เสียงระเบิดและเสียงกรีดร้องยังคงดังก้อง การโจมตีระลอกแรกของหลินเฟย (ลู่ซาน) สร้างความเสียหายอย่างหนักและบั่นทอนขวัญกำลังใจของกองทัพสำนักดาบฟ้าได้อย่างมหาศาล หลี่จื่อเหว่ยซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงระเบิดและยังคงตกใจไม่หาย ก็ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธและหวาดกลัว
อาจารย์ใหญ่เฉินเฟิง ผู้ซึ่งมีพลังวรยุทธที่เหนือกว่าใครในที่นั้น ได้ใช้พลังปราณของตนเองเพื่อปัดเป่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอยู่รอบประตูพรรคออกไปชั่วคราว เขาก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำลายล้าง
"อย่าให้มันได้ใจ!" เฉินเฟิงคำรามเสียงก้องไปทั่วลานประลอง "ทะลวงเข้าไป! ใครที่สามารถจับตัวหลินเฟยได้ ข้าจะให้รางวัลอย่างงาม!"
ได้ยินดังนั้น ศิษย์สำนักดาบฟ้าหลายคนก็กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง พลังปราณพวยพุ่งออกมาจากร่างของพวกเขา พวกเขาพุ่งเข้าใส่กำแพงพรรคมารอัคคีทมิฬด้วยกระบวนท่าที่รุนแรง พยายามสร้างรอยร้าวและปีนป่ายขึ้นไป
บนกำแพงเมืองของพรรคมารอัคคีทมิฬ ลู่ซาน สั่งการอย่างรวดเร็ว "จ้าวหยุน! เตรียมเครื่องยิงลูกระเบิดลำดับที่สอง! เล็งไปที่กลุ่มใหญ่ทางซ้าย!"
"ขอรับ!" จ้าวหยุนตอบรับอย่างแข็งขัน
ในขณะที่ศิษย์พรรคมารอัคคีทมิฬกำลังยิงธนูและหินใส่ศัตรู ลู่ซานก็ปรับทิศทางของเครื่องยิงลูกระเบิดอีกครั้ง โครม! โครม! ลูกระเบิดเพลิงสามลูกพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักรบสำนักดาบฟ้าที่กำลังพยายามปีนกำแพงด้านซ้าย
ตู้มมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นอีกครั้ง เปลวไฟลุกโชน เศษซากและร่างมนุษย์ปลิวว่อนไปในอากาศ สร้างความหวาดผวาให้กับนักรบสำนักดาบฟ้าที่เหลือ
"มัน... มันมีระเบิดมากมายขนาดนี้เลยหรือ!" หลี่จื่อเหว่ยตะโกนด้วยความสิ้นหวัง
เฉินเฟิงเห็นดังนั้นก็ตัดสินใจที่จะลงมือด้วยตัวเอง เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่าง พลังสีขาวนวลแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรง
"หลินเฟย! เจ้าจะต้องชดใช้!" เฉินเฟิงคำราม เขากระโดดสูงขึ้นไปในอากาศ แล้วฟาดฝ่ามือลงมาที่กำแพงพรรคมารอัคคีทมิฬอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
พลังปราณมหาศาลปะทะเข้ากับกำแพงเมืองอย่างจัง สร้างรอยร้าวขนาดใหญ่บนผนังหิน ศิษย์พรรคมารที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับเซถลาด้วยแรงสั่นสะเทือน
"ระวัง! อาจารย์ใหญ่เฉินเฟิงลงมือแล้ว!" เจ้าสำนักไป๋ซาน ตะโกนเตือนพลางเรียกดาบออกมาเตรียมพร้อมรับมือ
ลู่ซานเห็นดังนั้นก็รู้ว่ากำแพงเมืองจะไม่สามารถต้านทานพลังของเฉินเฟิงได้นานนัก เขาหันไปหยิบ "เครื่องยิงอัศนีแบบพกพา" ที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ ออกมา มันมีขนาดเล็กพอที่จะถือในมือได้ แต่ก็มีแท่งแร่สายฟ้าขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายสีน้ำเงินอ่อนๆ
"จ้าวหยุน! คอยคุมเครื่องยิงลูกระเบิดไว้ให้ดี! อย่าให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้!" ลู่ซานสั่งการ
เขาก้าวไปข้างหน้า ยืนเผชิญหน้ากับเฉินเฟิงที่กำลังเตรียมโจมตีอีกครั้ง
"ฮ่า! เจ้าคิดจะใช้ 'เล่ห์กล' ตื้นๆ ของเจ้ามาสู้กับวรยุทธที่แท้จริงงั้นรึ!" เฉินเฟิงเย้ยหยัน พลังปราณในมือเขายิ่งเพิ่มพูนขึ้น
ลู่ซานไม่ตอบ เขาเล็งเครื่องยิงอัศนีไปที่เฉินเฟิง แล้วกดปุ่มควบคุมที่ด้านข้าง ซ่า!
กระแสไฟฟ้าสีฟ้าอ่อนพุ่งออกมาจากปลายกระบอกปืนอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ พุ่งตรงเข้าใส่เฉินเฟิงที่กำลังรวบรวมพลังปราณอยู่
เฉินเฟิงตกใจเล็กน้อย ไม่เคยมีใครกล้าโจมตีเขาด้วยอาวุธแปลกประหลาดเช่นนี้ เขาพยายามใช้พลังปราณปัดป้อง แต่กระแสไฟฟ้าก็รุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ในทันที
เปรี้ยง!
ร่างของเฉินเฟิงถูกกระแสไฟฟ้าโจมตีเข้าอย่างจัง พลังปราณที่แผ่ออกมาจากตัวเขาสั่นคลอน ร่างของเขาสะท้านเล็กน้อย ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"อะไรกัน!" เฉินเฟิงคำราม เขาไม่เคยได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของคนไร้วรยุทธมาก่อน
ลู่ซานไม่รอช้า เขาปรับระดับพลังงานของเครื่องยิงอัศนีให้สูงขึ้น แล้วยิงออกไปอีกครั้ง ซ่า! ซ่า! ซ่า! กระแสไฟฟ้าสามสายพุ่งเข้าใส่เฉินเฟิงอย่างต่อเนื่อง
แม้เฉินเฟิงจะมีวรยุทธสูงส่ง แต่เขาก็ไม่คุ้นเคยกับการโจมตีด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นเช่นนี้ ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังปราณที่เคยแข็งแกร่งเริ่มอ่อนลง
"ท่านลุงเฟิง!" หลี่จื่อเหว่ยตะโกนด้วยความตกใจ
การปะทะครั้งแรกระหว่าง "วิทยาการ" และ "วรยุทธ" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และ "วิทยาการ" ของหลินเฟยก็แสดงให้เห็นถึงพลังที่น่าตกตะลึง ที่สามารถสั่นคลอนความมั่นใจของนักรบวรยุทธระดับสูงสุดได้
สงครามยังคงดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้ทุกคนเริ่มตระหนักแล้วว่านี่จะไม่ใช่การต่อสู้ที่ง่ายดายสำหรับสำนักดาบฟ้า และโลกวรยุทธกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจาก "วิทยาการ" ของบุรุษผู้มาจากต่างโลกคนนี้