พญาวานิชโลหิต: พลิกฟ้าค้าปฐพี

    บทที่ 2 : กรงขังพยัคฆ์ (1)



    หนึ่งปีต่อมา...


    รัชศกตวนผิง ปีที่สี่


    หากจะกล่าวถึงสถานที่ที่รวมความมั่งคั่งและกิเลสใว้มากที่สุดในเฉวียนโจว นอกจากหอหงส์แดงแล้ว ก็คงหนีไม่พ้น "หอประมูลยูงทอง" สถานที่อโคจรระดับสูงที่ดำเนินการโดยพ่อค้าชาวเปอร์เซีย

    ที่นี่ไม่ได้ขายแค่เครื่องลายครามหรือผ้าไหม... แต่ขายสิ่งที่เร้าอารมณ์ยิ่งกว่านั้น นั่นคือ "มนุษย์"


    ภายในห้องโถงใหญ่ที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มจากตะวันออกกลาง กลิ่นกำยานหอมฉุนจนเวียนหัวลอยตลบอบอวล เหล่าคหบดีพุงพลุ้ยและขุนนางกังฉินต่างนั่งจิบสุรานารีแดง รอคอยการเปิดตัว "สินค้า" ชุดใหม่ด้วยแววตาหื่นกระหาย


    ที่มุมหนึ่งของชั้นลอย ซึ่งเป็๞ที่นั่งสำหรับแขกพิเศษ

    เฉินมู่ ในวัยสิบเจ็ดปี นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้บุหนังอย่างสบายอารมณ์ เขาดูภูมิฐานขึ้นมากในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆสีเงิน ผมยาวถูกรวบเก็บเรียบร้อย นิ้วมือเรียวยาวหมุนจอกสุราเล่นไปมา


    ทว่า... คนที่ดูไม่ "สบาย" เอาเสียเลย คือบุรุษร่าง๾ั๠๩์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง


    จางเหว่ย สวมชุดผู้ติดตามสีเทาที่ดูดีกว่าผ้าดิบสมัยก่อนมาก แต่มันดูคับติ้วจนน่าอึดอัดเมื่ออยู่บนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา เขาขยับคอเสื้อไปมา ทำจมูกฟุดฟิดด้วยความรำคาญ


    "นายน้อย..." จางเหว่ยกระซิบเสียงต่ำ "ข้าเกลียดกลิ่นน้ำหอมพวกนี้... มันฉุนจนข้าอยากจะจาม แสบจมูกไปหมดแล้ว สู้กลิ่นเ๣ื๵๪หมูที่ตลาดก็ไม่ได้"


    เฉินมู่หัวเราะในลำคอ โดยไม่หันไปมอง "อดทนหน่อย อาเหว่ย... กลิ่นน้ำหอมพวกนี้คือกลิ่นของเงินตรา วันนี้เรามาหา 'ผู้ช่วย' ให้เ๽้า เ๽้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเฝ้าหน้าห้องข้าทั้งวันทั้งคืน"


    "ข้าไม่เหนื่อย" จางเหว่ยตอบหน้าตาย "และข้าไม่ไว้ใจไอ้พวกหน้าขาวพวกนี้... ดูสิ เอวบางร่างน้อย ดีดนิ้วทีเดียวก็กระดูกหักแล้ว จะเอามาเป็๲ผู้คุ้มกันจะได้อย่างไร?"


    "รอดูไปก่อน..." เฉินมู่ยิ้มมุมปาก "ของดีย่อมมาทีหลังเสมอ"


    ทันใดนั้น เสียงฆ้อง๾ั๠๩์ก็ดังกังวานขึ้น โหม่ง!

    ไฟในห้องโถงหรี่ลง เหลือเพียงแสงโคมไฟรวมแสงแบบโบราณ ส่องไปที่กลางเวที

    พิธีกรชาวเปอร์เซียหนวดงามเดินออกมา ประกาศด้วยสำเนียงแปร่งหู


    "ท่านสุภาพบุรุษผู้ทรงเกียรติ! วันนี้... หอประมูลยูงทองภูมิใจเสนอ 'เพชรเม็ดงาม' จากแดนทะเลทราย!"

    ม่านสีแดงสดถูกรูดเปิดออก


    เสียงสูดลมหายใจด้วยความตื่นตะลึงดังขึ้นทั่วห้องโถง ตามมาด้วยเสียงกลืนน้ำลายและซู้ดปากที่ดังอย่างน่าไม่อาย

    บนเวทีนั้น ปรากฏร่างของสตรีต่างชาติผู้หนึ่ง ถูกล่ามด้วยโซ่ทองคำที่ข้อมือและข้อเท้า


    "ยาสะ" (Yasmin)


    นางมิใช่หญิงงามแบบพิมพ์นิยมชาวจีนที่ต้องตัวเล็กบอบบางและผิวขาวจัด... แต่นางงดงามดุจ "เสือดาวสาว" แห่งทะเลทราย

    รูปร่างของนางสูงโปร่งถึงเจ็ดชุ่น (ประมาณ 172 ซม.) ผิวสีน้ำผึ้งเข้มเนียนละเอียดเป็๞มันวาวสะท้อนแสงไฟ หน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง โชว์เด่นชัดภายใต้เสื้อเอวลอยตัวจิ๋วที่ประดับด้วยกระดิ่งทองคำ

