เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 151 หลิงจือ


    ตอนที่ 151


    หลิงจือ


     


                    เจ้าคนลามก !!!! เจ้า...เจ้าบ้ากาม!!!


                    "เจ้า...เจ้า..." เมื่อเด็กสาวสิ้นคำสบถจากอารมณ์เกรี้ยวโกรธก็กลับกลายเป็นเขินอาย แต่เพราะสองมือถูกมัดไพล่หลังเอาไว้ด้วยเชือกสะกดปราณจึงไม่อาจดึงรั้งกลับมาเพื่อปกปิดส่วนสงวนของตนเอง ได้แต่ปล่อยให้เสวี่ยหมิงที่นิ่งค้างราวกับรูปสลักจ้องมองจนปากอ้าค้างดวงตาแทบถลนออกมาอยู่หลายอึดใจ


     


                    "เจ้าคนโรคจิต...มอง...มองอะไรอยู่ได้หันไปทางอื่นซะ" ยิ่งมาเสียงดุขึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสะอื้นไห้ ก่อนที่เด็กสาวจะทรุดตัวลงนั่งหมายใช้ร่างกายที่หดรวมกันลงที่พื้นปกปิดจุดซ่อนเร้นของตนเองไปได้บ้าง


     


                    "นึกว่าข้าอยากเห็นของเจ้ารึไงกัน"เสวี่ยหมิงที่เพิ่งรู้สึกตัวเอ่ยพลางเบือนหน้าหันไปมองยังทิศทางอื่น แม้ส่วนลึกเลือดเนื้อวัยหนุ่มจะก็ยังอยากชมดูเรือนร่างอันงดงามของเด็กสาวอยู่บ้างก็ตาม "เจ้าก็รีบ ๆ ใส่..." เสวี่ยหมิงถอนหายใจ "เจ้าไม่มีเสื้อผ้า เห้อ...เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อนละ เดี๋ยวข้าจะไปเอาเสื้อผ้ามาให้"


     


                    เมื่อเห็นว่าเสวี่ยหมิงเบือนหน้าหลบไม่จ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตนเองอีก เด็กสาวก็คลายใจลง จนเมื่อเสวี่ยหมิงเอ่ยคำเสื้อผ้าขึ้นมารอยยิ้มจางก็ปรากฏขึ้นพร้อมศีรษะที่ก้มค้อมลงพยักหน้ารับคำกล่าวของเสวี่ยหมิง


     


                    เสวี่ยหมิงจดจำได้ว่าที่กระท่อมขนาดใหญ่หลังกลางมีเสื้อผ้าของสตรีถูกรื้อแยกเอาไว้อยู่หลายชุด จึงเข้าไปหยิบค้นตัวที่ดูใหม่และสะอาดสะอ้านกลับมา เมื่อเสวี่ยหมิงกลับมายังกระท่อมหลังเดิมอีกครั้ง เขาก็พยายามเบือนหน้าไม่มองตรงไปยังร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาว แม้จะแอบใช้หางตาชำเลืองมองอยู่บ้างก็ตามแต่ก็เพื่อระบุทิศทางในการก้าวเดิน "นี่ เจ้าลองดูว่าเสื้อผ้าที่ข้านำมาพอจะใช้ได้ไหม" เสวี่ยหมิงเอ่ยพร้อมโยนเสื้อผ้าที่หยิบฉวยมาได้ลงไปกองอยู่ตรงหน้าของเด็กสาว


     


                    แม้จะยังเขินอายแต่ยามนี้เด็กสาวก็ไม่ได้แสดงท่าทางไม่สบอารมณ์กับเสวี่ยหมิงเช่นในตอนแรก แต่แล้วเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่เสวี่ยหมิงนำมาให้สีหน้าท่าทางของเด็กสาวก็แปรเปลี่ยนไปในทันที "เจ้าไปเอาชุดของอาจารย์ข้ามาได้ยังไง"


     


                    "อาจารย์ของเจ้า..."เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมอง "ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ที่กระท่อมใหญ่ยังมีเสื้อผ้าสตรีอยู่อีกหลายชุดทีเดียว"


     


                    "กระท่อมหลังใหญ่" เด็กสาวเองก็ถูกจับถอดเสื้อผ้าก่อนที่เซียนเฒ่าประหลาดชิงฟงจะนำตัวชุบแช่ลงในโอ่งสมุนไพรเพื่อคุมขังพร้อมรักษาพลังชีวิตของเชลยพิเศษที่มันจับเอาไว้รอเวลานำมาปรุงกลั่นโอสถ ทำให้เมื่อพบเห็นเสื้อผ้าของผู้เป็นอาจารย์นางจึงรู้สึกไม่สบายใจ


     


                    "เดี๋ยวเจ้าใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ตามข้าออกไป..."


     


                    "เดี๋ยวก่อน" เด็กสาวเอ่ยทันควัน "เจ้านี่โง่จริง รึแกล้งโง่กันแน่ไม่เห็นรึว่าข้าถูกมัดอยู่"


     


                    "หนอย" เสวี่ยหมิงหันหน้าควับกลับไปจ้องมองเด็กสาวอีกครั้ง "เจ้าไม่ให้ข้ามอง แล้วจะให้ข้าเห็นได้อย่างไรกัน" ในครั้งแรกเพราะเสวี่ยหมิงเหม่อมองแต่ส่วนอื่นของเด็กสาวจึงไม่ได้สังเกตเห็นเชือกสะกดปราณที่มัดมือไพล่หลังของเด็กสาวเอาไว้


     


                    "ข้า...เออ ข้าผิดก็ได้แต่เจ้าหันไปทางอื่นได้แล้ว"


     


                    เสวี่ยหมิงเบือนหน้าหลบอีกครั้ง "ตกลงจะให้ข้าช่วยแก้มัดไหม"


     


                    "อืม" เสียงครางเบา ๆ ออกมาจากในลำคอ


     


                    เสวี่ยหมิงกระเถิบกายเข้าไปอยู่ห่างจากเด็กสาวไม่ถึงหนึ่งวา"เจ้ายืนขึ้นได้แล้ว"


     


                    "อืม" เด็กสาวครางเบาในลำคอรับพลางยืดกายขึ้นปล่อยกองเสื้อผ้าที่เสวี่ยหมิงหามาให้หล่นลงไปกองรวมกันที่ข้อเท้า


     


                    เมื่อเสวี่ยหมิงพยายามหันหน้ากลับไปชำเลืองดูเพราะต้องการจะช่วยแกะเชือกสะกดปราณออก แต่เด็กสาวกลับเอ่ยห้ามและให้เสวี่ยหมิงหันกลับไปตามเดิม พร้อมเอ่ยว่าให้เสวี่ยหมิงยื่นแขนมาเดี๋ยวนางจะพยายามขยับกายเพื่อให้เชือกสะกดปราณไปตรงกับตำแหน่งมือของเสวี่ยหมิงเอง


     


                    แม้เสวี่ยหมิงจะรู้สึกรำคาญอยู่บ้างแต่ก็ยินยอมทำตามยื่นสองมือออกไปด้านข้างในตำแหน่งที่เด็กสาวระบุ แต่ใบหน้ากลับเบือนไปในทิศทางอื่น "เช่นนี้พอใจเจ้าแล้วกระมัง"


     


                    "อืม เจ้านิ่งค้างเอาไว้เช่นนี้ก่อน เดี๋ยวพอข้าขยับไปจนเชือกที่มัดสองมือของข้าตรงกับมือของเจ้า ข้าจะบอกให้เจ้ารู้เอง"


     


                    "เร็ว ๆ เข้าข้าไม่อยากเสียเวลากับรื่องไร้สาระเช่นนี้อีก"


     


                    "เจ้า..."เด็กสาวนึกจะตอบโต้แต่กลับสงวนคำ และพยายามใช้สองขาที่ถูกมัดเช่นกันกระโดดเหยง ๆ เคลื่อนเข้าหาตำแหน่งมือเสวี่ยหมิง แต่แล้วเพราะสองขาถูกขดแช่อยู่ในโอ่งศิลามานานหลายเดือน แม้จะเป็นผู้ฝึกตนก็ตามแต่ก็ยังเกิดอาการอ่อนล้าสะสมเส้นเอ็นตึงยึดขึ้นมาพอดี สองขาที่กระโดดลอยยามตกลงกระทบพื้น เรี่ยวแรงพลันหดหายกลายเป็นเสียหลักล้มลงเข้าหามือของเสวี่ยหมิงอย่างไม่อาจควบคุม


     


                    ว๊าย !!!


                    แม้จะเป็นผู้ฝึกตนมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ยามตื่นตกใจยังมิอาจหักห้ามตนเองเผลออุทานออกมาราวกับเด็กสาวทั่วไป


     


                    เสวี่ยหมิงที่ได้ยินปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวหมุนกายย่อตัวลงใช้สองมือช้อนร่างที่กำลังจะล้มลงกระแทกพื้นเอาไว้ได้ทันท่วงที


     


                    หมับ...!


                    สองมือช้อนคว้าร่างของเด็กสาวเอาไว้พลันสัมผัสเข้ากับบางสิ่งที่อ่อนหยุ่นโดยมิได้ตั้งใจ


     


                    "เจ้า เจ้า" เด็กสาวรู้ว่าที่เสวี่ยหมิงทำไปนั้นเพราะต้องการช่วยเหลือตนเองที่กำลังจะล้มลงจึงไม่อาจก่นด่าออกมาได้ "ในเมื่อหันหน้ามาแล้วก็รีบ ๆ แก้เชือกให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย"


     


                    เสวี่ยหมิงชักสองมือกลับจากสัมผัสอ่อนหยุ่น ออกแรงกระชากดึงเชือกสะกดปราณจนขาดสะบั้น จึงหันหลังกลับลุกขึ้นหมายเดินจากไป ปล่อยให้เด็กสาวแก้เชือกที่ข้อเท้าและใส่เสื้อผ้าตัวเอง


     


                    "เดี๋ยวก่อน" เด็กสาวที่สวมเสื้อผ้าตัวเองเรียบร้อยด้วยความไวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุขึง


     


                    ทันทีที่เสวี่ยหมิงหันหน้ากลับไปตามเสียงเรียก ฝ่ามือที่ผสานลมปราณร้อนลวกหมายสลักร่องรอยนิ้วทั้งห้าฝากบาดแผลไว้บนใบของเสวี่ยหมิงที่พุ่งเข้าใส่ในพริบตา หากเป็นเสวี่ยหมิงเมื่อครั้งที่ยังอยู่ในเมืองมังกรเทวะคงไม่อาจหลบเลี่ยงท่าฝ่ามืออันรวดเร็วนี้ได้อย่างแน่นอน


     


                    แปะ !!!


                    เสียงมืออันแข็งกร้าวของเสวี่ยหมิงที่สกัดจบเข้าที่ข้อมือขาวเรียวบางของเด็กสาว ทันก่อนที่ฝ่ามือร้อนแรงจะฟาดเข้าใส่ใบหน้าของตนเอง


     


                    "ข้าจะบอกอีกครั้งเดียวเท่านั้น ว่าข้า...ไม่...ได้...ตั้ง...ใจ แต่หากเจ้ายังดื้อดึงที่จะตบตีทำร้ายข้าอีก คราต่อไปข้าจะตั้งใจ"


     


                    "เจ้าจะทำอะไรข้า" เด็กสาวเอ่ยเสียงสั่น


     


                    เสวี่ยหมิงใช้สายตาถมึงตึงจับจ้องไปที่ริมฝีปากงามของเด็กสาว"ข้าจะทำอะไรนะรึ หึ หึ หึ"เอ่ยจบเสวี่ยหมิงก็ปล่อยข้อมือของเด็กสาว ก่อนจะหันเดินมุ่งหน้านำเด็กสาวไปยังกระท่อมหลังใหญ่อีกครั้ง โดยไม่ได้พูดจาอันใดอีกเลย


    .


    .


                    "ข้าชื่อเสวี่ยหมิง เจ้าชื่ออะไร" เสวี่ยหมิงที่ปล่อยให้เด็กสาวรื้อค้นสิ่งของในกระท่อมใหญ่อยู่นานสองนานเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบอันน่าหงุดหงิด


     


                    "เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้"


                   


                    "ตกลงในเมื่อเจ้าไม่บอก และเราทั้งคู่ยังต้องเดินทางอีกพักใหญ่เพื่อกลับไปยังสำนักของเจ้า เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า...เรียกอะไรดีนะ" เสวี่ยหมิงทำท่าครุ่นคิด


                   


                    "ข้าชื่อ...หลิงจือ"


     


                    "ก็แค่นั้น" เสวี่ยหมิงทำท่าจะลุกเดินจากไป "ไปกันได้แล้วเราเสียเวลามามากแล้ว เจ้ากับข้ายังต้องไปช่วยกันหาทางออกจากที่นี่อีก"


     


                    "เดี๋ยวก่อน" หลิงจือที่ค้นเจอทั้งคัมภีร์ฉบับคัดลอกของสำนักที่สูญหาย และชุดของผู้อาวุโสลี่หลิน ก็ทำให้นางเริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ได้บ้างแล้ว ว่าคนร้ายที่แท้จริงก็คือเซียนเฒ่าประหลาดชิงฟงนั่นเอง แต่ที่นางยังไม่อาจตัดใจไปได้ เพราะคิดว่าที่นี่อาจจุซุกซ่อนช่องทางลับ หรืออะไรก็ตามที่จะพานางไปพบกับผู้เป็นอาจารย์ของตนเอง แม้ในใจจะรับรู้ว่าความหวังนั้นช่างริบหรี่ยิ่งนัก "เจ้ารู้ไหมว่าในเตาหลมออันใหญ่นี้มันมีอะไรข้างใน"


     


                    เสวี่ยหมิงที่โดนต้มมาก่อนคาดเดาว่าผู้เป็นอาจารย์ของหลิงจือคงถูกต้มอยู่ภายใน "เจ้าอย่าได้รู้เลย แต่ข้าว่าอาจารย์ของเจ้าคง..."


     


                    "เจ้าโกหก เจ้าโกหก เจ้าออกไปเลยนะ ออกไป !!!"


     


                    เสวี่ยหมิงยืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วของหลิงจือ


     


                    "ข้าบอกให้ออกไปปปป !!!" เอ่ยถึงตรงนี้น้ำตาของเด็กสาวก็ค่อย ๆ รินไหลออกมา อาบสองแก้มหลิงจือเดินเข้าไปทุบตีเตาหลอมมหึมาที่ไม่ว่าจะส่งแรงทำลายมากเท่าใด ก็ไม่มีทีท่าว่าเตาหลอมอันนี้จะสั่นสะเทือนแม้แต่น้อย


     


                    เสวี่ยหมิงออกมารอที่ด้านนอกอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดหลิงจือก็เดินตามออกมา พร้อมเอ่ยว่านางพอจะจดจำเส้นทางที่เซียนชั่วช้าผู้นั้นนำตัวทั้งหมดเข้ามาได้ ทำให้เสวี่ยหมิงปล่อยให้หลิงจือเดินนำหน้าส่วนตัวเองก็ตามติดอยู่เบื้องหลัง ไม่นานนักทั้งสองก็หลุดรอดออกจากอาศรมภูติเร้นได้ แต่เมื่อหันกลับหลังไปก็ไม่อาจคลำเส้นทางกลับสู่อาศรมภูติเร้นได้อีก แม้จะแปลกใจกับความลี้ลับที่เกิดขึ้น แต่เมื่อหลุดรอดออกมาได้แล้วทั้งสองก็มุ่งหน้ากลับสู่สำนักหงส์อัคคีไปด้วยกัน


    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน