สุดยอดนักผจญภัย

ยูเวส

ไม่นานข่าวสงครามที่เกิดขึ้นก็ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์และถูกแจกจ่ายไปทั่วทวีปมนุษย์ รวมไปถึงทวีปของเผ่าพันธุ์อื่นๆด้วย

ทุกคนพากันตกใจและไม่อยากเชื่อเลยว่าสงครามที่ทุกคนคิดว่าจะต้องใช้เวลานานหลายเดือน รวมไปถึงความตายของทหารจำนวนมาก แต่มันถูกจบลงในเวลาไม่กี่วัน

ไลท์ทำลายทัพหน้าของกองทัพปีศาจจำนวนสิบล้านและสังหารแม่ทัพปีศาจห้าตัวด้วยตัวคนเดียว

ไลท์สังหารราชาปีศาจแฟร์มิเลียในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที 

ไลท์สังหารแม่ทัพปีศาจสิบแปดตัวในชั่วพริบตาและจบสงครามได้อย่างเหลือเชื่อ

สามพาดหัวข่าวกลายเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ชื่อเสียงของไลท์โด่งดังอีกครั้ง

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน

เมืองรุ่งอรุณ 

เบเรียลที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

มาลูญ่าเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกสองคน

คนหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ดูแลคนเข้าเมืองที่มีชื่อว่า บัดเด้ ส่วนอีกคนก็คือผู้ช่วยของบัดเด้ ที่มีชื่อว่ากราวเดียร์

“ ท่านเบเรียล เนื่องจากข่าวของท่านไลท์ทำให้มีผู้คนจำนวนมากต้องการที่จะย้ายมาอยู่ที่เมืองรุ่งอรุณของพวกเราครับ ” บัดเด้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เบเรียลเงยหน้ามองขึ้นมาและถามขึ้นว่า “ จำนวนล่ะ? ” 

“ มากกว่าสองล้านคนแล้วครับ ” บัดเด้ตอบ

เบเรียลพยักหน้ารับจากนั้นเธอก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นว่า " ตอนนี้เมืองของเรามีคนอาศัยอยู่ราวๆห้าล้านกว่าคน และถ้าหากต้องรับเพิ่มอีกสองล้านกว่าคนก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ฉันคิดว่าหลังจากนี้จะมีผู้คนเข้ามาอาศัยมากกว่านั้นเพราะฉะนั้น ไปเรียกเจ้าหน้าที่ดูแลผังเมืองมาหาฉันหน่อย ฉันคิดว่าจะต้องปรับโครงสร้างของเมืองขึ้นเพื่อให้รองรับผู้คนจำนวนมากในอนาคต 

นอกจากนี้ไลท์ยังบอกกับฉันว่าสภาจอมเวทย์จะสร้างศูนย์ฝึกขนาดใหญ่ที่อยู่ทางทิศเหนือของป่าอูการ์ พวกเขาต้องการที่จะมายังเมืองของเราเพื่อที่จะฝึนภายในค่ายกลที่ไลท์สร้าง " เบเรียลพูดขึ้น 

บัดเด้และกราวเดียร์มองหน้ากันก่อนที่จะเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พวกเขาเพิ่งจะรู้ว่าสภาจอมเวทย์จะสร้างศูษย์ฝึกขนาดใหญ่ขึ้นที่ทิศเหนือของป่าอูการ์ 

“ สักครู่นะครับ ” บัดเด้และกราวเดียร์ก็ขอตัวไปตามเจ้าหน้าที่ดูแลผังเมืองมาให้เบเรียล

ไม่นานเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผังเมืองก็เข้ามาภายในห้อง

หลังจากนั้นเบเรียลก็ทำการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ดูแลผังเมือง

ตัดมาทางด้านของพวกไลก้า คอลรุล เวโรนิก้า 

ตอนนี้พวกไลก้ากำลังนั่งมุ่งหน้าไปยังชายแดนระหว่างมนุษย์และปีศาจโดยการนั่งเรือบินของสภาจอมเวทย์

เมื่อพวกเขาได้ข่าวว่าหัวหน้าของพวกเขาได้ทำการสังหารราชาปีศาจแฟร์มิเลียรวมไปถึงทำให้กองทัพปีศาจจำนวนมากกว่าห้าสิบล้านตัวได้ตายไปเกือบหมดพวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นและพวกเขาจะต้องไม่ยอมแพ้พวกเขาจะต้องสร้างชื่อเสียงให้ได้