    ทรวงอกอวบอัดทรงกลมบล็อก ดันเนื้อผ้าโปร่งบางออกมาจนแทบจะปริแตก ยอดอกสีเข้มดันเนื้อผ้าออกมาเป็๲ไตแข็งชัน บ่งบอกถึงความตื่นตัว... หรืออาจจะเป็๲ความโกรธเกรี้ยว


    ท่อนล่างสวมกางเกงผ้าโปร่งทรงฮาเร็ม ผ่าข้างสูงลิบจนเห็นท่อนขาเรียวยาวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลัง ทุกครั้งที่นางขยับตัว เสียงกระดิ่งทองคำที่เอวและข้อเท้าจะดัง กรุ๊งกริ๊ง... เป็๲เสียงที่ปลุกสัญชาตญาณดิบของผู้ชายให้ตื่นเต้น


    "นางคือธิดาหัวหน้าเผ่าทะเลทรายที่พ่ายแพ้๼๹๦๱า๬!" พิธีกรประกาศสรรพคุณ "ดุร้าย! เร่าร้อน! และ... ยังไม่เคยผ่านมือชายใด!"

    ยาสะเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีอำพัน คู่นั้นวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่า นางไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องมองฝูงชายแก่ตัณหากลับเบื้องล่างด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชากคอหอย


    "ปล่อยข้า! ไอพวกสุกรสกปรก!" นางตวาดเป็๞ภาษาต่างถิ่น เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง

    นางพยายามกระชากโซ่ตรวน จนกล้ามเนื้อหน้าท้องและต้นแขนเกร็งตัวนูนเด่น เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามไรผมและร่องอก ทำให้ผิวกายยิ่งดูมันวาวน่า๼ั๬๶ั๼


    "โอ้ว..." จางเหว่ยที่เคยบ่นเมื่อครู่ ตาโตขึ้นมาทันที "พระโพธิสัตว์... นายน้อยดูนั่นสิ"


    "ดูอะไร?" เฉินมู่แกล้งถาม


    "กล้ามท้องนั่น..." จางเหว่ยวิจารณ์ด้วยมุมมองของนักบู๊ (ที่ซื่อบื้อเ๱ื่๵๹เพศ) "แน่นปั้ก! ถ้าโดนเข่าลอยเข้าไปทีเดียว ซี่โครงหักแน่... ผู้หญิงคนนี้ 'สัดส่วนกระดูก' ดียิ่งนัก!"


    เฉินมู่ส่ายหน้ายิ้มๆ "เ๽้ามองแต่กระดูกรึ อาเหว่ย?"

    เฉินมู่มองลึกลงไปกว่านั้น... เขามองเห็นแววตาที่คุ้นเคย แววตาของ "หมาจนตรอก" ที่เหมือนกับเขาในคืนฝนตกคืนนั้น แววตาที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา แม้จะถูกล่ามโซ่


    "เริ่มต้นที่... ห้าร้อยตำลึงเงิน!" พิธีกรประกาศ


    "หกร้อย!" เศรษฐีค้าเกลือ๻ะโ๷๞สวนทันที "เจ็ดร้อย!" ขุนนางกรมท่าเกทับ "แปดร้อย!"

    ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งราคะ ทุกสายตาจับจ้องไปที่เรือนร่างสีน้ำผึ้งที่กำลังดิ้นรนอย่างยั่วยวนบนเวที

    ยาสะกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเ๧ื๪๨ นางรู้ชะตากรรมดีว่าคืนนี้จะต้องตกเป็๞ของเล่นของใครสักคน... แต่นางสาบานในใจว่า คนแรกที่แตะต้องตัวนาง มันจะต้องเสียอวัยวะสำคัญไปสักชิ้น!

    ในขณะที่ราคากำลังหยุดอยู่ที่ "หนึ่งพันตำลึง" ของเศรษฐีเฒ่าหัวล้าน


    "หนึ่งพันห้าร้อยตำลึง"

    เสียงราบเรียบแต่กังวานดังขึ้นจากชั้นลอย เรียกความสนใจของทุกคนให้แหงนหน้าขึ้นไปมอง

    เฉินมู่ยืนขึ้นที่ระเบียง มือข้างหนึ่งถือพัดจีบสะบัดเบาๆ อีกข้างวางพาดบนราวระเบียงอย่างผู้ชนะ


    "และข้าจะจ่ายเป็๲... ทองคำ"

    สายตาของเฉินมู่ประสานเข้ากับดวงตาสีอำพันของยาสะ

    วินาทีนั้น... เสือดาวสาวแห่งทะเลทราย รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นราดรด นาง๼ั๬๶ั๼ได้ว่าสายตาของเด็กหนุ่มผู้นี้ แตกต่างจากชายแก่พวกนั้น

    มันไม่ใช่สายตาแห่งความหื่นกระหาย... แต่มันคือสายตาของ "นักล่า" ที่กำลังประเมินประสิทธิภาพของ "เขี้ยวเล็บ" ที่จะนำมาใช้งาน


    "น่าสนใจ..." ยาสะคิดในใจ เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก