เหย้าหลีถูกต้วนชางกุมข้อมือแล้วเดินนำไปยังม้าหิน อีกมือของพ่อบ้านหนุ่มกุมมือของเสี่ยวซวงน้อยอยู่ด้วย เด็กหญิงหันไปยิ้มให้สหายทั้งสามที่ถือกล่องขนมเดินตามหลัง
อี๋เฉินยิ้มกว้างให้กับเสี่ยวซวงน้อย “เหมือนรูปที่เจ้าวาดไว้เลยเสี่ยวซวง ในที่สุดเจ้าก็มีท่านพ่อกับท่านแม่อยู่พร้อมหน้า”
เหย้าหลีได้ยินก็หน้าเสีย หันกลับไปหาเด็กน้อยสามคนข้างหลัง “คือ...มันไม่ใช่แบบที่พวกเจ้าคิดหรอกนะ”
พ่อบ้านใหญ่หัวเราะเบาๆ “เจ้าไม่ต้องเสียเวลาอธิบายแล้ว หากไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงไปทั้งวังจีก็แค่ให้เด็กสามคนปิดเป็นความลับให้ได้ก็พอ”
สาวใช้ของฮูหยินน้อยทำหน้าปั้นยาก นางไม่ได้คิดจะแอบอ้างเป็นมารดาของเสี่ยวซวงน้อยเสียหน่อย แต่เป็นเด็กหญิงที่ขอร้องนางต่างหาก
ลูกสาวตัวจริงกับท่านแม่ตัวปลอมถูกจับจูงมาจนถึงม้านั่งริมระเบียง ต้วนชางปล่อยมือทั้งซ้ายและขวา “ทุกคนนั่งกินกันตรงนี้ก็แล้วกัน” สายตาเขาเลยไปยังเด็กสามคน “มา ข้าช่วยพวกเจ้าถือเอง มานั่งเถอะ”
เหย้าหลีอายต้วนชางจนแทบแทรกแผ่นดินหนี นางคิดหาโอกาสจะอธิบายเรื่องนี้ให้เขารู้อย่างชัดเจน แต่ดูเหมือนพ่อบ้านใหญ่จะไม่สนใจอยากฟังสักนิด
“ฮูหยิน เจ้าช่วยแจกขนมให้เด็กๆ ที” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คนถูกเรียกฮูหยินทำหน้าเหวอ นางไม่ยอมนั่งแต่หันมาเถียงเขา “ข้าไม่ใช่สักหน่อย ท่านจะทำให้พวกเด็กๆ เข้าใจผิดแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเจ้าเป็นท่านแม่ของเสี่ยวซวงก็เท่ากับเป็น ฮูหยินของข้า ไม่ถูกที่ตรงไหนกัน?”
เด็กสี่คนหันมามองผู้ใหญ่สองคนที่เถียงกันอยู่หัวโต๊ะ แล้วร้องออกมาพร้อมกัน “จริงด้วย!”
เหย้าหลีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นางหันไปหาเสี่ยวซวงเพื่อให้เด็กน้อยช่วยให้พ้นจากสภาพกระอักกระอ่วนนี้ “เสี่ยวซวง เจ้าอธิบายความจริงหน่อยเถิด”
เสี่ยวซวงน้อยเงยหน้าขึ้นมองบิดาของตน “ท่านพ่อยังไม่สัญญาเลยเจ้าค่ะว่าต่อไปจะให้ท่านแม่มาพบข้า”
ต้วนชางเลิกคิ้วเอียงคอ “ได้สิ พ่อสัญญา”
“เสี่ยวซวง!” เหย้าหลีร้องออกมาด้วยความตกใจ
“ท่านแม่เจ้าคะ ท่านพ่อสัญญาแล้วว่าต่อไปท่านมาพบข้าได้ตลอด”
“ไม่ใช่สิ เสี่ยวซวง ที่เราสัญญากันไว้เล่า?”
“สัญญากันว่าเราสองคนจะเป็นแม่ลูกกันน่ะหรือเจ้าคะ?” เด็กหญิงทำหน้าซื่อตาใส นางเพิ่งจะหาท่านแม่ที่สวยงามและใจดีได้ ย่อมไม่ปล่อยให้ท่านแม่หายไปง่ายๆ แน่
เหย้าหลีหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม “เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเรายังไงเล่า?”
“ข้ารักษาความลับแล้วนะเจ้าคะ แต่ท่านพ่อรู้เองต่างหาก”
“ไม่นะ คือ....” เหย้าหลีอยากจะเปิดเผยความจริงว่านางไม่ใช่มารดาของเสี่ยวซวงน้อย แต่...ต่อหน้าเด็กอีกสามคนอาจจะทำให้เสี่ยวซวงน้อยต้องเสียใจ “เสี่ยวซวงเราไปคุยกันด้านโน้นตามลำพังได้หรือไม่?”
“ไม่ได้เจ้าค่ะท่านแม่ ครอบครัวเรามีกันสามคน เรื่องนี้ต้องให้ท่านพ่อรู้ด้วย” เสี่ยวซวงหันไปจับมือของบิดา
ต้วนชางเลิกคิ้วเอียงคอใส่เหย้าหลี “ฮูหยิน เอาไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้นั่งลงแล้วแบ่งขนมให้เด็กๆ ก่อนเถิด พวกเขารอกินกันอยู่นะ”
“จริงด้วยเจ้าค่ะ ท่านป้าต้วน” เด็กหญิงแซ่หลิ่วพยักหน้า
เด็กชายอีกสองคนรีบส่งเสียงเห็นด้วยกับสหาย
“ฮูหยินได้ขนมมาฝากเสี่ยวซวงอีกแล้วหรือ?” พ่อบ้านใหญ่ยื่นหน้ามาใกล้ เขาคิดแผนที่จับผิดนางได้ในระหว่างที่จูงมือพาสตรีสองวัยมาที่นี่
“เด็กๆ ขนมดอกกุ้ยฮวาเคยกินหรือไม่?”
“ไม่เคยเจ้าค่ะ/ขอรับ”
“ถ้าอย่างนั้นรับไปคนละชิ้นก่อนนะ ถ้าไม่อิ่มค่อยเอาไปเพิ่ม” เหย้าหลีจำใจนั่งลงและเปิดกล่องขนมแบ่งให้เด็กๆ กินคนละชิ้น
ไป๋ฉางชิงที่แอบอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าคนทั้งหมดไปที่โต๊ะริมระเบียงพร้อมด้วยกล่องขนมก็เดินไปเอาชุดน้ำชามาส่งให้
“คารวะ ต้วนฮูหยิน” ผู้ช่วยพ่อบ้านค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม
“ผู้ช่วยไป๋ ไม่ใช่อย่างที่เห็นหรอก ท่านอย่าเอะอะไป” เหย้าหลีรีบหันไปหา
“ที่แท้ท่านนี่เองเป็นท่านแม่ของเสี่ยวซวงน้อยของพวกเรา ปล่อยให้ข้านึกสงสัยอยู่ตั้งนาน จู่ๆ เสี่ยวซวงก็มีท่านแม่มาหา”
“ท่านอาไป๋ รู้จักท่านแม่ข้าด้วยหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวซวงยื่นมือน้อยมาจับแขนของไป๋ฉางชิงเอาไว้
ผู้ช่วยพ่อบ้านอึกอัก แต่พอสบตากับต้วนชางที่ขยิบตาให้ก็รีบเอ่ย
“ใช่จ๊ะ ท่านแม่ของเจ้าก็อยู่ใกล้ๆ นี่เอง”
เด็กหญิงใบหน้ากลมร่างป้อมรีบหันไปหาเหย้าหลี “ท่านแม่ ข้ากลับบ้านไปกับท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
ต้วนชางได้ที “ได้สิ เดี๋ยวเจ้ากินอิ่มแล้ว พ่อจะพาไปดูเรือนพักของท่านแม่ ต่อไปเจ้าก็ไปนอนกับท่านแม่ได้ พ่ออนุญาต”
“ว้าว! ดีจังเลยเจ้าค่ะ” ต้วนซวงร้องลั่น นางโผเข้ากอดแขนบิดา
เหย้าหลีถึงกับผงะ นางไม่คิดว่าจะถูกมัดมือชก อ้าปากโต้แย้งอันใดยามนี้คงไม่ทันเสียแล้ว ต้วนซวงไม่สนใจกินขนมอีกต่อไป นางตื่นเต้นที่บิดายอมรับในตัวมารดากำมะลอที่นางเลือกเอาไว้
“ท่านแม่ พวกเราไปดูเรือนของท่านกันดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าอยากจะเห็นแล้ว”
เมื่อเห็นต้วนซวงกระตือรือร้น สหายทั้งหลายก็เร่งกินขนมก้อนที่อยู่ในมือจนหมด เด็กชายอี๋เฉินกินหมดเป็นคนแรก เขาหันมาหาเด็กหญิงที่เพิ่งมีมารดา
“เสี่ยวซวง ข้าอยากเห็นเรือนของมารดาเจ้าเหมือนกัน”
“ข้าด้วย” สหายอีกสองคนรีบร้องรับ
ต้วนชางรีบลุกขึ้น เอื้อมมือไปช่วยปิดขนมทั้งสองกล่องแล้วหันไปหา ไป๋ฉางชิง “เสี่ยวไป๋ช่วยเก็บขนมไว้ที เดี๋ยวข้าพาเด็กๆ ไปดูเรือนนอนของ ฮูหยินก่อน ค่อยให้พวกเขากลับมากินต่อ”
“ขอรับ ท่านไม่ต้องห่วง”
เด็กหญิงต้วนซวงกับเด็กชายอี๋เฉินเข้าจับมือซ้ายและขวาของเหย้าหลีแล้วรบเร้าให้ลุกขึ้น เหย้าหลีกำลังมึนงงไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้ดีหรือร้าย?
“ฮูหยินลุกขึ้นเถอะ คงไม่ต้องให้ข้าประคองหรอกกระมัง?” ถ้อยคำ เหน็บแนมนั้น ทำให้เหย้าหลีรีบลุกขึ้น
“ท่านพ่อนำทางไปเลยเจ้าค่ะ”เสี่ยวซวงน้อยร้องสั่ง
ต้วนชางยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับเหย้าหลีแล้วเดินนำหน้านางไปยังเรือนพักของสาวใช้ทั้งสอง เด็กทั้งสี่ไปถึงเรือนนั้นแล้วก็พากันตื่นเต้นตามเข้าไปในห้องนอนของนาง
“มีสองเตียงนอนด้วย ท่านแม่นอนกับผู้ใดหรือเจ้าคะ? หรือว่าท่านพ่อแอบมานอนด้วยโดยไม่บอกข้า?” เด็กหญิงวิ่งไปนั่งบนเตียงนอนด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ใช่นะ ห้องนี้มีท่านน้าหยวนอยู่ด้วย ตอนนี้คงจะอยู่ที่เรือนฮูหยินน้อย”
เด็กสี่คนยิ้มกว้าง พยักหน้าหงึกหงักเพราะพวกเขาเคยได้ยินเรื่องของ ฮูหยินน้อยแต่ยังไม่เคยเห็นนางใกล้ๆ
ต้วนชางยืนอยู่ห่างออกไปจากเตียงพอสมควร ปล่อยให้เด็กทั้งสี่คนซักไซ้เหย้าหลีอยู่วุ่นวาย เขามองไปรอบๆ ห้อง ก็เห็นหีบน่าสงสัยใส่กุญแจตั้งอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า
‘คงต้องส่งสายสืบคนเก่งมาหาข่าวเสียแล้ว’
“เสี่ยวซวง คืนนี้เจ้าอยากจะมานอนกับท่านแม่หรือไม่?” ต้วนชางที่ยืนเอามือไพล่หลัง มองหน้าเหย้าหลีแล้วเอ่ยขึ้น
“อยากนอนเจ้าค่ะ ท่านพ่ออนุญาตใช่ไหมเจ้าคะ?”
“ได้สิ ท่านแม่ของเจ้าก็คงจะไม่ขัดข้อง”
เหย้าหลีปะทะสายตากับต้วนชาง นางรู้ว่าเขาจงใจจะให้บุตรสาวเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้เพื่อจะได้สืบสาวราวเรื่องของนางใกล้ๆ ต่อให้ปฏิเสธก็คงจะทำไม่ได้เพราะเขาเป็นพ่อบ้านใหญ่ของที่นี่
“ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวซวงน้อยก็พาแม่ไปเก็บของที่เรือนด้วยนะจ๊ะ” เหย้าหลีได้ทีก็คิดวิธีสืบเรื่องของฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน
ต้วนชางได้ยินคำพูดที่สวนมาเช่นนี้ก็เลิกคิ้ว จ้องหน้าเหย้าหลีไม่วางตา หญิงสาวชาวเผ่าเหลียนซาผู้นี้เฉลียวฉลาดทันคนนัก
เด็กหญิงผู้ไม่เคยมีมารดา ดีใจอย่างมากที่ตนเองจะได้นอนกับมารดาเป็นครั้งแรก “ไปกันเลยเจ้าค่ะ ไปเก็บเสื้อผ้ามาให้หมด ต่อไปข้าจะมานอนกับท่านแม่ทุกวันเลย”
“ไม่ได้นะ มาได้เฉพาะวันที่พ่ออนุญาตเท่านั้น” พ่อบ้านใหญ่ถึงกับตกใจที่บุตรสาวคิดจะทิ้งตนไปกับคนอื่น
*******************
