***ว่าที่ราชินี [แฟต]
"ทิ้งโฮปเอาไว้แบบนั้นจะไม่เป็นไรหรือดอง? "
"ถึงเจ้าตัวจะยังไม่รู้ แต่ฉันว่าเขาคือชายที่ไปอยู่ระดับเดียวกับคุณพ่อของฉันแล้ว ดังนั้นจึงหายห่วงได้ค่ะ"
ถ้าสายตาของฉันมองคนไม่ผิดไปก่อนนะคะ…
ตอนนี้พวกเรากำลังมุ่งหน้าลงไปที่ห้องใต้ดินของอาคาร โดยมีคุณเพกมาไทต์เป็นผู้นำทาง
จากห้องโถงพื้นหินอ่อนสีเงิน เริ่มเปลี่ยนโฉมเป็นพื้นกระเบื้องดินเผาสีเทาสกปรก
กำแพงและเสาที่ประดับด้วยผ้าบุหรูหรา กลายเป็นผนังทาสีปูนที่ดูทรุดโทรม
เพียงแค่การประดับประดาตกแต่ง ก็ทำให้ทราบได้ว่ากำลังเข้าสู่พื้นที่ชั้นใต้ดิน พื้นที่อันโสมมที่ใช้กักเก็บขยะของอาคารหลังนี้
"เหม็น! เอาตัวประกันมาคุมขังในพื้นที่แบบนี้เนี่ยนะ!? "
คุณไฮเจนพูดด้วยความโกรธแค้น
ขนาดคุกใต้ดินของพวกกลุ่มผู้ก่อการร้าย มันยังไม่เลวร้ายถึงขนาดนี้เลยค่ะ
เพราะว่าที่นี่เป็นสวนหลังบ้านของอาคาร มีตั้งแต่ห้องบำบัดน้ำ ไปจนถึงห้องบ่มขยะ
ไม่มีที่คุมขังไหน จะหยามซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีได้เหมือนที่นี่อีกแล้ว
แล้วคุณควีนดันเอาพ่อแม่ของพวกเรามาขังที่นี่…
" (... หวังว่าคงจะไม่ไปสะดุดตามนุษย์มดคนไหนเข้าละนะ) "
ฉันเริ่มชักเป็นห่วงการเคลื่อนไหวของพวกเราทั้งหกคนที่แยกตัวมาจากพื้นที่ชั้นบนที่มีผู้คนมากมาย
เพราะข้างล่างนี้มีคนอยู่น้อยมาก
ตลอดเส้นทางเดินที่สกปรกและคับแคบนี้ พวกเราเจอแค่แม่บ้านเก็บขยะเพียงสองสามคนเท่านั้น
พวกเรา เผ่ามนุษย์มดมีความสามารถในการใช้หนวดเพื่อแผ่คลื่นสมองในการสื่อสาร
นอกจากความสามารถนี้ มันยังใช้จับคลื่นสะท้อนเพื่อรับรู้ที่ว่างรอบตัวได้เหมือนกับเรด้าอีกด้วย
ถ้าฝึกให้เก่งกาจ ก็จะรู้ได้แม้กระทั้งรูปร่างของวัตถุที่จับตำแหน่งมาได้
สรุปง่าย ๆ คือเผ่ามนุษย์มดทุกคน ล้วนแต่มีเรด้าธรรมชาติติดอยู่กับตัวเอง
ดังนั้น ถ้าหากพวกเราเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ผิดปกติ แยกตัวออกมาจากกลุ่มคน คงได้มีทหารเผ่ามนุษย์มดสักคนสังเกตุเห็นเป็นแน่
แถมเป็นเพราะเผ่ามนุษย์มดสามารถแผ่คลื่นสมองเฉพาะตัวออกมาได้ เลยทำให้พวกเรารู้ได้ว่าคน ๆ นั้นคือใคร
ฉันเลยไม่สามารถใช้คลื่นสมองของตัวเองในอาคารนี้ได้
"วีดวิ้ว~ แม่บ้านคนสวยกลุ่มนั้นสนใจจะมารินเหล้าให้พี่ไหมจ๊ะ~"
มียามติดอาวุธเผ่ามนุษย์กับเผ่ายักษ์สองคนหันมาผิวปากให้พวกเรา
พวกกนั้นำลังนั่งเฝ้าห้องอะไรสักอย่าง ที่ถูกปิดตายด้วยประตูเหล็กหนา
ว่าแต่สถานการณ์แบบนี้ยังมีอารมณ์มาดวลเหล้ากันได้อีกนะคะพวกท่าน?
" (...หรือว่าฉันอาจจะคิดในแง่ร้ายไป) "
การที่ทหารและยามดูสงบ ทั้งที่พึ่งมีการก่อปฏิวัติยึดอำนาจ อาจจะเป็นเพราะคุณควีนยังไม่เปิดเผยให้ใครรู้กระมั้ง?
ทำไมถึงต้องปกปิดด้วยละ?
หรือเป็นเพราะกลัวว่าทหารจากเผ่าอื่น หรือคนที่ไม่ใช่ลูกน้องของตัวเองจะมารวมตัวยึดอำนาจกลับ?
แล้วมันเป็นไปได้หรือที่จะปกปิดให้เงียบกริบจากคนในอาคารหลังนี้ทั้งหมด?
แต่ถ้าเป็นกรณีนี้ พวกเราอาจจะพอมีความหวัง
องค์กรภายในที่เปราะบางนั้น เพียงแค่สะกิดเล็กน้อย มันก็พังทลายลงมาได้แล้ว
ฉันน่าจะใช้มันเป็นแผนการ เพื่อยึดอำนาจกลับมาจากควีนได้ในหลังจากนี้ค่ะ
แต่ถ้าคิดในแง่ร้าย คือทหารและยามทุกคนในอาคารนี้ ล้วนแต่เป็นลูกน้องของคุณควีนทั้งหมด
ถ้าเป็นกรณีนี้ ก็อาจเป็นไปได้ที่ทุกคนจะดูผ่อนคลาย เพราะไม่มีศัตรูเหลืออยู่ในอาคารหลังนี้อีกต่อไป
คนของยัยนั่นได้ครอบงำองค์กรไปมากแค่ไหนกันแล้วนะ?
ถ้าฉันมองแยกศัตรูกับมิตรพลาดพลั้งไปละก็ นั่นคงเป็นจุดจบของชีวิตตัวเองแน่นอน
"..."
จะว่าไปแล้ว
ท่านแม่…
ท่านราชินีแฟต…
คนระดับท่าน… ทำไมถึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาได้กันค่ะ…?
***
"น่าจะเป็นห้องนี้เจ้าค่ะ"
"ไม่มียามเฝ้าเลยสักคนเลยดอง~"
"รีบช่วยแล้วรีบหนีเถอะ มันเหม็น! "
ตรงหน้าของพวกเราคือห้องเก็บรถเข็นที่ตั้งอยู่ตรงข้ามของห้องเก็บขยะ
ทางเดินที่ถูกขยายออกเป็นพื้นที่พักวางสิ่งของแห่งนี้ ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
" ทุกคน อย่าประมาทค่ะ"
แต่ถ้าหากสังเกตุที่พื้นหน้าห้อง จะพบรอยฝุ่นที่เป็นรูปรอยเท้าสดใหม่จำนวนมากฝั่งทิ้งเอาไว้อยู่ที่พื้น
มีใครบางคนเคยอยู่ที่นี่ และยังมีเป็นจำนวนมากเสียด้วยค่ะ
"ฉันจะนำให้ทุกคนเอง หนูลี่ ฝากระวังหลังให้ทีค่ะ"
*ปี้~! *
พรุนเดินไปยืนตรงหน้าประตู พร้อมกับใช้มือขวาที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลจับด้ามดาบสีดำเตรียมพร้อมต่อสู้
มังกรวารีขนาดห้าเมตรที่เคยซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุม ได้เลื้อยออกมา พร้อมกับพ่นเปลวไฟสีทองขนาดเล็กออกมาจากปากเป็นเชิงสร้างขวัญกำลังใจ
" ลุยละนะคะ! "
*ปี๊! *
พรุนใช้ร่างการกระแทกใส่ประตูเหล็กตรงหน้า พังมันเข้าไปข้างใน
แสงสว่างจากภายนอก สาดส่องสู่ห้องเก็บรถเข็นขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย
"... นี่มันหมายความว่ายังไงกันค่ะเนี่ย? "
แต่สิ่งที่รออยูาข้างในนั้น กลับทำให้ฉันรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก
บนพื้นห้องข้างในมีรูกว้างขนาดใหญ่ปรากฏอยู่
รูกว้างบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหนาห้าเมตรนั้น ได้ถูกบางสิ่งบางอย่างเจาะทะลุจนเป็นรูกว้างขนาดห้าเมตร
ที่มุมของห้อง มีเผ่ามนุษย์มดสิบคนถูกอัดน่วมสุมวางกองรวมเอาไว้อยู่
ส่วนคนที่ยืนอยู่ใจกลางห้องหน้ารูบนพื้น คือราชินีเผ่ามดทั้งห้าคนที่มีความสูงสี่เมตรจรดเพดาน กับขุนพลของพวกเธอ
"อ่าว? นั่นใช่แฟตลูกแม่กับเพื่อน ๆ ของเธอหรือเปล่า? "
"สมกับเป็นลูกสาวตัวเต็งของพวกเรา แต่แอบมาช้ากว่าบานาไปก้าวหนึ่งนะครับท่านองราชินีแฟต"
ท่านแม่กับท่านพ่อหันมาทักทายฉันที่กำลังยืนงง ด้วยน้ำเสียงประดุจกล่าวต้อนรับลูกที่กลับมาเยี่ยมบ้าน
เออ… มันเกิดอะไรขึ้นกันค่ะเนี่ย?
" แฟต! ตอนนี้เหลือแต่พวกเธอแล้วนะ! รีบลงมาได้แล้ว เดียวก็ถูกจับได้ก่อนหรอก! "
" เสียงนั้น… พ่อหรือค่ะ!? "
" พรุน!? ทำไมลูกถึงมาอยู่ที่นี่ได้!?! "
ส่วนเสียงที่ดังขึ้นมาจากรู คือเสียงแปดหลอดอันทรงพลังของ ผอ. บานา ไม่ผิดแน่นอนค่ะ
ฉันว่าพอจะเรียบเรียงเหตุการณ์ได้แล้วค่ะ
ดูท่าว่าที่พ่อกับแม่ของพรุนหายตัวไปนั้น เป็นเพราะกำลังรีบมุ่งหน้ามาที่นี่
ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมบอกให้พรุนรู้ คงคิดว่าไม่อยากให้ตามมาเสี่ยงอันตรายด้วยนั่นละ
และตอนนี้ ก็คือช่วงเวลาที่พวกเขากำลังจะมุดดินหนีออกไปพอดีค่ะ…
" นี่~ เกิดอะไรขึ้นข้างบนนั้นอ่า~ เค้าหิวแล้วน้า~ รีบ ๆ มากันได้หรือยาง~"
"ไม่มีอะไร รออีกสักครู่นะเปอร์ไซด์! "
ผอ. บานา คุยกับใครสักคนในรูนั้น ก่อนจะปีนขึ้นมาข้างบน
"ลูกจริง ๆ ด้วย! "
"พ่อค่ะ!? อย่าบอกนะว่าแม่เองก็มาด้วย! "
"แม่เจ้าเฝ้าทางเข้าอยู่ที่บ้านพร้อมกับพวกพี่ของเจ้านะ ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงไม่กลับบ้านละ? มาทำอะไรที่นี่? "
" นั่นคำถามของหนูต่างหาก! หนูมาเพื่อช่วยพ่อแม่ของเพื่อนหนู ถ้าพ่อจะมาตั้งแต่แรก ก็ช่วยบอกกันบ้างสิ! จะได้ไม่ต้องเสี่ยงถูกหน่วยปราบจลาจลไล่ล่า! "
"เออ… จะว่าไปก็ลืมเปิดมือถือเลยแฮะ ฮะ ฮะ ฮะ! ว่าแต่นี่ถูกไอพวกนั้นล่ามากันหรอกหรือเนี่ย? เก่งนะที่รอดมาได้"
" เกือบตายเลยละคะพ่อ! ... แล้วที่พูดว่าปากทางเข้าจากบ้าน… อย่าบอกนะว่าพ่อขุดมาจากสวนของโรงแรมที่พวกพ่อพักกันอยู่นะ? "
" ถูกต้อง ข้าต้องให้พวกพี่ ๆ ของเจ้าช่วยกันคนออกแทบแย่ เพื่อไม่ให้คนของโรมแรมว่าโวยพ่อเลยนะ ฮะ ฮะ ฮะ! "
"..."
