Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 16

    ณ บ้านหลังหนึ่งในย่านชานเมืองรถเก๋งสีดำสุดหรูเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูบ้าน หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์บนที่นั่งด้านหลังของรถเปิดกระจกพร้อมมองทอดสายตาเข้าไปภายในบ้าน แสงสว่างจากไฟสนามสาดส่องให้เห็นว่ามีกลุ่มคนกำลังกินดื่มเฮฮาอยู่กลางสนามหญ้ากันอย่างสนุกสนาน เสียงดนตรีดังลั่นจนกลบเสียงของรถที่จอดยู่ไม่ไกล ผู้คนภายในบ้านไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ และคนที่อยู่ภายในรถก็ไม่ได้ต้องการให้ใครรับรู้ด้วยเช่นกัน“เอาซาลาเปาสองถุงนี้ไปแขวนไว้หน้าประตูบ้าน กดกริ่งเรียกสักครั้งหนึ่งแล้วรีบขึ้นรถมาเลยนะ ฉันไม่อยากให้พวกเขาเห็นฉัน” วิภาดาสั่งการคนขับรถพร้อมยื่นถุงใบโตสองใบให้อย่างรวดเร็ว“อ่า...ครับคุณดา” คนขับรถรับของมาอย่างงงๆ แต่เขาก็ทำตามคำสั่งทันทีโดยไม่ขัดข้องอะไร กรที่ล่องหนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆก็รู้สึกขัดใจขึ้นมาไม่น้อย เขาคิดว่าการขอคืนดีครั้งนี้จะเริ่มต้นด้วยดีเหมือนกับในละครหลังข่าวเสียอีก กามเทพหนุ่มจึงต้องผิดหวังไปโดยปริยาย แต่สิ่งที่น่าปวดหัวยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อชายหนุ่มหรือก็คือวุฒิไกรเจ้าของบ้านเดินแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อน เพื่อมาดูว่าใครกดกริ่ง วิภาดาที่ยังจับตามองอยู่ก็สังเกตเห็นเขาได้ชัดเจน นั่นทำให้หัวใจของเธอรู้สึกพองโตมือซ้ายเตรียมจะยื่นไปเปิดประตูรถเพื่อออกไปพบหน้าอดีตคนรักที่กำลังเดินใกล้เข้ามา แต่ภาพฉากที่ปรากฏอย่างกะทันหันนั้นกลับทำให้เธอต้องแข็งค้างไปทันที และกามเทพหนุ่มที่นั่งข้างคนขับก็เห็นเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน“เวรแล้ว!” กรอุทานดังลั่นรถ โชคดีที่ไม่มีใครได้ยิน หลังจากที่เขาได้เห็นวุฒิไกรถูกสวมกอดโดยหญิงสาว แถมเธอยังมอบจุมพิตอันร้อนแรงแก่เขาท่ามกลางสายตาของผู้คนนับสิบ หญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจินนี่รุ่นน้องที่ทำงานของชายหนุ่มนั่นเอง“คุณดาเป็นอะไรรึเปล่าครับ?” คนขับรถเปิดประตูรถแล้วเข้ามา หลังจากห้อยของไว้ที่หน้าประตูบ้านพร้อมกดกริ่งแล้ว เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางแปลกๆของเจ้านายก็กล่าวถามขึ้นอย่างอดไม่ได้“ไม่...