เฮลเฟลชและเมลิซ่าก็กลับไปยังเผ่าของตัวเองแน่นอนว่าพวกเธอเองก็ได้เห็นข่าวของหัวหน้าของพวกเธอ พวกเธอรู้สึกว่าไลท์นั้นแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว แม้แต่เฮลเฟลชก็รู้สึกว่าไลท์นั้นแข็งแกร่งกว่าเธอตอนที่เธอมีความแข็งแกร่งในระดับSSSเสียอีก

เวโรนิก้าตอนนี้เธอกำลังฝึกฝนทักษะต่อสู้ให้กับสคริป 

ไลก้าและคอลรุยก็นั่งพูดคุยกัน 

แม้ว่าทั้งสามคนจะเป็นตัวตนระดับS แต่พวกเขาสามารถต่อสู้กับตัวตนระดับSSได้อย่างสบายๆ ทำให้พวกไลก้าได้รับความเคารพและชื่นชมอย่างมาก

โดยเฉพาะคอลรุย

คอลรุยมีแฟนคลับมากมายนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในสภาจอมเวทย์ 

สาเหตุก็เป็นเพราะคอลรุยใช้อาวุธปืนไรเฟิล

เนื่องจากสภาจอมเวทย์เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ทั่วไปจำนวนมาก ซึ่งส่วนมากจะเป็นเพียงคนธรรมดา คนที่แข็งแกร่งหน่อยส่วนมากก็จะใช้อาวุธเป็นดาบหรืออย่างอื่นแทนที่จะใช้ปืน แม้แต่บุคคลระดับสูงของสภาจอมเวทย์เองก็ยังใช้ดาบเป็นหลัก ส่วนอาวุธปืนนั้นแทบไม่มีเลย 

จนทำให้มีคำพูดที่ว่าพวกอ่อนแอมักจะใช้อาวุธปืน 

ด้วยเหตุนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้ปืนเป็นหลักก็พากันกัดฟันด้วยความไม่พอใจแต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อตัวตนระดับสูงส่วนมากใช้ดาบเป็นหลัก

และในช่วงที่ไลก้า คอลรุย เวโรนิก้า เดินทางพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ก็มีบางครั้งที่พวกเขาได้ทำการต่อสู้ด้วยกันเอง รวมไปถึงกับต่อสู้กับจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์หรือแม้กระทั้งผู้พิทักษ์เองก็ยังเคยขอประลองฝีมือด้วย

ผลก็คือพวกไลก้าสามารถเอาชนะได้เกือบทั้งหมด พวกเขาจะแพ้ก็แต่ผู้พิทักษ์ แต่ไม่ใช่การแพ้แบบขาดลอย แต่เป็นการแพ้แบบเฉียดฉิว

โดยเฉพาะคอลรุย เจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนมากนึกไม่ถึงเลยว่าการต่อสู้ของคอลรุยจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แม้แต่จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ทุกคนที่ขอท้าประลองก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับคอลรุยเพียงแค่การยิงปืนเพียงแค่ครั้งเดียว 

ด้วยเหตุนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ใช้ปืนเป็นอาวุธพากันตื่นเต้นและกลายเป็นแฟนคลับตัวยงของคอลรุยขึ้นมา ซึ่งคอลรุยเองก็รู้ว่าตัวเขาโด่งดังอย่างมากภายในสภาจอมเวทย์ ทำให้มีบางครั้งเขาได้ฝึกฝนมือปืนของสภาจอมเวทย์ทำให้ชื่อเสียงของคอลรุยกลายโด่งดังยิ่งกว่าเก่า

ส่วนทางด้านของไลท์

เขาได้ทำการฝึกฝนหน่วยลับเทพยุทธ์ด้วยตัวเอง

ทำให้ความแข็งแกร่งของหน่วยลับเทพยุทธ์พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าระดับพลังจะไม่เพิ่มขึ้นมากแต่ประสบการณ์ในการต่อสู้เพิ่มสูงขึ้นมาก 

