หมัดนี้จากริว เคนตะทรงพลังอย่างแท้จริง ก่อนที่มันจะปะทะเข้ากับคิมวู อีกฝ่ายก็รู้สึกถึงสิ่งคุกคามที่ใกล้เข้ามา
เขารีบถอนเท้ากลับโดยกระโดดถอยหลัง เพื่อหลบหมัดทรงพลังที่ดูแสนธรรมดานี้
ริว เคนตะชำนาญหมัดมวยอย่างถึงที่สุด เขาให้ชื่อการเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นหมัดตรงแข็งแกร่งที่สุด เขาฝึกฝนชกกำแพงมาตลอด กระดูกแตกนับครั้งไม่ถ้วน การฝึกฝนอย่างหนักทำให้ในที่สุดเขาก็ได้รับหมัดเหล็กคู่นี้มา
ถ้าหมัดนี้ถูกร่างของคิมวู เจ้าหนูจากเกาหลีใต้คนนี้คงกระอักเลือดแล้วลงไปกองกับพื้นอย่างแน่นอน
ฉะนั้นเมื่อคิมวูกระโดดไปข้างหลัง ริว เคนตะ ก็เคลื่อนตามไปด้วยก้าวเล็ก ๆ ที่รวดเร็ว ในขณะที่เขาดึงหมัดขวากลับตั้งท่าที่เอวแล้วส่งหมัดตรงออกไป
คิมวูคิ้วกระตุก เขารีบย่อตัวลงส่งลูกเตะกลับหลังเพื่อโต้กลับหมัดที่พุ่งเข้ามา
ผลั่ก! การปะทะที่หนักหน่วงเป็นผลให้เกิดเสียงดังออกมา ทั้งสองคนต่างถอยกันคนละก้าว ตอนนี้พวกเขารู้สึกเหมือนโดนมัดอยู่
ริว เคนตะสะบัดมือ ขณะที่คิมวูกระโดดเบา ๆ บนพื้น
“ไม่เลว นายมีความสามารถจริง ๆ ” หลังจากพูดเสร็จ ริว เคนตะก็พุ่งเข้าใส่ด้วยการโจมตีที่ดุร้ายอีกครั้ง
คิมวูยืนอยู่ที่พื้นอย่างมั่นคง เขาฟาดขาออกไปเพื่อสวนกับการโจมตี ทั้งสองคนต่างใช้ท่าที่ดีที่สุดของพวกเขาเพื่อจัดการฝ่ายตรงข้าม มันช่างน่าตื่นเต้นจริง ๆ ถึงแม้ว่า นักเรียนแล้วอาจารย์ของจีนที่ชมอยู่จะพากันคิดในใจว่า นี่มัน: น่าอาย
เหมือนเมื่อสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นอุบัติขึ้นในจีน ประชาชนชาวจีนทำได้แค่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ
ซูเฟยมีสีหน้าเบื่อหน่าย แต่ผู้อำนวยการวูแห่งสำนักงานการศึกษากลับเมินเฉยกับสิ่งนี้
“เอิ่ม...เสี่ยวซู ฉันคิดว่าน่าจะพอได้แล้ว เธอรีบจบการแข่งขันนี้เถอะ ถ้าพวกเขายังสู้กันต่อ พวกเขาจะบาดเจ็บ เราไม่สามารถปล่อยให้มีอะไรมาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของพวกเราได้”
ผู้อำนวยการวูพูดขึ้น ซูเฟยโบกมือเรียกบอดี้การ์ดที่อยู่ใกล้ ๆ
“ไป แยกพวกเขาทั้งสองออกจากกัน”
“ครับ!” บอดี้การ์ดคำนับแล้วรีบเดินไปที่เวที เพื่อพยายามแยกทั้งสองคนที่กำลังสู้กันอยู่ออก
“ขอโทษ การแข่งขันสิ้นสุดแล้ว สุภาพบุรุษทั้งสองคน กรุณากลับไปที่นั่งของคุณด้วย”
บอดี้การ์ดคนนั้นพูด
“นี่เป็นการประลองศักดิ์สิทธิ์!” ริว เคนตะ หันกลับไป แล้วทันใดนั้นเขาก็ต่อยหมัดใส่ท้องของบอดี้การ์ด
โชคดีที่ กล้ามเนื้อของบอดี้การ์ดคนนั้นออกกำลังกายมาอย่างดี ถึงอย่างนั้นน้ำหนักของหมัดก็ทำให้เขาต้องถอยกลับไปหลายก้าว แทบจะตกจากเวที
