แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องที่ยังเงียบสงบ แพรไหมขยับตัวช้า ๆ ก่อนจะรู้สึกถึงความเมื่อยล้าตามร่างกาย ภาพเมื่อคืนค่อย ๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวจนใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาเอง
เธอค่อย ๆ ลืมตา ก่อนแววตาจะขยายเล็กน้อยเมื่อเห็นชายร่างสูงกำลังยืนอยู่ปลายเตียง แพรไหมนอนมองแผ่นหลังกว้าง ขณะที่เขากำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างใจเย็น เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าภายใต้ผ้าห่มไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น
“ตื่นแล้วเหรอ”
าพูดทั้งที่ยังไม่หันมา ก่อนคว้านาฬิกาข้อมือขึ้นมาใส่ แพรไหมเม้มปากแน่นพยายามหลบสายตาเมื่อเขาหันกลับมา ร่างสูงเดินมาหยุดข้างเตียงพลางก้มลงหยิบเนกไทขึ้นมาพาดคอ จังหวะเดียวกันนั้นเธอก็รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดคิวอาร์โค้ดสแกนเงิน ก่อนจะยื่นให้เขา
“จะเอาเท่าไหร่”
“ตามที่ตกลงกันไว้ค่ะ”
ายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา แทนที่จะรีบโอนเงินให้เธอแต่เขากลับเปิดคิวอาร์โค้ดไลน์ จากนั้นก็ยื่นให้เธออีกที
“คะ?”
“แอดไลน์ก่อน ฉันโอนให้ทีหลัง”
“…”
“ฉัน า เกียรติเกรียงไกร เสิร์ชชื่อดูได้เงินแค่นี้ฉันไม่โกงเธอหรอก”
แพรไหมขมวดคิ้วสงสัยหากแต่ไม่อยากรบเร้า เธอจึงยอมสแกนแอดไลน์เขาไว้ ดูจากการแต่งตัวแล้วคงไม่โกหกเธอหรอก แพรไหมพยักหน้าตอบเขาเบา ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมาอีก
มหาวิทยาลัย
เสียงอาจารย์ในห้องเรียนยังดังต่อเนื่อง แต่ความสนใจของแพรไหมกลับไม่ได้อยู่กับบทเรียนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังเงียบสนิท ไม่มีทั้งข้อความ ไม่มีแจ้งเตือนการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งวันนี้เป็วันสุดท้ายของการชำระค่าเทอม
“แพรไหม ช่วยอธิบายตรงนี้เพิ่มหน่อย เมื่อกี้ฟังอาจารย์ไม่ทัน”
“แพรไหม…”
“แพรไหม!”
“หะ! ว่าไงนะ?”
“เหม่อ เป็อะไรเนี่ย เรียกตั้งหลายรอบไม่ได้ยินเลยเหรอ” เธอหันมามองหน้าเพื่อนก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาหัว
“ขอโทษ เมื่อกี้กำลังคิดเื่อื่นอยู่น่ะ”
“อุ๊ยตาย! แก หน้าซีดมาก เป็อะไรหรือเปล่า?”
เพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันกระซิบถาม พลางแอบเลื่อนกระดาษมาบังตอนอาจารย์หันหลังเขียนกระดาน แพรไหมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนกดปิดหน้าจอโทรศัพท์
“มีเื่เครียดนิดหน่อย ช่างเถอะ”
“ไหวแน่นะ ถ้าไม่ไหวบอกนะเว้ยฉันบอกอาจารย์ให้”
“ไหว ไม่เป็ไร”
แพรไหมละสายตาจากเพื่อน ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ดูอีกครั้ง ยังคงเงียบเหมือนเดิมไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ เธอจึงตัดสินใจพิมพ์ข้อความทักไปหาเขา
แพรไหม : คุณสะดวกโอนให้ตอนไหนคะ
า : ฉันให้หนึ่งแสน แต่เธอต้องมาหาฉัน
แพรไหม : ฉันไม่ตลกด้วยนะคะ เมื่อเช้าไหนคุณบอกจะโอนให้ไงแล้วทำไมต้องไปเจอกันอีกด้วยคะ
า : สองแสน
แพรไหมมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะถอนหายใจ ถ้ารู้ว่าเขาจะแกล้งแบบนี้เธอจะเอาเงินจากเขาให้ได้ั้แ่เมื่อเช้า ไม่รู้ว่าพอไปเจอแล้วเขาจะมาไม้ไหนอีก
“แพรไหม ไปหาไรกินกันมั้ย”
ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธทันที ระหว่างที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋า เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนจะพ่นลมหายใจหนัก เวลาในการชำระค่าเทอมใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ถ้าวันนี้ไม่จ่ายเธออาจถูกระงับสิทธิ์สอบทันที
“ขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”
“อ้าว! เดี๋ยวก่อนสิ รีบไปไหนเนี่ย”
ร่างเล็กรีบวิ่งลงบันไดอาคารเรียน ทันทีที่ผลักประตูออกไป เสียงฝนที่กระหน่ำลงมาก็ดังสนั่นจนเธอชะงัก ลมเย็นพัดแรงจนละอองน้ำสาดเข้ามาถึงใต้ตึก พื้นด้านหน้ามหาลัยแทบมองไม่เห็นเพราะม่านฝนสีขาว
“ให้ตายเถอะ!”
