ตอนที่ 43
ซุน ปลดปล่อยกระบวนท่า บดทำลาย ด้วยขวานศิลาระดับ 4 ทำให้พื้นที่บริเวณนี้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง...
เฒ่าชีเปลือย หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ... ทั้งยังใช้เนตรมองทะลุจนเห็นแจ่มชัดถึงรอยสักกลีบดอกบัวสวรรค์บนแผ่นหลังของ ซุน ที่สลายไปคราเดียวถึง 2 กลีบ จนบัดนี้มันเหลืออีกเพียงแค่8 กลีบสุดท้ายเท่านั้น ก็จะเปิดเผยความจริงบางอย่างที่ถูกผนึกเอาไว้...
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะคุ้มค่ากับพลังวิญญาณที่ข้าสูญเสียไปในการช่วยเหลือเจ้า...”
ซุน ชำเลืองมองค้อน มายังจิตวิญญาณร่างเปลือย...
“หุบปากน่า... คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าที่เจ้ายอมช่วยเหลือข้ามันเป็นเพียงเพราะเจ้าเปรี้ยวปาก อยากลิ้มลองยอดสุราที่หนักบ่มนับร้อยปีของเหล่าซือ...สุรา 3 ไหนั้น ข้ายังคิดหนักอยู่เลยว่าจะหาวิธีคืน เหล่าซือ ได้เยี่ยงไร...”
เฒ่าชีเปลือย ได้ยินเช่นนั้นแสร้งเป็นทองไม่รู้ร้อนลอยวนเวียนไปทิศทางอื่น... เด็กหนุ่ม แม้จะพอใจกับผลลัพธ์ที่ เฒ่าชีเปลือยช่วยเหลือ แต่พอทราบความจริงในภายหลังก็อดเจ็บใจไม่ได้ จากนี้ไปคงต้องระวังในทุก ๆครั้งที่ เฒ่าชีเปลือย หยิบยื่นข้อเสนอ...
กระบวนท่าของ ซุน เมื่อครู่ สั่นสะเทือนไปทั้งพื้นที่ ทำให้ ซ่งไห่เฟิงเป็นคนแรกที่ตรงมายังลานฝึกยุทธ... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่เรื่องยากเย็นนักที่จะคาดเดาเรื่องราวไม่มีทางที่ชายชราจะจดจำเอกลักษณ์วิชาของตระกูลตนเองไม่ได้...
ยิ่งเห็นขวานศิลาระดับ 4 ปักลงยังศูนย์กลางวงแตกระแหง มันยิ่งทำให้ชายชรารู้สึกหวาดหวั่นใจ...หากไม่ได้ใช้กระบวนท่าอย่างชำนาญ ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมไม่ปรากฏออกมาในลักษณะนี้...
“ซุน นี่เจ้า?!”
เด็กหนุ่ม ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น กล้ามเนื้อยังกระตุกไม่หาย จากการฝืนใช้พลังเกินขอบเขต...
“ขออภัยผู้อาวุโส ที่สร้างความรบกวนให้กันท่านยามดึก อีกทั้งยังทำลายพื้นที่ลานฝึกจนเสียหายใหญ่หลวง...”
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ...” ชายชรากล่าวปัด พลางตรงเข้าไปจับยกขวานศิลาเพื่อให้แน่ชัดอีกครั้งว่านี่คือขวานศิลาระดับ 4 จริง ๆ น้ำหนัก 2,000 ชั่งมิใช่สามัญ กระทั่งในตระกูลซ่ง ณ เวลานี้ ยังไม่มีผู้ใดยกขวานเล่มนี้ขึ้นได้นอกจาก ซ่งไห่เฟิง...
ชายชราเหลือบมองไปยัง มู่เจี้ยน... ประหนึ่งเป็นคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ซึ่งมือปราบหนุ่ม ได้แต่พยักหน้าตอบรับเบา ๆ แทนคำตอบ ตอกย้ำจิตใจของชายชราให้สั่นระรัวจากที่เคยคิดว่าตนประเมินความสามารถเด็กหนุ่มผู้นี้ได้แน่ชัดแล้ว ขอบเขตเหล่านั้นล้วนพังทลายไม่เหลือชิ้นดี
ซ่งไห่เฟิง สูดลมหายใจลึก เค้นเสียงบอกกับ ซุน สีหน้าจริงจัง...
