อสูรข้ามฟ้า

    ตอนที่ 43 ความชัดเจน

    ตอนที่ 43


    ซุน ปลดปล่อยกระบวนท่า บดทำลาย ด้วยขวานศิลาระดับ 4 ทำให้พื้นที่บริเวณนี้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง...

     

    เฒ่าชีเปลือย หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ... ทั้งยังใช้เนตรมองทะลุจนเห็นแจ่มชัดถึงรอยสักกลีบดอกบัวสวรรค์บนแผ่นหลังของ ซุน ที่สลายไปคราเดียวถึง 2 กลีบ จนบัดนี้มันเหลืออีกเพียงแค่8 กลีบสุดท้ายเท่านั้น ก็จะเปิดเผยความจริงบางอย่างที่ถูกผนึกเอาไว้...

     

    “ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะคุ้มค่ากับพลังวิญญาณที่ข้าสูญเสียไปในการช่วยเหลือเจ้า...”

     

    ซุน ชำเลืองมองค้อน มายังจิตวิญญาณร่างเปลือย...

    “หุบปากน่า... คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าที่เจ้ายอมช่วยเหลือข้ามันเป็นเพียงเพราะเจ้าเปรี้ยวปาก อยากลิ้มลองยอดสุราที่หนักบ่มนับร้อยปีของเหล่าซือ...สุรา 3 ไหนั้น ข้ายังคิดหนักอยู่เลยว่าจะหาวิธีคืน เหล่าซือ ได้เยี่ยงไร...”

     

    เฒ่าชีเปลือย ได้ยินเช่นนั้นแสร้งเป็นทองไม่รู้ร้อนลอยวนเวียนไปทิศทางอื่น... เด็กหนุ่ม แม้จะพอใจกับผลลัพธ์ที่ เฒ่าชีเปลือยช่วยเหลือ แต่พอทราบความจริงในภายหลังก็อดเจ็บใจไม่ได้ จากนี้ไปคงต้องระวังในทุก ๆครั้งที่ เฒ่าชีเปลือย หยิบยื่นข้อเสนอ...

     

    กระบวนท่าของ ซุน เมื่อครู่ สั่นสะเทือนไปทั้งพื้นที่ ทำให้ ซ่งไห่เฟิงเป็นคนแรกที่ตรงมายังลานฝึกยุทธ... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่เรื่องยากเย็นนักที่จะคาดเดาเรื่องราวไม่มีทางที่ชายชราจะจดจำเอกลักษณ์วิชาของตระกูลตนเองไม่ได้...

     

    ยิ่งเห็นขวานศิลาระดับ 4 ปักลงยังศูนย์กลางวงแตกระแหง มันยิ่งทำให้ชายชรารู้สึกหวาดหวั่นใจ...หากไม่ได้ใช้กระบวนท่าอย่างชำนาญ ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมไม่ปรากฏออกมาในลักษณะนี้...

    “ซุน นี่เจ้า?!”

     

    เด็กหนุ่ม ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น กล้ามเนื้อยังกระตุกไม่หาย จากการฝืนใช้พลังเกินขอบเขต...

    “ขออภัยผู้อาวุโส ที่สร้างความรบกวนให้กันท่านยามดึก อีกทั้งยังทำลายพื้นที่ลานฝึกจนเสียหายใหญ่หลวง...”

     

    “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ...” ชายชรากล่าวปัด พลางตรงเข้าไปจับยกขวานศิลาเพื่อให้แน่ชัดอีกครั้งว่านี่คือขวานศิลาระดับ 4 จริง ๆ น้ำหนัก 2,000 ชั่งมิใช่สามัญ กระทั่งในตระกูลซ่ง ณ เวลานี้ ยังไม่มีผู้ใดยกขวานเล่มนี้ขึ้นได้นอกจาก ซ่งไห่เฟิง...

     

    ชายชราเหลือบมองไปยัง มู่เจี้ยน... ประหนึ่งเป็นคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ซึ่งมือปราบหนุ่ม ได้แต่พยักหน้าตอบรับเบา ๆ แทนคำตอบ ตอกย้ำจิตใจของชายชราให้สั่นระรัวจากที่เคยคิดว่าตนประเมินความสามารถเด็กหนุ่มผู้นี้ได้แน่ชัดแล้ว ขอบเขตเหล่านั้นล้วนพังทลายไม่เหลือชิ้นดี

     

    ซ่งไห่เฟิง สูดลมหายใจลึก เค้นเสียงบอกกับ ซุน สีหน้าจริงจัง...

    “รอข้าที่นี่ อย่าเพิ่งไปไหน...”

     

    ก่อนที่ชายชรา จะหายเข้าไปในคลังศาสตราวุธ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลลานฝึกแม้ ซุน จะไม่เคยเข้าไปที่นั่น แต่ก็รู้ว่าภายในนั้นเต็มไปด้วย ศาสตราประเภทขวานจำนวนมากมีหลากหลายขนาดที่ตระกูลซ่งสั่งสมเอาไว้ตั้งแต่อดีต ทุกชิ้นล้วนเป็นศาสตราประจำตระกูลที่ต่อให้เงินทองขาดมือเพียงใดก็ไม่คิดจะนำไปขาย

     

    ชายชราหยิบเอา ขวานเล่มใหญ่สีแดงสดประกายเงาวับ ออกมาจากคลัง... แม้จะมองจากระยะที่ห่างไกลยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นโลหิตที่รุนแรงจากตัวขวานไม่จำเป็นต้องเล่าขานถึงประวัติ ก็ยังทราบได้ว่าขวานเล่มนี้อาบโลหิตศัตรูมานับพันนับหมื่น จนไม่อาจลบเลือนกลิ่นโลหิตจากตัวมันออกไปได้...

     

    “ผู้อาวุโสซ่ง สิ่งนี้คือ?!” ซุนตกตะลึงในทันที

     

    “แม้ตระกูลซ่งจะมีอาวุธอักขระอยู่หลายชิ้น ที่พวกเราเก็บรักษามาตั้งแต่อดีตแต่ขวานเล่มนี้คือ อาวุธอักขระชั้นสูงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลซ่ง นามของมันคือขวานหมื่นโลหิต ที่ไม่อาจประเมินค่าได้... มันเป็นอาวุธประจำกายของ ซ่งหยุนไห่พี่ชายข้าที่เสียไป จนเรียกได้ว่าเป็นศาสตราประจำตระกูลที่ดีที่สุดของพวกเรา...

     

    ซุน... เจ้าเคยเล่าให้ข้าฟัง ว่าจริง ๆ แล้วสถานะของเจ้านั้นเป็นเด็กกำพร้าเป็นคนเถื่อนไร้แซ่ ที่ไม่มีป้ายสำมะโนครัว... ถ้าเช่นนั้นเจ้าสนใจเข้าร่วมกับตระกูลซ่งของพวกเราหรือไม่?! ข้าเองก็พอจะมองออกว่า เจ้าและ ซ่งจื่อฮุ่ยค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน สามารถพัฒนาได้อีกมาก...

     

    อย่าหาว่าข้ายุแยง หรือพยายามยัดเยียดเลย... แต่นางคือสายเลือดตระกูลหลักเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลดังนั้นบุรุษที่จะคู่ควรกับนาง สมควรถูกเลือกสรรอย่างเหมาะสมเพราะคนผู้นั้นอาจจะกลายเป็นผู้นำตระกูลซ่งในรุ่นต่อไป และจนถึงวันนี้ข้าก็ไม่พบเจอผู้ใดที่เหมาะสมมากไปกว่าเจ้า...”

     

    “!!!!!!!!!!” ซุนเบิกตากว้างขึ้นทันที ใยเจ้าตัวจะไม่เข้าใจความหมายที่ ซ่งไห่เฟิง พยายามจะสื่อถึง...อีกทั้งขวานหมื่นโลหิตในมือ คงเปรียบเสมือนสิ่งของหมั้นหมาย หากใจไม่คิดจะมอบให้ไม่มีทางที่ซ่งไห่เฟิง จะหยิบเอาสิ่งนี้ออกมาแสดงให้เห็น

     

    ซุน รับรู้ได้ทันที ว่าหากตนได้ใช้ ขวานหมื่นโลหิต ควบคู่ไปกับเพลงขวานวายุตระกูลซ่งคงแสดงอานุภาพมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า!! ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับคำตอบที่จะกล่าวออกมาเท่านั้นเอง...

     

    จังหวะนั้น ซ่งจื่อฮุ่ย และ สมาชิกตระกูลซ่งคนอื่น ๆ เริ่มทยอยตรงมายังลานฝึกแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จากแรงสั่นสะเทือนที่ปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น... ทันทีที่หญิงสาวเห็นชายชราหยิบเอาขวานหมื่นโลหิตออกมา นางก็ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันที เนื่องจากผู้เป็นอาเคยบอกกับนางไว้แล้วว่าขวานเล่มนี้จะหยิบยื่นให้กับ ผู้ที่คู่ควรจะมาเป็นคู่ครองของนางเท่านั้น!!

     

    “ท่านอา นี่ท่าน?!”

     

    ซ่งไห่เฟิง ยกมือขึ้นปราม ไม่ให้นางกล่าวต่อ...

    เพราะคำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง แต่เป็น ซุน...

     

    เด็กหนุ่ม กลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาของทุกคนไปโดยปริยาย... ซุน มองตรงไปยังชายชราเล็กน้อยก่อนจะชำเลืองคล้อยสายตาไปนางหญิงสาว ไม่มีสิ่งใดที่ ซุน จะสรรหามาตำหนินางได้ทั้งรูปโฉม รูปร่าง หรือแม้แต่ทัศนคติ ความมุ่งมั่นที่นางแสดงออกนางนับเป็นหญิงสาวที่ชายหนุ่มทุกคนล้วนใฝ่ฝัน

     

    แต่ทว่า... รอยยิ้มอ่อนโยนที่ ซุน เผยขึ้นมานั้นมันกลับทำให้ตัวของหญิงสาวเบิกตากว้าง จิตใจสั่นไหวหล่นวูบ นางรับรู้ถึงคำตอบได้ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มยังไม่เอ่ยปาก...

     

    ซุน ประสานมือโค้งตัวอย่างสุภาพ...

    “เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ผู้อาวุโสหยิบยื่นโชควาสนาที่ดีที่สุดในชีวิตให้กับข้า...แต่ต้องขอภัย ที่ข้าคงต้องปฏิเสธในเรื่องนั้น...”

     

    “!!!!!!!!!!!” ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตกใจ

    บางคนยังมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ...

     

    ซุน ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะกล่าวต่อ...

    “หากข้านั้นตัวเปล่าเลาเปลือย เฉกเช่นเมื่อ 2 ปีก่อนคงจะไม่ปฏิเสธพวกท่านเป็นแน่... แม่นางซ่ง มีทั้งความงามและเสน่ห์ที่บุรุษผู้ใดก็ไม่อาจปฏิเสธหากข้าจะบอกว่ามิได้สนใจในตัวนางเลย ก็คงเป็นการโกหกคำโตอีกทั้งตระกูลซ่งแม้ยามนี้จะตกต่ำลง แต่สักวันจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นอน...

     

    น่าเสียดายที่ในตอนนี้ เหล่าซือ ที่มีบุญคุณมหาศาล และสำคัญกับชีวิตของข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย... ดังนั้นข้าจึงไม่อาจหยุดตนเองอยู่ในสถานที่หนึ่งได้จนกว่าจะถึงวันที่ข้าสามารถช่วยเหลือ เหล่าซือ ให้ปลอดภัย...

     

    เส้นทางของข้าทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิตมิทราบจะตายวันตายพรุ่ง หากข้าได้สร้างความสัมพันธ์แนบแน่นจนทำให้ แม่นางซ่งต้องเฝ้ารอข้าที่ไม่รู้เป็นตาย ก็มิต่างจากการปิดกั้นเส้นทางชีวิตของนาง ที่อาจพบเจอคนที่ดีกว่าข้าในอนาคต...

     

    ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้ข้าไม่อาจรับโชควาสนาที่ท่านหยิบยื่นให้กับข้าได้...ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ” เด็กหนุ่ม โค้งตัวลงอย่างสุภาพ หลังกล่าวถึงเหตุผลทั้งหมด...

     

    ซ่งไห่เฟิง ได้ยินเช่นนั้นก็จนปัญญาที่จะทัดทาน แววตาของ ซุนบ่งบอกถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่แน่นหนักไม่สั่นคลอน...ต่อให้หยิบยื่นศาสตราที่แข็งแกร่งกว่า ขวานหมื่นโลหิต หรือมีหญิงสาวที่งดงามกว่าซ่งจื่อฮุ่ย อีกร้อยเท่าให้เคียงคู่ เด็กหนุ่มก็คงมีคำตอบไม่แตกต่างไปจากเดิม...

     

    “เข้าใจแล้ว... เช่นนั้นหลังจากที่เจ้ามีโอกาสได้ช่วยเหลือ เหล่าซือของเจ้าได้สำเร็จ... ลองคิดใคร่ครวญพิจารณาข้อเสนอของตระกูลซ่งเราดูอีกครั้ง...”ชายชรากล่าวขึ้นแผ่วเบา ในใจลึก ๆ ย่อมเสียดายเด็กหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้

     

    ซุน เดินตรงไปยังหญิงสาวทันทีเพื่อแสดงความจริงใจว่าเหตุผลที่ปฏิเสธนางนั้น มิใช่เพราะนางมีความบกพร่องประการใดแต่เป็นเพราะตนยังมีเส้นทางแห่งบุรุษ ที่มิอาจหักเลี้ยวไปยังทิศทางอื่น ตราบเท่าที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย...

     

    “แม่นางซ่ง... หากเจ้าจะโกรธเคืองข้า ก็จงรู้ไว้ว่าข้ามีเหตุจำเป็น”

     

    หญิงสาวเผยรอยยิ้มตอบรับ ก่อนนางจะส่ายศีรษะเบา ๆ

    “เพราะเจ้าเป็นเช่นนี้ต่างหาก จึงสมเป็นเจ้า... บุรุษแท้จริง ย่อมมิสั่นคลอนเส้นทางไม่ว่าจะพบเจอสิ่งอันใดผ่านเข้ามา นั่นจึงสมเป็นบุรุษที่น่าชื่นชม... จำไว้ว่าหากเจ้ายังชักช้าในการช่วยเหลือเหล่าซือ ของเจ้า ระวังจะเสียดายที่ปฏิเสธข้าในวันนี้...”

     

    ซุน ยิ้มตอบรับ...

    “ขอบคุณที่เข้าใจข้า...”

     

    เจ้าหมีใหญ่ ที่อยู่ด้านหลัง พลันแทรกตัวเข้ามาในระหว่างนั้น...

    “ลูกพี่!! เช่นนั้นท่านจะใช้ขวานเล่มใดในการประลองพรุ่งนี้เล่า?!”

     

    ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง ก่อนจะหันมองไปยังขวานศิลาไร้คมที่ใช้ฝึกฝน...

    “หากพวกท่านไม่ว่าอะไร ข้าขอขวานศิลาระดับ 3 และ ขวานศิลาระดับ 4 ไปใช้ขึ้นประลองได้หรือไม่?!”

     

    ซ่งไห่เฟิง ขมวดคิ้วเล็กน้อย...

    “ใยจึงใช้ขวานฝึกซ้อมเล่า?! ในคลังศาสตราวุธ แม้จะไม่มีขวานที่แข็งแกร่งเทียบเท่าขวานหมื่นโลหิต นี้อีกแล้ว แต่ยังมีขวานอีกมากที่เหมาะจะใช้งาน ขวานศิลามีเพียงน้ำหนักแต่ไร้คมทำให้อำนาจการโจมตีถูกลดทอนลงไปหลายขั้น หากใช่ในการต่อสู้จริง...”

     

    “ไม่เลยผู้อาวุโส... สำหรับข้าการประลองครั้งนี้ เป็นเพียงการแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสำนักขวานวายุตระกูลซ่งเท่านั้น... เพลงขวานหนักที่ตวัดกวัดแกว่งออกไป ไม่สามารถหยุดชะงักเมื่อถึงร่างอีกฝ่ายได้เหมือนดังกระบี่ฉะนั้นยิ่งเราเพิ่มอำนาจโจมตี จะยิ่งเป็นอันตรายต่อคู่ต่อสู้ สำหรับตัวข้า ลำพังขวานศิลาไร้คมก็นับว่าเพียงพอแล้ว...” ซุน กล่าวขึ้นอธิบาย ถึงจะเป็นการประลองก็ไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายให้ถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย

     

    “นั่นสินะ มันก็ถูกของเจ้า... เช่นนั้นก็เอาไปเถอะ”

     

    ซุน เก็บขวานศิลาระดับ 4 เข้าไปในแหวนมิติ... ส่วนขวานศิลาระดับ 3นั้น เลือกที่จะคล้องมันด้วยโซ่ และสะพายไว้บนหลัง ใช้พกติดตัวเอาไว้แทนกระบี่ไปโดยปริยาย...เป็นการฝึกฝนร่างกายให้คุ้นชินกับน้ำหนักมหาศาลตลอดเวลา จัดเป็นวิธีการฝึกฝนที่บ้าระห่ำอย่างหนึ่งมิต่างจากติดถ่วงน้ำหนัก 1,000 ชั่ง ไว้ด้านหลัง...

     

    และในอนาคต ซุน ก็ตั้งใจว่าหากตนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    ก็จะใช้ขวานศิลาระดับ 4 นำมาพกพาแทนที่ ตามลำดับ...

     

    .............................................

     

    ดึกสงัดคืนเดียวกัน... ซุน นั่งปรับลมปราณอยู่ในเรือนพักของตนตั้งใจจะฟื้นสภาพให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะเริ่มลงประลองในวันพรุ่ง...

     

    “ทำไมจึงปฏิเสธความหวังดีของคนพวกนั้นเสียเล่า?!” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยถามขึ้น

     

    ซุน ค่อย ๆ ลืมตาเนืองช้า...

    “ก็บอกไปแล้วอย่างไร ว่าข้าไม่ต้องการจะสร้างพันธะมากไปกว่านี้...อีกไม่กี่วันข้าก็จะต้องไปจากเมืองบุปผาแดง ดังนั้นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนจะทำให้ทั้งข้าและตระกูลซ่งไม่รู้สึกย่ำแย่ในวันที่ต้องจากลา... โดยเฉพาะกับแม่นางซ่ง ข้าไม่อยากให้ความหวังกับนาง เพราะกลัวว่าจะต้องมาเสียใจในภายหลัง...”

     

    เฒ่าชีเปลือย หัวเราะ หึหึ ในลำคอ...

    “เรื่องของหญิงสาวนางนั้นก็พอเข้าใจได้... แต่เหตุผลที่เจ้าปฏิเสธขวานหมื่นโลหิต ศาสตราที่น่าสนใจนั้น เป็นเพราะว่าเจ้ามีศาสตราที่ทัดเทียมกันอยู่กับตัวแล้วมากกว่ากระมัง?คิดว่าข้าจำไม่ได้หรือ ว่าหนึ่งในศาสตราที่ เหยาหมิง อาจารย์ของเจ้าเหลือทิ้งไว้ในห้องลับ(ตอนที่ 25) มีขวานยักษ์โบราณขนาดใหญ่รวมอยู่ด้วย?สิ่งนั้นเป็นขวานอักขระระดับสูง ที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่า ขวานหมื่นโลหิตแม้แต่น้อย...”

     

    เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้ม...

    “ถูกต้อง... หากข้ายอมรับ ขวานหมื่นโลหิต ที่เป็นศาสตราประจำตระกูลซ่งเอาไว้ก็มิต่างจากสร้างพันธะที่ไม่มีวันตัดขาด... ในเมื่อข้ามีศาสตราที่ทัดเทียมอยู่แล้วใยข้าต้องไปเป็นหนี้บุญคุณตระกูลซ่งเพิ่มเติม?!

     

    บอกตามตรงว่าส่วนหนึ่งที่ข้าเลือกมาฝึกฝนกับตระกูลซ่งก็เพราะชื่อเสียงในเพลงขวานวายุที่เลื่องลือนี่แหละ ข้าจะได้สามารถหยิบเอาศาสตราโบราณที่เหล่าซือ เหลือทิ้งไว้มาใช้งานได้มากขึ้น...

     

    ขวานยักษ์เล่มนั้น เพียงแค่น้ำหนักของมัน ก็มากยิ่งกว่าขวานศิลาระดับ 4 แล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงอำนาจทำลายล้าง ยามที่ถูกกวัดแกว่ง...น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของข้าในเวลานี้ ยังไม่เพียงพอจะใช้มัน...”

     

    เด็กหนุ่ม แสยะยิ้มชั่ววูบหนึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวและเป้าหมายล้วนมิใช่ความบังเอิญแต่เป็นสิ่งที่ ซุน ได้วิเคราะห์และตัดสินใจที่จะเลือกเส้นทางเหล่านี้เอาไว้แล้ว...

     

    ................................................

    คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810