ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 126 : ผู้มุดอยู่ในดินรึ

    "ขอบคุณท่านเซ่าเหวินที่ลงมือ ทาสของข้าสร้างปัญหาให้ท่านแล้ว" หยางจื่อถงผู้วิเศษอ้วนแก่พูดขึ้น ใบหน้าที่เขาจ้องมองไปที่เหล่าคนแคระเต็มไปด้วยความชั่วร้าย


    "นี่คือสิ่งที่ข้าต้องกระทำท่านหยางจื่อถง ข้าคือผู้ได้รับอำนาจให้ดูแลที่นี่"


    "ควรเป็นเช่นนั้น" หยางจื่อถงพูดพร้อมโค้งกาย เขารักษามารยาทของชนชั้นสูงไว้ได้อย่างดี ก่อนจะเดินไปที่เหล่าคนแคระ ในมือของเขาปรากฏแส้ที่แปลกประหลาด


    มันโปร่งใสแต่ส่องสว่าง ตอนนี้เหล่าคนแคระคล้ายว่า ออกจากพลังคำสาปที่ทำให้ความหวาดกลัวในใจปรากฏแล้ว แต่พวกเขาก็ได้เห็นหยางจื่อถงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวแทน


    เหล่าคนแคระเอาแต่พูดว่า นายท่านโปรดเมตตา นายท่านได้โปรดอย่าได้ทำร้ายพวกข้า พวกเขายกแขนขึ้นก่อนที่แส้ประหลาดของหยางจื่อถงจะฟาดไปที่ตัว


    จุดนี้เซี่ยซีหานสังเกตเห็นเหล่าคนแคระทั้งหลาย สามารถเปลี่ยนมือของตัวเองให้เป็นเหล็กได้ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนมือหรือร่างกายให้ตัวเองเป็นเหล็กได้ แต่แส้ประหลาดที่โปร่งใสของหยางจื่อถงก็ทำให้พวกเขาเจ็บปวดได้


    'เป็นการโจมตีทางวิญญาณงั้นเหรอเนี่ย' เซี่ยซีหานเข้าใจทันที ตอนนี้ในใจลึกๆ เซี่ยซีหานแอบสงสารเหล่าคนแคระเล็กๆ แต่ปัญหาตอนนี้คือตัวเขาไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะช่วยเหล่าคนแคระได้


    "ท่านอาวุโสเซ่าเหวินเหล่าคนตัวเล็กพวกนี้คือ..." เซี่ยซีหานตอนนี้เร่งสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหล่าคนแคระ


    ในใจเขามีความคิดหลายอย่าง เขาอยากรู้ว่าทำไมที่นี่ถึงมีคนแคระได้ การออกไปหาข้อมูลเองมีแต่ทำให้เสียเวลา การสอบถามอย่างใจเย็นต่อผู้วิเศษชราที่ใจร้ายเหล่านี้เซี่ยซีหานจะได้รับคำตอบที่เร็วที่สุดแน่นอน


    "หลานชายเจ้าไม่รู้จักเผ่าชั้นต่ำ 'ผู้มุดอยู่ในดินรึ'"


    'ผู้มุดอยู่ในดินรึ?' คำคำนี้สำหรับเซี่ยซีหานมันค่อนข้างประหลาด เซี่ยซีหานเลยรีบถามว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ถูกเรียกว่าคนแคระหรอกเหรอ


    เซ่าเหวินผู้วิเศษแห่งความหลอกหลอนผู้ชราก็ได้แต่หัวเราะ ก่อนจะเล่าว่า "ใช่ใช่ อีกชื่อหนึ่งของพวก 'ผู้มุดอยู่ในดิน' ถูกเรียกว่า 'คนแคระ' และพวกมันผู้มุดอยู่ในดินก็ชอบที่ตัวเองถูกเรียกว่าคนแคระมากกว่า แต่พวกเราเผ่ามนุษย์ผู้สูงส่งกลับไม่อยากเรียกมันว่าคนแคระ นั่นเพราะชื่อเรียกว่าคนแคระนั้นถูกตั้งขึ้นโดย 'บุรุษต้องห้าม' ไอ้พวกผู้มุดอยู่ในดินมันเป็นพวกไร้ศรัทธาต่อเทพเจ้า แต่มันนับถือบุรุษต้องห้ามมาก"


    เซี่ยซีหานขมวดคิ้วเล็กๆ เขาประหลาดใจกับคำว่า 'บุรุษต้องห้าม' เล็กๆ นี่คือตัวตนแบบไหนกัน และด้วยความใคร่รู้ เขาจึงรีบถามเซ่าเหวินผู้วิเศษแห่งความหลอกหลอนว่าบุรุษต้องห้ามคืออะไร


    "หลานชายเจ้าช่างยังเยาว์วัยจริงๆ เจ้าไม่เคยไปยังวิหารแห่งทวยเทพเจ้าบ้างรึ ในทุกพระคัมภีร์ต่างมีการพูดถึงบุรุษต้องห้าม ชายผู้ชั่วร้ายที่คิดสังหารเทพพระเจ้า ว่ากันว่าในวันที่เหล่าเทพพระเจ้าทั้ง 24 พระองค์สร้างโลกใบนี้ขึ้น บุรุษต้องห้ามได้นำกางเขนต้องสาปตัดแบ่งโลกใบนี้ ทำให้เทพเจ้าในอดีตผู้เปี่ยมเมตตา 12 จาก 24 ร่วงหล่น และใช่ร่างกายของเทพเจ้าสร้างดินแดนให้เหล่าคนบาปได้อาศัยอยู่ โดยมีเผ่านางเงือก ชาวพงไพร ยักษ์หิน มนุษย์ต้นไม้ ผู้มุดอยู่ในดิน ภูตจิ๋ว ที่ได้รับร่างของเทพเจ้าไปสร้างเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ในเวลาอันเนิ่นนาน พวกเราเหล่ามนุษย์และเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่ศรัทธาต่อเทพเจ้า ต่างก็ค่อยๆ ได้รับสมบัติศักดิ์ที่สร้างด้วยร่างแห่งเทพเจ้ากลับมา พร้อมกับดินแดนของเหล่าผู้ศรัทธาในบุรุษต้องห้าม เมื่อไม่กี่พันปีก่อน ดินแดนหลักของเหล่า 'ผู้มุดอยู่ในดิน' ได้ถูกครอบครองด้วยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่แล้ว เหล่า 'ผู้มุดอยู่ในดิน' จำนวนมากถูกขายมาเป็นทาส"


    "นั่นเพราะเจ้าพวก 'ผู้มุดอยู่ในดิน' นั้นเก่งเหลือเกินในการหาแร่ธาตุต่างๆ ร่างกายของพวกมันสามารถเปลี่ยนเป็นเหล็กที่แข็งแกร่งได้ และเรี่ยวแรงของมันก็เยอะมาก แต่โชคดีที่พวกเรารู้วิธีจัดการกับพวกมันเหล่า 'ผู้มุดอยู่ในดิน' สภาวะจิตใจของ 'ผู้มุดอยู่ในดิน' นั้น อ่อนแอมาก สติปัญหาของพวกมันจะตื่นรู้เทียบกับพวกเราเผ่าพันธุ์อันทรงปัญญาอายุ 8 ถึง 10 ปี พวกมันโง่มาก หากเจ้าสนใจก็รองไปหาซื้อมันที่โรงค้าทาสของอาณาจักรเถอะ แต่เจ้าต้องรู้เอาไว้พวกนี้มันโง่มากจริงๆ มันทำได้แต่งานหยาบๆ เช่นงานขุดเหมืองให้พวกเราได้เท่านั้น หากเจ้าให้มันทำงานอย่างอื่นในระยะยาวก็อาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง"


    "แต่ข้าก็มีวิธีแก้ไข ไอ้พวกโง่พวกนี้เราจำต้องใช้สติปัญญาของเราหลอกมันเป็นระยะระยะ บอกว่าจะให้อิสรภาพกับมัน เจ้าพวกนี้เชื่อในความหวังอันไม่มีจริง ฮะฮาฮ่า"


    ครู่สั้นใบหน้าของเซี่ยซีหานเย็นชา ก่อนเขาจะหัวเราะไปกับเซ่าเหวินผู้วิเศษแห่งความหลอกหลอนผู้ชรา


    การได้เห็นใบหน้าแก่หงำหัวเราะร่ายินดีไปกับความเจ็บปวดและความด้อยโอกาสของผู้อื่น ทำให้เซี่ยซีหานเจ็บปวดอย่างประหลาด


    แต่ตัวเขาก็ไม่ใช่พ่อพระ เซี่ยซีหานบอกกับตัวเองแบบนี้ เขาจะไม่สร้างปัญหาให้กับตัวเองเด็ดขาด!


    แต่พอทอดสายตาไป เขาเห็นคนแคระที่ตัวเล็กมากมีทั้งเด็กชายและเด็กหญิงร้องไห้ และพวกเขากำลังพยายามประคองร่างคนแคระที่ดูชราที่สุดลุกขึ้น


    มือของเซี่ยซีหานสั่น แต่สุดท้ายเขาก็เลือกซ่อนมือที่สั่นไหวของตัวเองไว้ด้านหลัง และพูดกับตัวเองว่านี่ข้าเป็นอะไร ข้าช่วยเหลือพวกเขาไม่ได้ ที่นี่อันตรายเกินไป ไม่เพียงมีผู้วิเศษที่แท้จริง แต่ยังมีทั้งนักรบห้าดาบ หกดาบ และแม้แต่เจ็ดดาบอยู่ นี่ไม่ต้องพูดถึงผู้วิเศษแท้จริงอีกสามคน


    โดยนักรบเจ็ดดาบนั้นเท่าที่เซี่ยซีหานรู้ นอกจากผู้ที่เป็นผู้อารักขาท่านชายเหวินชูสองคน


    หัวหน้าผู้ดูแลที่นี่อย่างน้อยก็มีอีกหนึ่งคนที่เป็นนักรบเจ็ดดาบเช่นเดียวกัน


    'ข้าจะไม่หาเรื่องให้กับตัวเอง' ตอนนี้เซี่ยซีหานฝืนมองภาพเหล่าคนแคระถูกหยางจื่อถงผู้วิเศษแก่อ้วนเฆี่ยนตีด้วยแส้วิญญาณ


    ...


    ในคุกที่อับชื้นและมืดมิด มีแสงไฟสลัวๆ จากหินให้แสงอันน้อยนิด ประดับอยู่ด้านบนผนังถ้ำเล็กน้อย กิกิ โดยที่ไม่มีใครสังเกต ในถ้ำตอนนี้มีรากไม้เล็กยื่นออกมาหลายจุดทั่วถ้ำมืดแห่งนี้


    "เจ็บไปหมด ข้าเจ็บไปหมดทั้งตัว"


    "ข้าแทบจะขยับตัวเองไม่ได้"


    "พวกเราคงหนีไปจากที่นี่ไม่ได้ตลอดชีวิต"


    กลุ่มคนแคระร่างเล็กที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบดินหิน ตัวเหม็น และมีเส้นผมยุ่งเหยิงนอนบิดตัวไปมาอย่างน่าสงสาร บางคนอายุน้อย ไม่ว่าชายหญิง ต่างจับกลุ่มร้องไห้บ้าง นั่งหน้าเศร้าบ้าง


    "ท่านปู่กินน้ำ" เด็กหญิงคนแคระขาสั้นผมแดงสองมือของนางมีน้ำเต็มมือ นางยื่นมือรองหยดน้ำจากหินงอกเป็นเวลานานกว่าจะได้น้ำเต็มมือ และเมื่อน้ำเต็มมือนาง นางก็รีบนำเอามันมาให้ชายชราคนแคระคนหนึ่ง


    ชายชราคนแคระอ้าปาก หยดน้ำค่อยๆ ไหลลงคอ


    "ได้เวลาที่ข้าต้องทำงานของข้าแล้ว" คนแคระชรารีบพูด ก่อนจะยันกายที่เจ็บปวดจากแส้วิญญาณขึ้น ศีรษะของเขารีบหันไปมา จากนั้นก็เห็นหินก้อนหนึ่งที่มีลักษณะมุมหนึ่งมีปลายแหลม คนแคระชราหยิบมัน เพียงครู่เดียวเมื่อชายชราหยิบหินขึ้นมามันก็กลายเป็นเหล็กแทน


    ชายชราคนแคระเริ่มการแกะสลักหิน แต่หากสังเกตดีๆ ด้านหน้าของชายชราคนแคระ มีกองหินรูปปั้นแกะสลักที่แตกร้าวจำนวนมากอยู่แล้ว


    เด็กหญิงคนแคระเห็นแบบนี้นางก็เศร้าใจ


    "ทำไมท่านยังทำมันอีกท่านปู่ ไม่มีใครมาช่วยเรา ท่านแกะสลักสิ่งไร้ค่านี้ไปทำไม ทั้งๆ ที่ท่านไม่รู้ว่าท่านแกะสลักสิ่งใดอยู่"


    มือของคนแคระชราเริ่มสั่น ก่อนมองจ้องหลานสาวที่ดูราวเด็กหญิงของตัวเอง ด้านหน้าชายชราคนแคระเป็นรูปสลักที่สง่างามของบุรุษผู้หนึ่งที่มือหนึ่งถือคฑาชูขึ้นฟ้า หนึ่งมือถือหนังสือ ที่เอวมีดาบเล่มหนึ่ง มันถูกแกะสลักอย่างประณีต


    แต่ปัญหาของรูปสลักที่ทำขึ้นจากหินก้อนใหญ่พอดีมือนี้คือ... มันไร้หน้า


    อยู่ๆ น้ำตาของชายชราคนแคระก็ไหล จากนั้นเขาก็ร้องไห้ใบหน้าบิดเบี้ยว มันคือความเศร้าใจอย่างถึงที่สุด


    "เจ้าพวกมนุษย์ไม่ดีพวกนั้นช่างใจร้าย ทำไม ทำไมพวกเขาต้องขโมยความทรงจำและศรัทธาของข้าไปด้วย ข้าไม่รู้ ข้าจำไม่ได้ แต่... แต่ข้ารู้สึกได้ว่า หากข้าจำได้ จำได้ว่ารูปปั้นนี้คือใคร ใช่แล้ว ใช่แล้ว พวกเราจะได้รับการปลดปล่อย ท่านผู้นั้นต้องมาช่วยพวกเรา ท่านผู้นั้นที่เป็นรูปปั้นที่ข้าสลักอยู่"


    "ไม่ ไม่มีใครมาช่วยพวกเราทั้งนั้นตาแก่หน้าโง่" เสียงดังไม่ไกลนักจากจุดที่ชายชราและเด็กหญิงคนแคระอยู่ คนแคระหนุ่มผู้มีประกายตากล้าหาญพูดขึ้น เขาเริ่มยันกายที่นอนโทรมของตัวเองเป็นท่านั่งอย่างอ่อนแรง เขาคือชายที่เป็นผู้นำของเหล่าคนแคระ ที่พาพวกเขาลุกขึ้นสู้เพื่อหลบหนี


    คนแคระใบหน้าเด็กหญิงรีบเอามือปิดปากคนแคระหนุ่ม นางไม่อยากให้ชายหนุ่มคนแคระคนนี้พูดแบบนี้


    แต่คนแคระหนุ่มที่มีความกล้าหาญกลับไม่ฟัง เขาเอามือคนแคระหญิงออกและแผดเสียงดังซ้ำๆ


    "ไม่มีใครมาช่วยเรา ไม่มีใครทั้งนั้นตาแก่... สิ่งที่พวกเราต้องทำคือลุกขึ้นยืนและหาทางรอดด้วยตัวเอง!"


    ...


    ในห้องอันหรูหราเซี่ยซีหานนั่งพิงกำแพงถ้ำ มือข้างหนึ่งของเขาแนบไปกับพื้นถ้ำ มันเป็นรากไม้

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน