พอถึงวันจันทร์ รถตู้คันใหญ่สีดำวิ่งมาจอดหน้าบริษัทสกายกิฟต์ถึงสองคัน ณัฐวุฒิเป็คนชี้แจงการแบ่งกลุ่ม “ผมกับคุณดาวเป็หัวหน้าคนละกลุ่มครับ เชิญคุณพราวกับคุณปุ้ยขึ้นรถคันโน่นเลยครับ”
ทักษพรทำหน้าฉงน หันไปมองณัฐวุฒิ
“คุณผักขึ้นรถคันแรกไปกับผมครับ”
พราวพรายละล้าละลัง เธออยากจะให้ทักษพรไปด้วยกัน แต่เนตรดาวรีบต้อนสองสาวขึ้นรถคันหลัง “เร็วเข้าเถอะค่ะ คุณพราว คุณปุ้ย รีบขึ้นรถ กำหนดการวันนี้ดาวส่งเข้าไลน์กลุ่มให้แล้วนะคะ”
พอขึ้นรถตู้ได้ เนตรดาวก็กระซิบบอกเื่ที่ท่านประธานเคยประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่แต่หลังผ่าตัดยังมีผลข้างเคียงคืออารมณ์เสียง่ายและปวดหัวอยู่เป็บางครั้ง “ถ้าปล่อยให้บอส หงุดหงิดขึ้นมา พวกเราจะลำบากกันหมด”
ทักษพรขึ้นไปบนรถตู้คันแรกอย่างงงๆ พอขึ้นไปบนรถเธอก็ยิ่งใเพราะบนนั้นมีเพียงธนานั่งอยู่ เขาวางมือบนเบาะแล้วตบเบาๆ ทักษพรจำต้องนั่งลงโดยเว้นระยะจากเขา คนทั้งสองนั่งคนละฟากรถ
ณัฐวุฒิปิดประตูแล้วไปนั่งด้านหน้าคู่คนขับ ทักษพรได้แต่นั่งตัวเกร็งไม่กล้าหันไปมองหน้าธนา เขาหยิบเอาถุงที่มีกล่องพลาสติกในถุงยื่นให้เธอ
“ผมยังไม่กินข้าวเช้าก็เลยให้ณัฐแวะซื้อมาเผื่อคุณด้วย”
ธนาหยิบกล่องพลาสติกอีกกล่องออกมาเปิด ในนั้นมีขนมจีบอยู่ในช่องหนึ่ง อีกช่องเป็ซาลาเปาสองก้อน เขาจำได้ว่าเธอชมซาลาเปาที่เนตรดาวซื้อมาฝากคราวก่อนก็เลยสั่งให้เลขากลับไปซื้อที่ร้านเดิมมา
ทักษพรก้มหน้าก้มกินไม่พูดไม่จา ธนาหยิบเอาน้ำส้มขวดในตู้เย็นเล็กที่เสียบไว้ในรถออกมายื่นให้เธอ
“ลองดื่มดูสิ ร้านนี้ก็อร่อยดีนะ หรือว่าจะเอานม?”
“น้ำส้มก็ได้ค่ะ” เธอรับเอาขวดน้ำส้มแต่สายตายังจับจ้องขวดน้ำดื่ม
ธนาจึงหยิบขวดน้ำออกมาวางตรงช่องวางด้านหน้าเธอ
“ขอบคุณค่ะ”
พอทั้งสองกินอิ่ม ทักษพรก็เปิดดูโปรแกรมประจำวันในโทรศัพท์มือถือที่เนตรดาวส่งเข้าไปในกลุ่มออนไลน์
“วันนี้เราไปแค่แห่งเดียว เดี๋ยวเรากลับก่อนเที่ยงเพราะผมเรียกบริษัท อินทีเรียให้มาเสนอแบบ”
“ค่ะ”
“คุณไม่ยอมมองหน้าผมเพราะอะไร?”
“คะ” เธอรับคำด้วยความใ ไม่คิดว่าธนาจะถามตรงๆ
“ผมถามว่าทำไมคุณไม่ยอมมองหน้าผม? ผมเคยสร้างความแค้นอะไรให้คุณหรือเปล่า?”