“ไม่มีใครสามารถแทรกแซงการแข่งขันที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ได้” หลังจากนั้นริว เคนตะก็หันกลับไปโจมตีคิมวูต่ออีกครั้ง เมื่อถูกริว เคนตะต่อยจนถอยหน้าแดง ๆ ของบอดี้การ์ดก็ขาว
“เขาต้องไม่ใช่นักเรียนญี่ปุ่นธรรมดาอย่างแน่นอน” อ้ายเจี่ยที่นั่งอยู่หลังเวที ขมวดคิ้วแล้วพึมพำ “ศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริง บูโดกัน เหมือนว่าฉันจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”
ทันนั้นใด ในที่สุดก็มีคนไม่สามารถนั่งเฉยได้อีกต่อไป
เมื่อรู้สึกว่าความแข็งแกร่งฟื้นกลับมาแล้ว ฉินเฉายืนขึ้นแล้วตบฝุ่นตามชุด
“คุณจะไปไหน?” เมื่อเห็นฉินเฉาอยู่ ๆ ก็ลุกขึ้น ฮานเอินซีก็สะดุ้ง ดังนั้นเธอจึงรีบถาม
“ฉันจะไปทำอะไรสักหน่อย เธอนั่งอยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วจากนั้นค่อยกลับไปหาเพื่อนของเธอ” ฉินเฉาพูดพร้อมกับยิ้ม “ตอนนี้มันค่ำแล้ว โรงเรียนไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับเธอ”
จากนั้น เขาก็เดินทอดน่องไปที่เวทีที่เกิดการต่อสู้ที่รุนแรงนั้น
เมื่อเห็นร่างที่กำลังมา ซูเฟยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ‘ถ้าเขามา ก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ’
“กลับมานี่” เธอโบกมือให้กับบอดี้การ์ด บอดี้การ์ดกลับมายืนข้างเธอด้วยความหดหู่โดยไม่พูดสักคำ
“เสี่ยวซู ทำไมถึงเรียกบอดี้การ์ดกลับมาล่ะ?” ผู้อำนวยการวูขมวดคิ้วแล้วมองไปที่ผู้อำนวยการสาว “เธอก็รู้ว่าท่านผู้นำให้ความสำคัญกับงานแลกเปลี่ยนนักเรียนครั้งนี้มาก ถ้าเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการหมางใจกัน มันจะทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเรา”
“อย่าห่วงไปเลยค่ะ ผู้อำนวยการวูการ์ดของโรงเรียนเรามาแล้ว” เมื่อได้ยินน้ำเสียงคุกคามจากผู้อำนวยการวู ซูเฟยก็พูดพร้อมกับยิ้ม
“การ์ด? การ์ดจะไปทำอะไรได้กับสถานการณ์อย่างนี้?” ผู้อำนวยการวูพึมพำ
ในตอนนี้ฉินเฉาได้มายืนอยู่บนเวทีแล้ว เมื่อเห็นชายที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับชุดที่มอมแมมเปื้อนไปด้วยเลือด ทันใดนั้นนักเรียนกวงหยวนก็ส่งเสียงเชียร์
คนอื่นไม่รู้จักฉินเฉา แต่นักเรียนโรงเรียนนี้จะไม่รู้จักได้ยังไง? จากการกระทำที่กล้าหาญ กระโดดลงมาเพื่อช่วยนักเรียนที่ตกจากดาดฟ้า แล้วก็การต่อสู้ครั้งล่าสุด ต่อสู้กับมือปืนการกระทำพวกนี้ทำให้นักเรียนประทับใจอย่างไม่รู้จบ
ด้วยการคงอยู่ของชายคนนี้บนเวที การต่อสู้ระหว่างนักเรียนที่โอหังทั้งสองจะต้องหยุดอย่างแน่นอน
“ขอโทษที่ต้องแยกพวกนายจากการร่วมรักกันนะ” ฉินเฉาหัวเราะแล้วพูด “ถ้าพวกนายชอบคาราเต้ หรือ เทควันโดมากนัก พวกนายกลับไปเรียนที่ประเทศพวกนายเถอะ ที่นี่ประเทศจีนมันอันตรายที่เด็กอย่างพวกนายจะมาเล่นกันที่นี่”
“ฉันบอกว่า อย่ามายุ่งกับการต่อสู้ที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา!” เมื่อเห็นคนจีนอีกคนปรากฏตัวขึ้นมา ริว เคนตะก็รู้สึกโกรธเขาหยุดการโจมตี แล้วส่งหมัดที่ทรงพลังตรงไปที่ฉินเฉา
แต่ฉินเฉายังคงยืนอยู่กับที่ แม้หมัดที่ใกล้เข้ามาโดยล็อกเป้าหมายมาที่เขา แต่เขาก็ไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย ริว เคนตะปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย เขาคิดว่าฉินเฉานั้นกำลังกลัว
หมับ! ใครจะรู้ ทันใดนั้นฉินเฉาก็ยื่นมือออกมาแล้วกำหมัดเหล็กของริว เคนตะได้อย่างง่ายดาย เขาก็บีบมันจนแน่น นักเรียนญี่ปุ่นคนนั้นส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเย็น ๆ ไหลลงมาจากหัว
“ลงไปได้แล้ว” ฉินเฉาดึงแขนริว เคนตะเข้ามา วางมือซ้ายบนท้องของริว เคนตะ แล้วจากนั้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวที่ไหลลื่น เขาเหวี่ยงร่างของริว เคนตะ ข้ามไหล่ตนเอง พร้อมฟาดลงบนเวทีราวกับเขากระสอบทราย
เวทีทำมาจากไม้ เมื่อถูกน้ำหนักอัดกระแทกเข้าใส่จึงเกิดเสียงลั่น ‘กร๊อบ’ พื้นที่ถูกฟาดจนทะลุด้วยแรงของฉินเฉาก็ส่งร่างของริว เคนตะ ทะลุพื้นไป พร้อมกับร่างที่หล่นลงใต้เวทีพร้อมกับประสบการณ์ที่เจ็บปวด
พวกผู้ชมทันใดนั้นก็ส่งเสียงกึกก้อง นักเรียนหลายคนยืนขึ้นแล้วปรบมือ การเคลื่อนไหวนี้งดงามมาก ด้วยการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล ฉินเฉาก็สามารถจัดการกับนักเรียนญี่ปุ่นผู้โอหังได้ในการเคลื่อนไหวเดียว
คิมวูหวาดกลัวพลางคิดว่า ‘ทำไมการ์ดที่นี่ถึงโหดอย่างนี้?’
แต่เพราะว่ามีนักเรียนจีนหลายคน แล้วเพื่อนร่วมชั้นดูอยู่ เขาไม่สามารถถอยได้
“ฮ่าห์!” เขาวิ่งเข้าไปสองก้าว จากนั้นกระโดดส่งฟร้อนคิกออกไป เป้าหมายคือหัวของฉินเฉา
“นายไม่ควรโดดสูงแบบนั้นนะ” ฉินเฉาส่ายหัว เขาสามารถหลบลูกเตะนี้ได้เพียงแค่เคลื่อนไปด้านข้าง จากนั้นเขายื่นมือไปข้างหลังเพื่อป้องกันหู่หลี่ลี่แล้วพวกจากลูกเตะของคิมวู
แต่นักเรียนเกาหลีที่เนรคุณนี้ ฉินเฉายืนอย่างมั่นคงกำหมัดแล้วต่อยเข้าใส่เท้าของคิมวู
ปัง! หมัดที่ปะทะใส่เป้าหมายพร้อมกับเสียงเหมือนยิงดอกไม้ไฟ
ปัง! หมัดปะทะกับเท้าของคิมวู คิมวูหวังว่าจะเห็นฉากที่ฉินเฉาถูกโยนไปด้านหลังด้วยลูกเตะแต่มันไม่เกิดขึ้น กลับกันร่างของมันกลับลอยไปด้านข้างนับสิบเมตร แล้วร่วงตกเวทีลงบนเก้าอี้แถวหลังที่นักเรียนเกาหลีนั่งอยู่
พวกคนดูเงียบ เมื่อเห็นหมัดที่น่าเกรงขามของฉินเฉา ไม่ใช่แค่นักเรียนต่างชาติที่หวาดกลัว แม้แต่นักเรียนในประเทศเขาเองก็พากันตะลึง
หมัดที่ทำให้คนลอยไปนับสิบเมตร พระเจ้าชายคนนี้ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?
โดยเฉพาะผู้ที่นั่งอยู่แถวสุดท้าย ฮานเอินซีปากของเธออ้าค้างออกอย่างไม่ตั้งใจ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซับซ้อน
ฉินเฉาที่แสดงความแข็งแกร่งออกมาทำให้ความคิดเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ของฮานเอินซีเปลี่ยนไป ‘นี่สิถึงเรียกว่าพลังที่แท้จริง เทียบกับเขาแล้ว คนอย่างคิมวูไม่ได้ขี้เล็บ’
‘โอ้ สวรรค์ หรือว่าฉันจะได้พบกับเจ้าชายในการมาเมืองจีนครั้งนี้กัน?’
ตาของฮานเอินซีเต็มไปด้วยสีแดงเล็ก ๆ พวกแดนเซอร์สาวที่นั่งอยู่หลังเวทีก็รู้สึกเร่าร้อนกับเขา ครั้งก่อนที่ฉินเฉาแสดงความสามารถที่น่าทึ่งในโรงยิม
เขาได้จัดการกับชายที่ถูกวิญญาณร้ายสิง เขาจะพ่ายแพ้ให้กับนักเรียนต่างชาติผู้ที่ไม่เข้าใจอะไรเลยได้ยังไง?
ในหมู่พวกเขา มีแค่หู่หลี่ลี่ที่มองฉินเฉาต่างออกไป
เป็นที่แน่นอนแล้ว เขาเป็นอย่างที่หม่าม๊าพูดจริง ๆ คนที่เกิดมาพร้อมกับกายาปีศาจ
เมื่อเห็นร่างสูงของฉินเฉา หู่หลี่ลี่ทันใดนั้นก็รู้สึกเจ็บ
‘หรือฉันจะต้องฆ่าเขาเพื่อช่วยหม่าม๊าจริง ๆ?’ เธอคิดในใจ
“ฉินเฉา! ฉินเฉา!” ทันใดนั้นฝูงนักเรียนก็ตะโกนเชียร์ดังลั่น
ในตอนนี้ ฉินเฉายืนอยู่บนเวที นักเรียนที่ใต้เวทีทันใดนั้นก็ตื่นจากความประหลาดใจแล้วเริ่มระเบิดเสียงตะโกน เหมือนคลื่นที่สาดซัด พวกเขาตะโกนกันต่อไป
“ฉินเฉา! ฉินเฉา!”
พวกนักเรียนกวงหยวนพากันส่งเสียงเชียร์เขา ตอนนี้ ฉินเฉาได้ทำให้พวกนักเรียนผู้ดื้อรั้นนับถือเขา
แกร็ก... ในตอนนี้ ริว เคนตะ ได้พาร่างกายที่ฟกช้ำปีนขึ้นมาจากหลุม แล้วพูดกับฉินเฉาอย่างงุนงง
“นาย นายเป็นใครกันแน่?”
“ฉันเป็นการ์ด” ฉินเฉายิ้มอ่อน “แค่ความรู้ในศิลปะการต่อสู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ยังกล้าคิดมาแสดงตัวที่จีน? ฉันคิดว่าพลังของฉันในจีนก็ค่อนข้างต่ำแล้วนะ แต่ในสายตาฉัน นายยังต่ำกว่าฉันอีก”
“ความเข้าใจของฉันไม่ใช่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ! ที่ฉันฝึกคือศิลปะการต่อสู้พื้นฐานที่แท้จริง (บูโดกัน/อู๋เตากัน/บูโด/อู๋เตา) !”
“ ‘อู๋เตา’ ที่แท้จริงอะไร? ฉันไม่เคยได้ยิน ฉันเคยได้ยินแต่ ‘อี้เปิ่นเตา’ ”
(บูโดกัน หรือ บูโด ในจีน สะกดด้วย อู๋เตากัน หรือ อู๋เตา ฉินเฉาตั้งใจเปลี่ยน อู๋ ที่แปลว่า 5 เป็น อี้เปิ่น หรือ 1 ราก ที่จริงแล้ว ความหมายที่แท้จริงของ อี้เปิ่นเตา คือ ‘เส้นทาง 1 ราก’ มันเป็นผู้สร้างหนัง AV ที่ลงทะเบียนในสหรัฐฯ)
“หึหึ...” พวกเด็กชายที่อยู่หลังเวทีอดหัวเราะออกมาไม่ได้
เด็กสาวพากันไม่เข้าใจ อ้ายเจี่ยอยากรู้มากขึ้น เธอได้ยินประเภทของศิลปะการต่อสู้มามาก แต่เธอไม่เคยได้ยินชื่อนี้
“รุ่นพี่ฉินเฉา! อี้เปิ่นเตา คืออะไร?” ตำแหน่งของเธอที่หลังเวทีอยู่ใกล้กับเวที ดังนั้นเธอจึงกล้าถามเขา
“อะแฮ่ม ๆ” ฉินเฉาหน้าแดงกระแอมกระไอ แล้วพูดว่า “อี้เปิ่นเตานี้เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ผู้หญิงญี่ปุ่นฝึก หลังจากฝึกสำเร็จ ผู้หญิงคนนั้นสามารถจัดการกับพวกชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย!”
“แสดงว่าอี้เปิ่นเตาทรงพลัง” อ้ายเจี่ยพึมพำ “งั้นฉันต้องไปเรียนอี้เปิ่นเตานี้ซะแล้ว”
เมื่อได้ยินอย่างนี้ พวกเด็กชายที่หลังเวทีก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
ซูเฟยก็ไม่เข้าใจสิ่งนี้ แต่ฉินหลิงกลับเข้าใจ เลขาสาวหน้าแดง เธอแอบด่าฉินเฉาว่าไร้ยางอายจริง ๆ ที่กล้าพ่นคำพวกนี้ออกมา
ผู้อำนวยการวูจากสำนักงานการศึกษาก็เหมือนจะเข้าใจ เขากระแอมแล้วพูดกับซูเฟยว่า
“เสี่ยวซู บอกการ์ดของเธอให้สนใจเรื่องอารมณ์ของชาวต่างชาติด้วย อย่าปล่อยให้เขาพ่นสิ่งที่อยู่ในใจเขาออกมา”
“คะ!?” ซูเฟยสับสน “ผู้อำนวยการวู อารมณ์ของชาวต่างชาติอะไร? ฉินเฉาพูดอะไรไม่ดีออกไปงั้นเหรอคะ? อี้เปิ่นเตานี่คืออะไร? ฉันไม่เข้าใจ”
“อะแฮ่ม ๆ” ผู้อำนวยการวูอาย เขาไม่สามารถพูดออกไปได้ พวกหัวหน้าการศึกษาคนอื่นส่งสายตาเหยียดหยามมาที่เขา
“นายสบประมาทศิลปะการต่อสู้อันศักดิ์สิทธิ์ (เซนอู๋เตา/บูโดกัน) ! ฉันต้องการประลองกับนาย!” ริว เคนตะ ตะโกนออกมา
“อย่างนายน่ะเหรอ? ไว้ประลองกับฉันในชีวิตหน้าของนายเถอะ” ฉินเฉาหัวเราะแล้วกระทืบเท้าซ้ำ ทันใดนั้นเวทีสั่นสะเทือน ริว เคนตะผู้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลุม ตกลงไปในหลุมอีกครั้ง
จบตอน#