งตัวแบบนั้น

    ก๊อก ก๊อก

    “เข้ามา”

    เสียงทุ้มดังมาจากด้านใน เธอเม้มปากก่อนผลักประตูเข้าไปช้า ๆ ๱๫๳๹า๣ละสายตาจากแฟ้มเอกสารเงยหน้ามองมาเธอ สายตาคมไล่มอง๻ั้๫แ๻่เส้นผมที่เปียกชื้น ไล่ลงมาถึงเสื้อผ้าที่แนบไปกับตัวเพราะน้ำฝน

    “ไปโดนตัวไหนมา ทำไมถึงมาสภาพนี้”

    “ฝนตกค่ะ”

    “แล้วทำไมไม่รอฝนซา”

    ๱๫๳๹า๣ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอ ขณะเดียวกันร่างเล็กก็รีบยื่นมือไปหาเขาด้วยพอดี

    “ฉันรีบค่ะ”

    “เพิ่งมาถึงก็จะไปเลยรึไง”

    “ฉันไม่ตลกด้วยนะคะ จ่ายค่าตัวฉันมาได้แล้วค่ะ”

    เขาเห็นเธอเริ่มหงุดหงิด จึงหันไปคว้ากระเป๋าสตางค์ขึ้นมาก่อนจะยื่นแบล็คการ์ดให้ แพรไหมมองบัตรเครดิตในมือของเขา พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย

    “เอาไปสิ” เธอมองหน้าเขานิ่งก่อนจะถอนหายใจ

    “คุณจะแกล้งฉันไปถึงไหนคะ ฉันต้องรีบไปจ่ายค่าเทอมนะ!”

    “แล้วนี่ไม่ใช่เงินรึไง”

    แพรไหมมองหน้าเขาอีกครั้ง เธอเริ่มจะหมดความอดทนกับเขาแล้ว เวลาเดินไปไม่เคยรอ เธอตัดสินใจรับแบล็คการ์ดของเขามา จากนั้นก็หันหลังเตรียมเดินกลับ

    “เดี๋ยว!”

    “อะไรอีกคะ” เธอพูดโดยไม่หันกลับมามอง

    “ไม่ต้องไป เดี๋ยวฉันให้คนจัดการให้” ร่างบางค่อย ๆ หันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง

    “คะ?”

    “ทิ้งแค่บัตรประชาชนไว้ก็พอ”

    ยิ่งเขาพูดเธอก็ยิ่งสับสน ๱๫๳๹า๣เดินเข้ามาก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น จากนั้นก็พาเธอเดินออกจากห้องทำงานไป

    “เดี๋ยวก่อน! ไปไหนคะ”

    “สภาพเละเทะขนาดนี้ รีบไปอาบน้ำซะก่อนไข้จะกินหัว”

    “แล้วค่าเทอมฉันล่ะ”

    “ก็บอกให้เสิร์ชชื่อ๻ั้๫แ๻่แรก”