เสียงเคาะหนักๆดังขึ้นตรงหน้าประตูมุ้งลวดเมื่อภายนอกเริ่มมืดลง เมื่อมองออกไปยังทะเลสาบเทย์เลอร์ได้เห็นแสงไฟระยิบระยับจากตัวเมืองสะท้อนอยู่กับพื้นน้ำในทะเลสาบผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน
“นั่นคุณใช่ไหมเทย์เลอร์ผมคิดว่าเห็นรถ”
“เฮลโล บ๊อบ...”
“คงไม่รังเกียจนะถ้าผมจะขอเข้าไปคุยด้วยหน่อย”เสียงบ๊อบ วิลสันถามมา
เทย์เลอร์ซึ่งดื่มเบียร์เข้าไปถึง 5ขวดโดยไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยจึงไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะเปิดประตูรับใครและบ๊อบก็เดินขึ้นมาบนระเบียงเดินผ่านเทย์เลอร์ ชะโงกหน้ามองเข้าไปในเคบิน
“บ้านมันไม่เหมือนเดิมนะเมื่อขาดรอนด้ากับจิลล์”
“เอ้อ...มันก็โอเคอยู่หรอก”
บ๊อบวิลสันหันมามองหน้าเขา ยื่นมือไปให้เทย์เลอร์ััแต่แล้วบ๊อบกลับเป็ฝ่ายไม่ยอมปล่อย
“ั้แ่เกิดเื่คุณไม่เคยกลับมาที่นี่เลยนะเทย์เลอร์ผมกับเมียอยากแสดงความเสียใจกับคุณอย่างที่สุด แต่คุณไม่ยอมเปิดโอกาสให้เราเลย”เขายังคงจับมือเทย์เลอร์ไว้อย่างนั้น
“อย่าห่วงเื่นั้นเลยบ๊อบถึงยังไงมันก็ผ่านไปตั้งนานแล้ว”
“มันไม่มีทางเสร็จเรียบร้อยไปได้หรอกจนกว่าเราจะได้กล่าวคำอำลากับคนตายซึ่งคุณไม่เคยเปิดโอกาสให้เราทำอย่างนั้นได้เลยนะเทย์เลอร์ ทั้งที่รู้ว่าเราสนิทกับรอนด้ามากขนาดที่แม้ไม่ใช่ลูกก็ยังรักเหมือนลูกทีเดียวเราอยากเห็นเขามีความสุขด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกสาวคุณ”
“ก็ผมบอกแล้วยังไงล่ะว่าอย่าไปห่วงเื่นั้นเลย”
“ผมไม่ใช่สัตว์นี่”เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากเทย์เลอร์ “แล้วจนทุกวันนี้ก็ยังจับไอ้ฆาตกรระยำนั่นไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?”
“ยัง...เราเลิกพูดเื่นี้กันเสียทีได้หรือยังล่ะ?”
“ห่ะ...แล้วชีวิตคุณล่ะเทย์เลอร์?”บ๊อบขึ้นเสียง “ชีวิตที่มันอยู่อย่างว่างเปล่าเช่นทุกวันนี้น่ะ...คุณจะทำยังไงกับมัน...?”
“ไม่ต้องห่วงชีวิตผมหรอกบ๊อบ”เทย์เลอร์กระชากมือกลับ “รับรองว่าชีวิตผมมันจะต้องดำเนินไปได้ด้วยดีแน่คนที่ตายไปคือลูกกับเมียผมไม่ใช่ตัวผม...เข้าใจไหม...ผมยังมีชีวิตที่ยังจะต้องอยู่ต่อไป”
บ๊อบวิลสันถอยหลังห่างออกมา สายตาที่มองเทย์เลอร์ในยามนี้บอกความไม่พอใจ
“จีซัสเอช...ไครส์...! คุณนี่ช่างเืเย็นจริงๆ”
“ลูกกับเมียผมตายไปแล้วก็จริงแต่มันไม่ได้หมายความว่าโลกมันจะสิ้นสุดยุติลงหรอกนะบ๊อบที่เราทุกคนเกิดมาก็เพื่อตายกันทั้งนั้นไม่ว่าคุณหรือผมมันก็ต้องตายเข้าสักวันหนึ่ง แต่โลกมันก็ยังคงหมุนของมันต่อไป”
“ผมนึกไม่ถึงเลย...นึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าคุณจะดูิ่ความทรงจำเกี่ยวกับลูกเมียได้ถึงเพียงนี้ สักวันเถอะคุณจะต้องเสียใจ”
“บูลชิท...นี่คุณคิดว่าลูกเมียผมจะทำอะไรได้อีกอย่างนั้นหรือ...โทรศัพท์มาร้องทุกข์กับผมหรือไง...เขาตายไปหมดแล้วนะบ๊อบ...ตายไปหมดแล้ว...คุณเข้าใจเสียทีสิ...!”
