บทที่ 101
“เราพบท่านชายในตอนที่ท่านได้ผ่านชีวิตอันแสนยากลำบากปากกัดตีนถีบในสังคมชั้นล่างที่แสนจะเลวร้าย.. แม้ว่าเราจะหยุดให้การสนับสนุนหลังจากคุณท่านได้เสียไป แต่แม่ชีท่านนั้นก็ไม่เคยลืมบุญคุณของคุณท่านที่เคยมีต่อโบสถ์แจ้งข่าวกลับมาทางกระผม.. ซึ่งในเวลานั้นผู้ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดก็คงจะเหลือเพียงแค่กระผมเท่านั้น กระผมเห็นว่านายหญิงยังเด็กเกินไปจึงไม่ได้กล่าวอะไรให้ได้ทราบ และคอยช่วยเหลือท่านชายภาวินอยู่ห่างๆขอรับ..”แซมสันยังคงกล่าวพร้อมกับน้ำตา มีหลายครั้งที่เขาใช้เงินส่วนตัวเพื่อซื้อ และอุดหนุนจากท่านชาย แม้ว่ามันจะเป็นเพียงขนมที่แข็งอย่างกับหินก็ตาม แต่ด้วยคำสัญญาที่พวกท่านทั้งสี่ได้ตกลงกันเอาไว้ เขาก็ได้แต่ทานมันไปทั้งน้ำตา.. ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรับรู้เรื่องราวอันเสียสละของท่านหญิงแม่ของท่านชายภาวินเลย และเข้าใจเหมือนกับคนอื่นๆ แม้แต่ตอนทำข้อตกลงในตอนนั้นเองก็ด้วย เขาเป็นคนเดียวที่พยายามคัดค้านนายท่าน แต่เมื่อเขาได้รับรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว เขาก็ได้แต่ซาบซึ้งในบุญคุณของท่านหญิงสุภาวิณีที่เสียสละตัวเอง..“งั้นเรื่องนี้บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดนั้นก็คือ หนึ่งท่านพ่อกับท่านหญิงสุภาวิณีเป็นเพื่อนรักกัน ไม่ได้มองกันในมุมมองของคนรัก.. สองคือท่านพ่อก็รักท่านแม่ แต่การกระทำของท่านหญิงที่เสียสละตัวเอง ทำให้ฉันเข้าใจท่านผิดไป.. สามคือ ฉันเป็นคู่หมั้นตามคำสัญญาของท่านทั้งสี่คน ฉันเข้าใจถูกต้องไหม..” พิชญ์กล่าว“ถูกต้องขอรับนายหญิง.. แต่กระผมก็ทำได้เพียงชี้แนะเท่านั้น หากท่านหญิงมิได้ประสงค์จะแต่งงานกับท่านชายภาวิน กระผมก็ไม่สามารถคันค้านอะไรได้ขอรับ..” แซมสันกล่าว“ได้ยังไงกัน!.. เราต้องเคารพคำมั่นของท่านทั้งสี่เอาไว้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ตาม.. อีกอย่างตัวฉันก็ไม่ได้รังเกียจภาวินเขาสักหน่อย..”พิชญ์กล่าวพร้อมกับใบหน้าที่ดูเขินอายเล็กน้อย เรื่องในอดีตของเธอกับภาวินที่มีต่อกัน มันเป็นสิ่งที่สวยงาม และเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่สามารถรักใครหรือชอบใครหลังจากลืมเขาไป มันก็เป็นเพราะรอยยิ้ม และข้อตกลงลับของทั้งสองคนที่เคยมีร่วมกันก็เป็นได้“... เออ ขอรับนายหญิง แล้วท่านอยากให้กระผมคนนี้ช่วยเหลือในด้านใดหรือเปล่าขอรับ” แซมสันสตั๊นท์ไปเล็กน้อย มันเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่สามารถทราบได้ และยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อน“ไม่ยาก.. นายแค่จัดเตรียมเครื่องบินของเราให้พร้อม ฉันจะเดินทางไปพบกับภาวินด้วยตัวเอง.. อีกอย่างฉันต้องการให้นายรวบรวมข้อมูลของเขาอย่างลับๆให้ที.. แค่นี้ทำได้ใช่ไหม” พิชญ์กล่าว“แน่นอนขอรับนายหญิง..” เมื่อแซมสันได้รับคำสั่งแล้วเขาก็รีบออกไปจัดการธุระในส่วนนี้ด้วยความดีใจในทันที ในครั้งนี้เขาเต็มใจที่จะกระทำ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของคุณท่านทั้งสี่เอง หรือจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือให้ตระกูลที่เขารับใช้นั้นหลุดพ้นจากคำสาปเสียที.. ‘ภาวิน.. เจ้าสาวคนนี้กำลังจะเดินทางไปพบแล้วนะคะ.. หวังว่าภาวินจะไม่ลืมพิชญ์นะคะ..’ พิชญ์กล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าอมยิ้มออกมา.. กลับมาทางด้านของโอ๊ตที่ไม่ได้รับรู้เรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นเลย ผู้คนหลายท่านหลายนายต่างเคลื่อนไหวเพียงเพราะเขามีปัญหาเล็กน้อยที่ทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ หลังจากที่โอ๊ตหันไปเอ่ยกล่าวชื่อตัวเองกับหลงเปา เขาก็ยิ้มออกมาให้กับมันก่อนจะเดินจูงมือของปิงปิงเดินไปทางประตู..“เราขอจับกุมพวกคุณสองคนในข้อหา ‘ผู้ก่อการร้าย ผู้ร่วมกระบวนการปล้น และทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น’ ..”ผบ.ตร.กฤษณะกล่าวพร้อมกับใช้กุญแจมือมาจับกุมทั้งสองคนทันที เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นจะตายยังไงก็ตาม และไม่สนว่าพวกมันจะเดือดร้อนอะไรไหม“..ปล่อยตรูนะเว้ยย มันต้องเป็นไอ้นั่นสิ! พวกเราเป็นผู้เสียหายนะเว้ยยย ไปจับมันสิ! ถ้าแกยังให้ความเป็นธรรมกับพวกเราไม่ได้ แกได้เตรียมตัวเด้งกันได้เลยพ่อของฉันจะไม่ปล่อยพวกแกไปแน่.. ส่วนแก! ฉันจะจำชื่อของแกเอาไว้ ‘โอ๊ต’ สินะ..” หลงเปาร้องตะโกนโวยวาย ก่อนมันจะชี้ไปที่โอ๊ตในขณะที่เดินไปทางประตู แต่โอ๊ตก็ไม่อยากให้คุณค่าแก่มันเขาเดินไปอย่างไม่สนใจคำพูดของหลงเปาเลยสักนิด“เฮ้อ! ฉันจะบอกอะไรแกให้อย่างสองอย่างก็แล้วกัน.. แกคิดว่าตอนนี้แกยังมีอำนาจอะไรพอจะคุ้มกะลาหัวอยู่อย่างนั้นเหรอ พ่อของแกได้ขายบริษัทให้กับเราไปเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา คฤหาสน์ของพ่อแก รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรถที่แกขับมา ตอนนี้เป็นของเราหมดแล้ว.. หลังจากที่แกออกจากคุกมา ชีวิตของแกก็คงจบสิ้นแล้วล่ะ เพราะมันไม่เหลืออะไรให้แกได้ใช้อีกต่อไป..”พงษ์ภัคดีกล่าวอย่างสะใจ มันยังน้อยไปด้วยซ้ำที่มันจะโดน และมันจะต้องทุกข์ทรมานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะมันบังอาจที่จะใช้ปากอันสกปรกนั้นเอ่ยกล่าวดูถูก และดูหมิ่นคุณชายของพวกเขา..“แกต้องการล้อเล่นกับฉัน? พวกแกเป็นใครไม่ทราบ ในเมืองแห่งนี้ตระกูลหลงของฉันยิ่งใหญ่ที่สุด เรื่องบริษัทแกคงหาเรื่องมาหลอกฉันอย่างนั้นสินะ.. เฮ้อ! ครอบครัวของฉันไม่มีวันที่จะล่มสลายหรอก..”หลงเปายังคงอวดดีไม่เลิก เขาเชื่อว่าไม่ว่ายังไงครอบครัวของเขาก็จะไม่มีทางอับจนหนทาง เพราะรากฐานที่สร้างมาด้วยบรรพบุรุษนั้นแน่นหนาฝั่งลึกลงที่เมืองแห่งนี้แล้ว ไม่ว่าจะบนดิน หรือวงการใต้ดิน พวกเขาก็มีอิทธิพลทั้งนั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นเหมือนที่อีกฝ่ายกล่าว มันจะไม่มีวันนั้น..“เฮ้อ! กบในกะลาที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่อย่างราชสีห์ ... จะบอกให้อีกอย่าง ‘โอ๊ต’ นั้นเป็นชื่อเล่นของท่านชายเท่านั้น และชื่อจริงของท่านคือ ‘หม่อมหลวงภาวิน ณ สุวรรณภูมิ’ และตอนนี้แกกำลังมีปัญหากับพวกเราเหล่าข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์.. หวังว่าแกจะไม่โง่จนเกินไปที่จะไม่รู้จักตระกูลของพวกเราหรอกนะ..” พงษ์ภัคดีกล่าวพร้อมกับจิกตามองไปที่หลงเปา แน่นอนว่าหลงเปาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับอ้าปากค้างเลยทีเดียว“ไอ้หมอนั่นน่ะนะ.. ท่านชายตระกูลใหญ่หนึ่งในสามของเมืองหลวง.. ไม่จริงน่า! ท่านมาทำอะไรที่เมืองแห่งนี้.. ชะ..ฉันทำอะไรลงไป..” หลงเปากล่าวอย่างหน้าซีดเขียว เขารับรู้แล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยสักนิด มันเป็นเพราะว่าเขานั้นยิ่งใหญ่กว่า และใหญ่กว่ามากๆด้วย“มารู้ตัวตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว.. แน่นอนว่ารวมถึงแกด้วยอีนางผู้หญิงปากร้าย ตอนนี้ครอบครัวของแกกำลังนั่งร้องไห้ขอร้องกับตระกูลของเรา เฮ้อออ อย่าได้คิดว่าพวกเราจะสงสารพวกแกเลย.. จงมองดูตระกูลของพวกแกล่มสลายไปเสียเถอะ.. แต่ว่าแกจะได้มองสิ่งที่เกิดขึ้นในคุกที่จะขังพวกแกเอาไว้ล่ะนะ..” พงษ์ภัคดีกล่าวก่อนจะสะบัดตัวเดินตามคุณชายออกไปทางประตูทันที“เดี๋ยวก่อน!.. ชะ..ฉันยอมเป็นนางบำเรอของท่านชาย ได้โปรดอย่าทำอะไรครอบครัวของฉันเลยนะ.. ไม่ว่าท่านชายต้องการอะไรฉันสามารถทำได้ทั้งหมด ไม่ว่าท่านจะโหดร้ายกับฉันมากแค่ไหน เลี้ยงเหมือนหมูเหมือนหมาฉันก็ยอม.. ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ..” หยกกล่าวออกมาอย่างเสียสติ เธอขอร้องทั้งน้ำตา ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่หาเรื่องปิงปิงในวันนี้ ถ้าเธอรู้ก่อนว่าผู้ชายห่วยๆนั้นที่มาด้วยเป็นถึงระดับคุณชายตระกูลใหญ่ เธอจะไม่กล่าวเช่นนั้น เหตุผลหลายอย่างที่มันมาประกอบกันมันส่งผลให้เธอกระทำเช่นนั้นไป เพราะเธอมาพร้อมกับคุณชายหลงเปา ผู้ชายที่หญิงทั่วทั้งเมืองหมายปอง เธอแค่อยากจะอวดกับปิงปิงเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องทั้งหมดมันจะเป็นแบบนี้“ใช่! มันเป็นความผิดของแกนั่นแหละไอ้เวรหลงเปา.. ถ้าไม่มีแก ตระกูลของฉันอาจจะไม่ต้องเป็นแบบนี้ มันเป็นเพราะแก.. ถ้าโลกนี้ไม่มีแก บางทีฉันอาจจะเป็นคนที่กุมหัวใจของท่านชายคนนั้น ไม่ใช่เด็กที่ดีแต่เที่ยวเล่นไปวันๆอย่างแกหรอก..”หยกกล่าวพร้อมกับทุบตีหลงเปาอย่างกับคนเป็นบ้า เธอรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นเพราะเธอเป็นคนเริ่ม แต่เธอก็ไม่อยากจะเป็นคนผิด และคนผิดสำหรับเธอก็คือหลงเปานั่นเอง ส่วนเจ้าตัวหลงเปาเองก็เอาแต่เศร้าเสียใจ เขาพลาดเองที่ทำให้ตระกูลจบสิ้นเช่นนี้ เขาพลาดเองที่เลือกคบกับหญิงที่สวยแต่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น เขาพลาดเองที่ใช้เธอคนนี้เพื่อทำให้ปิงปิงนั้นอิจฉา ‘ทำไมทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ฉันคิดเอาไว้.. จากที่ปิงปิงควรจะอิจฉานางหยกนี้ และเข้ามายื้อแย่งเราเหมือนกับพวกผู้หญิงคนอื่นๆ ทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้.. ใช่! มันเป็นความผิดของอีนางหยก’ เมื่อหลงเปาคิดได้เช่นนั้นเขาก็ใช้มือของตัวเอง จับแขนหยกเอาไว้สองข้าง.. “หยุด!.. ทั้งหมดมันเป็นเพราะแกไม่ใช่เหรอ.. แกเป็นคนเข้าไปต่อว่าท่านชาย และเรียกร้องให้ฉันลงโทษกับท่าน.. แกนั่นแหละเป็นคนผิด มันเป็นความผิดของแก!.. ใช่! ฉันจะฆ่าแกซะ!” หลงเปากล่าวอย่างเหลืออด และความอดทนที่มีต่ำถึงที่สุด เขาใช้แรงที่เหลือทุ่มสุดตัวใช้มือเข้าไปบีบที่ลำคอของหยกในทันที“แกต่างหากที่เป็นคนผิด!.. แกนั่นแหละต้องตาย” จากนั้นทั้งสองก็ตะลุมบอนกันอย่างกับมีสงครามเกิดขึ้นจริงๆ กฤษณะที่เห็นอย่างนั้นก็เข้าไปห้ามพวกมันทั้งสองคน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปยังไง เขาเองก็โดนลูกหลงไปหลายทีเช่นกัน“ฉันบอกให้พวกแกหยุดไงเล่า.. ถ้าแกสองคนตายไปมันก็ไม่ทรมานอย่างกับที่พวกแกกระทำเอาน่ะสิ” กฤษณะกล่าวก่อนจะเรียกให้ลูกน้องตำรวจเข้ามาจัดการกับทั้งสอง แต่สถานการณ์ข้างนอกมันยังตึงๆกันอยู่ ในเวลานี้ก็มีแต่เขาเท่านั้นที่ต้องเขาไปตะลุมบอนกับทั้งสองคน.. ทางด้านของโอ๊ตที่ได้ยินเสียงของทั้งสองจะฆ่าแกงกันเองก็ถึงกับถอนหายใจ ตอนมาพูดกับเขายังเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ตอนนี้มาทะเลาะกันเองเสียแล้ว ก่อนที่โอ๊ตจะเดินออกไปทางประตู และเขาก็ต้องตกใจ เพราะว่าเกือบทุกคนที่เขารู้จักปรากฏอยู่ต่อหน้าของเขาในเวลานี้..“พวกแกมาทำไมกัน!...”