ทักษพรตกตะลึง “ไม่ ไม่ค่ะ”
“ผมอาจจะเข้มงวดในเื่งานแต่คุณก็ไม่ต้องเกร็งมากก็ได้”
“ค่ะ”
“ตอนเช้าคุณมาทำงานยังไง?”
“ขี่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้ามาค่ะ”
“มาแวะส่งลูกก่อนเหรอ?”
ทักษพรมีท่าทีอึดอึด “ค่ะ”
“บ่ายนี้เรามีประชุม ขากลับคุณแวะแจ้งคุณครูเอาไว้ เดี๋ยวให้ณัฐมารับน้องพืชแทนคุณก็แล้วกันนะวันนี้”
โรงเรียนอนุบาลมีกฎอยู่ว่าผู้ที่จะมารับเด็กได้ ผู้ปกครองจะต้องแจ้งกับทางโรงเรียนเอาไว้ก่อน ต้องมีการบันทึกภาพถ่าย ชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์เอาไว้เพื่อป้องกันการลักพาตัว
เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ธนายกมือห้าม
“เอาตามนี้ล่ะ คุณจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”
ทักษพรให้เล็บจิกหลังมืออีกข้างของตน เธอกำลังจะบอกว่าให้ป้าน้ำมารับลูกแทนเธอก็ได้แต่ธนาก็ไม่ยอมฟัง หญิงสาวทั้งอึดอัดและหงุดหงิดที่ไม่อาจจะปฏิเสธเขาได้
ธนาหันหน้าไปทางกระจกแล้วแอบยิ้ม รู้สึกพอใจที่ตัวเองกีดกันไม่ให้ วรภัทรมีโอกาสไปรับลูกชายของทักษพร เขานึกถึงใบหน้าที่คล้ายประกาศความเป็เ้าของของวรภัทรแล้วเกิดความหงุดหงิด ครั้งนี้ให้ณัฐวุฒิไปรับเด็กชาย ธนาธิปแทน เขาอยากจะรู้นักว่าวรภัทรจะทำหน้ายังไง?
ภัสราดูภาพลูกของทักษพรก็อดจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ “น่ารัก น่ารักจริงๆ นี่ถ้าแม่มีหลานน่ารักแบบนี้หลงตายเลย เหมือนลูกกับหนูนาตอนเป็เด็กมาก”
“ถ้านาชอบผู้หญิงคนนี้ คุณแม่จะว่ายังไงครับ?”
“จะว่าไง? ถ้าพวกเขารักกัน แม่ก็ไม่ขัดขวางอยู่แล้ว ขอแค่เขาจริงใจกับหนูนาก็พอ แต่แม่ก็ข้องใจอยู่ดี แม่รู้จักหนูนาดี ลูกแม่ไม่น่าจะชอบเขาเพราะความสวยแน่”
“สมกับเป็คุณแม่ของพวกเราเลยครับ ความจริงผมว่านาน่าจะสงสัยบางอย่าง” ธเนศทำหน้ามีลับลมคมใน
“เล่ามาๆ เปิดมาแบบนี้แม่อยากรู้จนตัวสั่นแล้ว”
ธเนศเล่าเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อนให้กับมารดาฟัง ภัสราฟังแล้วทำตาโต
“เกิดเื่แบบนี้ทำไมหนูเนศไม่บอกแม่?” ภัสรายกมือขึ้นตบแขนลูกชายอย่างแรง “ตอนที่หนูนาอยู่โรงพยาบาลแม่ก็เฝ้าเกือบเดือน ยังจะปิดแม่อีก”
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดนะครับ ตอนนั้นนาให้คนไปสืบหาตัวผู้หญิงคนนั้นจนทั่วแต่สืบไปแล้วก็ถึงทางตัน บ้านเขาก็ย้ายไปจากที่เดิมเพื่อนบ้านก็ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน? เพื่อนร่วมรุ่นก็ขาดการติดต่อ เขาทำตัวเหมือนหายสาบสูญไปเลย ส่วนคนที่สมคบกันวางยาเขาก็ได้รับเคราะห์กรรมกันหมดแล้ว ผมกะว่าจะรอให้นาเล่าเื่นี้ให้คุณแม่ฟังเอง”