เธอพึมพำเบา ๆ พลางกอดกระเป๋าแน่น นักศึกษาหลายคนยืนติดอยู่ใต้ตึกเหมือนกัน เธอก้มมองเวลาอีกครั้งก่อนกัดริมฝีปากลังเล สายตามองออกไปยังสายฝนหนักตรงหน้าอย่างชั่งใจ
“เอาวะ”
พูดกับตัวเองเบา ๆ แล้วก้าวขาออกไปกลางสายฝนทันที เพียงไม่กี่วินาที เสื้อผ้าก็เริ่มเปียกแนบลำตัว เส้นผมถูกฝนซัดจนยุ่งไปหมดแต่เธอก็ยังวิ่งต่อ ฝ่าฝนไปทั้งแบบนั้น
“แท็กซี่ ๆ ๆ”
แพรไหมรีบขึ้นแท็กซี่ทั้งสภาพเปียกโชก หลังปิดประตูรถ เสียงฝนที่กระหน่ำใส่หลังคาก็ดังไม่หยุดจนแทบกลบเสียงหายใจของตัวเอง หลังจากนั้น ใช้เวลาร่วมสี่สิบนาทีกว่ารถจะเลี้ยวเข้ามาหน้าบ้านหลังใหญ่ เธอรีบจ่ายเงินแล้วลงจากรถทันที
“นี่มันคฤหาสน์ชัด ๆ”
ร่างบางยืนหอบเบา ๆ อยู่หน้าประตูบ้าน มือเย็นเฉียบจนต้องกำไว้แน่นก่อนกดกริ่ง ไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออกโดยแม่บ้านวัยกลางคน
“คุณารออยู่้าค่ะ”
แพรไหมเงยหน้ามองขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ก่อนสูดหายใจลึก แล้วค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดทั้งในสภาพเปียกปอนไปทั้งตัวแบบนั้น
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
เสียงทุ้มดังมาจากด้านใน เธอเม้มปากก่อนผลักประตูเข้าไปช้า ๆ าละสายตาจากแฟ้มเอกสารเงยหน้ามองมาเธอ สายตาคมไล่มองั้แ่เส้นผมที่เปียกชื้น ไล่ลงมาถึงเสื้อผ้าที่แนบไปกับตัวเพราะน้ำฝน
“ไปโดนตัวไหนมา ทำไมถึงมาสภาพนี้”
“ฝนตกค่ะ”
“แล้วทำไมไม่รอฝนซา”
าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอ ขณะเดียวกันร่างเล็กก็รีบยื่นมือไปหาเขาด้วยพอดี
“ฉันรีบค่ะ”
“เพิ่งมาถึงก็จะไปเลยรึไง”
“ฉันไม่ตลกด้วยนะคะ จ่ายค่าตัวฉันมาได้แล้วค่ะ”
เขาเห็นเธอเริ่มหงุดหงิด จึงหันไปคว้ากระเป๋าสตางค์ขึ้นมาก่อนจะยื่นแบล็คการ์ดให้ แพรไหมมองบัตรเครดิตในมือของเขา พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เอาไปสิ” เธอมองหน้าเขานิ่งก่อนจะถอนหายใจ
“คุณจะแกล้งฉันไปถึงไหนคะ ฉันต้องรีบไปจ่ายค่าเทอมนะ!”
“แล้วนี่ไม่ใช่เงินรึไง”
แพรไหมมองหน้าเขาอีกครั้ง เธอเริ่มจะหมดความอดทนกับเขาแล้ว เวลาเดินไปไม่เคยรอ เธอตัดสินใจรับแบล็คการ์ดของเขามา จากนั้นก็หันหลังเตรียมเดินกลับ
“เดี๋ยว!”
“อะไรอีกคะ” เธอพูดโดยไม่หันกลับมามอง
“ไม่ต้องไป เดี๋ยวฉันให้คนจัดการให้” ร่างบางค่อย ๆ หันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง
“คะ?”
“ทิ้งแค่บัตรประชาชนไว้ก็พอ”
ยิ่งเขาพูดเธอก็ยิ่งสับสน าเดินเข้ามาก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น จากนั้นก็พาเธอเดินออกจากห้องทำงานไป
“เดี๋ยวก่อน! ไปไหนคะ”
“สภาพเละเทะขนาดนี้ รีบไปอาบน้ำซะก่อนไข้จะกินหัว”
“แล้วค่าเทอมฉันล่ะ”
“ก็บอกให้เสิร์ชชื่อั้แ่แรก”