
หนึ่งปีต่อมา...
รัชศกตวนผิง ปีที่สี่
หากจะกล่าวถึงสถานที่ที่รวมความมั่งคั่งและกิเลสใว้มากที่สุดในเฉวียนโจว นอกจากหอหงส์แดงแล้ว ก็คงหนีไม่พ้น "หอประมูลยูงทอง" สถานที่อโคจรระดับสูงที่ดำเนินการโดยพ่อค้าชาวเปอร์เซีย
ที่นี่ไม่ได้ขายแค่เครื่องลายครามหรือผ้าไหม... แต่ขายสิ่งที่เร้าอารมณ์ยิ่งกว่านั้น นั่นคือ "มนุษย์"
ภายในห้องโถงใหญ่ที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มจากตะวันออกกลาง กลิ่นกำยานหอมฉุนจนเวียนหัวลอยตลบอบอวล เหล่าคหบดีพุงพลุ้ยและขุนนางกังฉินต่างนั่งจิบสุรานารีแดง รอคอยการเปิดตัว "สินค้า" ชุดใหม่ด้วยแววตาหื่นกระหาย
ที่มุมหนึ่งของชั้นลอย ซึ่งเป็ที่นั่งสำหรับแขกพิเศษ
เฉินมู่ ในวัยสิบเจ็ดปี นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้บุหนังอย่างสบายอารมณ์ เขาดูภูมิฐานขึ้นมากในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆสีเงิน ผมยาวถูกรวบเก็บเรียบร้อย นิ้วมือเรียวยาวหมุนจอกสุราเล่นไปมา
ทว่า... คนที่ดูไม่ "สบาย" เอาเสียเลย คือบุรุษร่างั์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
จางเหว่ย สวมชุดผู้ติดตามสีเทาที่ดูดีกว่าผ้าดิบสมัยก่อนมาก แต่มันดูคับติ้วจนน่าอึดอัดเมื่ออยู่บนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา เขาขยับคอเสื้อไปมา ทำจมูกฟุดฟิดด้วยความรำคาญ
"นายน้อย..." จางเหว่ยกระซิบเสียงต่ำ "ข้าเกลียดกลิ่นน้ำหอมพวกนี้... มันฉุนจนข้าอยากจะจาม แสบจมูกไปหมดแล้ว สู้กลิ่นเืหมูที่ตลาดก็ไม่ได้"
เฉินมู่หัวเราะในลำคอ โดยไม่หันไปมอง "อดทนหน่อย อาเหว่ย... กลิ่นน้ำหอมพวกนี้คือกลิ่นของเงินตรา วันนี้เรามาหา 'ผู้ช่วย' ให้เ้า เ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเฝ้าหน้าห้องข้าทั้งวันทั้งคืน"
"ข้าไม่เหนื่อย" จางเหว่ยตอบหน้าตาย "และข้าไม่ไว้ใจไอ้พวกหน้าขาวพวกนี้... ดูสิ เอวบางร่างน้อย ดีดนิ้วทีเดียวก็กระดูกหักแล้ว จะเอามาเป็ผู้คุ้มกันจะได้อย่างไร?"
"รอดูไปก่อน..." เฉินมู่ยิ้มมุมปาก "ของดีย่อมมาทีหลังเสมอ"
ทันใดนั้น เสียงฆ้องั์ก็ดังกังวานขึ้น โหม่ง!
ไฟในห้องโถงหรี่ลง เหลือเพียงแสงโคมไฟรวมแสงแบบโบราณ ส่องไปที่กลางเวที
พิธีกรชาวเปอร์เซียหนวดงามเดินออกมา ประกาศด้วยสำเนียงแปร่งหู
"ท่านสุภาพบุรุษผู้ทรงเกียรติ! วันนี้... หอประมูลยูงทองภูมิใจเสนอ 'เพชรเม็ดงาม' จากแดนทะเลทราย!"