ธเนศหันไปเปิดแท็บเล็ตหาข่าวของผู้จัดการบริษัทที่ถูกยิงพร้อมด้วยชู้รักให้มารดาดู “ผู้หญิงคนนี้เป็เมียน้อยของผู้จัดการบริษัทที่เธอฝึกงานอยู่ วางยาเธอแล้วกะจะให้ผู้จัดการเข้าไปปล้ำ ณัฐวุฒิกับนาไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดมาแล้ว”
“เลวจริงๆ หญิงร้ายชายเลวมาสมคบกันทำร้ายคนอื่น” ภัสราอ่านเนื้อหาข่าวไปก็หน้าคล้ำหน้าเขียวด้วยความโมโห “ดูสิ มีผู้หญิงเคราะห์ร้ายหลายคนด้วย น่าสงสารจัง”
“นา เขารู้ว่าน้ำฟ้าน่าจะใส่ยาลงในเครื่องดื่ม เขาก็เลยให้ณัฐวุฒิกันน้ำฟ้าเอาไว้แล้วเขาหนีเข้าห้องพัก แต่ใครจะไปรู้? ห้องนั้นดันมีผู้หญิงคนนี้นอนอยู่”
ธเนศเล่าเื่บังเอิญที่เกิดการสลับคีย์การ์ดให้กับมารดาฟัง “นางนกต่อคนนี้ไปที่เคาน์เตอร์ด้วยนะครับ คิดจะตามหาห้องที่เธอนอนอยู่” ธเนศชี้ไปที่รูปของผ่องพรรณ “แต่ห้องทั้งหมดยี่สิบห้องถูกจองด้วยชื่อของบริษัทที่จัดอีเว้นต์ เธอก็ขอดูกล้องวงจรปิดแต่ทางโรงแรมไม่ให้ดู พอบอกจะเรียกผู้จัดการเธอก็เดินหนีไปเลย”
ภัสราพยักหน้า “อืม บังเอิญจริงๆ สรุปว่าหนูนาก็เลยนอนกับเด็กฝึกงานคนนั้นเพราะเขาห้องผิดและทั้งสองคนก็ถูกวางยาพอดี ทำให้มีอะไรกันโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วเด็กคนนั้นก็หนีไป”
ธเนศถอนหายใจ “ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ พวกเรายังคิดเลยว่าอาจจะเป็คนรู้จักของเด็กนั่นมาแก้แค้นนา แต่พอสืบไปสืบมากลายเป็คนในบริษัท”
“เอาเถอะๆ พักความสงสัยของเราไว้ก่อน ตอนนี้แม่อยากจะเห็นเด็กคนนี้สักหน่อย หนูเนศพาแม่ไปโรงเรียนอนุบาลหน่อยได้ไหม?”
ภัสราใช้นิ้วเลื่อนดูภาพของเด็กน้อยไปเรื่อย “เอ๊ะ! ชื่อจริง ธนาธิป ไม่บังเอิญเกินไปเหรอ?” ชื่อที่ปักอยู่บนเสื้อนักเรียนทำให้ภัสราชะงัก
“นี่ก็เป็อีกเื่ที่นาสงสัยครับ”
“ส่วนใหญ่มักจะตั้งชื่อลูกชายให้มีคล้ายชื่อพ่อหรือแม่ ธนา ธนาธิป ก็แค่เพิ่มอีกพยางค์เดียว ไม่ได้การแล้ว หนูเนศ พาแม่ไปดูเด็กเดี๋ยวนี้เลย”
“แม่ครับ ถ้าเกิดว่าทักษพรไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นล่ะครับ”
“เื่นั้นไว้ว่ากันทีหลัง ถ้าเกิดหนูนาชอบเขาขึ้นมาจริงๆ ลูกติดของเขาก็กลายเป็หลานย่าอยู่ดี”
ธเนศเห็นท่าทางขึงขังของมารดาก็รู้ว่าขัดไม่ได้ เขาจึงกดอินเตอร์คอมเรียกให้เลขานุการหน้าห้องมารับทราบ รถตู้สีดำของบริษัทพาท่านรองประธานและมารดามุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอนุบาลแสงตะวันที่หน้าปากซอยบริษัท สกายกิฟต์ในตอนสาย
*********
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเซ็ท
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE5ODYwMiI7fQ

