ธาราย้อนแห่งนครเชียงทอง

    20 บังเอิญ...

            บอสมองตามเสียงที่คุ้นเคยนั้นไป จึงเห็นว่าเป็นสร้อยฟ้าที่กำลังรีบเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามอีก 3 คน


            "เจ้าสองคน คิดจักทำอันใดกับพวกเขากันหรือ ?"


            “แล้วเจ้าเป็นผู้ใด เกี่ยวอันใดด้วย อย่ามายุ่งเรื่องของพวกเราจักดีกว่า หากมิอยากเจ็บตัว…”


            “เจ้าสองคน กล้าทำเช่นนั้น รึ…!!!”


            หมื่นสงไม่ฟังคำของสร้อยฟ้าและจะหาเรื่องกลับ จนมีคนผู้หนึ่งเอ่ยวาจาออกมาก่อนที่หมื่นสงจะพูดหรือทำอะไรไปมากกว่านี้ พอเมื่อหมื่นสงและหมื่นชาเห็นหน้าคนผู้นั้น ถึงกับหน้าซีดเผือก


            “ทะ… ท่านแสนแสง ! พวกข้ามิได้หมายความเช่นนั้นขอรับ เออ… นี่ท่านกำลังพาน้องสาวหรือภริยามาเดินเที่ยวดอกหรือขอรับ…”


            “นี่คือนายหญิงของข้า พวกเจ้าจักทำอันใดให้นางเจ็บตัวรึ”


            “พวกข้ามิกล้าขอรับ เพียงแค่เข้าใจผิดกันเท่านั้นเองดอกขอรับ”


            “เช่นนั้นดอกรึ แลนายของพวกเจ้า ยังมีอันใดต่อกับพวกเขาอีกหรือไม่…?”


            “มิ… มิมีแล้วขอรับ เชิญพวกท่านตามสะดวกเลยขอรับ”


            จากนั้นหมื่นสงก็เข้าไปกระซิบบอกพันหานว่าชายคนที่มาคือผู้ใด เมื่อพันหานได้ยินชื่อก็ถึงกับเหงื่อตกและรีบยกมือไหว้ แล้วเร่งเดินจากไปทันนี้ พร้อมคิดไม่ถึงว่าตนเองจะซวยขนาดนี้ที่ต้องมาเจอคนที่มีอำนาจบาตรใหญ่กว่าตน


            ‘นี่มันเรื่องอะไรกันวะ ถึงขนาดแสนแสง ราชองค์รักษ์คนสนิทของเพียจันทน์ยังเป็นเพียงผู้ติดตาม เด็กสาวผู้นี้เป็นลูกเต้าเหล่าใคร พ่อนางเป็นพระยามาจากที่ใดกัน มันน่าโมโหนัก… หน่อย…’


            เมื่อเหตุการณ์กลับสู่สภาวะปกติ แสนแสงฯ ก็เดินกลับหลังออกไป สลับกับสร้อยฟ้าที่เดินมาตรงหน้าบอสแทน ก่อนจะพูดขึ้นว่า


            “ท่านไซ เป็นอันใดหรือไม่เจ้าค่ะ พวกนั้นได้ทำอันตรายใดแก่ท่านหรือไม่…”


            “ข้าหาได้เป็นอะไรไม่ขอรับแม่หญิง เอ้ยไม่สิ…! จากที่ฟังเมื่อครู่ท่านคงเป็นผู้สูงศักดิ์สินะขอรับ เช่นนั้นคงต้องเรียกท่านว่า ท่านหญิง สินะ ต้องขอขอบพระคุณท่านมากที่มาช่วยพวกข้าไว้ในครานี้ ข้าจักมิลืมพระคุณเลยขอรับ”


            “จักเรียกอันใดก็แล้วแต่ท่านเถิด แลก็มิได้เป็นบุญคุณอันใดดอก เทียบกับที่ท่านเคยช่วยข้าไว้เมื่อคราก่อน หาได้ไม่”


            “แลเหตุใดท่านหญิงจึงมาอยู่ที่นี้ได้ขอรับ ท่านมาเลือกซื้อของหรือ เช่นนั้นถ้ามิรังเกียจว่ามันด้อยค่า ท่านเลือกของเหล่านี้ไปเท่าที่ท่านอยากได้เลยขอรับ ข้าขอมอบมันให้ท่าน”


            “มิได้ดอก มันเป็นของซื้อของขาย จะทำเช่นนั้นได้เยี่ยงไร”


            “มิเป็นไรขอรับท่านหญิง สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้พวกข้าเป็นผู้ที่ทำมันขึ้นมาเอง ท่านจงเลือกไปเถิด”


            “เช่นนั้น หากท่านอยากมอบให้ข้าจริง ท่านเลือกให้ข้าสักชิ้นจักได้หรือไม่”


            “อื่ม… เช่นนั้นก็… สิ่งนี้แล้วกันขอรับ ข้าเป็นผู้ทำมันขึ้นมาเอง…”


            บอสได้มอบพัดจีนที่ตนได้ทำขึ้นชิ้นหนึ่งให้แก่สร้อยฟ้า ซึ่งเป็นชิ้นที่บอสพยายามทำอย่างประณีตที่สุดเพื่อใช้เป็นต้นแบบให้พี่สังและพี่สีทำตาม สร้อยฟ้ารับไว้และกำไว้แน่น ก่อนจะกล่าวขอบคุณ


            “ข้าขอบคุณท่านไซมาก ที่มอบสิ่งนี้ให้ข้า นี่คือพัดจีนใช่หรือไม่ ?”


            "ใช่ขอรับ ท่านหญิงเคยใช้มาก่อนหรือขอรับ"


            “ข้ายังมิเคยใช้ดอก แต่เหมือนข้าจักเคยพบเห็นมาจากพวกคนจีนอยู่บ้าง”


            “แลท่านหญิงอยากได้สิ่งใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ขอรับ”


            “มิมีอันใดแล้ว เช่นนั้นพวกท่านก็ค้าขายกันต่อไปเถิด ข้ามิรบกวนพวกท่านแล้ว”


            “มิได้รบกวนเลยขอรับท่านหญิง เช่นนั้น ท่านก็เดินทางกลับดีๆ หนาขอรับ แลพบกันใหม่ขอรับ”


            สร้อยฟ้าพยักหน้า แล้วจึงเดินจากไป ในใจพลันคิดอยากจะหาเรื่องพูดคุยต่อ แต่ก็ไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาสนทนากับบอสต่อแล้ว จึงทำได้แต่เพียงเดินคอตกกลับไป


            …ภาพย้อน กลับไปถึงเหตุการณ์ตอนแสนแสงฯ เร่งรีบเข้ามากราบทูลฯ ว่าพบบอสขึ้นจากเรือที่ฝั่งแม่น้ำคานโดยบังเอิญ เมื่อช่วงสาย สร้อยฟ้าจึงรีบเปลี่ยนชุดแล้วเร่งออกไปหาเขาทันที ทั้งๆ ที่มีข้อมูลเพียงว่าพบชาวบ้านโพนสาจะมาขายของที่ตลาดทุกวันที่ 1 และ 15 ของเดือนเท่านั้น แต่ก็ตัดสินใจมา โชคดีที่ครั้งนี้ได้มาพบและช่วยพวกบอสไว้ได้ทันเหตุการณ์…


            “ท่านหญิงจักกลับเลยหรือไม่ขอรับ…”


            “กลับเลยเถิด ท่านแสง ข้าเพียงได้พบหน้าท่านไซ ข้าก็พอใจมากแล้ว มิมีประโยชน์อันใดต้องอยู่ต่อแล้ว”


            “ขอรับ เช่นนั้น พวกเราเร่งกลับกันเถิดขอรับ”


            “แลพอข้ากลับแล้ว ใคร่รบกวนท่านช่วยส่งคนมาดูแลความปลอดภัยแก่พวกท่านไซด้วยหนา”


            “ได้ขอรับ…”