ไม่เป็นไร รีบออกรถเถอะ ก่อนที่พวกเขาจะมาเห็น” หญิงสาวตั้งสติขึ้นมาได้ตามเสียงเรียกขาน ตอนนี้ความรู้สึกของเธอมีแต่สับสน และอับอาย เธออยากจะไปจากที่ตรงนี้ให้พ้นๆเท่านั้นโดยไม่ต้องมีข้อแม้ใดๆอีก รถยนต์คันหรูจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้แต่เพียงซาลาเปาสองถุงห้อยคู่กันไว้ที่หน้าบ้าน กว่าเจ้าของบ้านจะสลัดมือปลาหมึกของรุ่นน้องสาวผู้เมามายมาได้ก็ใช้เวลาไปเกือบห้านาที แต่ก็ไม่วายเธอกลับเกาะเขามาด้วยเป็นเงาตามตัว ซึ่งนั่นก็ทำให้เพื่อนอีกสองสามคนต้องตามมาช่วยประคองด้วยอีกทีหนึ่ง วุฒิไกรเปิดประตูบ้านออกมาก็พบกับถุงใบโตที่ห้อยอยู่หน้าบ้าน แต่เมื่อสอดส่ายสายตาไปตลอดเส้นถนนแล้วกลับไม่เห็นใครสักคน ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่น้อยจึงเปิดถุงกระดาษออกที่ตรงนั้น และสิ่งที่เขาเห็นภายในนั้นก็คือ ‘ซาลาเปาหน้าหมี’ นับสิบลูกอยู่เต็มถุง ดวงตาของเขาเบิกกว้างในทันที“ฝากเอาสองถุงนี่เข้าบ้านหน่อย เดี๋ยวฉันมา” วุฒิไกรยื่นถุงซาลาเปาให้เพื่อน แล้วก็วิ่งไปยังโรงจอดรถทันที“พี่ไกร! พี่ไกรจะปายหนาย? มาให้จินนี่กอดหน่อยซี่!” หญิงสาวเมาป่วงตะโกนเรียกชายหนุ่ม แต่ด้วยความมึนเมาเธอไม่อาจจะคว้าได้แม้แต่ปลายเส้นผมของเขา แถมตัวเองยังแทบจะล้มลงไปทั้งยืน วุฒิไกรสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์แล้วซิ่งออกจากบ้านด้วยความเร็วสูง เพื่อนๆในงานเลี้ยงต่างก็ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆก็คือเจ้าของบ้านไม่อยู่ให้ถามแล้วนั่นเอง กามเทพที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านเพื่อสังเกตการณ์ชายหนุ่มเป้าหมาย เขาก็แน่ใจได้แล้วว่าวุฒิไกรยังมีใจให้กับวิภาดาจริงๆ แม้ว่าจะมีเรื่องให้ชวนเข้าใจผิดที่เข้ามาถูกที่ถูกที่ถูกเวลาอย่างกับละครน้ำเน่า แต่การตัดสินใจตามหญิงสาวออกไปทันทีที่เห็นซาลาเปา นั่นก็แสดงว่าใจของทั้งสองคนยังตรงกัน และมีโอกาสที่จะกลับมารักกันได้อีกตามที่ภารกิจแห่งเทพประกาศออกมา ‘อืม...ฉันควรจะตามวุฒิไกรไปดีไหมนะ? แต่ท่าทางคงดื่มไปไม่เยอะ ไม่อย่างนั้นก็คงเดินไม่ไหวแล้วล่ะ ถ้าเปลี่ยนเป็นสืบหาข้อมูลจากด้านจินนี่ตอนเมาๆแบบนี้ก็อาจจะหลุดพูดอะไรออกมา...’ เทพหนุ่มยืนกอดอกคิดแผนการอย่างถี่ถ้วน แต่ยังไม่ทันจะได้ผลลัพธ์อะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ถูกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน “แหวะ.....” หลังจากเสียงเกิดขึ้นกางเกง และรองเท้าสีขาวสะอาดของกามเทพก็เปรอะเปื้อนไปทันทีด้วยเศษอาหาร และน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารของหญิงสาวคนข้างๆ“ยัยบ้านี่!” กรตกใจแทบสะดุ้งเมื่อหญิงสาวที่เขาต้องการหาข้อมูลมาอาเจียนใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว ด้วยสภาพอันย่ำแย่ของจินนี่เพื่อนๆจำเป็นต้องช่วยเหลือ และพยุงเธอเข้าบ้านไปพักผ่อน ส่วนกามเทพหนุ่มก็เดินตามไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แม้ว่าฝ่ายหญิงสาวจะมีสภาพย่ำแย่เพียงใด แต่กรก็มั่นใจว่าจะสามารถได้ข้อมูลของเธอมาแน่นอน ถึงจะไม่ใช่จากปากของจินนี่เองก็ตาม กลุ่มเพื่อนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆของวุฒิไกรในวันนี้ ล้วนเป็นเพื่อนในออฟฟิสของเขาทั้งสิ้น แน่นอนว่าทุกคนย่อมสังเกตเห็นพฤติกรรม และรู้จักนิสัยใจคอของเพื่อนร่วมงานที่แทบจะเห็นหน้ากันตลอดแปดชั่วโมงทำงานเป็นอย่างดี ซึ่งรวมถึงตัวของสาวสวยน้องใหม่จินนี่อีกด้วย“เฮ้อ! สงสารน้องจินนี่ แอบชอบไอ้ไกรมาตั้งแต่เรียนมหาลัย มาตอนนี้ทำงานอยู่แผนกเดียวกันอีกก็ยิ่งหลงไอ้ไกรเข้าไปใหญ่ แต่เพื่อนเรานี่สิดันไม่เปิดใจให้น้องเขาสักที” หญิงสาวผมสั้นกล่าวกับเพื่อนที่นั่งล้อมวงกันอยู่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด“ก็ไอ้ไกรสมองมันมีปัญหา ถึงจะโดนแฟนเก่าทำร้ายจิตใจไปขนาดนั้นมันก็ยังไม่ตัดใจจะให้ทำไงได้ล่ะ แต่ถ้ามองในแง่ดีเราก็มีเพื่อนที่เป็นคนจริงใจไงล่ะ มีเพื่อนอย่างมันดีจะตาย” ชายหนุ่มกล้ามโตกล่าวพร้อมทำหน้าล้อเลียนหญิงสาว“เฮ้ยๆๆ พูดดีๆหน่อยไอ้นี่ เรื่องที่ไอ้ไกรมันเลิกกับดาเพราะเรื่องเข้าใจผิดกัน ตอนนี้ความจริงก็กระจ่างแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นถูกจ้างมาจัดฉากใส่ร้ายไอ้ไกร แถมตัวต้นเหตุที่วางแผนตอนนี้ก็ติดคุกเพราะขายของผิดกฎหมายไปแล้ว การที่ทั้งสองคนจะกลับไปคืนดีกันมันก็เป็นไปได้” ชายอ้วนกล่าวแย้งออกมาด้วยเหตุผลยืดยาว“พอๆ พวกแกเลิกเถียงกันได้แล้ว ยังไงจินนี่ก็ดีกับไอ้ไกรทุกอย่าง แถมยังสวยระดับดาวมหาลัย เป็นเด็กนิสัยดีตั้งใจทำงาน เฉลียวฉลาด ที่บ้านก็รวย ผู้หญิงที่เพอร์เฟคแบบนี้เป็นใครอยู่ด้วยก็มีความสุข แต่ไอ้ไกรมันกลับไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของจินนี่เลย” หญิงสาวผมสั้นพูดขัดชายหนุ่มทั้งสองด้วยความฉุนเฉียว“แหวะ....” เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวผู้ถูกพูดถึงต้องทำให้วงสนทนาแตกกระจาย เมื่อเธอที่นั่งมึนอยู่ข้างๆอาเจียนออกมากลางวง“เฮ้ย! แกไปเลยนะ หามจินนี่เข้าไปนอนในบ้านเลย ดูสิสภาพหนักขนาดนี้ไอ้ไกรมันหายหัวไปไม่สนใจเลย!” เพื่อนสาวผมสั้นบ่นออกมาอีกครั้งก่อนจะช่วยกับคนอื่นหามร่างจินนี่เข้าบ้าน กามเทพหนุ่มที่ยืนฟังอยู่ก็เริ่มเห็นภาพบางอย่างขึ้นมาจากข้อมูลใหม่นี้ เพราะแสดงให้เห็นว่าจินนี่นั้นเป็นตัวขัดขวางภารกิจของเขาอย่างแท้จริง ยิ่งในตอนนี้เมื่อแน่ใจแล้วว่าวุฒิไกร และวิภาดามีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาคืนดีกัน การกำจัดอุปสรรคของทั้งสองอย่างจินนี่ออกไปก็เป็นสิ่งที่จำเป็น“ทั้งจินนี่ ทั้งเอ็ดดี้ สองคนนี้คือตัวขัดขวางความเจริญของฉันอ้ะ! ไม่ใช่สิ พวกเขาคือตัวขัดขวางความรักของคนอื่นต่างหาก อืม...แต่จะจัดการยังไงดีล่ะ?” กรกล่าวขึ้นกับตัวเองด้วยความคิดที่จริงจัง เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกีดกันคนใกล้ตัวของเป้าหมายทั้งสองออกไป โดยไม่ส่งผลกระทบอะไรเลยก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาพอสมควร