จารึกที่ 20 : ปฐมบทศัสตราจารึก
แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทะลวงผ่านม่านหมอกโลหิตแห่งป่ากระดูกสาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่แตกหักของหอคอยชั้นสาม เผยให้เห็นฝุ่นละอองนับล้านที่ลอยคว้างท่ามกลางลำแสง และใบหน้าของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากเงามืดอย่างเงียบเชียบ
เขาสวมชุดคลุมสีเทาหม่นที่ถักทอจากเส้นใยโลหะแปลกตา ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากครึ่งซีกที่ทำจากไม้ทมิฬ เผยให้เห็นเพียงดวงตาเรียวยาวที่ฉายแววฉลาดเฉลียวดุจพญาอินทรีและรอยยิ้มมุมปากที่ดูหยิ่งยโส
"ขอบใจมากนะเ้าหนู..." ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยพลางเดินข้ามร่างของ เฟิงอี้หราน ไปราวกับเป็เพียงก้อนหินริมทาง "ข้ารอให้ใครสักคนที่มี 'ดวงจิตไร้มลทิน' (หรือโง่เขลา) มาคลาย 'ผนึกอาคม' นี้มานานแล้ว... ไม่นึกเลยว่าจะเป็ศิษย์สายนอกซอมซ่อเช่นเ้า"
"เ้าเป็ใคร!" เฟิงอี้หรานกัดฟันกรอด พยายามยันกายลุกขึ้นด้วยศักดิ์ศรี แต่พิษจากาแทำให้เขาทรุดฮวบลงกระอักเื
"คนที่จะเอาของสิ่งนี้ไปอย่างไรเล่า" ชายชุดเทาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะยื่นมือสวมถุงมือหนังสีดำ เอื้อมไปหมายจะคว้า "แก่นศิลาสีฟ้า" ที่ลอยอยู่
[ระวัง!] มู่เฉิน เตือนเสียงหลงจนิญญาสั่นะเื [หมอนั่นคือ 'กงซูหลิง (公输灵)' อัจฉริยะวิปลาสแห่ง สำนักหัตถ์เทวะ! หากมันแตะต้องแก่นศิลาโดยไม่รู้วิธีถ่ายเทปราณ หอคอยนี้จะะเิเป็จุณ!]
"เเดี๋ยวววว!" อาเจียะโลั่น ยกมือห้าม "พี่ชาย! ใจเย็นก่อน! ของซื้อของขายย่อมต้องมีการเจรจา ท่านจะมาหยิบไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้! ข้าเป็คนเปิด... เอ่อ... คลายผนึกนะ! ข้าขอส่วนแบ่ง 'สามส่วน'!"
กงซูหลิงชะงักมือ หันมามองอาเจียด้วยความสนใจระคนขบขัน "ส่วนแบ่ง? ในสถานการณ์ที่ชีวิตเ้าอยู่ในกำมือข้าเนี่ยนะ?"
"ก็ถ้าท่านหยิบมันมั่วซั่ว..." อาเจียแสยะยิ้มกะล่อนแบบพ่อค้าหน้าเื ชี้ไปที่ฐานของแก่นศิลา "เห็นอักขระสีแดงตรงนั้นไหม? นั่นคือ 'ค่ายกละเิตัวเอง' ถ้าท่านดึงแก่นออกโดยไม่ปลดอักขระตัวนี้ก่อน... ตูม! เราทุกคนจะได้ไปเป็ปุ๋ยให้ต้นไม้กระดูกข้างล่างพร้อมกัน!"
(ความจริงคืออาเจียโกหกคำโต อักขระนั่นเป็แค่คำอวยพรบรรพชน แต่เขาอาศัยความมั่วและท่าทางมั่นใจเข้าข่ม)
กงซูหลิงหรี่ตามองอักขระนั้นด้วยความลังเล แม้เขาจะเชี่ยวชาญศาสตร์การสร้าง แต่เื่อักขระโบราณเขายังไม่แตกฉานนัก "เ้า... ปลดมันได้รึ?"
"ระดับข้า... แค่กระดิกนิ้ว" อาเจียยักไหล่ "แต่ 'สามส่วน' ก็คือ 300 ตำลึงทอง... จ่ายเป็ทองคำหรือตั๋วเงิน?"
"งกนักนะ..." กงซูหลิงแค่นเสียง "ตกลง! ข้าให้เ้า 500 ตำลึงทอง แลกกับแก่นศิลานั่น! แต่ถ้าเ้าตุกติก... หัวเ้าจะหลุดจากบ่า!"
"ปิดการค้า!" อาเจียดีดนิ้วดังเปาะ
เขาเดินเข้าไปใกล้แท่นแก่นศิลา แสร้งทำเป็ร่ายรำวาดอักขระซับซ้อน (เพื่อความสมจริง) แต่แท้จริงแล้วแค่ใช้ "พู่กันนิรันดร์" ดูดซับไอพลังส่วนเกินออกมาเล็กน้อย แล้วพยักหน้าให้กงซูหลิง
"เชิญหยิบได้เลยคุณลูกค้า!"
กงซูหลิงไม่รอช้า คว้าแก่นศิลาสีฟ้ามาเก็บใส่กล่องไม้ลงอาคมทันที ทันใดนั้น...
ครืนนนนน!!!
หอคอยทั้งหลังสั่นะเืเลื่อนลั่น! เศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดาน ทวารบาลศิลาทมิฬ ที่ยืนสงบนิ่งจู่ๆ ก็มีไฟสีแดงลุกท่วมตัว และเริ่มขยับตัวอีกครั้งด้วยความบ้าคลั่ง!
"ััผู้บุกรุก... แก่นพลังสูญหาย... เริ่มการสังหาร!"
"เฮ้ย! ไหนเ้าบอกว่าปลดแล้วไง!" กงซูหลิงหันมาตวาดเสียงกร้าว
"ข้าปลด 'ะเิ' ไม่ได้ปลด 'ยามเฝ้าบ้าน'!" อาเจียะโสวน "ตัวใครตัวมันล่ะงานนี้! แม่นางหลิน วิ่ง!"
"ไอ้เ้าเล่ห์!" กงซูหลิงสบถ ควักลูกะเิทรงกลมออกมาปาใส่ทวารบาลศิลา ตูม! ฝุ่นตลบ แต่หุ่นั์แทบไม่ะเืผิว
"ทางออกถูกปิดตาย!" เฟิงอี้หรานะโชี้ไปที่ประตูซึ่งมีกำแพงหินเลื่อนลงมาปิดสนิท "เราติดกับแล้ว!"
"ไม่มีทางตันสำหรับคนรวย!" อาเจียวิ่งไปที่ผนังด้านข้างที่ดูบางที่สุด เขาหยิบ "ยันต์ะเิเพลิง" ทั้งหมดที่มี (และแอบฉกยันต์ของเฟิงอี้หรานมาด้วยตอนชุลมุน) แปะลงไปบนกำแพงเป็รูปวงกลม
"ทุกคนหมอบ! นี่คือวิชาลับ: ประตูหนีหนี้ฉุกเฉิน!"
อาเจียวาด วงกลมแห่งความว่างเปล่า (O) ทับลงไปตรงกลางวงยันต์ะเิ... อักขระหลิง (零) ที่ใจกลางวงกลมบีบอัดพลังทำลายล้างทั้งหมดให้เหลือเพียงจุดเล็กๆ ก่อนจะปลดปล่อยออกมาเป็ลำแสงทะลวงกำแพง!
บึ้มมมม!!!
ผนังหอคอยทะลุเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาพร้อมกับลมแรง อาเจียไม่รอช้า คว้ามือหลินชิงเสวี่ยะโพุ่งหลาวออกไปสู่ความว่างเปล่าภายนอก!
"เ้าคนวิปลาส! สูงถึงเพียงนี้คิดจะฆ่าตัวตายรึ!"
เฟิงอี้หรานแหกปากร้องโหยหวน แต่จำใจต้องกระโจนตามออกมาอย่างเสียมิได้ ผิดกับกงซูหลิงที่เพียงกระตุกกลไกกลางหลัง 'ปีกโลหะทมิฬ' พลันกางสยายออก นำเขาร่อนลงสู่เบื้องล่างอย่างสง่างามดุจพญาอินทรี
ท่ามกลางความเร็วของการร่วงหล่น อาเจียตวัดพู่กันกลางอากาศวาดอักขระ 'เฟิง (ลม)' เรียกรวมกระแสวายุให้ก่อตัวเป็ 'เมฆาไร้รูป' รองรับร่างของตนและหลินชิงเสวี่ยให้แตะพื้นอย่างนิ่มนวลดุจขนนก
(ส่วนเฟิงอี้หรานนั้นหรือ... อาเจีย 'เจตนาลืม' เผื่อแผ่กระแสลมไปให้ ร่างของคุณชายเ้าสำราญจึงร่วงกระแทกพื้นดินดัง ตุ้บ!จุกจนหน้าเขียวคล้ำพูดไม่ออก)
ทันทีที่ฝุ่นควันจางลง อาเจียก็ดีดตัวลุกขึ้นปัดเศษดินตามเสื้อผ้า แล้วยื่นมือขวาไปทางกงซูหลิงโดยไม่รอช้า
"ถึงพื้นโดยสวัสดิภาพ... ไหนล่ะ 500 ตำลึงทองของข้า?"
กงซูหลิงจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาประหลาดใจระคนชื่นชม เขาโยนถุงแพรหนักอึ้งใบหนึ่งให้ตามสัญญา ก่อนจะหันหลังเดินหายลับไปในเงามืดของป่ากระดูก
"ข้าชอบคนโลภที่รักษาสัจจะ... รักษาชีวิตไว้ให้ดีล่ะอาเจีย เราคงได้พบกันอีก"
อาเจียรับถุงทองมานับด้วยความปิติยินดี โดยไม่รู้เลยว่า... ในจังหวะที่ะเิผนังนั้น เขาได้เผลอคว้า "เนตรแห่งศัสตรา"ของทวารบาลศิลาทมิฬติดมือมาด้วย... ชิ้นส่วนที่จารึก "ความลับแห่งเผ่ามารศิลา" เอาไว้อย่างเงียบงัน