ฉันมองดูสองพ่อลูกเผ่ายักษ์คุยกันอย่างออกรส แล้วหันไปมองพื้นคอนกรีตตรงหน้า
ต้องมีแรงควายบ้าบอขนาดไหน ถึงจะขุดเจาะทะลุเนื้อคอนกรีตเสริมเหล็กหนาห้าเมตรมาได้คะ?
" แล้วนี่ขุดมาได้ยังไงกันค่ะพ่อ? "
" ใช้หมัดชกใส่ดินกับคอนกรีตรัว ๆ มานะลูกรัก"
ผอ. บานา เบ่งกล้ามโชว์ให้พวกเราดู ราวกับจะโอ้อวดผลงานของตัวเอง
ใช้มือเปล่าขุดมาเนี่ยนะ…
"ส่วนพ่อแม่ของเพื่อนเจ้า กับคนอื่นที่ถูกจับมา ป่านนี้คงมุดดินกลับไปถึงอีกที่บ้านกันแล้ว ทุกคนปลอดภัยดีไม่ต้องห่วง"
ผอ. บานา หันไปบอกกับพวกลิลลี่ แล้วกระโดดกลับลงไปในรูด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนต่างรู้สึกโล่งใจที่พ่อแม่ของตัวเองปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือแล้ว
แต่ฉันนี่สิ กลับรู้สึกสับสนและเหมือนคนโง่ที่ต้องออกแรงเสี่ยงชีวิตมาถึงที่นี่
ถึงจะไม่รู้ว่าใช้วิธีไหน แต่คนที่หาทางส่งข่าวออกไปเรียกความช่วยเหลือจาก ผอ. บานา คงเป็นคุณแม่ของฉันเองนี่ละคะ
ท่านแม่นะเป็นคนกว้างขวาง ถึงใกล้จะลงโลงแล้ว แต่ท่านมีเส้นสายกับแต่ละเผ่ามากมายเลยละ
คน ๆ นี้นะ เป็นจอมวางแผนที่ไม่เคยยอมให้ตัวเองกับท่านพ่อสุดรักต้องตกอยู่ในอันตรายอยู่แล้ว
ฉันน่าจะรู้ตัวว่าคนอย่างท่านแม่นะ คงต้องมีแผนสำรอง---
ในตอนนั้นเองที่ฉันเริ่มรู้สึกมองเห็นถึงชิ้นส่วนบางอย่างที่เชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว
ทุกอย่างมันดูขัดแย้งกันอย่างน่าประหลาด
ทำไมคนที่มีความสามารถขนาดนี้ ถึงยอมปล่อยให้ตัวเองถูกจับ?
ทั้งเหตุการณ์ตั้งแต่ที่ปล่อยให้ตัวตนอย่างโนอาร์เดินไปมาได้อย่างอิสระในเมือง
การเคลื่อนไหวที่เหมือนจะจงใจปล่อยให้เรื่องราวความขัดแย้งวุ่นวายมากยิ่งขึ้น
ทั้งเหตุการณ์ในวันประลองยุทธ์ที่มีจำนวนยามเฝ้าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
และยังวันนี้ ที่คุณแม่ถูกคุณควีนลูบคมถึงปลายจมูก
อย่าบอกนะว่าคน ๆ นี้…
"...ท่านแม่ค่ะ"
"มีอะไรหรือลูกแฟต? "
"ทุกอย่าง… คือแผนของคุณใช่ไหมคะ? "
"พูดอะไรของลูกกันหรือ? "
คุณแม่ว่าเช่นนั้น แต่รอยยิ้มของนางทำให้ฉันรู้ว่าฉันคิดถูกต้อง
ใช่แล้ว… คน ๆ นี้นะ
"คุณ… คือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างใช่ไหมคะ? "
***
พริบตานั้น ทุกคนในห้องก็เงียบเสียงและหยุดนิ่งราวกับเวลาได้ถูกแช่แข็งเอาไว้
"คุณแม่… ไม่สิ คุณองราชินีแฟตจงใจวางแผน เพื่อให้เกิดสงครามกับชนเผ่าท้องถิ่น… จงใจสร้างเวที… เพื่อให้พวกฉัน หรือตัวฉัน… มีผลงานและเป็นราชินีใช่หรือไม่คะ? "
ฉันไม่อาจคิดเป็นอย่างอื่นไปได้แล้ว
" โฮ่? ทำไมถึงคิดแบบนั้นกันละ? "
"คุณองราชินีแฟตเคยบ่นว่าอยากรวบรวมอาณาจักรอาร์โทโพดาของพวกเราเผ่ามนุษย์มดให้เป็นหนึ่งใช่ไหมละคะ? "
" ใช่ จำได้ว่าเคยพูดแบบนั้นอยู่"
" ดังนั้นแล้ว คงไม่มีเวทีไหนที่เหมาะสมจะเข้ามารวมอำนาจ มากเท่ากับเวทีที่ผิดปกติอย่างยามสงครามแล้วใช่ไหมละคะ? นามของวีรบุรุษสงครามน่าจะใช้เป็นแรงจูงใจผู้คนได้มากเลยใช่ไหมละคะคุณองค์ราชินี? "
"..."
เธอไม่ยอมเอยคำพูดตอบกลับ และทำเพียงแต่ส่งร้อยยิ้มอันน่ารังเกียจกลับมาให้
"หนึ่งในคนที่มีอำนาจและดูแลงานประลองยุทธ์ในวันนั้นก็คือคุณ
คุณสั่งให้ลดเวรยามอย่างไม่จำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นใช่ไหมละคะ?
คุณอยากให้พวกเราขัดแย้งกับชนเผ่าท้องถิ่นที่นี่ เพื่อสร้างเวทีสงครามให้เกิดวีรชนใช่ไหมละคะ? "
ใช่… คุณนะรู้ว่าฉันใกล้ชิดกับไพไรต์ ชายคนที่น่าจะใกล้เคียงกับการเป็นผู้นำของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ในอนาคต
และด้วยเหตุนี้---
" คุณเลยยอมให้ตัวเองถูกคุณควีน พี่น้องของฉัน หรือก็คือลูกสาวของคุณเแงมายึดอำนาจ!
คุณจงใจเปิดช่องให้ลูกสาวตัวเองมาปฏิวัติ! หลังจากนั้นก็แอบลอบหนีออกไปได้ คงตั้งใจจะพลักดันเธอคนนั้นให้กลายเป็นตัวร้าย แล้วหาใครสักคนขึ้นมาเป็นฝ่ายดีชิงอำนาจกลับ เพื่อสร้างวีรกรรม เพื่อรวบอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างชอบธรรมใช่ไหมละคะ!? "
แล้วคนที่ใกล้เคียงกับตำแหน่งนั้นก็คงไม่พ้นฉันคนนี้
" นี่ท่านตั้งใจจะสังเวยชีวิตลูกสาวคนหนึ่ง เพื่อให้อีกคนกลายเป็นยอดวีชรสตรีเผ่ามนุษย์มดอย่างงั้นหรือค่ะ!
คุณ… คุณนะ อยากได้ผู้สืบทอดคนใหม่ที่สามารถรวมอำนาจอาณาจักรมนุษย์มดเข้าด้วยกันได้ จนถึงกับยอมวางแผนให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเลยใช่ไหมค่ะ!? ”
ฉันพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากจะเชื่อออกไปให้คุณแม่ฟังต่อหน้าทุกคน
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือการที่พวกท่านพ่อ หรือแม้กระทั้งราชินีคนอื่น ต่างกลับดูไม่ตื่นตระหนกหรือตกใจเลยสักนิด
ผิดกับ ผอ.บานา ที่โผล่หัวมาจากรูพร้อมกับอาปากค้างไปแล้ว
อะไรกัน… จะบอกว่าราชินีทุกคน รวมไปถึงคุณพ่อที่อ่อนโยนคนนั้น ก็ยังเห็นด้วยกับแผนการบ้า ๆ นี้อย่างงั้นหรือค่ะ….
“เผ่าของพวกเรามันบ้า ต้องต่อสู้ให้เห็นเลือด ต้องยอมรับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งพอปกป้องทุกคนได้ จึงจะยอมสยบก้มหัวให้ หรือไม่ก็แยกตัวออกไปสร้างอาณาจักรใหม่ ถ้าเป็นกรณีนั้น ปัญหาของการแย่งชิงที่ดินกับทรัพยากรจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น"
นี่มันไม่ใช่คำตอบนะคะ…
ตอบคำถามของฉันก่อนสิค่ะคุณแม่…
ตอบคำถามของฉันก่อนสิค่ะคุณพ่อ….
"พวกเรานะมีอายุขัยเฉลี่ยเพียงสี่สิบปีเท่านั้น และปัจจุบันนี้พวกเราก็ใกล้ถึงอายุขัยเฉลี่ยที่ว่านั้นแล้ว
เจ้า… เจ้าต้องรู้ว่ามันถึงเวลาที่พวกเราต้องวางมือแล้ว"
“...หมายความว่ายังไงคะ? ”
“แผนของพวกเราคือเลือกที่จะ [ไม่ยุ่งอะไร] แล้วเชื่อมั่นในตัวพวกลูก ๆ ต่างหาก”
“... ฉันไม่เข้าใจค่ะองราชินี”
“พวกเราไม่ได้เอาปืนไปจ่อใครให้มาก่อการร้าย หากแต่เป็นพวกเขาที่เลือกจะก่อการร้าย
พวกเราไม่ได้บีบบังคับให้ใครโจมตี แต่เป็นพวกเขาที่ตัดสินใจโจมตี
ควีนไม่ได้ถูกบังคับให้เลือกก่อปฏิวัติยึดอำนาจ แต่เป็นเธอคนนั้นที่เลือกเส้นทางนี้
แม้แต่แฟต ลูกน้อยของแม่ เธอเองก็เลือกที่จะมาช่วยแม่ทั้งที่ปากบอกว่าจะแย่งอำนาจจากแม่ เพื่อแย่งพ่อไปจากแม่มิใช่หรือ?
ทุกอย่าง ล้วนแต่เกิดจากมูลเหตุของผู้คนที่แสดงเจตนารมณ์ของตัวเอง มิใช่พวกเราที่สร้างมันให้เกิดขึ้น"
"..."
"ดังนั้น อนาคตหลังจากนี้ไม่ควรเกิดขึ้นจากพวกเราที่ไม่รู้ว่าจะหมดอายุขัยพรุ่งนี้เลยหรือไม่ หากแต่ควรเป็นพวกเจ้า คนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าที่มีแนวคิดธรรมเนียมแบบใหม่ให้กับเผ่าพันธุ์ของพวกเราต่างหาก”
"จะบอกว่าแผนของคุณ คือการคิดถึงพฤติกรรมของทุกคน แล้วจงใจเปิดช่องเพื่อคน ๆ นั้นเดินเข้ามาแทรกแทรง… ไม่สิ คนระดับท่านนะ คงวาดภาพเอาไว้ว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้สินะคะ ภาพที่ฉันกับควีนชิงอำนาจ แล้วไปผูกมิตรกับอีกฝ่ายด้วยเส้นสายที่มีกับไพไรต์คนนั้น"
"แม่ไม่ได้มีพลังวิเศษมองเห็นอนาคตได้หรอกนะ"
" โกหกค่ะ รอยยิ้มของคุณบอกฉันว่านี่เป็นไปตามสิ่งที่คุณคิดเอาไว้ค่ะ"
" จะคิดแบบนั้นก็ตามใจเจ้านะลูกรัก"
… เกลียดค่ะ
แผนการแบบนี้ มันจะสำเร็จสวยงามได้เพียงแค่เพราะ [ไม่ยุ่งเกี่ยว] กับ [เชื่อมั่น] หรือคะ?
" คุณวางแผน โดยที่ไม่ทราบว่าอนาคตคุณไพไรต์คนนั้นจะได้กลายเป็นผู้นำจริงหรือไม่?
คุณ… ไม่คิดหรือว่าฉันอาจจะตายไปก่อนตอนที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันในครั้งนั้นหรือคะ?
คุณ… จะมั่นใจได้ยังไงยังไง ว่าทุกตัวละครเอกของคุณจะเดินรอยตามสิ่งที่คุณคิด?
ถ้าหากว่าอนาคตเกิดไพไรต์คนนั้นเป็นบ้าล้างบางเผ่าพวกเราขึ้นมาละคะ?
หรือกลับกัน ถ้าหากฉันพ่ายแพ้ คุณถูกสังหาร แล้วควีนรวบอำนาจจนนำไปสู่ตอนจบที่กวาดล้างทุกเผ่าของทวีปนี้ ถ้าเป็นแบบนั้น คุณจะว่ายังไงละคะท่านองราชินี? "
" หึ หึ หึ… นั่นสินะ ถ้าเป็นแบบนั้นคงลำบากแย่ เพราะฉะนั้น รบกวนลูกช่วยแม่ทีสิ แม่กับพ่อเจ้าอายุมากแล้ว ไม่มีแรงมากพอจบเรื่องน่าปวดหัวนี้ได้หรอกนะ"
คุณแม่ส่งรอยยิ้มที่น่ารังเกียจมาให้ฉันอีกครั้ง
ถ้าหากยิ่งเข้าใจตัวตนของเขามากขึ้นแค่ไหน ก็จะยิ่งทราบถึงพฤติกรรมและคาดเดาอนาคตได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น
นั่นคือสิ่งที่คุณแม่เคยสอนฉันเอาไว้
แต่ถึงกับวาดภาพมาได้ไกลถึงในจุดนี้ได้…
ปีศาจชัด ๆ เลยค่ะ
"... รู้ตัวไหมค่ะว่าเป็นเพราะแผนของคุณ เลยทำให้มีคนตายมากมายนะคะ"
"บางครั้งผู้นำอย่างพวกเราก็ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ยากลำบาก และฉันคือคนที่ยึดถือผลประโยชน์ของเผ่ามนุษย์มด ชาว [อาร์โทโพดา] เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรก"
ความขัดแย้งระหว่างทวีป
ปัญหาการเมืองภายใน
ความละโมภของพ่อค้า
ความเชื่อศรัทธา
ศักดิ์ศรี
ใช่ ฉันรู้ว่ามันยากที่จะจบเรื่องความขัดแย้งพวกนี้ได้โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ
แต่พวกเรามีสติปัญญา…
อย่างน้อย…
อย่างน้อยมันก็น่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้สิค่ะ…
"... หมดเรื่องที่จะพูดแล้วสินะ? ลูกจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ พวกเราจะขอออกจากเวทีนับจากตรงนี้"
"... นี่คุณตั้งใจจะให้ลูก ๆ มาฆ่ากันเองหรือคะ? "
"ถ้านั่นคือความตั้งใจของเจ้า เราก็ไม่ขอหักห้าม เจ้าโตแล้ว จงเลือกเส้นทางของตัวเองซะ"
คุณแม่พูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายมาก
ดีไม่ดีคน ๆ นี้คงเห็นภาพตอนจบของเรื่องราวนี้ไปแล้วสินะ…
ให้ตายสิ ไม่อยากให้เป็นไปตามแผนการของคน ๆ นี้เลยสักนิดค่ะ
ฉันหันไปมองทางคุณพ่อ [สเลบ] ขุนพลสุดหล่อประจำตัวของคุณแม่
เขาพยักหน้าให้กับฉันด้วยแววตาที่อ่อนโยน ก่อนจะเดินนำเพื่อพาคุณแม่หายไปในรู
"...อีกเรื่อง ทุกอย่างไม่มีวันเป็นไปตามแผนการเสมอไปหรอก ดังนั้น ลูกจงทำตามสิ่งที่ลูกต้องการได้เลย แม่จะรอดูผลลัพธ์พร้อมชาอร่อย ๆ กับสุดที่รักอยู่ในโรงแรมนะ"
คุณแม่หายเข้าไปในรูพร้อมกับคำพูดอำลาที่ชั่วร้าย
ให้ตายเถอะ ฉันละเกลียดคุณแม่ของตัวเองจริง ๆ ค่ะ