การเดินทางไปยังอาณาจักรโบเนียร์เป็นไปอย่างราบรื่นย์ 

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือน

ในช่วงหนึ่งเดือนมานี้เผ่าปีศาจได้บุกโจมตีเผ่าอื่นๆอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากความแข็งแกร่งของเผ่าปีศาจมีจำนวนมากกว่าเผ่าอื่นๆทำให้พวกมันรุกคืบได้เข้าไปในพื้นที่ของเผ่าอื่นๆได้อย่างรวดเร็ว 

แม้แต่เผ่ามนุษย์เองก็ต้องถอยร่นเรื่อยๆเพราะถูกเผ่าปีศาจโจมตีอย่างหนักหน่วง จนตอนนี้เผ่ามนุษย์สูญเสียเมืองไปแล้วสามเมืองและทหารล้มตายไปกว่าสองล้านคนแล้ว

ราชาปีศาจสองตัวที่อยู่ในกองทัพเผ่าปีศาจที่บุกโจมตีเผ่ามนุษย์ก็คือราชาปีศาจบาร์เฮลมและราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ ซึ่งทั้งสองตนนี้ก็เคยพ่ายแพ้ให้กับไลท์มาแล้ว 

แม้ว่าจะเสียเปรียบแต่กองทัพมนุษย์ก็ยังสามารถสังหารแม่ทัพปีศาจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีผู้พิทักษ์แวมบัจจ์และดไวท์ก็ได้รับบาดเจ็บเหมือนกันแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครเสียชีวิต 

นอกจากนี้ที่ชายแดนก็ยังมีคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์เข้าร่วมทำให้กองทัพมนุษย์ยังสามารถต้านทานการโจมตีของเผ่าปีศาจได้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้เสียเมืองไปหลายเมืองแล้ว 

ส่วนทางด่านเผ่าอื่นๆอย่างเผ่าเอลฟ์ 

เผ่าเอลฟ์ที่ได้ผู้พิทักษ์กาแลนมาสนับสนุนทำให้การต่อสู้ของทั้งสองเผ่ายังอยู่ที่ชายแดนอยู่ แต่ก็ยังมีการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเผ่ามนุษย์สัตว์ที่ส่งกองกำลังมาสนับสนุนอย่างรวดเร็ว ทำให้ความแข็งแกร่งของเผ่าเอลฟ์และมนุษย์สัตว์สามารถต้านทานเผ่าปีศาจได้ 

ส่วนทางด้านเผ่ามังกร เนื่องจากเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งและทรงพลังทำให้เผ่าปีศาจยังไม่กล้าที่จะบุกโจมตี แม้ว่าเผ่ามังกรจะมีน้อยแต่ทุกตัวแข็งแกร่งกว่าเผ่าปีศาจ นอกจากนี้ผู้นำเมืองอย่างไกเซอร์ก็เป็นถึงตัวตนระดับSSS และยังมีระดับSSอีกหลายตัวทำให้เผ่าปีศาจได้แต่ตรึงกำลังไว้ที่รอบๆเมืองมังกร 

สุดท้ายคือเผ่าคนแคระ 

เผ่าคนแคระแม้ว่าจะไม่ใช่เผ่าพันธุ์นักสู้ แต่พวกเขามีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าเผ่าอื่นๆมาก ซึ่งอุปกรณ์เวทย์ส่วนมากก็มาจากเผ่าคนแคระไม่ว่าจะเป็นปืนใหญ่พลังเวทย์อะไรแบบนี้ 

นอกจากนี้กองทัพของเผ่าคนแคระทุกคนก็มีปืนพกพลังเวทย์ที่ใช้พลังเวทย์ในการโจมตี ซึ่งปืนพกพลังเวทย์ถ้าหากสะสมพลังเวทย์ได้มากพอก็สามารถสังหารระดับAได้อีกด้วย 

แน่นอนว่าเผ่าคนแคระเองก็มีตัวตนระดับSSSอยู่สองคนทำให้พวกเขาได้ส่งตัวตนระดับSSSมาที่ชายแดนถึงหนึ่งคน ทำให้พวกเขาสามารถต้านทานเผ่าปีศาจได้

สงครามที่กินเวลาไปนานนับเดือนทำให้มียอดของผู้เสียชีวิตสูงถึงห้าล้านคน ส่วนทางฝั่งของเผ่าปีศาจก็สูญเสียกองทัพไปไม่ต่ำกว่าหกล้านตัว

ในที่สุดเรือบินก็มาถึงอาณาจักรโบเนียร์

ซึ่งพวกเขาจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณสี่วันกว่าจะไปถึงหอคอยแห่งนิรันดร์

เมื่อพวกเขามาถึงเมืองหลวงก็พบว่าเมืองหลวงเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากกำลังเดินเต็มท้องถนน

ในขณะที่เรือบินกำลังจะลอยเข้าไปในเมืองหลวงก็พบว่ามีชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำเงินบินขึ้นมา 

ชายวัยกลางคนนี้มีออร่าระดับSแผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง

เขาคือผู้บัญชาการทหารของเมืองหลวงโบเนียร์ ชื่อของเขาคือแฟรงค์

“ พวกคุณเป็นใคร? ” แฟรงค์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

แฮกเดินมาที่หน้าเรือและพูดขึ้นว่า “พวกเราคือเจ้าหน้าที่ของเมืองรุ่งอรุณต้องการที่จะเข้าไปในหอคอยแห่งนิรันดร์เพื่อที่จะไปยังสงครามภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ ” 

“ เมืองรุ่งอรุณ? ” แฟรงค์พึมพำออกมาก่อนที่จะเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ

“ หรือว่าพวกคุณคือเจ้าหน้าที่ตำรวจของท่านไลท์? ” แฟรงค์ถามขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากชื่อเสียงของท่านไลท์และเมืองรุ่งอรุณกำลังเป็นที่พูดคุยและโด่งดังทำให้แฟรงค์จำได้ทันที 

นอกจากนี้เมืองรุ่งอรุณไม่มีกำลังทหารแต่พวกเขาใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจแทนกองกำลังทหาร 

“ ใช่แล้วละ ” แฮกพูดขึ้น

แฟรงค์แสดงสีหน้าตื่นเต้นก่อนที่จะเป็นคนนำทางให้กับเรือบินของไลท์เข้าไปในหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วยตัวเอง

ทุกๆคนภายในเมืองหลวงพากันตกใจ เพราะพวกเขาไม่คิดว่าท่านแฟรงค์จะรับหน้าที่นำทางให้กับเรือบินลำนี้

ภายหลังทุกคนจึงได้รู้ว่าเจ้าของเรือบินลำนั้นก็คือท่านไลท์ 

จากนั้นพวกเขาก็พบว่าไม่ได้แปลกใจอะไรที่ท่านแฟรงค์กลายเป็นคนนำทาง

หลังจากที่เข้ามาในหอคอยแห่งนิรันดร์แล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังชายแดนทันที

เมืองโบเนียร์อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจึงทำให้การเดินทางใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนเท่านั้น

เนื่องจากตอนนี้สงครามกำลังรุนแรงมากยิ่งขึ้นทำให้ไลท์ต้องรีบเดินทางไปยังชายแดน 

ข่าวล่าสุดที่ไลท์ได้มาก็คือ ราชาปีศาจบาร์เฮลมลงมือแล้ว ซึ่งมันได้ต่อสู้กับคุณเกลกิรอสจนทำลายพื้นที่รอบๆไปเป็นจำนวนมาก ผลก็คือเป็นทางฝั่งของเกลกิรอสที่สามารถขับไล่ราชาปีศาจบาร์เฮลมได้ ส่วนทางด้านของราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ก็ได้ซัมเมอร์ที่เป็นผู้นำของสมาคมนักผจญภัยเอาชนะได้ แต่ถึงอย่างนั้นซัมเมอร์ก็ได้รับบาดเจ็บเพราะถูกพิษของราชินีแอมโพไดซ์

ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ที่ชายแดนวิกฤตอย่างมาก เพราะราชาปีศาจทั้งสองเคลื่อนไหวแล้ว 

โชคดีที่สามารถไล่สองราชาปีศาจกลับไปได้ไม่อย่างนั้นกองทัพมนุษย์จะต้องเสียหายมากกว่าเดิมมาก

ตลอดการเดินทาง ไลท์ก็พบเจอกับเรือบินจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้าไปยังชายแดนด้วยเหมือนกัน

พริบตาเดียวก็ผ่านไปยี่สิบแปดวัน ในที่สุดพวกไลท์ก็มาถึงชายแดนของทั้งสองทวีปแล้ว

สี่ชั่วโมงต่อมาไลท์ก็มาถึงค่ายทหารหลักแล้ว

เมื่อเรือบินจอดเสร็จก็มีกลุ่มคนจำนวนมากเดินทางมาที่เรือบินของเขา

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นก็คือคนของสภาจอมเวทย์รวมไปถึงพวกไลก้าและซัมเมอร์ รวมไปถึงตัวตนระดับSอีกห้าสิบคนที่เดินตามมาด้วย 

ซัมเมอร์เป็นชายวัยกลางคนเส้นผมสีทองใบหน้าดูดุดันและหยาบกร้านเล็กน้อย รูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเคราสีทอง หน้าตายิ้มแย้มและดูมึนเมาอยู่ตลอดเวลา เขาสวมชุดคลุมธรรมดา ถ้าหากไม่บอกว่าคนๆนี้คือผู้นำสมาคมนักผจญภัย เขาก็อาจจะกลายเป็นตาลุงขี้เมาคนหนึ่ง

ทหารที่อยู่รอบๆพากันสงสัยและตกใจ เพราะพวกเขาไม่คิดว่าตัวตนระดับสูงเหล่านี้จะมารวมตัวกันเพื่อต้อนรับคนจากเรือบินลำเล็กๆลำนี้

แต่เมื่อพวกเขามองไปที่ธงของเรือบินลำนั้นก็เข้าใจได้ทันที เพราะนั่นคือเรือบินของเมืองรุ่งอรุณ และคนที่พวกเขามาต้อนรับก็คือท่านไลท์

เมื่อท่านไลท์มาถึงก็ทำให้กำลังใจของทหารสูงขึ้นมาก เพราะท่านไลท์สามารถเอาชนะราชาปีศาจได้รวมไปถึงสังหารแม่ทัพปีศาจสิบหกตัวและทำลายกองทัพสิบล้านตัวได้ด้วยตัวคนเดียว

ด้วยวีรกรรมระดับนี้ทำให้ไลท์กลายเป็นความหวังของกองทัพของเผ่ามนุษย์ไปแล้ว

หลังจากที่ไลท์มาถึงเกลกิรอสก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆให้กับไลท์ แน่นอนว่าห้ามมีของมึนเมาโดยเด็ดขาดเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงสงคราม ถ้าหากพวกเขาดื่มของมึนเมาแล้วจู่ๆเผ่าปีศาจบุกโจมตีขึ้นมาจะรับมือไม่ทันก็ได้

ภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยตัวตนระดับสูงของเผ่ามนุษย์ นอกจากนี้ยังมีคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์อยู่ด้วย พวกเขาคือตัวตนระดับSSจำนวนห้าสิบกว่าคน ซึ่งพวกเขาถูกส่งออกมาให้ช่วยเหลือเกลกิรอส

ส่วนพวกคนอื่นๆที่ไลท์รู้จักน่าจะไม่ได้มาด้วย เพราะสงครามครั้งนี้มันอันตรายนั่นเอง

ส่วนตัวตนระดับSSS ของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ยังไม่ถูกส่งมาเพราะมันยังไม่ถึงเวลา นอกจากนี้ด้วยกำลังคนระดับนี่ก็น่าจะพอรับมือกับเผ่าปีศาจได้แล้ว

ไลท์ที่เดินคุยกับคนอื่นๆอยู่ก็สัมผัสได้ถึงการจ้องมอง เขาจึงหันไปดูก็พบว่าเป็นชายหนุ่มใบหน้าดูอ่อนโยนในชุดคลุมสีน้ำตาลอ่อน กำลังจ้องมองมาทางเขา

เมื่อไลท์หันไปมองก็ทำให้พวกไลก้าหันไมองตามด้วยเหมือนกัน

“ ลูกพี่นั่นคือยูเวส ชายหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดารุ่นเยาว์ของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ ” ไลก้าพูดขึ้น

ไลท์พยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าทักทาย

ยูเวสเองก็พยักหน้าทักทายด้วยเหมือนกัน จากนั้นเขาก็เดินมาหาไลท์