            สร้อยฟ้าได้ตกลงกับแสนแสงฯ ไว้ก่อนแล้วว่า เมื่อใดที่ตนปลอมเป็นสามัญชนออกมา ให้สื่อสารกันด้วยคำปกติ ไม่ให้ใช้คำราชาศัพท์ เพื่อไม่ได้เป็นที่ตกใจของผู้คนที่ได้ยิน ซึ่งแสนแสงฯ ก็รับทราบและสวมบทบาทได้อย่างดีเยี่ยม แต่ในใจกลับไม่ค่อยเข้าใจและไม่อยากยอมรับท่าทีที่สร้อยฟ้ามีต่อบอสเท่าไหร่


            ‘เหตุใดพระนางฯ ถึงได้สนใจเจ้าเด็กหนุ่มนั่นขนาดนี้กัน มิเคยเห็นท่านจักสนใจผู้ใดนอกจากองค์เจ้ามหาชีวิตมาก่อน เด็กหนุ่มผู้นั้น แท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันหนา… ทั้งๆ ที่ช่วงนี้พระองค์มีผู้ปองร้ายอยู่รอบด้านแท้ๆ ข้ามิเข้าใจเลย…’


            ภาพตัดกลับมาที่ตลาด พี่สังและพี่สีเริ่มเรียกลูกค้าเพื่อกลับมาขายของต่อ ผู้คนเห็นเหตุการณ์สงบแล้วก็เริ่มกลับเข้ามา ซึ่งตอนนี้ของก็ขายออกไปได้เรื่อยๆ แล้ว บอสจึงเดินกลับไปนั่งที่เกวียน เพื่อรอนำของจากเกวียนมาเติมที่แผงหลังจากมีคนซื้อของเหล่านั้นออกไปแล้ว 

    ระหว่างที่นั่งดูพี่ทั้งสองขายของไปเพลินๆ อยู่นั้น พลันรู้สึกเหมือนมีคนมาอยู่ด้านหลัง เขาจึงรับหันไปดู


            “เป็นเช่นไรบ้าง เจ้าไซ จำข้าได้หรือไม่ พวกเราเจอกันอีกแล้วหนา…”


            “ทะ คุณชายทับ… เหตุใดท่านจึงมายืนอยู่ตรงนี้ มีเรื่องอันใดกับข้าหรือขอรับ”


            ผู้ที่มากลับเป็นคนที่บอสไม่อยากเจอมากที่สุด ทับโผล่มาแบบเงียบมาก แถมมากับพันอินผู้ติดตามคนสนิทอีกด้วย ซึ่งทั้งคู่มายืนอยู่ข้างหลังโดยที่บอสไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยเลย


            “เจ้าอย่าได้กังวลไป ข้ามิได้จักมาทำอันใดเจ้าดอก แค่เพียงมีคำถามจักถามเจ้าสักสองสามประโยค”


            “เช่นนั้น คุณชายมีอันใดจักถามข้าหรือขอรับ…”


            “เจ้ารู้จักท่านหญิงผู้นั้นหรือ นางเป็นผู้ใดกัน ?”


            “ข้าก็มิรู้ชัดดอกขอรับ ข้าเพียงเคยพบนางสองคราเอง ความเป็นมาอันใดข้าก็มิแจ้งนัก รู้เพียงว่าชื่อสร้อยฟ้าขอรับ”


            “สร้อยฟ้ารึ…”


            ทับทำหน้าเคร่งขรึม ครุ่นคิดพร้อมเอามือลูบที่คางของตนเอง พลันคิดชื่อไปตรงกับบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง 


            ‘คงมิใช่ดอกมั้ง… ถึงข้าจักยังมิเคยพบ แต่มิน่าที่ท่านผู้นั้นจักมารู้จักเจ้าหมอนี่ได้… แต่เดี๋ยวก่อนสิ…นางมีท่านแสนแสง องค์รักษ์คนสนิทของอาจารย์มาด้วยเชียวนะ หรือจักใช่คนในวังผู้นั้นจริงๆ'


            “คุณชาย มีอันใดกับนางรึขอรับ หากนางทำอันใดให้ท่านมิพอใจ ท่านอย่าได้เคืองนางเลย นางคงมิได้มีเจตนาเป็นแน่ขอรับ”


