บทที่ 186 กลุ่มดวงตามาร
ทางด้านซูหยวนและสมาชิกในหน่วยของเธอไม่รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของทหารคนอื่นๆ แม้ซูหยวนจะตรวจสอบและพบว่าจำนวนของทหารที่อยู่ในพื้นที่ล่าค่อยๆลดลงไป แต่เธอก็คาดเดาได้ว่าพวกเขาอาจจะต้องกลับไปรักษาตัวหรือแจ้งข่าวสำคัญ เนื่องจากความสามารถของสัตว์และพืชกลายพันธุ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้
ระดับและจำนวนของพวกมันมากเกินกว่าทหารระดับธรรมดาจะจัดการได้ ขนาดเธอพยายามหาเส้นทางที่ได้เจอกับพวกกลายพันธุ์น้อยที่สุดแล้ว ก็ยังเลี่ยงที่จะปะทะพวกกลายพันธุ์จำนวน 5 ตัวไม่ได้เลย
“หัวหน้าหน่วยย่อย จะทำยังไงต่อไปดี...ปกติแล้ว ถ้าต้องต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์เขต I พวกนี้ จะต้องใช้ทหารระดับอย่างพวกเรามากกว่า 10 คนรุมล้อมโจมตี ตอนแรกที่สู้กับพวกมัน 3 ตัวก็ว่าหนักเอาเรื่องแล้ว เวลานี้ยังต้องสู้กับพวกมัน 5 ตัวพร้อมกันอีก พวกเรา 7 คนจะรับมือไหวไหม”
สิบเอกที่เย่อหยิ่งในตอนแรก บัดนี้ยอมรับซูหยวนเป็นหัวหน้าของเขาอย่างแท้จริง หันมาถามเด็กสาวอย่างไม่อับอายด้วยซ้ำ
“รับมือไม่ไหวหรอก”
เพราะทหารพวกนี้ไม่สามารถสู้ตัวต่อต่อกับพวกกลายพันธุ์ระดับเดียวกับเขต I ได้ หากต่อสู้ 3 ต่อ 7 คน ก็ยังมีคนคอยรั้งและปล่อยให้ 4 คนรุมโจมตีศัตรูได้ ทว่า...เมื่อกลายเป็น 5 ตัว เท่ากับว่าจะเหลือเพียง 2-3 คนที่จะโจมตีได้เท่านั้น แล้วถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ก็เท่ากับว่าสมาชิกในกลุ่มของพวกเขาทั้งหมดอาจต้องตาย เพราะสมดุลที่เสียไปนั่นเอง
“หัวหน้า ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำยังไง” ทั้งๆที่รู้ว่ารับมือไม่ได้ แล้วจะพาพวกเขามาเผชิญหน้ากับพวกมันทำไม! คำถามสุดท้ายเก็บเอาไว้ในใจไม่กล้าถามออกมา ตอนนี้พวกเขาทำได้แค่หวังพึ่งพาทักษะหอกของหัวหน้าเท่านั้นแล้ว
“หรือหัวหน้าจะใช้หอก แล้วให้พวกเราใช้อาวุธอื่น...”
“อาวุธอื่น? ทำได้ด้วย?”
“เอ่อ ที่จริง....ก็อาจจะใช้มีดสั้น...” แม้เขาจะพูดแบบนั้น แต่ตัวเองก็ไม่คิดว่าจะสามารถใช้มีดสั้นเพื่อโจมตีได้เลย
มีดสั้นที่พกพามานี้ ที่จริงก็แค่เอาไว้ป้องกันตัวยามฉุกเฉิน พวกมันไม่ได้มีไว้ต่อสู้จริงเสียหน่อย อีกอย่าง...พวกเขาก็เป็นผู้ใช้หอก ปกติแล้วแค่ฝึกการใช้หอกก็ยากเย็นมากแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปฝึกฝนการใช้มีดสั้นอีกล่ะ
“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ที่จริงแล้วฉันเอาบอลกาวตัวหนืดติดมาด้วย แต่ราคาของมันค่อนข้างแพง ฉันไม่ต้องการใช้บอลกาวตัวหนืดมากเกินไป ดังนั้นช่วยล่อพวกมันมารวมตัวกันด้วย จะได้หยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันในการโจมตีเดียว”
ซูหยวนส่ายหน้า หากไม่ใช่เพราะข้างหน้ามีของบางอย่างที่น่าสนใจอยู่ เธอเองก็คงจะออกคำสั่งให้ถอนกำลังไปแล้ว ไม่มายอมใช้บอลกาวตัวหนืดแบบนี้หรอก
“หัวหน้ามีบอลกาวตัวหนืดด้วยหรอ? นับว่ารอบคอบจริงๆ”
“ใช่แล้ว ด้วยบอลกาวตัวหนืด พวกเราก็น่าจะจัดการจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์พวกนี้ได้”
“ถูกต้องๆ หัวหน้าหน่วยย่อย พวกเรานับถือหัวหน้าจริงๆ ฮ่าๆ” ในที่สุดพวกเขาก็หัวเราะได้เสียที ตอนแรกคิดว่าจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าหัวหน้าที่เป็นเด็กอายุน้อยเช่นนี้จะเตรียมพร้อมมากจริงๆ
ซูหยวนไม่อยากจะสนทนาอะไรกับพวกเขาอีก เพียงโยนบอลกาวตัวหนืดให้สิบเอกผู้นั้นแล้วออกคำสั่ง
“จัดการให้ดี ฉันรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง จะไปตรวจสอบล่วงหน้าก่อน หากเจอพวกกลายพันธุ์จำนวนมาก ก็จะได้ให้ถอนกำลัง” เธอพูดแค่นั้นแล้วก็วิ่งออกไปทันที ไม่รอฟังว่าทั้ง 6 คนจะทักท้วงหรือเห็นด้วยอย่างไร
สิบเอกมองหน้าสมาชิกในหน่วย หากเป็นก่อนหน้านี้ คงไม่พ่นถ่มน้ำลายกลับไปด้วยความดูถูก วิธีการที่ซูหยวนแยกตัวไปแบบนี้ไม่เรียกว่าประมาทแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ทว่า...จากที่ได้เห็นผลงานของเธอก่อนหน้านี้ รวมทั้งความเร็วของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าทางนั้นมั่นใจว่าจะหนีเอาตัวรอดกลับมาได้
ปัญหาตอนนี้ก็คือพวกเขาต้องจัดการจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ด้วยตัวเองให้ได้มากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะมีบอลกาวตัวหนืดในมือ พวกเขาคงจะร้องไห้ไปแล้ว
ทางด้านซูหยวน หลังจากที่แยกตัวออกมาแล้ว เธอก็ดึงพลังงานของตนเองออกมาปกคลุมทั่วร่าง อาศัยความเข้าใจเรื่องการอำพรางลูกศรและการลบจิตสังหาร เพื่อไม่ให้สิ่งมีชีวิตชนิดไหนตรวจจับเธอได้ รวมทั้งการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีพวกกลายพันธุ์อยู่ ในที่สุดเธอก็เข้ามาถึงเขตที่มีสัญลักษณ์สีเขียวขนาดใหญ่
ปกติแล้ว สัญลักษณ์สีเขียวก็คือทรัพยากรที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ แต่ขนาดของมันจะขึ้นอยู่กับประโยชน์ด้วย ยกตัวอย่างเช่น สีเขียวของแกนพลังงานจากเขต A ก็จะเล็กกว่าเขต B ซึ่งสัญลักษณ์สีเขียวที่ซูหยวนได้เห็นในครั้งนี้ กลับมีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วที่เธอเคยเห็นมา
เมื่อเข้าใกล้ตำแหน่งของสัญลักษณ์สีเขียวใหญ่ ซูหยวนก็ไม่ได้เข้าไปในทันที ซ่อนตัวและคอยตรวจสอบสถานการณ์อยู่รอบๆ รอดูว่าบริเวณนี้เอาไว้ใช้ทำอะไรกันแน่
ที่นี่มีซากตึกอาคารเก่าแก่มากมาย ทั้งกำแพงอิฐที่ร่วงหล่นไม่สมประกอบ หากไม่ได้ถูกยึดเอาไว้โดยเถาวัลย์เก่าๆ คาดว่าน่าจะร่วงหล่นลงมาแล้ว
แกร๊ก แกร๊ก
เสียงกรอบแกรบที่ดังขึ้นมาทำให้ซูหยวนซ่อนตัวเข้าไปในบ่อลึกของกำแพง ไม่ให้คนที่เพิ่งมาสังเกตเห็นได้ และใช่! เสียงนั้นดังมาจาก “คน” จริงๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจมากที่จะได้เห็นคนพวกนี้ที่นี่
“ทหารพวกนั้นดมกลิ่นมาได้เร็วจริงๆ พวกมันส่งคนเข้ามาตรวจสอบพื้นที่แล้ว อีกไม่นานก็คงจะเจอแท่นปล่อยพลังงานนี้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำลายในอีกครึ่งชั่วโมงก็ได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว พวกกลายพันธุ์ได้รับพลังงานและสารพิษอัดแน่นจนเลื่อนระดับไปไม่รู้กี่ระดับแล้ว เห็นว่าพวกจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์เลื่อนระดับจาก F เป็น I เชียวนะ”
“ฮ่าๆ ก็เพราะพวกนั้นมันอยู่รอบๆนี้ในตอนที่พวกเราตั้งค่าปล่อยพลังงานช่วงแรกๆนี่ ไม่น่าแปลกใจที่พวกมันจะเพิ่มระดับได้ขนาดนั้น”
“อืม ด้วยพวกจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์นี้ ทำให้พวกทหารเจอศึกหนักแน่นอน”
“แต่ก็นั่นแหละ พวกมันกำลังแจ้งไปยังศูนย์บัญชาการใหญ่ อีกไม่นานก็คงจะส่งพวกระดับสูงมาจัดการแล้ว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราต้องมาติดตั้งเครื่องระเบิดเวลานี้ไงล่ะ”
“กว่าพวกระดับสูงจะมา ที่นี่ก็ถูกระเบิดไปแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ตรวจสอบอีกต่อไป อีกอย่าง...งานของพวกเราก็เสร็จแล้วด้วย การทดลองนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี เมื่อถึงช่วงเวลาทำลายล้างโลก เช่นนั้นก็จะไม่มีใครต่อกรได้อีก”
“อืม ฉันเองก็รอให้วันนั้นมาถึงเช่นกัน ที่จริง...มันควรจะถึงเวลาที่มนุษย์ทั้งหมดต้องหายสาบสูญแล้ว เพื่อให้มีเผ่าพันธุ์ที่ดียิ่งกว่าได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เปลี่ยนโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น แต่เพราะความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ไม่ยอมจากไปง่ายๆเหมือนไดโนเสาร์ในอดีต เมื่อธรรมชาติล้างโลกไม่ได้ เช่นนั้น...พวกเรากลุ่มดวงตามารก็ลงมือแทนก็ได้”
คนพูดกำหมัดแน่น ท่าทางมุ่งมั่นตั้งใจเหลือเกิน อีกคนที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ลอบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คนหนึ่งมีความเชื่อมั่นว่าการทำลายล้างโลก ทำลายมนุษย์ชาติให้หมดไปคือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ที่พระเจ้าต้องการมอบให้ แต่ในความจริงแล้ว...พวกคนบ้าเหล่านั้นก็แค่ถูกหลอกใช้เท่านั้นเอง
ในฐานะที่เขาคลุกคลีอยู่กับพวกระดับสูงของกลุ่มดวงตามาร พวกมันไม่ได้ต้องการที่จะทำลายมนุษย์ชาติทั้งหมดเสียหน่อย แต่....อุปกรณ์นี้จะสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน และนั่นต่างหากคือจุดประสงค์ของพวกเขา
เพื่อสร้างความหวาดกลัว มนุษย์ชาติไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหนก็ต้องยอมรับทุกข้อเรียกร้องของพวกมัน อยากจะกิน อยากจะดื่ม อยากจะเล่นหรือนอน ขอแค่มีอาวุธชิ้นนี้ในมือ ก็สามารถเอาไว้เจรจาต่อรองได้แล้ว!
ส่วนไอ้พวกที่มีความเชื่อแปลกๆ โดนล้างสมองกันเช่นนี้ ก็แค่จัดการพวกมันหลังจากนี้ก็พอ
“ใช่แล้ว พวกเราเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้านี่นา...” รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้น นักวิจัยที่โง่เขลาไม่ทันได้สังเกต เขาหลงเชื่อคำพูดนี้ของอีกฝ่าย พยักหน้ารับรัวๆ
ซูหยวนที่ซ่อนตัวอยู่เหมือนจะได้ยินข้อมูลสำคัญบางประการ เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ปรากฏว่านี่ไม่ใช่ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ แต่การยกระดับอย่างผิดปกตินี้มาจากฝีมือของมนุษย์! พวกเขาเรียกตัวเองว่า “กลุ่มดวงตามาร” ซึ่งมีเป้าหมายในการทำลายล้างมนุษย์ชาติ
ถึงจะไม่รู้ว่าอะไรทำให้พวกเขาคิดแบบนั้นได้ แต่ตรรกะเพี้ยนๆเช่นนี้ ก็ทำให้ซูหยวนนึกขันจริงๆ
ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้มนุษย์ชาติได้อยู่ต่อไป คนอีกกลุ่มกลับวางแผนที่จะทำลายมันลงเสียอย่างนั้น ซึ่งสำหรับซูหยวนเอง...เธอย่อมไม่เห็นด้วยกับความคิดของคนกลุ่มหลังแน่นอน
หลังจากที่สัญลักษณ์ของพวกเขาห่างไปเกือบ 10 นาที ซูหยวนก็เริ่มเคลื่อนไหว เธออยากรู้ว่าพวกเขากำลังใช้สิ่งใดเพื่อยกระดับให้พวกกลายพันธุ์เหล่านี้ มันค่อนข้างน่าสนใจสำหรับเธอ อีกอย่าง...ไม่ใช่ว่าซูหยวนมีพวกกลายพันธุ์จำนวนหนึ่งอยู่ในมือหรอกหรือ? หากเอาของพวกนี้ไปไว้ที่เขต C เช่นนั้นพวกหนูขาวกลายพันธุ์ก็คงจะยกระดับตัวเองจนถึงขั้น E หรือ F ได้เลยใช่ไหม
รอยยิ้มคาดหวังปรากฏขึ้น ซูหยวนมีเวลาเหลืออีกไม่กี่นาทีเท่านั้น ฟังจากคำพูดของพวกเขาแล้ว น่าจะตั้งเวลาให้ฐานที่มั่นนี้ทำลายตัวเองใน 30 นาที และจากที่พวกเขาผ่านไปแล้ว 10 กว่านาที ซูหยวนต้องเร่งมือแล้ว
คนตัวเล็กกระโจนออกไปข้างหน้า ตรวจสอบพื้นที่แล้วว่าไม่มีคนอยู่ที่นี่อีก แม้แต่พวกกลายพันธุ์ก็ไม่ได้เข้าไป มีเพียงอยู่รอบๆเท่านั้น เนื่องจากพลังงานที่แผ่กระจายออกมานั้นมีมากเกินไปจนทำให้รับไม่ได้ หากพวกมันที่มีระดับต่ำได้รับพลังงานนี้ครั้งเดียวก็คงจะทำให้แกนพลังงานในร่างแตกกระจายไป
ฐานที่มั่นนี้ไม่มีรหัสผ่าน ทั้งยังไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอะไรมากนัก เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ถูกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน เหมือนแค่หาตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วติดตั้งอุปกรณ์ลงไป
ง่ายดายเช่นนี้ ในอนาคตจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่!
ซูหยวนไล่ตามเส้นทางที่เปิดโล่ง เธอยังเห็นระหว่างทางมีการติดตั้งระเบิดเวลาเอาไว้ด้วย พวกเขาคงไม่ต้องการให้หลงเหลือหลักฐานใดๆแม้แต่รอยเท้าของตน
เมื่อเข้ามาลึกไม่ถึง 2 กิโลเมตร ในที่สุดซูหยวนก็ได้เจอแท่นสีเงินที่แผ่กระจายพลังงานหนาแน่นออกมา พวกมันมีทั้งสารพิษและพลังงาน หญิงสาวไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้มากนัก ครั้งแรกที่เธอขยับเข้าไปก็ทำให้โล่บาเรียป้องกันราคา 100,000 เหรียญแตกกระจายแล้ว หากไม่รีบถอยกลับมา...มีหวังคงจะระเบิดตายเป็นแน่
ที่พื้นรอบๆยังมีร่างของมนุษย์ 2 คน ที่เริ่มเน่าเปื่อยจากสารพิษ รวมทั้งมีรอยเท้าของพวกเขาเข้าไป คาดว่าทั้งสองน่าจะเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อเปิดใช้งานแท่นพลังประหลาดนี้
“หืม?” เด็กสาวเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ แม้โล่บาเรียของเธอจะแตกกระจายอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าไปในอาณาเขตพลังงานหนาแน่น ทว่า...ยิ่งอยู่ใกล้ๆ ก็เหมือนจะได้รับพลังงานจำนวนมากเข้ามาในร่างกาย
หากไม่ใช่เพราะสารพิษที่มาพร้อมกับพลังงานเหล่านั้น ซูหยวนก็คิดว่ามันน่าจะไม่เป็นอันตรายต่อเธอ น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอใช้งานมันไม่ได้...
“ฟังก์ชั่นเก็บรวบรวมผลผลิตทำได้แค่ในรัศมี 1 เมตรรอบตัว ดังนั้น....ฉันจะต้องเข้าไปให้ได้ในรัศมีนี้ก่อน” อันซูหยวนพึมพำ ในเมื่อมันมีประโยชน์ขนาดนี้ เธอจะปล่อยทิ้งขว้างไปได้อย่างไร
หญิงสาวเรียกคำสั่ง “เปิดเกราะป้องกันอันตรายต่อชีวิตผู้เล่น ที่มีค่าใช้จ่าย 100,000 เหรียญต่อ 1 เกราะป้องกัน” คำนวณดูแล้วจะต้องใช้ 20 เกราะป้องกันในกรณีที่ซูหยวนเคลื่อนที่ได้ 30 เมตรต่อ 1 ครั้ง ซึ่งการที่เธอมีค่าพลังงานจำนวนมากนี้ ถ้าอยู่ในโลกเดิมคงจะทำลายสถิติโลกประเภทกระโดดไกลของผู้ชายที่ทำได้มากสุด 8.95 เมตรไปได้อย่างสบายๆ
ระยะห่างประมาณ 600 - 700 เมตรนี้ ต้องทำให้เธอเสียเหรียญสะสมไปมากกว่า 2 ล้านเหรียญในคราวเดียว แค่คิดก็เสียดายไม่น้อยแล้ว แต่เพื่อยกระดับพวกหนูกลายพันธุ์ ซูหยวนคิดว่ามันคุ้มค่า
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอก็ตั้งท่า ตบเท้าไปที่พื้นแล้วพุ่งตัวกระโดดออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเท้าแตะถึงพื้นก็กระโดดไปอีก พร้อมกับเสียง “เพล้ง” ของเกราะป้องกันตัวที่แตกกระจายอย่างต่อเนื่องทุกๆวินาที
เหมือนกับการวิ่งหนีความตาย ซูหยวนไม่สามารถพลาดได้แม้เพียงก้าวเดียว หากเธอไม่มีสมาธิที่มากพอ คงจะเรียกบาเรียออกมารับไม่ทันแล้ว
“เปิดใช้ฟังก์ชั่นเก็บรวบรวมผลผลิต!”
ในที่สุด ความพยายามของซูหยวนก็สำเร็จผล เธออยู่ห่างไป 1 เมตรเท่านั้น ก็เก็บแท่นประหลาดที่แสดงจุดสีเขียวกลับเข้าไปได้
คลื่นพลังงานและสารพิษที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ค่อยๆหายไป ถึงอย่างนั้นก็ยังคงหนาแน่นอยู่เหมือนเดิม
“อึก!” ซูหยวนเพราะต้องเปิดใช้ฟังก์ชั่นเก็บรวบรวมผลผลิต เธอจึงได้รับสารพิษเข้าไปอึกใหญ่ ราวกับน้ำท่วมทะลักเข้าปอด หญิงสาวรีบกระโจนเข้าไปในฟาร์มของตนเอง ตำแหน่งก็คือบ่อน้ำบริสุทธิ์ เพื่อที่จะจัดการกับสารพิษพวกนี้ได้ในครั้งเดียว ซูหยวนกลืนน้ำลงท้องไปไม่น้อย
“ฮ่า....”
………………………………