# ตอนที่ 4: ตรวจชีพจร... ด้วยร่างกาย (Checking the Pulse... with the Body)
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมเพนท์เฮาส์หรูชั้น 45 อีกครั้งหลังจากพายุอารมณ์เมื่อวันก่อนหน้าผ่านพ้นไป ‘ใยไหม’ นอนทอดถอนหายใจอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนใหญ่ แม้เรือนร่างจะระบมและตึงล้าจากแรงอารมณ์อันบ้าคลั่งของัหนุ่ม ทว่าสมองของเธอกลับไม่ได้หยุดทำงานตามร่างกายเลยสักนิด
เธอกำลังสงสัยและ้าความจริง...
‘หมอวิน’ สูตินรีแพทย์ผู้แสนอ่อนนุ่ม อบอุ่น และใส่ใจในความปลอดภัยของคนไข้ กับ ‘วินเซนต์’ มาเฟียสายโหดที่หักกระดูกศัตรูต่อหน้าต่อตาเธออย่างเืเย็นที่สวนพฤกษศาสตร์ ทั้งสองคนคือร่างเดียวกันจริง ๆ ใช่ไหม? ดวงตาคู่นั้น รอยสักบางเบาใต้ร่มผ้าเชิ้ต และกลิ่นอายอันตรายที่เธอยังจำได้แม่นยำ ทุกสิ่งตอกย้ำว่าเธอกำลังถูกหลอกด้วยหน้ากากอันสมบูรณ์แบบ
ใยไหมขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาที่เริ่มแข็งแรงขึ้น ยาที่เธอสกัดมาทานช่วยพยุงระบบหัวใจของเธอไว้ได้ในระดับที่ดี เธอสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายธรรมดาสีครีม พยายามเดินอย่างเงียบเชียบสำรวจเพนท์เฮาส์หรูที่กว้างขวางป้อมปราการแห่งนี้ บอดี้การ์ดด้านนอกเฝ้าทางออกอย่างหนาแน่น ทว่าพื้นที่ด้านในไม่มีใครรบกวนความเป็ส่วนตัวของเธอ
จนกระทั่งเธอเดินมาถึงสุดทางเดินยาว และพบห้องทำงานส่วนตัวของหมอวิน ประตูไม้โอ๊กสีดำสลักเสลาอย่างดีถูกเปิดทิ้งไว้แง้มๆ ใยไหมมองซ้ายมองขวาเมื่อไม่เห็นใคร จึงถือิญญาเด็กดื้อผลักประตูแทรกตัวเข้าไปด้านในเงียบๆ
ภายในห้องทำงานกว้างขวาง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ราคาแพงและชั้นหนังสือวิชาการแพทย์เล่มหนา ทว่าตรงกลางห้องกลับมีโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานี สีแดงก่ำตั้งตระหง่าน บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์และเอกสารประวัติผู้ป่วยวางอยู่อย่างเป็ระเบียบ ใยไหมก้าวเข้าไปสืบค้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็ว
เธอเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานที่ไม่ได้ล็อกไว้ และนั่นทำให้หัวใจของเธอเกือบหยุดเต้น...
ข้างในลิ้นชักมีกล่องกำมะหยี่สีดำขลับที่วางคู่กันอยู่ กล่องหนึ่งบรรจุหูฟังแพทย์ (Stethoscope) หัวทองคำหรูหราอย่างดี แต่อีกกล่องหนึ่งกลับบรรจุปืนพกสั้นกระบอกเหล็กสีดำมะเมื่อมข้างะุปืนขนาดเก้ามิลลิเมตรที่สะท้อนแสงไฟวับวูบ และที่สำคัญ... ข้างๆ ปืนกระบอกนั้นมีกระดุมข้อมือทองคำสลักชื่อย่อ **"V"** อีกลูกหนึ่งซึ่งเป็คู่แท้ของลูกที่เธอเก็บรักษาไว้ในกระเป๋าเสื้อ!
"หาหลักฐานชิ้นสำคัญอยู่เหรอครับ... ยัยหนูใยไหม?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นะเืดังขึ้นจากบานประตูห้องทำงาน ใยไหมสะดุ้งเฮือกหันหลังกลับไปทันทีจนแผ่นหลังบางเบียดชิดขอบโต๊ะไม้หนา หมอวินยืนกอดอกพิงกรอบประตูในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสองเม็ดบนพับแขนเสื้อขึ้น สลัดหน้ากากแพทย์และแว่นตาทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาเรียวคมกริบจ้องตรงมายังเธอด้วยแววตาของผู้ล่าที่ดักจับเหยื่อได้คาหนังคาเขา
"คุณหมอวิน... คือ วินเซนต์..." ใยไหมละล่ำละลัก แผ่นหลังแนบชิดกับลิ้นชักที่เปิดค้างอยู่
"ใช่ครับ..." วินเซนต์ยอมรับอย่างง่ายดายพลางสาวเท้าก้าวเข้ามาหาเธอช้า ๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังและแรงกดดันมหาศาลจนใยไหมรู้สึกราวกับชั้นบรรยากาศรอบตัวบีบอัดลงมา "ฉันคือนายใหญ่แห่งัทมิฬ... และเป็หมอสูติฯ ที่ตรวจร่างกายของเธอไงใยไหม"
"ทำไมคุณต้องหลอกฉัน..."
"ฉันไม่ได้หลอก..." ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะประชิด มือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนโต๊ะทำงาน กักตัวเธอไว้ตรงกลางระหว่างอ้อมกอดแกร่ง "ฉันแค่แยกแยะบทบาทเพื่อความปลอดภัยของเธอ แต่ดูเหมือนว่าเด็กดื้อคนนี้จะไม่ยอมฟังคำเตือน แถมยังชอบแอบสืบประวัติหมออีกล่ะสิ?"
ดวงตาคมกริบสีดำของวินเซนต์วาวโรจน์ด้วยความเสน่หาปนหึงหวงที่เห็นเธอยื่นมือเข้ามาในโลกมืดของเขา เขายื่นมือหนาเอื้อมไปหยิบหูฟังแพทย์หัวทองคำและปืนพกเหล็กดำจากลิ้นชักขึ้นมาวางเด่นชัดบนโต๊ะ
"ในเมื่อเธออยากรู้ความจริง... หมอก็คงต้องขอทำการ ‘สอบสวนและตรวจเช็คการเต้นของหัวใจ’ ของเธออย่างละเอียดแล้วล่ะครับ"
"คุณจะทำอะไรคะ... อ๊ะ!"
ใยไหมหวีดร้องแ่เบาเมื่อวินเซนต์ช้อนสะโพกกลมกลึงอุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ เอกสารและสมุดวิจัยกระจัดกระจายหล่นลงพื้น วินเซนต์โน้มตัวทับลงมาใช้ขาแกร่งแทรกกลางระหว่างขาเรียวของเธอ ยึดครองพื้นที่อย่างเผด็จการ
เขาหยิบหูฟังแพทย์ขึ้นมา สวมใส่หูสองข้างแล้วทาบหัวตรวจสีทองอุ่นลงบนอกซ้ายของเธอผ่านเนื้อผ้าฝ้ายบางเบา
*ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...*
"ชีพจรเต้นเร็วมากเลยนะครับ... ปรุงยาสมุนไพรสูตรไหนมารักษาหัวใจเต้นเร็วเนี่ย?" หมอวินแกล้งกระซิบถามเสียงพร่า แววตาเย้าแหย่กึ่งหึงหวงรุนแรงจดจ้องที่เนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงรัวเร็วตามจังหวะชีพจร
"ปล่อยนะคะ... ฉันไม่ได้เป็คนไข้ของคุณแล้ว!" ใยไหมพยายามเอามือบางดันอกแกร่งของเขาออก ทว่าวินเซนต์กลับใช้มือเดียวรวบข้อมือเล็กสองข้างของเธอตรึงไว้กับหน้าอกของเขา
"เป็สิครับ... และต้องเป็ตลอดชีวิตด้วย" วินเซนต์เอ่ยเสียงต่ำดุดันปนคลั่งรักข้ามเส้น "ในเมื่อดื้อไม่ฟังหมอ แอบค้นเอกสารลับมาเฟีย... หมอก็ต้องให้บทเรียน ‘ตรวจชีพจรด้วยร่างกาย’ เพื่อดูว่าเธอแอบมีใครซ่อนอยู่หรือเปล่า"
เขาใช้มืออีกข้างดึงคอเสื้อเดรสฝ้ายธรรมดาของเธอลงต่ำอย่างไร้ความปรานีจนกระดุมหลุดขาดวิ่น เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องเต่งตึงสู้สายตา ยอดอกสีหวานชูชันสะท้านลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เป่ารด วินเซนต์ถอดแว่นและหูฟังโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี แล้วก้มหน้าบดจูบลงบนหน้าอกอวบอิ่มของเธอทันที
"อ๊ะ... คุณหมอ... วินเซนต์... อย่าทำตรงนี้..." ใยไหมครางระคนประท้วง ร่างบางสั่นสะท้านกับััรุนแรงปนร้อนรุ่มของเรียวลิ้น ที่ขบเม้มบดขยี้อกคู่งามจนเกิดรอยสีแดงเด่นชัด
"จะลงโทษให้หนัก... ให้จำว่าร่างกายนี้มีเพียงฉันคนเดียวที่ััได้" วินเซนต์คำรามเสียงต่ำพร่า
เขารีบถอดกระโปรงและกางเกงชั้นในของเธอออกอย่างรวดเร็วจนสะโพกขาวผุดผ่องเปลือยเปล่าอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ ก่อนจะปลดเปลื้องกางเกงของตัวเองออก เผยตัวตนร้อนระอุั์ที่ขยายขีดสุด วินเซนต์แยกขาเรียวขาวพยุงสะโพกมนของเธอขึ้นสูง ทาบทับตัวตนแข็งแกร่งสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะชื้นชโลมน้ำรักอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง
"อ๊า! เจ็บ... คุณวินเซนต์..." ใยไหมครางลั่นห้องทำงาน สองมือเกาะไหล่หนาแน่นเล็บจิกเกร็งเข้าไปในผิวกายแกร่ง
"อืม... แน่นและร้อนเหลือเกินใยไหม... ตอดรัดฉันแรงๆ สิเด็กดี" มาเฟียหนุ่มคำรามครางต่ำลั่นสะโพกขยับกระแทกกระทั้นเข้าออกเป็จังหวะรวดเร็วและป่าเถื่อนบนโต๊ะทำงานไม้
*พั่บ! พั่บ! พั่บ!*
เสียงโต๊ะไม้หนาหนักไหวเอนตามแรงกระแทกอันดุดันประสานกับเสียงครางสั่นเครือหวานฉ่ำของใยไหมที่พ่ายแพ้ต่อััรัญจวนจิต วินเซนต์กระซิบข้างหูเธอด้วยคำพูดหยาบโลนวาบหวาม กระตุ้นอารมณ์เสน่หาของเธอให้พุ่งทะยานสูงขึ้น บังคับให้เธอรับความร้อนผ่าวของัคลั่งทั้งหมดเข้าไปลึกในกาย
"มองฉันใยไหม... บอกสิว่าชีพจรของเธอเต้นเพื่อใคร... ร่างกายนี้เป็ของใคร!"
"ฮะ... อ๊า... ของคุณ... ของหมอวิน... ของวินเซนต์คนเดียว... อื้อ..." เธอพร่ำบอกเสียงสั่นสะท้านยอมสยบราบคาบ
วินเซนต์พึงพอใจรอยยิ้มป่าเถื่อนปรากฏขึ้น เขากระแทกกระทั้นเน้นน้ำหนักเน้นหนักย้ำความลึกซึ้งฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนเข้าไปในช่องทางรักจนเอ่อล้นทะลักเปรอะเปื้อนกระดาษเอกสารและโต๊ะไม้ ทั้งคู่กอดก่ายหอบหายใจกอดเอวแแ่ท่ามกลางความเงียบงันและความจริงของตัวตนสองขั้วที่หลอมรวมเป็หนึ่งอย่างถอนตัวไม่ขึ้น.