ม่านสีแดงสดถูกรูดเปิดออก
เสียงสูดลมหายใจด้วยความตื่นตะลึงดังขึ้นทั่วห้องโถง ตามมาด้วยเสียงกลืนน้ำลายและซู้ดปากที่ดังอย่างน่าไม่อาย
บนเวทีนั้น ปรากฏร่างของสตรีต่างชาติผู้หนึ่ง ถูกล่ามด้วยโซ่ทองคำที่ข้อมือและข้อเท้า
"ยาสะ" (Yasmin)
นางมิใช่หญิงงามแบบพิมพ์นิยมชาวจีนที่ต้องตัวเล็กบอบบางและผิวขาวจัด... แต่นางงดงามดุจ "เสือดาวสาว" แห่งทะเลทราย
รูปร่างของนางสูงโปร่งถึงเจ็ดชุ่น (ประมาณ 172 ซม.) ผิวสีน้ำผึ้งเข้มเนียนละเอียดเป็มันวาวสะท้อนแสงไฟ หน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง โชว์เด่นชัดภายใต้เสื้อเอวลอยตัวจิ๋วที่ประดับด้วยกระดิ่งทองคำ
ทรวงอกอวบอัดทรงกลมบล็อก ดันเนื้อผ้าโปร่งบางออกมาจนแทบจะปริแตก ยอดอกสีเข้มดันเนื้อผ้าออกมาเป็ไตแข็งชัน บ่งบอกถึงความตื่นตัว... หรืออาจจะเป็ความโกรธเกรี้ยว
ท่อนล่างสวมกางเกงผ้าโปร่งทรงฮาเร็ม ผ่าข้างสูงลิบจนเห็นท่อนขาเรียวยาวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลัง ทุกครั้งที่นางขยับตัว เสียงกระดิ่งทองคำที่เอวและข้อเท้าจะดัง กรุ๊งกริ๊ง... เป็เสียงที่ปลุกสัญชาตญาณดิบของผู้ชายให้ตื่นเต้น
"นางคือธิดาหัวหน้าเผ่าทะเลทรายที่พ่ายแพ้า!" พิธีกรประกาศสรรพคุณ "ดุร้าย! เร่าร้อน! และ... ยังไม่เคยผ่านมือชายใด!"
ยาสะเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีอำพัน คู่นั้นวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่า นางไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องมองฝูงชายแก่ตัณหากลับเบื้องล่างด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชากคอหอย
"ปล่อยข้า! ไอพวกสุกรสกปรก!" นางตวาดเป็ภาษาต่างถิ่น เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง
นางพยายามกระชากโซ่ตรวน จนกล้ามเนื้อหน้าท้องและต้นแขนเกร็งตัวนูนเด่น เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามไรผมและร่องอก ทำให้ผิวกายยิ่งดูมันวาวน่าัั
"โอ้ว..." จางเหว่ยที่เคยบ่นเมื่อครู่ ตาโตขึ้นมาทันที "พระโพธิสัตว์... นายน้อยดูนั่นสิ"
"ดูอะไร?" เฉินมู่แกล้งถาม
"กล้ามท้องนั่น..." จางเหว่ยวิจารณ์ด้วยมุมมองของนักบู๊ (ที่ซื่อบื้อเื่เพศ) "แน่นปั้ก! ถ้าโดนเข่าลอยเข้าไปทีเดียว ซี่โครงหักแน่... ผู้หญิงคนนี้ 'สัดส่วนกระดูก' ดียิ่งนัก!"
เฉินมู่ส่ายหน้ายิ้มๆ "เ้ามองแต่กระดูกรึ อาเหว่ย?"
เฉินมู่มองลึกลงไปกว่านั้น... เขามองเห็นแววตาที่คุ้นเคย แววตาของ "หมาจนตรอก" ที่เหมือนกับเขาในคืนฝนตกคืนนั้น แววตาที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา แม้จะถูกล่ามโซ่
"เริ่มต้นที่... ห้าร้อยตำลึงเงิน!" พิธีกรประกาศ
"หกร้อย!" เศรษฐีค้าเกลือะโสวนทันที "เจ็ดร้อย!" ขุนนางกรมท่าเกทับ "แปดร้อย!"
ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งราคะ ทุกสายตาจับจ้องไปที่เรือนร่างสีน้ำผึ้งที่กำลังดิ้นรนอย่างยั่วยวนบนเวที
ยาสะกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเื นางรู้ชะตากรรมดีว่าคืนนี้จะต้องตกเป็ของเล่นของใครสักคน... แต่นางสาบานในใจว่า คนแรกที่แตะต้องตัวนาง มันจะต้องเสียอวัยวะสำคัญไปสักชิ้น!
ในขณะที่ราคากำลังหยุดอยู่ที่ "หนึ่งพันตำลึง" ของเศรษฐีเฒ่าหัวล้าน
"หนึ่งพันห้าร้อยตำลึง"
เสียงราบเรียบแต่กังวานดังขึ้นจากชั้นลอย เรียกความสนใจของทุกคนให้แหงนหน้าขึ้นไปมอง
เฉินมู่ยืนขึ้นที่ระเบียง มือข้างหนึ่งถือพัดจีบสะบัดเบาๆ อีกข้างวางพาดบนราวระเบียงอย่างผู้ชนะ
"และข้าจะจ่ายเป็... ทองคำ"
สายตาของเฉินมู่ประสานเข้ากับดวงตาสีอำพันของยาสะ
วินาทีนั้น... เสือดาวสาวแห่งทะเลทราย รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นราดรด นางััได้ว่าสายตาของเด็กหนุ่มผู้นี้ แตกต่างจากชายแก่พวกนั้น
มันไม่ใช่สายตาแห่งความหื่นกระหาย... แต่มันคือสายตาของ "นักล่า" ที่กำลังประเมินประสิทธิภาพของ "เขี้ยวเล็บ" ที่จะนำมาใช้งาน
"น่าสนใจ..." ยาสะคิดในใจ เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก