โชคดีเหลือเกินที่ระบบ้าเงินเพียง 10 นัตเท่านั้น สำหรับเตชินท์ หากเป็สมัยก่อนจุติ เงินสิบนัตเป็เพียงเศษเงินเท่านั้น หากเทียบกับเงินเหรียญที่เป็สกุลเงินหลักของโลกก็เท่ากับเงิน 1,000 เหรียญเท่านั้น
อย่างไรก็ตามปัญหาไม่ได้อยู่ที่ค่าเงินในการเทียบเคียง ปัญหามันอยู่ที่เขาต้องหามันมาให้ทันก่อนหมดเวลาภารกิจต่างหาก ต่อให้เสียเงินมากแค่ไหน เขาก็ยอม เพื่อแลกไม่ให้ถูกลงโทษระงับการเพิ่มแต้มพัฒนา 24 ชั่วโมง ให้เสียเงินเป็แสนเขาก็ยอม
“เออ..โทษนะครับ คุณ...” เตชินท์ต้องเริ่มบทสนทนากับซานเชสแต่เขาทำเป็ไม่รู้จักอีกฝ่าย และซานเชสเองก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็ยังไม่ได้แนะนำตัวเอง เขาจึงตอบรับความมีมารยาทของเตชินท์ด้วยการแนะนำตัวอย่างภาคภูมิใจตัวเองว่า “ฉันซานเชส ทุกคนต่างเรียกฉันว่าบอสซานเชส ฉันเองก็ยินดีถ้านายจะเรียกฉันเช่นนั้น”
เตชินท์ได้แต่คิดว่าชายคนนี้หลงตัวเองขั้นสุดของจริง แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากตามน้ำไป เตชินท์กล่าวต่อว่า “บอสซานเชสครับ พอดีฉันมีเื่ที่้าคุยกันเป็การส่วนตัวหน่อยจะได้ไหม?”
“อย่าดีกว่าครับบอส” หนึ่งชายที่ยืนประกบข้างซานเชสมาตลอดรีบพูดแทรกขึ้นมา แม้ว่าซานเชสเองก็สงสัยว่าเตชินท์้าอะไร แต่เขามีศัตรูเยอะ เขาจึงเลือกทำตามบอดี้การ์ดของเขาดีกว่า
เตชินท์รู้อยู่แล้วว่าซานเชสจะต้องระวังตัวมาก เขาจึงจำเป็ต้องหงายไพ่มากกว่านี้ มิฉะนั้นแผนการของเขาจะไม่คืบหน้า
เตชินท์กล่าวออกไปสั้น ๆ ว่า “เกี่ยวกับิญญาอสูร”
แม้จะไม่ได้พูดเสียงดังมากกว่า แต่มันก็ยังดังพอที่จะไปเข้าหูดาม็อง จึงทำให้เขาฉุนเฉียวขึ้นทันที เขาโวยวายใส่เตชินท์ทันทีว่า “นั่นไง นายได้ิญญาอสูรของพวกฉันไปใช่ไหม?”
เตชินท์ไม่สนใจดาม็อง ส่วนเบิร์ดก็รีบเข้าห้ามเพื่อนทันทีพร้อมกล่าวว่า “พอเถอะดาม็อง เขาลงมือเป็คนสุดท้ายได้ สิทธิ์ก็ต้องเป็ของเขาอยู่แล้ว”
“แต่เราก็ควรได้ส่วนแบ่งค่าที่ไล่ตีมันอยู่ตั้งนานสองนานนะ” ดาม็องหันเถียงเพื่อนของเขาก่อนจะมาชี้หน้าเตชินท์และต่อว่าเขาว่า “และเ้าหมอนี่ไม่ควรจะโกหกแต่แล้วด้วยต่างหาก”
ดูเหมือนจะกลายเป็เื่ที่วุ่นวายขึ้นมาเสียแล้ว แต่กระนั้นมันก็ทำให้ซานเชสสนใจขึ้นมา อย่างน้อยการโวยวายของดาม็องก็เป็การยืนยันว่าเตชินท์ไม่ได้กุเื่ขึ้นมา แม้จะไม่รู้ว่าเตชินท์ได้ิญญาอสูรอะไรมาก็ตาม แต่ถ้าเตชินท์ตั้งใจจะใช้ิญญาอสูรจ่ายแทนเงินสดเขาก็ยินดีที่จะรับเป็อย่างยิ่ง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซานเชสจึงกล่าวกับเตชินท์ว่า “งั้นพวกเราไปคุยกันที่ออฟฟิศของฉันกันดีกว่า”
“ฉัน้าขายิญญาอสูรหมูป่าหนังกรอบขั้นสามัญในราคาหนึ่งร้อยนัต” เตชินท์บอกถึงความ้าออกไปตรง ๆ
มันสำเร็จ! อย่างน้อยซานเชสก็รู้จักเงินนัตอย่างที่เตชินท์คาดหวัง เพราะเขาเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
ซานเชสไม่แปลกใจนักถ้าจะมีคนรู้จักสกุลเงินนัต แต่ต้องไม่ใช่กับมือใหม่อย่างเตชินท์เช่นนี้
เขามองเตชินท์อย่างพิจารณา และเตชินท์ก็รู้ตัวว่ามันคงแปลกถ้าคนที่ถูกเข้าใจว่ามือใหม่อย่างเขา แต่กลับรู้จักเงินนัต สกุลเงินประจำภพมรรตัย เขาจึงเตรียมคำตอบเอาไว้อยู่แล้วว่า “พอดีพ่อฉันชอบพูดถึงอยู่บ่อย ๆ เขาบอกว่าถ้าอยากจะแลกเปลี่ยนของในมิติมาตุภูมิ ก็ควรซื้อขายเป็เงินนัต”
“พ่องั้นเหรอ? พ่อนายชื่ออะไรงั้นเหรอ? เผื่อฉันรู้จัก” ซานเชสคิดว่าพ่อของเตชินท์ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เพราะคนที่รู้จักสกุลเงินนัต ในความคิดเขา ย่อมต้องเป็คนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าในภพมรรตัยมาพอสมควร เขาจึงอยากรู้เพื่อจะเป็คนรู้จัก
“เนวินครับ” ซานเชสผิดหวัง เท่าที่เขารู้ ไม่มีคนชื่อนี้ในทำเนียบคนโด่งดังของเขา
ในทางกลับกันเตชินท์เองก็บอกชื่อพ่อเขาจริง ๆ เช่นกัน เขาก็อยากรู้ว่าซานเชสรู้จักพ่อเขาหรือไม่ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังหาสาเหตุการตายของพ่อเขาไม่ได้เลย มีแค่เพียงคำพูดของคนมาแจ้งข่าวว่าพ่อและแม่ของเขาตายภายในมิติมาตุภูมิเท่านั้น นั่นจึงทำให้เขาหยั่งเสียงดูเผื่อซานเชสอาจรู้เห็นเกี่ยวกับการตายของพ่อและแม่เขา แต่ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตเลย ช่างน่าเสียดาย
“แต่หนึ่งร้อยนัตมันแพงเกินไป” ซานเชสวกกลับเข้าสู่หัวข้อหลัก “ฉันให้ได้เต็มที่แค่ห้าสิบนัตเท่านั้น”
หากเป็สมัยก่อนเตชินท์จะจุติกลับมา เขาคงด่าพ่อล่อแม่ซานเชสไปแล้ว ที่ยังกดราคาลงอีก แต่ขณะนี้เขาย้อนเวลากลับมายี่สิบปี นั่นทำให้เข้าใจได้ว่าค่าเงินมันต่างกับสมัยของเขามาก และจุดประสงค์เขา้าแค่สิบนัตเท่านั้น ส่วนที่เขาบอกอีกฝ่ายถึงร้อยนัต เตชินท์ถือโอกาสหวังหากำไรไปในตัว เพราะิญญาอสูรที่เขาได้มาก็ใช่จะกะโหลกกะลานัก
ิญญาอสูรหมูป่าหนังกรอบเป็ิญญาอสูรประเภทชุดเกราะ ถือเป็หนึ่งประเภทยอดนิยมที่ใคร ๆ ก็อยากได้ต่อให้มันเป็เพียงระดับสามัญก็ตาม หากเขานำไปขายต่อ เตชินท์เชื่อว่าเขาคงหาคนซื้อในราคาระดับห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนเหรียญได้ไม่ยาก แต่เนื่องจากภารกิจมันบังคับให้เขาหาเงินนัต เขาจึงจำยอมต้องยอมขายขาดทุนเพื่อให้ผ่านภารกิจให้ได้
ซานเชสกำลังยิ้มย่องอยู่ในใจ ราคาหนึ่งร้อยนัตสำหรับิญญาอสูรหมูป่าหนังกรอบที่เป็ิญญาอสูรประเภทชุดเกราะ ถือว่าเป็ราคาที่ถูกมาก ต่อให้เขายอมซื้อมาในราคาหนึ่งร้อยนัตทันที เขาก็ยังนำไปขายได้กำไรเป็สิบเท่าหากนำไปขายให้กับคนที่ซื้อโดยเงินนัตเช่นกัน แต่ไหนไหนจะทำกำไรทั้งที แถมอีกฝ่ายยังเป็เด็กใหม่ที่ดูจะไม่รู้ราคาที่แท้จริง นั่นจึงทำให้เขา้ากดราคาลงมาเพื่อที่เขาจะได้กำไรจากมันมากขึ้น
เตชินท์ทำท่าทางครุ่นคิด เมื่อเห็นเตชินท์ดูจะไม่เห็นด้วยกับราคาห้าสิบนัต ซานเชสจึงจะยอมเพิ่มเงินให้อีกยี่สิบ เป็เจ็ดสิบนัตเพื่อจูงใจเตชินท์เพิ่ม แต่ไม่ทันที่เขาจะได้พูดออกไป ทันใดนั้นเตชินท์ก็ได้พูดในสิ่งที่เขางุนงงเป็อย่างยิ่งว่า “ยี่สิบนัต”
“นายหมายความว่า...?” ในใจของซานเชสกำลังลิงโลด เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเตชินท์กับเขาจะใจตรงกัน เพราะเขาเองก็เตรียมจะเพิ่มให้เตชินท์อีกยี่สิบนัตแต่เตชินท์กลับกำลังจะเสนอเอง แบบนี้มันอ้อยเข้าปากช้างชัด ๆ
แต่คำพูดต่อไปของเตชินท์นั้นทำให้เขาหัวใจแทบวาย มันทำให้เขาดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินเตชินท์ตอบกลับมาว่า “ฉันขอแค่ยี่สิบนัตก็พอ ที่เหลือถือเป็ค่าใช้จ่ายที่ฉันต้องจ่ายก็แล้วกัน”
ซานเชสตอบรับข้อเสนอของเตชินท์ทันที สำหรับเขาแล้ว เหมือนเขาได้ของราคาล้านเหรียญในราคาเพียงสองหมื่นเหรียญก็ไม่ปาน สำหรับเขานี่มันกำไรอย่างท่วมท้น ส่วนค่าใช้จ่ายที่เตชินท์ต้องจ่ายรวม ๆ แล้วยังไม่ถึงสองหมื่นเลย ใครบ้างจะไม่เอา
เตชินท์เองก็ถือว่ากำไรเช่นกัน เขาได้สำเร็จภารกิจ อีกทั้งยังกำจัดิญญาอสูรตัวปัญหาได้อีก เพราะถึงอย่างไรเกราะระดับสามัญไม่ได้อยู่ในสายตาเตชินท์อยู่แล้วด้วย เขาจึงอยากจำกัดมันทิ้งไป และเพื่อตัดปัญหารู้สึกอึดอัด หากเขาใช้แล้วบังเอิญเจอกับดาม็องและเบิร์ดอีกด้วย
“ทีนี้ฉันก็ออกไปนอกหมู่บ้านได้แล้วใช่ไหม?” เตชินท์เอ่ยถามขึ้นหลังเก็บเงินและผักบุ้งเข้ากระเป๋า
“เชิญเลย ตามสบาย จะกลับเข้ามาแวะพักในหมู่บ้านอีกเมื่อไรก็ได้” ซานเชสยิ้มร่า
“แล้วไม่ทราบว่า พอจะมีแผนที่ระบุตำแหน่งสัตว์อสูรของที่นี่บ้างไหม?” เตชินท์ไต่ถามอย่างไม่คาดหวังนัก แต่ดูเหมือนเตชินท์จะทำให้ซานเชสพึงพอใจมากจนเขาเอ่ยปากออกมาอย่างว่าง่ายว่า “ไปขอที่ร้านค้าประจำหมู่บ้านได้เลย บอกว่าฉันให้มาเอา”
เตชินท์เองก็ไม่รีรออะไรอีกแล้ว เขาเดินไปอมยิ้มไป แม้การเสียิญญาอสูรเพียงหนึ่งเดียวมันจะเป็เื่ที่น่าเสียดาย แต่ถ้ามันทำให้เขามีชีวิตที่ง่ายขึ้นเมื่ออยู่นอกเขตบ้านเมืองตัวเอง มันก็คุ้มค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้
“มีก็เหมือนไม่มีจริง ๆ” เตชินท์บ่นออกมาหลังดูแผ่นกระดาษที่ซานเชสให้คำนิยามว่าแผนที่ นอกจากรูปวาดหมู่บ้านที่วาดออกมาให้ดูสวยเกินจริงกับสัญลักษณ์แสดงบอกทิศเหนือ นอกนั้นแทบไม่มีประโยชน์อะไรกับเตชินท์เลย
บนแผนที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งของสัตว์อสูรแต่ละชนิดให้ชัดเจนมากนัก พวกเขาใช้วิธีเขียนชื่อสัตว์อสูรลงไปแล้วชี้บอกทิศทางเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าอยู่ห่างจากหมู่บ้านเท่าไรหรืออยู่ใกล้กับสิ่งใด
แม้จะไม่ได้อะไรมากนักจากแผนที่ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่ารอบ ๆ หมู่บ้านต้นหอมมีสัตว์อสูรมากถึงห้าชนิด และนั่นเพียงพอที่จะทำให้เขามีแต้มพัฒนาขั้นสามัญครบหนึ่งร้อยได้ไม่ยาก
แต่ช่างน่าเสียดายที่ในแผนที่นี้ไม่ได้พูดถึงสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการขึ้นไปเอาไว้เลย ไม่เช่นนั้นการลงทุนเสียิญญาอสูรไปจะคุ้มค่ามิใช่น้อย
“ไงเด็กใหม่”
ในขณะที่เตชินท์กำลังศึกษาแผนที่อยู่ มีใครบางคนเอ่ยทักเขา เมื่อเตชินท์หันกลับไปมองว่าเป็ใคร เขาก็จดจำอีกฝ่ายได้ทันที ชายที่เข้ามาทักเขาคือคนที่ร้องทักไม่ให้เชื่อเตชินท์ในตอนแรกที่เตชินท์เสนอขายิญญาอสูร
“ฉันมีแผนที่ที่ดีกว่าแผ่นนั้นมาเสนอ” ชายคนนั้นชูม้วนกระดาษให้เตชินท์เห็นก่อนจะเสริมว่า “ในนี้มีบอกตำแหน่งสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการด้วย”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘สัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการ’ นั่นทำให้เตชินท์สนใจจนหูผึ่งทันที แต่แล้วเมื่อได้ยินประโยคถัดไป มันทำให้เตชินท์มีสีหน้าหม่นหมองทันทีเพราะชายคนนั้นกล่าวว่า “แต่ฉันขายในราคายี่สิบนัตนะ”
‘นี่เ้าซานเชสมันคิดจะกินรวบไม่ให้ขาดทุนเลยสินะ’ เตชินท์เริ่มรู้สึกอยากกระทืบคนขึ้นมาแล้ว
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