- เช้าวันต่อมา -
แพรตัดสินใจกลับมาทำงานตามปกติ
เธอแต่งหน้าให้ดูสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ปกปิดตาบวมด้วยคอนซีลเลอร์หนา ๆ) ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกระโปรงเรียบ ๆ แล้วขับรถมาถึงมหาลัยด้วยหัวใจที่ยังหนักอึ้ง
แต่แพรบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “วันนี้ต้องเข้มแข็ง... ฉันจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นอีก”
- พอเดินเข้าห้องทำงาน -
พี่แอนวิ่งตรงมาหาแพรทันทีที่เห็นหน้า
สีหน้าพี่แอนตื่นเต้นผสมเป็นห่วงชัดเจน (แบบคนที่รอฟังดราม่าทั้งคืน)
“แพร!!! แกหายไปไหนมาเนี่ยยยย เมื่อวานพี่ห่วงจะแย่เลยนะ
แล้วเรื่องเมื่อวานตอนเช้าอะ อ.กรไล่อ.วิภาเสียงดังลั่นทั้งห้องเลยอะ!
พี่ไม่เคยเห็นอ.กรโมโหขนาดนั้นมาก่อนเลยนะ หน้าตึงมาก แล้วตะโกนว่า ‘พอได้แล้วครับ อย่ามายุ่งกับผม!’ อะไรประมาณนั้น ทุกคนช็อกหมดเลยอะ เกี่ยวข้องกับแกรึเปล่าเนี่ยยยย เล่าให้พี่ฟังด่วนเลย!”
พี่แอนดึงแพรไปนั่งที่มุมห้อง (โต๊ะที่ไม่มีคนอยู่ใกล้) แล้วจ้องหน้าแพรรอฟังแบบไม่กระพริบตา
แพรถอนหายใจยาว แล้วเริ่มเล่าเสียงเบา ๆ (พยายามไม่ให้ใครได้ยิน)
“พี่แอนคะ... หนู... หนูว่าจะเลิกกับพี่กรแล้วค่ะ วันก่อน... พี่กรไปกินข้าวกับอ.วิภา แล้วก็ไปลงพื้นที่ด้วยกัน กลับดึกมาก แล้วพี่กรก็โทรมาบอกว่า... พี่กรกับอ.วิภาเผลอมีอะไรกันเพราะเมา
"เห้ยยยยย.....!"
พี่แอนอุทานเสียงหลง
หนู... หนูเจ็บมากเลยค่ะพี่แอน หนูร้องไห้ทั้งคืนเลย แล้วหนูก็หนีไปอยู่ที่ทะเลกับพี่เอก พี่เอกเขาแค่พาหนูไปพัก ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยนะคะ
หนูเลยตัดสินใจว่าจะบอกเลิกพี่กรให้ชัดเจน... หนูทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ”
พี่แอนอ้าปากค้าง ตาโตขึ้นเรื่อย ๆ ขณะฟัง
“โห... แพร... แกเจออะไรขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยยยย โอ้ยน้องตู...
แล้วอ.กรก็คงรู้สึกผิดสุด ๆ เลยใช่ไหม ถึงได้โมโหใส่อ.วิภาแบบนั้นเมื่อเช้า
พี่เห็นอ.วิภาหน้าเสีย เดินออกมาจากห้องอ.กรเลยอะ ทุกคนในห้องตกใจกันหมดเลย
แก... แกจะเลิกกับเขาจริง ๆ เหรอเนี่ย แกยังรักเขาอยู่ไหม”
แพรยังไม่ทันได้ตอบ ประตูห้องทำงานเปิดออก
พี่กรเดินเข้ามาพอดี
หน้าตาพี่กรตอนนี้ดูเหนื่อยล้า ผมยุ่ง ตาคล้ำ
แต่สายตาที่มองมาเจอแพรทันทีที่เดินเข้ามา... มันเปลี่ยนไปทันที
จากเหนื่อยล้า เป็นตกใจ ดีใจ เสียใจ ผสมกันไปหมด
พี่กรชะงักกลางทาง เหมือนขาแข็งทื่อ
ทุกคนในห้องหันมามอง (รวมถึงพี่แอนที่อ้าปากค้าง)
พี่กรก้าวเดินตรงมาที่โต๊ะแพรช้า ๆ แต่แน่วแน่
สีหน้าพี่กรตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความคิดถึงชัดเจน
เขาหยุดยืนข้างแพร แล้วพูดเสียงสั่นเบา ๆ (แต่ชัดพอให้พี่แอนกับคนใกล้ ๆ ได้ยิน)
“แพร... หนูไปอยู่ไหนมา
พี่... พี่รอหนูทั้งคืนเลยนะครับ พี่ไปรอหน้าบ้านหนูทั้งคืนเลย
หนู... หนูไปไหนมาครับ พี่โทรไปเป็นร้อยสาย หนูไม่รับเลย
พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้หนูเจ็บแบบนั้น พี่ผิดมหันต์ พี่รู้
แต่พี่ขอคุยกับหนูสักนิดได้ไหม... พี่อยากบอกหนูตรง ๆ ว่าพี่รักหนูคนเดียว พี่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก พี่สัญญา แพรพี่ขอร้อง...”
ห้องเงียบกริบ
พี่แอนมองสลับระหว่างแพรกับพี่กร ตาโตจนแทบหลุดออกมา
ทุกคนในห้องแอบมอง แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
แพรนั่งนิ่ง มือกำขอบโต๊ะแน่น น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
เธอมองหน้าพี่กรตรง ๆ แล้วพูดเสียงสั่น แต่ชัดเจน
“พี่กรคะ... หนู... หนูยังไม่พร้อมคุยตอนนี้ค่ะ
หนูเจ็บมากจริง ๆ ค่ะ หนูเห็นพี่กับอ.วิภาแล้ว หนูทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ
หนู... หนูขอเวลาก่อนนะคะ”
พี่กรชะงัก น้ำตาคลอในตาเขา
แต่เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดเสียงแหบพร่า
“ครับ... พี่เข้าใจ พี่จะไม่บังคับหนูเลย
พี่จะรอหนูครับ ไม่ว่าหนูจะใช้เวลานานแค่ไหน พี่จะรอให้หนูพร้อม
ถ้าหนูอยากคุยเมื่อไหร่ แค่บอกพี่สักคำ พี่จะมาหาหนูทันทีเลยครับ
พี่รักหนูมากจริง ๆ นะครับ... พี่ขอโทษที่ทำให้หนูต้องเจ็บขนาดนี้”
พี่กรยิ้มเศร้า ๆ ให้แพรอีกครั้ง แล้วหันหลังเดินกลับไปห้องตัวเองช้า ๆ
ทุกคนในห้องมองตามหลังพี่กรเงียบ ๆ
พี่แอนหันมามองแพร แล้วจับมือแพรเบา ๆ
“แพร... แกโอเคไหมจ๊ะ ถ้าแกอยากร้องไห้ อยากระบาย บอกพี่ได้นะ”
แพรพยักหน้าเบา ๆ แล้วก้มหน้าลง น้ำตาหยดลงบนโต๊ะอีกครั้ง
แต่คราวนี้... เธอไม่ได้ร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว
อย่างน้อยก็มีพี่แอนที่นั่งข้าง ๆ จับมือเธอไว้เงียบ ๆ
แพรสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยักหน้าให้พี่แอนเบา ๆ
“พี่แอนคะ... หนูขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ เดี๋ยวมีอะไรค่อยคุยกันเพิ่มค่ะ”
พี่แอนจับมือแพรไว้ครู่หนึ่ง มองตาแพรด้วยความเป็นห่วง
“โอเคจ๊ะ... ถ้าแกอยากระบายเมื่อไหร่ พี่อยู่ตรงนี้ตลอดเลยนะ อย่าฝืนคนเดียวนะจ๊ะ”
แพรยิ้มฝืน ๆ แล้วลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเองช้า ๆ
เธอนั่งลง ก้มหน้าทำงานต่อ แต่ใจยังลอยไปไกล
มือยังสั่นนิด ๆ เวลาจับเมาส์ แต่แพรพยายามฝืนทำตัวปกติที่สุด
- สักพัก (ประมาณ 11:30 น.) -
แพรกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์เอกสารอยู่
เงาสูง ๆ เดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะแพรเงียบ ๆ
แพรเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นพี่เอกยืนอยู่ตรงนั้น
เขายิ้มอ่อน ๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนเรียบร้อย ดูเป็นมิตร

“แพร... พี่แวะมาดูว่าหนูเป็นยังไงบ้างครับ”
เสียงนุ่มนวล
“แล้วเมื่อคืนหนูนอนหลับดีไหมครับ พี่เป็นห่วงหนูตลอดเลย กลัวว่าจะร้องไห้อีก”
แพรยิ้มจาง ๆ แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“หนู... ดีขึ้นนิดนึงค่ะพี่เอก ขอบคุณที่พาหนูไปพักผ่อนนะคะ ถ้าไม่มีพี่ หนูคงแย่กว่านี้มากเลย”
พี่เอกยิ้มตอบ แล้วมองหน้าแพร
“ดีใจที่หนูดีขึ้นนะ... วันนี้ไปกินข้าวกลางวันกับพี่ไหม พี่อยากให้หนูได้กินข้าวอร่อย ๆ ได้พักใจสักหน่อย ร้านแถวสยามที่หนูเคยชอบไง บรรยากาสดีๆ เพลงเพราะๆสบายๆ จะได้พักสมองหน่อยไง.. ไปมั้ย"
แพรนิ่งไปครู่หนึ่ง มองหน้าพี่เอกที่ยืนรอคำตอบอย่างอดทน
เธอรู้สึกว่าตอนนี้... เธอไม่อยากอยู่คนเดียวจริง ๆ
แพรพยักหน้าเบา ๆ แล้วยิ้มจาง ๆ
“ค่ะ... หนูไปค่ะพี่เอก"
พี่เอกยิ้มกว้าง (แต่ยังสุภาพ ไม่ได้ดีใจเกินไป)
“โอเคครับ... เดี๋ยวเที่ยงตรงพี่มารับหนูนะ
หนูทำงานต่อเถอะ เดี่ยวพี่เอาเอกสารไปส่งแผนกวิจัยก่อน แล้วเจอกันที่ลานจอดรถนะ"
พี่เอกพยักหน้าให้แพร แล้วเดินออกไปช้า ๆ
แพรมองตามหลังพี่เอก แล้วถอนหายใจเบา ๆ
เธอรู้สึกโล่งใจนิดหนึ่งที่วันนี้... อย่างน้อยก็มีคนที่ทำให้เธอไม่ต้องอยู่กับความเจ็บคนเดียว
**เที่ยงตรง**
แพรเก็บของ แล้วเดินออกจากห้องทำงานช้า ๆ
พี่เอกยืนรออยู่ที่ลานจอดรถ (ยืนพิงรถตัวเอง มือล้วงกระเป๋ากางเกง ดูผ่อนคลาย)
เขาเห็นแพรเดินมา เขาก็ยิ้มอ่อน ๆ แล้วเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารให้
แพรขึ้นรถ แล้วพี่เอกขับออกไปช้า ๆ
ระหว่างทาง ทั้งคู่ไม่ค่อยพูดอะไรมาก แต่บรรยากาศไม่ตึงเครียดเหมือนเมื่อคืนอีกต่อไป
แพรมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วพูดเบา ๆ
“พี่เอกคะ... ขอบคุณที่ไม่ทิ้งหนูนะคะ
หนู... หนูยังสับสนมากเลยค่ะ แต่การได้มีคนอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ มันช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ”
พี่เอกยิ้มอ่อน ๆ แล้วพูดตอบเบา ๆ
“พี่ดีใจที่หนูรู้สึกดีขึ้นนิดนึงครับ
ไม่ต้องรีบตัดสินใจอะไรทั้งนั้นนะครับ พี่จะอยู่ตรงนี้ให้หนู เท่าที่หนูต้องการ
กินข้าวก่อนเถอะครับ... วันนี้พี่อยากเห็นหนูได้ยิ้มจริง ๆ สักครั้ง”
แพรกับพี่เอกนั่งกินข้าวกันเงียบ ๆ ในร้านอาหารญี่ปุ่นเล็ก ๆ ที่พี่เอกเลือกไว้ (ห้องส่วนตัว ไม่ดัง ไม่วุ่นวาย)
แพรจิ้มซูชิไปคำหนึ่ง แล้ววางตะเกียบลงช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่เอกตรง ๆ
“พี่เอกคะ...”
เสียงแพรเบา แต่ชัดเจน “หนู... ขอบคุณที่พี่ดูแลหนูแบบนี้มาก ๆ นะคะ ทั้งคืนที่พาหนูไปทะเล ทั้งวันนี้ที่พาไปกินข้าว พี่เอาใจหนูทุกอย่างเลย แต่... หนูกลัว.. กลัวว่าสุดท้าย
..พี่จะทำให้หนูเสียใจซ้ำอีก หนูเพิ่งเจ็บมาเพราะคนที่บอกว่ารักหนูคนเดียว แล้วสุดท้ายก็...”
แพรหยุดพูด น้ำตาคลออีกครั้ง แต่คราวนี้เธอกลั้นไว้ได้ ไม่ไหลลงมา
เธอมองพี่เอกตรง ๆ แล้วพูดต่อ
“หนูไม่อยากให้พี่คาดหวังอะไรจากหนูมากเกินไปค่ะ หนูยังเจ็บอยู่ หนูยังสับสนมาก แล้วหนูก็... ยังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใครจริง ๆ ค่ะ
หนูกลัวว่าถ้าพี่ทำแบบนี้ต่อไป แล้ววันนึงหนูไม่สามารถตอบแทนพี่ได้ พี่จะเจ็บ เหมือนที่หนูเจ็บตอนนี้”
พี่เอกวางตะเกียบลงช้า ๆ มองหน้าแพรนิ่ง ๆ นานพอที่จะให้คำพูดของเธอจมลงไปในใจเขา
เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม แต่จริงจัง
“พี่เข้าใจครับ... และพี่ขอบคุณที่หนูพูดตรง ๆ แบบนี้ พี่ดีใจมากเลยนะครับที่หนูกล้าบอกพี่แบบไม่กั๊ก
พี่ยอมรับเลยว่า... พี่มีใจให้หนูจริง ๆ มาตั้งแต่ตอนที่หนูยังไม่ได้คบกับอ.กร พี่เห็นหนูแล้วรู้สึกว่าหนูเป็นคนพิเศษมาก แต่พี่ก็ทำผิดพลาดใหญ่หลวงไปแล้ว พี่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากหนูอีก”
เขาหยุดครู่หนึ่ง แล้วยิ้มเศร้า ๆ
“แต่การที่พี่ดูแลหนูตอนนี้ ไม่ใช่เพราะพี่หวังว่าหนูจะกลับมาคบกับพี่นะครับ พี่แค่... อยากชดใช้สิ่งที่พี่เคยทำร้ายหนูไว้บ้าง แม้มันจะชดใช้ไม่หมดก็เถอะ
พี่รู้ว่าหนูยังเจ็บ ยังไม่พร้อมเปิดใจ แล้วพี่ก็เคารพตรงนั้น พี่จะไม่กดดัน ไม่คาดหวัง ไม่ขออะไรจากหนูเกินกว่าที่หนูจะให้ได้
ถ้าวันนึงหนูบอกว่าพี่ไม่ต้องมาอยู่ใกล้ ๆ อีก พี่ก็จะหายไปจริง ๆ ครับ ไม่ตาม ไม่รบกวน
แต่ตอนนี้... ถ้าหนูยังโอเคที่พี่อยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ พี่ขอแค่เป็นเพื่อนที่ทำให้หนูรู้สึกปลอดภัยได้สักพักก็พอแล้วครับ ไม่ต้องมีคำว่าความหวังหรือความสัมพันธ์อะไรทั้งนั้น”
เขาหยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อ....
“เหตุการณ์วันนั้น... วันที่พี่พยายามจะบังคับใจหนู มันเป็นบทเรียนที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตพี่เลยนะ พี่ใช้เวลาอยู่กับตัวเองนานมากจนเข้าใจว่า ความรักที่แท้จริง มันไม่ใช่การครอบครอง แต่มันคือการทำให้คนที่เรารักรู้สึกปลอดภัย”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ยิ้มเศร้าๆ ให้ตัวเอง
“พี่เคยคิดว่าถ้าพี่ได้ตัวหนูมา พี่จะมีความสุข แต่พี่คิดผิด... เพราะถ้าหนูต้องอยู่กับพี่ด้วยความกลัว พี่ก็ไม่มีวันได้ใจหนูอยู่ดี ตอนนี้พี่เลยไม่ได้หวังว่าหนูจะต้องมาเป็นของพี่ พี่แค่ขอโอกาสได้ดูแลหนูในฐานะ ‘พี่ชาย’ หรือ ‘เพื่อน’ ที่หนูไว้ใจได้ที่สุดก็พอ พี่อยากให้หนูรู้ว่า... ไม่ว่าโลกข้างนอกจะใจร้ายกับหนูแค่ไหน ตรงที่พี่อยู่ จะเป็นพื้นที่ที่หนูไม่ต้องระแวงอะไรทั้งนั้น”
แพรฟังแล้วน้ำตาคลออีกครั้ง แต่คราวนี้เธอยิ้มจาง ๆ ได้จริง ๆ
แพรมองเห็นความจริงใจในตาพี่เอก มันคือความรักที่เติบโตขึ้น ไม่ใช่ความรักที่เห็นแก่ตัวเหมือนเมื่อก่อน
“พี่เอก... ขอบคุณนะคะ หนู... หนูรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะที่พี่ไม่กดดันหนู
หนู... หนูยังไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้หนูดีใจที่มีพี่อยู่ตรงนี้จริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณนะคะ... ที่ไม่ทำให้หนูรู้สึกผิดที่ยังไม่พร้อมให้อะไรพี่เลย”
พี่เอกยิ้มตอบ แล้วยกแก้วน้ำขึ้น
“งั้น... เราไม่ต้องรีบคิดอะไรทั้งนั้นนะครับ กินข้าวให้อร่อยก่อน แล้วค่อยว่ากันวันต่อ ๆ ไป
พี่สัญญาว่าจะอยู่ข้าง ๆ หนูแบบนี้ จนกว่าหนูจะบอกว่าพอ”
ทั้งคู่ยกแก้วน้ำชนกันเบา ๆ แล้วกินข้าวต่อเงียบ ๆ แต่บรรยากาศไม่ตึงเครียดอีกต่อไป
แพรรู้สึกว่า... อย่างน้อยวันนี้ เธอไม่ได้อยู่คนเดียวจริง ๆ แล้ว
**ตัดภาพไปที่มหาวิทยาลัย — บ่ายวันเดียวกัน**
แพรกับพี่เอกกลับมาถึงมหาลัยพอดี (พี่เอกขับรถส่งแพรที่ลานจอดรถคณะ)
แพรลงจากรถ แล้วหันมายิ้มให้พี่เอกเบา ๆ
“ขอบคุณนะคะพี่เอก... วันนี้หนูรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะคะ”
พี่เอกพยักหน้า แล้วยิ้มตอบ
“ครับ... ดูแลตัวเองดี ๆ นะ”
แพรเดินเข้าตึกคณะช้า ๆ
แต่พอเดินเลี้ยวโค้งมาถึงบริเวณหน้าห้องทำงาน
เธอชะงักกึก
พี่กรยืนรออยู่ตรงนั้น
ท่าทางโมโหมากจนเห็นชัด — หน้าตึง คิ้วขมวดแน่น มือกำแน่นข้างลำตัว
สายตาที่มองมาเจอแพรตอนนี้ไม่ใช่แค่คิดถึงหรือเสียใจอีกต่อไป
มันเป็นความโมโหผสมความหึงหวง
พี่กรก้าวเข้ามาหาแพรทันที (ฝีเท้าเร็วและหนักแน่น) แล้วพูดเสียงต่ำแต่สั่นด้วยอารมณ์