            “หือ… นี่รึว่าเจ้าเป็นห่วงท่านหญิงผู้นั้นรึ ฮ่าๆ นางมิได้ทำอันใดแก่ข้าดอก แลข้าก็มิได้คิดจักทำอันใดนางด้วย เจ้านี้ แปลกคนจริงๆ น่าสนใจ เจ้ามันช่างน่าสนใจ…ฮ่าๆ”


            พูดจบทับก็เดินพร้อมโบกมือจากไปแบบงงๆ ยิ่งทำให้บอสไม่สบอารมณ์กับคนผู้นี้ไปกันใหญ่


            ‘อะไรของมันวะเจ้านี่ นึกจะมาก็มา หมดธุระแล้วก็ไป ไม่มีมารยาทเลยแฮะ ไม่อยากเจอกับมันอีกเลยจริงๆ’


            จากนั้นบอสก็กลับมาสนใจกับการค้าขายของพวกตนต่อ วันนี้นำของมาขายค่อนข้างมาก กว่าของจะขายหมดก็ปาเข้าไปเกือบเย็นแล้ว ทั้งสามจึงตัดสินใจจะค้างแรมกันในเมือง รุ่งเช้าจึงจะออกเดินทางกลับหมู่บ้าน ครั้งนี้ทุกคนมีเงินกันแล้ว จึงไม่อยากเข้าไปรบกวนวัดเช่นเดิม ทั้งหมดจึงตัดสินใจไปนอนพักที่โรงเตี้ยมของคนจีนที่อยู่ติดกับโรงน้ำชา


            เนื่องจากในสมัยนั้นไม่ได้มีการสร้างที่พักแรมชั่วคราว พวกโรงแรมหรืออพาร์ทเม้นท์ไว้ จะมีเพียงแค่ศาลาสำหรับคนเดินทางทั่วไป หรืออาจจะไปอาศัยบ้านญาติของตนเท่านั้น ส่วนถ้าเป็นผู้มีบรรดาศักดิ์สูงหรือแขกเมืองก็จะไปเข้าพักในวัง หรือถูกจัดเรือนรับรองให้ใหม่เป็นสัดส่วน 


            ดังนั้นที่พักค้างคืนที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้สำหรับพวกเขาตอนนี้ คือโรงเตี้ยมของคนจีนที่สร้างไว้สำหรับคนเมาจากโรงน้ำชาแล้วกลับบ้านไม่ได้นั่นเอง

    พวกเขาทั้งสามคน เพิ่งจะเคยมาพักในสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรก พี่สังและพี่สีที่แตกเนื้อหนุ่มเป็นวัยรุ่นเต็มตัว ไหนเลยจะทนต่อสภาพแวดล้อมตรงหน้านี้ได้ ด้านข้างคือโรงน้ำชาแท้ๆ เหตุใดทั้งคู่จะไม่ไป บอสจึงได้แต่ต้องนอนเฝ้าห้องอยู่เพียงลำพัง


            นอนพลิกไปมาอยู่ครู่ใหญ่ ทำยังไงก็ไม่ยอมหลับ บอสจึงออกมาเดินเล่นข้างล่าง เผลอเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงเขตกำแพงสีขาวอีกจนได้ เขาจึงเดินเลียบไปด้านข้าง แถวๆ จุดเดิมที่เคยเจอกลุ่มคนร้ายที่ลักพาตัวสร้อยฟ้ามาครั้งก่อน แล้วพลันคิดในใจว่า


            ‘อ่าว นี่เราเผลอเดินมาถึงนี่อีกแล้วเหรอ ไม่ใช่ว่าจะเจอสร้อยฟ้าถูกคนร้ายลักพาตัวมาอีกหรอกนะ ฮ่าๆ’


            แต่แล้วความคิดเล่นๆ ของบอสในครั้งนี้ ดูเหมือนจะแม่นเกินไปหน่อย พลันเห็นกลุ่มคนลักษณะเดิม กำลังแบกหญิงสาวร่างหนึ่งวิ่งออกมา


            ‘บ้าละ… คงไม่ใช่สร้อยฟ้า…ใช่ไหม อะไรมันจะบังเอิญได้ขนาดนี้ คราวนี้มากันตั้งหลายคนด้วยสิ แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะทีนี้…’


    ---------------------------------------