“รอข้าที่นี่ อย่าเพิ่งไปไหน...”
ก่อนที่ชายชรา จะหายเข้าไปในคลังศาสตราวุธ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลลานฝึกแม้ ซุน จะไม่เคยเข้าไปที่นั่น แต่ก็รู้ว่าภายในนั้นเต็มไปด้วย ศาสตราประเภทขวานจำนวนมากมีหลากหลายขนาดที่ตระกูลซ่งสั่งสมเอาไว้ตั้งแต่อดีต ทุกชิ้นล้วนเป็นศาสตราประจำตระกูลที่ต่อให้เงินทองขาดมือเพียงใดก็ไม่คิดจะนำไปขาย
ชายชราหยิบเอา ขวานเล่มใหญ่สีแดงสดประกายเงาวับ ออกมาจากคลัง... แม้จะมองจากระยะที่ห่างไกลยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นโลหิตที่รุนแรงจากตัวขวานไม่จำเป็นต้องเล่าขานถึงประวัติ ก็ยังทราบได้ว่าขวานเล่มนี้อาบโลหิตศัตรูมานับพันนับหมื่น จนไม่อาจลบเลือนกลิ่นโลหิตจากตัวมันออกไปได้...
“ผู้อาวุโสซ่ง สิ่งนี้คือ?!” ซุนตกตะลึงในทันที
“แม้ตระกูลซ่งจะมีอาวุธอักขระอยู่หลายชิ้น ที่พวกเราเก็บรักษามาตั้งแต่อดีตแต่ขวานเล่มนี้คือ อาวุธอักขระชั้นสูงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลซ่ง นามของมันคือขวานหมื่นโลหิต ที่ไม่อาจประเมินค่าได้... มันเป็นอาวุธประจำกายของ ซ่งหยุนไห่พี่ชายข้าที่เสียไป จนเรียกได้ว่าเป็นศาสตราประจำตระกูลที่ดีที่สุดของพวกเรา...
ซุน... เจ้าเคยเล่าให้ข้าฟัง ว่าจริง ๆ แล้วสถานะของเจ้านั้นเป็นเด็กกำพร้าเป็นคนเถื่อนไร้แซ่ ที่ไม่มีป้ายสำมะโนครัว... ถ้าเช่นนั้นเจ้าสนใจเข้าร่วมกับตระกูลซ่งของพวกเราหรือไม่?! ข้าเองก็พอจะมองออกว่า เจ้าและ ซ่งจื่อฮุ่ยค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน สามารถพัฒนาได้อีกมาก...
อย่าหาว่าข้ายุแยง หรือพยายามยัดเยียดเลย... แต่นางคือสายเลือดตระกูลหลักเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลดังนั้นบุรุษที่จะคู่ควรกับนาง สมควรถูกเลือกสรรอย่างเหมาะสมเพราะคนผู้นั้นอาจจะกลายเป็นผู้นำตระกูลซ่งในรุ่นต่อไป และจนถึงวันนี้ข้าก็ไม่พบเจอผู้ใดที่เหมาะสมมากไปกว่าเจ้า...”
“!!!!!!!!!!” ซุนเบิกตากว้างขึ้นทันที ใยเจ้าตัวจะไม่เข้าใจความหมายที่ ซ่งไห่เฟิง พยายามจะสื่อถึง...อีกทั้งขวานหมื่นโลหิตในมือ คงเปรียบเสมือนสิ่งของหมั้นหมาย หากใจไม่คิดจะมอบให้ไม่มีทางที่ซ่งไห่เฟิง จะหยิบเอาสิ่งนี้ออกมาแสดงให้เห็น
ซุน รับรู้ได้ทันที ว่าหากตนได้ใช้ ขวานหมื่นโลหิต ควบคู่ไปกับเพลงขวานวายุตระกูลซ่งคงแสดงอานุภาพมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า!! ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับคำตอบที่จะกล่าวออกมาเท่านั้นเอง...
จังหวะนั้น ซ่งจื่อฮุ่ย และ สมาชิกตระกูลซ่งคนอื่น ๆ เริ่มทยอยตรงมายังลานฝึกแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จากแรงสั่นสะเทือนที่ปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น... ทันทีที่หญิงสาวเห็นชายชราหยิบเอาขวานหมื่นโลหิตออกมา นางก็ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันที เนื่องจากผู้เป็นอาเคยบอกกับนางไว้แล้วว่าขวานเล่มนี้จะหยิบยื่นให้กับ ผู้ที่คู่ควรจะมาเป็นคู่ครองของนางเท่านั้น!!
“ท่านอา นี่ท่าน?!”
ซ่งไห่เฟิง ยกมือขึ้นปราม ไม่ให้นางกล่าวต่อ...
เพราะคำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง แต่เป็น ซุน...
เด็กหนุ่ม กลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาของทุกคนไปโดยปริยาย... ซุน มองตรงไปยังชายชราเล็กน้อยก่อนจะชำเลืองคล้อยสายตาไปนางหญิงสาว ไม่มีสิ่งใดที่ ซุน จะสรรหามาตำหนินางได้ทั้งรูปโฉม รูปร่าง หรือแม้แต่ทัศนคติ ความมุ่งมั่นที่นางแสดงออกนางนับเป็นหญิงสาวที่ชายหนุ่มทุกคนล้วนใฝ่ฝัน
แต่ทว่า... รอยยิ้มอ่อนโยนที่ ซุน เผยขึ้นมานั้นมันกลับทำให้ตัวของหญิงสาวเบิกตากว้าง จิตใจสั่นไหวหล่นวูบ นางรับรู้ถึงคำตอบได้ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มยังไม่เอ่ยปาก...
ซุน ประสานมือโค้งตัวอย่างสุภาพ...
“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ผู้อาวุโสหยิบยื่นโชควาสนาที่ดีที่สุดในชีวิตให้กับข้า...แต่ต้องขอภัย ที่ข้าคงต้องปฏิเสธในเรื่องนั้น...”
“!!!!!!!!!!!” ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตกใจ
บางคนยังมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ...
ซุน ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะกล่าวต่อ...
“หากข้านั้นตัวเปล่าเลาเปลือย เฉกเช่นเมื่อ 2 ปีก่อนคงจะไม่ปฏิเสธพวกท่านเป็นแน่... แม่นางซ่ง มีทั้งความงามและเสน่ห์ที่บุรุษผู้ใดก็ไม่อาจปฏิเสธหากข้าจะบอกว่ามิได้สนใจในตัวนางเลย ก็คงเป็นการโกหกคำโตอีกทั้งตระกูลซ่งแม้ยามนี้จะตกต่ำลง แต่สักวันจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นอน...
น่าเสียดายที่ในตอนนี้ เหล่าซือ ที่มีบุญคุณมหาศาล และสำคัญกับชีวิตของข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย... ดังนั้นข้าจึงไม่อาจหยุดตนเองอยู่ในสถานที่หนึ่งได้จนกว่าจะถึงวันที่ข้าสามารถช่วยเหลือ เหล่าซือ ให้ปลอดภัย...
เส้นทางของข้าทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิตมิทราบจะตายวันตายพรุ่ง หากข้าได้สร้างความสัมพันธ์แนบแน่นจนทำให้ แม่นางซ่งต้องเฝ้ารอข้าที่ไม่รู้เป็นตาย ก็มิต่างจากการปิดกั้นเส้นทางชีวิตของนาง ที่อาจพบเจอคนที่ดีกว่าข้าในอนาคต...
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้ข้าไม่อาจรับโชควาสนาที่ท่านหยิบยื่นให้กับข้าได้...ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ” เด็กหนุ่ม โค้งตัวลงอย่างสุภาพ หลังกล่าวถึงเหตุผลทั้งหมด...
ซ่งไห่เฟิง ได้ยินเช่นนั้นก็จนปัญญาที่จะทัดทาน แววตาของ ซุนบ่งบอกถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่แน่นหนักไม่สั่นคลอน...ต่อให้หยิบยื่นศาสตราที่แข็งแกร่งกว่า ขวานหมื่นโลหิต หรือมีหญิงสาวที่งดงามกว่าซ่งจื่อฮุ่ย อีกร้อยเท่าให้เคียงคู่ เด็กหนุ่มก็คงมีคำตอบไม่แตกต่างไปจากเดิม...