บ๊อบวิลสันน่าจะััความผิดปกติอะไรบางอย่างในตัวเทย์เลอร์ได้ในตอนนั้นอาจจะมองเห็นสัญญาณอันตรายที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าทำให้เขายอมถอยกลับออกไปยังระเบียงด้วยสีหน้าเผือดซีด
“เอาไว้ให้คุณหายเมาก่อนแล้วผมค่อยกลับมาใหม่ดีกว่า”
“ก็ด๊าย...” เทย์เลอร์ทอดเสียงเยาะหยัน “คุณจะกลับมาตอนไหนมันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละลูกเมียผมไม่มีวันฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้อีกแล้ว...เขาตายกันหมดแล้ว”
เมื่อเพื่อนบ้านคนนั้นกลับไปแล้วเทย์เลอร์ก็ดับไฟทุกดวงในบ้านแล้วจึงได้เดินกลับไปที่ตู้เย็นหยิบเบียร์ขวดสุดท้ายที่เหลืออยู่ออกมาเปิดรสชาติของมันช่างขมขื่นเสียจนเขาเกือบสำลัก เขาเหวี่ยงขวดเบียร์ใส่ผนังเต็มแรง
“ชิท...”
เขาเดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าไปในห้องนอนกระชากรูปถ่าย3 คนพ่อแม่ลูกลงมา ทั้งรอนด้าและจิลล์ส่งยิ้มมาให้จากในรูป
“คุณน่ะตายแล้ว...ลูกก็เหมือนกันทิ้งพ่อไปนานแล้ว เพราะฉะนั้นจงอยู่อย่างคนตายเถอะ”
เขาฟาดกรอบรูปเข้ากับขอบโต๊ะเครื่องแป้งกระจกแหลกละเอียดกระชากรูปออกมาฉีกเป็ริ้วด้วยแรงอารมณ์...แล้วจึงทิ้งตัวลงนอน...ซุกหน้าอยู่กับหมอน
ดูเหมือนเขาจะหลับไปในนาทีนั้นขับกล่อมอยู่ด้วยเสียงกรนของตัวเอง...
ราตรีนั้นไม่มีทั้งฝันร้ายและฝันดี...
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาทั้งสิ้น...
เทย์เลอร์ตื่นนอนั้แ่ยังไม่ทันรุ่งสางท้องฟ้ายังมืดสนิท เมื่อมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือแล้วก็ครางออกมาเพิ่งจะตี 4กับ 45 นาทีเท่านั้น...
เขาพลิกตัวซุกใบหน้าลงกับหมอน พยายามจะหลับต่อแต่เสียงนกนางนวลหมู่หนึ่งที่เพิ่งจะโผบินออกจากรวงรังส่งเสียงทักทายกันอย่างรื่นเริงทำให้เขานอนต่อไม่ได้ในที่สุดก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง
เมื่อระบายเบียร์ทั้ง 5ขวดออกจากร่างกายเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกละอายใจก็กลับคืนมาเทย์เลอร์จดจำคำพูดที่เขาได้กล่าวกับบ๊อบ วิลสัน เมื่อคืนได้ทุกประโยคคุณพระช่วย... เขาค่อยๆ เก็บเศษกระจกที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นห้องขึ้นรวบรวมชิ้นส่วนของภาพถ่ายเอากลับไปวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง
ภายหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเขาก็ตั้งกาแฟแล้วจึงได้ออกไปนั่งที่ระเบียงรอเวลาพระอาทิตย์ขึ้นท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นแล้ว เรือบตลำน้อยเริ่มลอยลำออกสู่ท้องทะเลสาบ เ้าของเรือคงจะเริ่มออกหาปลาที่มีอยู่ชุกชุมในทะเลสาบแห่งนี้
เมื่อถึงเวลา 8โมงเศษและท้องเริ่มเตือนให้คิดถึงอาหารเช้า เขาก็ปิ้งขนมปังขึ้น 2แผ่น ทาด้วยแยมสตรอว์เบอรี่เมื่อกินขนมปังเสร็จก็ตามด้วยกาแฟอีกถ้วยถ้าอยู่ในเมืองตอนนี้เขาก็คงจะต่อสู้อยู่กับการจราจรใน่เวลาเร่งด่วนขณะเดียวกันก็จะต้องใช้ความคิดวางแผนสำหรับงานที่จะต้องทำในวันนั้นไปพร้อมกัน
มันเป็ความรู้สึกที่ดีไม่น้อยที่ได้ละทิ้งอะไรต่อมิอะไรมาเสียบ้างเช้าวันนี้เป็เช้าที่เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจเป็ที่สุดน่าจะเรียกได้ว่าเป็ครั้งแรกในรอบ 3 ปีเสียด้วยซ้ำ
บ๊อบ วิลสันปรากฏตัวขึ้นที่ท่าน้ำตอนเกือบ 9 โมงเช้าเทย์เลอร์จับตามองบุรุษสูงอายุที่จุ่มตัวอยู่ในน้ำเย็นเยือกของทะเลสาบแบทเติล เลคสระผมอยู่ด้วยแชมพู บ๊อบช่างเป็คนแก่ที่สุขภาพแข็งแรงอะไรเช่นนี้อุณหภูมิของน้ำในตอนนี้ใกล้จะถึงจุดเยือกแข็งแล้วกระมัง แต่พ่อเฒ่าก็ดูจะไม่ปรารมภ์กับความหนาวเย็นแต่อย่างใดเลย
บ๊อบวิลสันแช่ตัวอยู่ในน้ำนานกว่า 5 นาทีจากนั้นก็ยังว่ายน้ำเล่นอยู่อีกประมาณ 15 นาทีตอนที่เขาขึ้นจากน้ำนั้นเนื้อตัวแทบจะเป็สีม่วงแต่เขาก็ยังขึ้นมายืนเช็ดตัวอยู่บนท่า ทอดสายตามองออกไปยังท้องน้ำ
เทย์เลอร์เดินถือถ้วยกาแฟออกไปข้างนอกรู้ดีว่าตัวเองสมควรจะต้องกล่าวคำขอโทษบุรุษสูงอายุหรืออย่างน้อยก็ควรพูดจาให้เป็ที่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นสามีภรรยาวิลสันเป็เพื่อนบ้านที่ประเสริฐเป็คนคงเส้นคงวาเช่นนี้มาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วยิ่งกว่านั้นก็ยังให้ความช่วยเหลือดูแลสภาพภายนอกของบ้านหลังนี้อย่างดีมาโดยตลอดยอมทำทุกอย่างแม้แต่ตัดหญ้าบนสนามให้
วิลสันไม่ได้หันมามองจนเมื่อเทย์เลอร์เดินออกไปถึงท่าน้ำแล้ว
“กู๊ดมอร์นิ่งบ๊อบ...”
ชายสูงอายุหันมามองหน้าเขาด้วยสายตาบอกความระแวง
“อ้อ...”
เทย์เลอร์ยิ้มให้เขินๆอากาศในยามเช้าเย็นเยือก สังเกตได้จากอาการขนลุกที่กำลังเกิดอยู่กับบ๊อบ
“เมื่อวานนี้บังเอิญคุณเข้าไปพบผมตอนที่ผมกำลังอารมณ์ไม่ดี...” ชายหนุ่มเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“อันที่จริงผมก็น่าจะรู้...”
“คุณคงเข้าใจนะบ๊อบว่าในบ้านหลังนั้นมันมีความทรงจำมากมายเหลือเกิน มันมากจนนับไม่ถ้วน...คุณก็รู้ใช่ไหมว่าเราไม่เคยเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเลยหลังจากวันนั้นแล้ว?”
ท่าทางของบ๊อบวิลสัน ที่คล้ายจะระวังตัวมาโดยตลอดดูผ่อนคลายลง
“อันที่จริงแอนนี่เขาก็อยากจะเข้าไปช่วยทำความสะอาดบ้านให้อยู่เหมือนกันแต่เราไม่อยากทำถึงขนาดต้องพังประตูบ้านเข้าไป ก็ได้แต่ดูแลให้เฉพาะข้างนอกเท่านั้น”
“ซึ่งผมต้องขอบใจอย่างมากทีเดียว”
วิลสันยกมือเหี่ยวย่นด้วยวัยขึ้นลูบคาง
“แต่เมื่อวานคุณพูดอะไรที่มันไม่น่าฟังอย่างมากเลยนะเทย์เลอร์”
“เื่นั้นผมเห็นจะปฏิเสธไม่ได้หรอกนะคุณคงไม่รังเกียจถ้าผมจะแก้ตัวว่ามันเป็เพราะฤทธิ์เบียร์พาไป”
“อันที่จริงผมก็เคยแก้ตัวอย่างนั้นอยู่เหมือนกันแต่ก็เดาเอาว่าครั้งนี้ น่าจะเป็เพราะคุณยังเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้นอยู่”
“ช่วยพูดอย่างนี้ให้จิตแพทย์ผมฟังหน่อยสิ...”เทย์เลอร์คิดอยู่ในใจรอยยิ้มที่ต่างส่งให้แก่กันในตอนนี้บอกให้เทย์เลอร์รู้ว่าบ๊อบ วิลสันให้อภัยเขาแล้ว
“และผมก็อยากขอบคุณในความเมตตาของคุณ...ขอบคุณในทุกคำพูดที่ปลอบใจผมด้วย”
“นั่นแหละนะ ลูกชาย”บ๊อบพูดอย่างคนที่ผ่านโลกมามาก “อันที่จริงมันก็เป็อะไรบางอย่างที่ไม่ควรจะพูดบางครั้งมันก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกับผู้พูดมากกว่าผู้ฟังเสียด้วยซ้ำ” วิลสันก้าวเข้ามาหา ตบไหล่ชายหนุ่มแรงๆ “ไปที่บ้านผมหน่อยสิแอนนี่เขามีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูดกับคุณอยู่เหมือนกัน”