"ในเมื่อเป็เช่นนี้แล้วท่านยมทูตทั้งหลายโปรดทำหน้าที่ของพวกท่านให้ดีอีกไม่นานผู้คุมกฎสามโลกน่าจะส่งยมบาลฝึกหัดตนใหม่มาทำหน้าที่นี้เป็การชั่วคราวข้าได้ทำการส่งเื่ไปยังผู้คุมกฎแล้ว" ยมบาลสั่งความกับเหล่ายมทูตทุกตนที่ตอนนี้มีสีหน้าเคร่งเครียด
"ท่านยมบาลไม่มีหนทางอื่นแล้วรึ"ยมทูตขวาพูดพร้อมสีหน้าเป็กังวลแทน
"ข้าแค่ไปจุติ ไม่ใช่ดวงิญญาแตกสลายซะหน่อย พวกท่านไยดูกังวลเช่นนี้" แน่นอนว่านี่เป็เื่ที่น่ากังวลไม่น้อยด้วยไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ยมบาลลงไปจุติยังโลกมนุษย์มาก่อนท่านยมบาลจะใช้ชีวิตแบบมนุษย์ธรรมดานั้นต้องเป็เื่ที่ลำบากมิใช่น้อย
"ท่านเจอร่างที่จะจุติแล้วหรือไม่และจะลงจุติเมื่อใด พวกข้าจะคอยช่วยท่านอยู่ห่างๆ"ยมบาลหลับตาลงใช้พลังที่เหลือไม่มากตรวจหาร่างที่เหมาะสมที่สุดเพียงครู่เดียวก็ลืมตาขึ้น
"มู่หรงอี้หรือชินอ๋องมีศักดิ์เป็น้องชายฮ่องเต้โจวซือหานร่างนี้ใกล้จะสิ้นอายุขัยอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่เหตุใดไยบังเอิญเช่นนี้
จางซูเหยา...ทำไมต้องเป็โลกเดียวกันกับเ้าด้วย" ยมบาลมีสีหน้า
ที่หนักใจไม่น้อย
'หากเป็เื่บังเอิญก็คงไม่ต้องกังวลอะไรมากแต่หากเป็สิ่งที่มีคนจงใจวางแผนให้เกิดล่ะแล้วคนผู้นั้นเป็ใครมีจุดประสงค์อะไรถึงทำเช่นนี้และต้องเป็คนที่มีพลังบำเพ็ญมหาศาลแม้แต่ยมบาลอย่างข้ายัง
มิอาจตรวจสอบพลังนั้นได้ แต่คงได้แค่การคาดเดาเท่านั้น สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการจุติในร่างของมู่หรงอี้ให้เป็ไปอย่างราบรื่นมิเช่นนั้นคงไม่มีทางฟื้นพลังบำเพ็ญให้กลับมาสมบูรณ์ได้แม้แต่การใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ธรรมดาปกติก็คงเป็เื่ยาก' นี่คือสิ่งที่เขาเป็กังวล
"ตอนนี้เป็เวลาหนึ่งชั่วยามแล้วท่านยมบาลได้เวลาที่ท่านจะลงไปจุติยังโลกมนุษย์แล้ว"ยมทูตซ้ายกล่าวเตือนยมบาลพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาทาบตรงตำแหน่งหัวใจแล้วโค้งตัวค้างนิ่งไว้ ถือเป็การแสดงความเคารพครั้งสุดท้ายซึ่งยมทูตตนอื่นก็ทำเช่นนั้นตามๆ กัน ยมบาลพยักหน้าให้กับเหล่ายมทูตพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาจากนั้นก็กางแขวนออกเพื่อรวมพลังบำเพ็ญ แสงสีแดงเปล่งประกายทั่วร่างเพียงครู่ก็แตกกระจายเหมือนพลุไฟ หากแต่ไม่ได้ล่วงลงสู้พื้นแต่กับลอยขึ้นสูงจนหายไปจากสายตาของเหล่ายมทูตที่ยืนแหงนมองอยู่
- จวนแม่ทัพเว่ยเจียงหลง -
"ท่านหมอลูกข้าเป็ยังไงบ้างนี่ก็ผ่านวันหนึ่งแล้วทำไมนางยังไม่ฟื้นอีก"เว่ยหนิงฟางผู้เป็แม่มีสีหน้าวิตกกังวลอย่างมาก ด้วยที่ว่าเว่ยเหยาเหยาไม่เคยสลบนานเป็วันๆแม้ว่าจะเจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ ก็ตาม อันที่จริงแล้วดวงิญญาของเว่ยเหยาเหยาออกจากร่างั้แ่ตอนแรกๆ ที่นางสลบแล้วตอนนี้ดวงิญญาของจางซูเหยาได้มาแทนที่ในร่างของนางเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ยังไม่ฟื้นเพราะว่าร่างทรุดโทรมมากซึ่งพลังบำเพ็ญของยมบาลกำลังฟื้นฟูร่างอยู่โดยต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันหนึ่งคืน และแล้วในที่สุดตอนนี้ใกล้จะครบเวลาแล้ว
"ชีพจรแบบนี้แปลกจริงๆเรียนเว่ยฮูหยิน ั้แ่ข้ารักษาคนป่วยมา
ยังไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งที่เมื่อวานชีพจรแย่มากถึงขั้นอาจจะตายได้แต่วันนี้กลับมาเป็ปกติและยังอาการป่วยที่เป็มานานหลายปีจู่ๆก็หายแล้ว นับว่า์เมตตาต่อคุณหนูแล้ว" เว่ยหนิงฟางได้ยินหมอกล่าวเช่นนั้นก็มีสีหน้า
ดีใจอย่างมาก
"ถ้าเป็อย่างที่ท่านหมอว่าแล้วนางจะฟื้นเมื่อไร" ยังไม่ทันที่หมอ
จะตอบจางซูเหยาในร่างของเว่ยเหยาเหยาก็ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เธอมาไปรอบๆ
"คุณหนูฟื้นแล้วเ้าค่ะนายหญิง"สาวใช้คนสนิทของเว่ยเหยาเหยารีบะโบอกเว่ยหนิงฟางด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"เหยาเอ๋อร์ลูกแม่เ้าฟื้นแล้ว" เว่ยหนิงฟางรีบตรงมาที่เตียงนอนแล้วกอดบุตรีของเธอด้วยความดีใจจากที่สังเกตเห็นทำให้จางซูเหยารู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เธอได้เกิดใหม่ในร่างของเว่ยเหยาเหยาเรียบร้อยแล้วเธอพลางกอดตอบเว่ยหนิงฟาง
"ท่านแม่ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย"เธอดีใจมากเมื่อรู้ว่าตัวเองมีแม่แล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่แม่แท้ๆของเธอก็ตาม แต่ความรู้สึกที่เว่ยหนิงฟางมีต่อ
เว่ยเหยาเหยานั้นเป็ความรักที่แม่มีลูกทำให้เธอมีความสุขมาก จ๊อกๆๆ เสียงท้องของเว่ยเหยาเหยาดังขึ้น
"ท่านแม่...ข้าหิวข้าว"เธอเอามือลูบที่ท้องของตัวเอง
"งั้นแม่จะลงครัวไปทำของที่เ้าชอบมาให้กินดีหรือไม่"
"ดีเ้าค่ะท่านแม่ ท่านน่ารักที่สุดเลย"
"เ้าก็พักผ่อนก่อนเถอะเพิ่งจะหายป่วยถ้าเสร็จแล้วจะให้คนมาเรียก" เว่ยหนิงฟางพร้อมสาวใช้ส่วนตัวและหมอเดินออกจากห้องไปเหลือเพียงแต่เสี่ยวผิงสาวใช้ส่วนตัวของเว่ยเหยาเหยา จางซูเหยาหันมาถามเสี่ยวผิง
"เ้าชื่ออะไร..."เสี่ยวผิงทำหน้างง
"คุณหนู...ท่านจำข้าไม่ได้แล้วรึข้าเสี่ยวผิงไงเ้าค่ะ ท่านยังไม่หายดีหรือเ้าค่ะทำไมจำเสี่ยวผิงไม่ได้"เสี่ยวผิงทำหน้าเศร้าที่เ้านายจำนางไม่ได้
"ข้าคิดว่านี่อาจจะเกิดจากการที่ข้าสลบไปนานทำให้ความจำของข้าเหมือนจะหายไป เพราะฉะนั้นเสี่ยวผิงเ้าต้องเป็คนบอกทุกอย่างที่เกี่ยวกับข้า เข้าใจมั้ย"จางซูเหยาทำหน้าจริงจังพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เสี่ยวผิง
"ข้าเข้าใจแล้วคะคุณหนู" เสี่ยวผิงพยักหน้าตอบรับ
ขณะเดียวกันดวงิญญาของยมบาลก็ลงมาจุติยังร่างของมู่หรงอี้
ที่ตอนนี้นอนสลบอยู่บนเตียงมีแผลจากการโดนกระบี่แทงที่กลางลำตัวแต่ทันทีที่ยมบาลจุติยังร่างพลังบำเพ็ญที่เหลือก็ฟื้นฟูร่างของมู่หรงอี้ ทำให้าแต่างๆหายไปอย่างรวดเร็ว ยมบาลลุกออกจากเตียงยืนสำรวจร่าง
"นี่คือร่างของมู่หรงอี้ล่ะสินะ ถือว่าใช้ได้ก่อนอื่นต้องเรียกความทรงจำของมู่หรงอี้กลับมาก่อน"ยมบาลใช้สองนิ้วแตะเข้าที่หน้าผาก ซึ่งก็คือนิ้วชี้กับนิ้วกลางส่วนเหลือเพียงนิ้วที่เหลือถูกรวบเข้า เขาใช้พลังบำเพ็ญเรียกภาพความทรงจำต่างๆปรากฏขึ้นภายในหัวเติมไปหมดจนทำให้ยมบาลปวดหัวอย่างรุนแรงถึงขั้นร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนจะทรุดตัวล้มลงไป
กับพื้น