“เข้าใจแล้ว... เช่นนั้นหลังจากที่เจ้ามีโอกาสได้ช่วยเหลือ เหล่าซือของเจ้าได้สำเร็จ... ลองคิดใคร่ครวญพิจารณาข้อเสนอของตระกูลซ่งเราดูอีกครั้ง...”ชายชรากล่าวขึ้นแผ่วเบา ในใจลึก ๆ ย่อมเสียดายเด็กหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้
ซุน เดินตรงไปยังหญิงสาวทันทีเพื่อแสดงความจริงใจว่าเหตุผลที่ปฏิเสธนางนั้น มิใช่เพราะนางมีความบกพร่องประการใดแต่เป็นเพราะตนยังมีเส้นทางแห่งบุรุษ ที่มิอาจหักเลี้ยวไปยังทิศทางอื่น ตราบเท่าที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย...
“แม่นางซ่ง... หากเจ้าจะโกรธเคืองข้า ก็จงรู้ไว้ว่าข้ามีเหตุจำเป็น”
หญิงสาวเผยรอยยิ้มตอบรับ ก่อนนางจะส่ายศีรษะเบา ๆ
“เพราะเจ้าเป็นเช่นนี้ต่างหาก จึงสมเป็นเจ้า... บุรุษแท้จริง ย่อมมิสั่นคลอนเส้นทางไม่ว่าจะพบเจอสิ่งอันใดผ่านเข้ามา นั่นจึงสมเป็นบุรุษที่น่าชื่นชม... จำไว้ว่าหากเจ้ายังชักช้าในการช่วยเหลือเหล่าซือ ของเจ้า ระวังจะเสียดายที่ปฏิเสธข้าในวันนี้...”
ซุน ยิ้มตอบรับ...
“ขอบคุณที่เข้าใจข้า...”
เจ้าหมีใหญ่ ที่อยู่ด้านหลัง พลันแทรกตัวเข้ามาในระหว่างนั้น...
“ลูกพี่!! เช่นนั้นท่านจะใช้ขวานเล่มใดในการประลองพรุ่งนี้เล่า?!”
ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง ก่อนจะหันมองไปยังขวานศิลาไร้คมที่ใช้ฝึกฝน...
“หากพวกท่านไม่ว่าอะไร ข้าขอขวานศิลาระดับ 3 และ ขวานศิลาระดับ 4 ไปใช้ขึ้นประลองได้หรือไม่?!”
ซ่งไห่เฟิง ขมวดคิ้วเล็กน้อย...
“ใยจึงใช้ขวานฝึกซ้อมเล่า?! ในคลังศาสตราวุธ แม้จะไม่มีขวานที่แข็งแกร่งเทียบเท่าขวานหมื่นโลหิต นี้อีกแล้ว แต่ยังมีขวานอีกมากที่เหมาะจะใช้งาน ขวานศิลามีเพียงน้ำหนักแต่ไร้คมทำให้อำนาจการโจมตีถูกลดทอนลงไปหลายขั้น หากใช่ในการต่อสู้จริง...”
“ไม่เลยผู้อาวุโส... สำหรับข้าการประลองครั้งนี้ เป็นเพียงการแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสำนักขวานวายุตระกูลซ่งเท่านั้น... เพลงขวานหนักที่ตวัดกวัดแกว่งออกไป ไม่สามารถหยุดชะงักเมื่อถึงร่างอีกฝ่ายได้เหมือนดังกระบี่ฉะนั้นยิ่งเราเพิ่มอำนาจโจมตี จะยิ่งเป็นอันตรายต่อคู่ต่อสู้ สำหรับตัวข้า ลำพังขวานศิลาไร้คมก็นับว่าเพียงพอแล้ว...” ซุน กล่าวขึ้นอธิบาย ถึงจะเป็นการประลองก็ไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายให้ถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย
“นั่นสินะ มันก็ถูกของเจ้า... เช่นนั้นก็เอาไปเถอะ”
ซุน เก็บขวานศิลาระดับ 4 เข้าไปในแหวนมิติ... ส่วนขวานศิลาระดับ 3นั้น เลือกที่จะคล้องมันด้วยโซ่ และสะพายไว้บนหลัง ใช้พกติดตัวเอาไว้แทนกระบี่ไปโดยปริยาย...เป็นการฝึกฝนร่างกายให้คุ้นชินกับน้ำหนักมหาศาลตลอดเวลา จัดเป็นวิธีการฝึกฝนที่บ้าระห่ำอย่างหนึ่งมิต่างจากติดถ่วงน้ำหนัก 1,000 ชั่ง ไว้ด้านหลัง...
และในอนาคต ซุน ก็ตั้งใจว่าหากตนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ก็จะใช้ขวานศิลาระดับ 4 นำมาพกพาแทนที่ ตามลำดับ...
.............................................
ดึกสงัดคืนเดียวกัน... ซุน นั่งปรับลมปราณอยู่ในเรือนพักของตนตั้งใจจะฟื้นสภาพให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะเริ่มลงประลองในวันพรุ่ง...
“ทำไมจึงปฏิเสธความหวังดีของคนพวกนั้นเสียเล่า?!” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยถามขึ้น
ซุน ค่อย ๆ ลืมตาเนืองช้า...
“ก็บอกไปแล้วอย่างไร ว่าข้าไม่ต้องการจะสร้างพันธะมากไปกว่านี้...อีกไม่กี่วันข้าก็จะต้องไปจากเมืองบุปผาแดง ดังนั้นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนจะทำให้ทั้งข้าและตระกูลซ่งไม่รู้สึกย่ำแย่ในวันที่ต้องจากลา... โดยเฉพาะกับแม่นางซ่ง ข้าไม่อยากให้ความหวังกับนาง เพราะกลัวว่าจะต้องมาเสียใจในภายหลัง...”
เฒ่าชีเปลือย หัวเราะ หึหึ ในลำคอ...
“เรื่องของหญิงสาวนางนั้นก็พอเข้าใจได้... แต่เหตุผลที่เจ้าปฏิเสธขวานหมื่นโลหิต ศาสตราที่น่าสนใจนั้น เป็นเพราะว่าเจ้ามีศาสตราที่ทัดเทียมกันอยู่กับตัวแล้วมากกว่ากระมัง?คิดว่าข้าจำไม่ได้หรือ ว่าหนึ่งในศาสตราที่ เหยาหมิง อาจารย์ของเจ้าเหลือทิ้งไว้ในห้องลับ(ตอนที่ 25) มีขวานยักษ์โบราณขนาดใหญ่รวมอยู่ด้วย?สิ่งนั้นเป็นขวานอักขระระดับสูง ที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่า ขวานหมื่นโลหิตแม้แต่น้อย...”
เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้ม...
“ถูกต้อง... หากข้ายอมรับ ขวานหมื่นโลหิต ที่เป็นศาสตราประจำตระกูลซ่งเอาไว้ก็มิต่างจากสร้างพันธะที่ไม่มีวันตัดขาด... ในเมื่อข้ามีศาสตราที่ทัดเทียมอยู่แล้วใยข้าต้องไปเป็นหนี้บุญคุณตระกูลซ่งเพิ่มเติม?!
บอกตามตรงว่าส่วนหนึ่งที่ข้าเลือกมาฝึกฝนกับตระกูลซ่งก็เพราะชื่อเสียงในเพลงขวานวายุที่เลื่องลือนี่แหละ ข้าจะได้สามารถหยิบเอาศาสตราโบราณที่เหล่าซือ เหลือทิ้งไว้มาใช้งานได้มากขึ้น...
ขวานยักษ์เล่มนั้น เพียงแค่น้ำหนักของมัน ก็มากยิ่งกว่าขวานศิลาระดับ 4 แล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงอำนาจทำลายล้าง ยามที่ถูกกวัดแกว่ง...น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของข้าในเวลานี้ ยังไม่เพียงพอจะใช้มัน...”
เด็กหนุ่ม แสยะยิ้มชั่ววูบหนึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวและเป้าหมายล้วนมิใช่ความบังเอิญแต่เป็นสิ่งที่ ซุน ได้วิเคราะห์และตัดสินใจที่จะเลือกเส้นทางเหล่านี้เอาไว้แล้ว...
................................................