ความวุ่นวายและความโกลาหลได้เกิดขึ้นที่ห้องพักอาจารย์
“ผมพูดจริงนะครับอาจารย์..ถ้าไม่เชื่อ..ผมจะแสดงสเตตัสของตัวเองให้ดูก็ได้ครับ” หลังรูอันพูดจบได้เรียกอาร์ติเฟกซ์ออกมาแล้วเปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองให้ดูทันที
หลังจากอาจารย์ห้องCอ่านสเตตัสของรูอันแล้วก็ตกใจเป็นอย่างมาก
“ธะ..ธะ..เธอละ..ละ..เลเวล30จริงๆอย่างงั้นหรอ..ทั้งที่ห้องCเพิ่งจะได้คิวคลาสอัพกันเมื่อวานนี้เองแท้ๆ…เรื่องนี้มันเรื่องบ้าอะไรกันละเนี่ยยยยยย”
“มีเรื่องอะไรกันงั้นหรอ?” ตอนนั้นเองอาจารย์เอเรน(อาจารย์ที่ปรึกษาห้องS) ก็ปรากฎตัวขึ้น
“อะ..เอเรน..เธอประชุมเสร็จแล้วหรอ!?”
“อ่าว..ก็ใช่น่ะสิ…แล้วก็เสียงโวยวายดังไปถึงข้างนอกห้องเลยนะ..มีเรื่องอะไรกัน?”
“คะคือว่า..” อาจารย์ห้องC กล่าวสั้นๆพร้อมกับมองไปยังเด็กห้องSกลุ่มนั้นทันที
ตอนนั้นเองรูอันพยายามจะพูดอีกครั้งแต่เรเวลห้ามเอาไว้ แล้วขอพูดแทน
“อาจารย์เอเรนครับ..ไม่สิ..ผมต้องเรียกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาสินะ….คือจริงแล้วผมเลเวล30ตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ หลังจากนี้ผมต้องทำยังไงต่อในอีก1เดือนหรอครับ? แล้วก็ถ้าเป็นไปได้พอจะมีแหล่งเก็บเลเวลดีๆที่ทำให้ผมขึ้นไปถึงเลเวล40-50 ได้บ้างมั้ยครับ”
“งั้นหรอ..พวกเธอเลเวล30แล้วสินะ” เอเรนกล่าวโดยไม่ตกใจแม้แต่น้อย
“ดะ..เดี๋ยวสิ..เอเรนเธอไม่ตกใจหน่อยเลยหรอที่เด็กพวกนี้เก็บเลเวลถึง30ได้ในเวลา2วันน่ะ”
“ฉันไม่ตกใจหรอก..เพราะฉันไม่ได้แจ้งเรื่องป่าต้องห้ามกับพวกเขาไงล่ะ”
“ป่าต้องห้าม!?” เรเวลและเพื่อนคนอื่นๆต่างตกใจกับคำๆนี้ทันที
“อา..ใช่ ก็เป็นเขตป่าส่วนลึกสุดที่พวกเธอไปถล่มกันเมื่อวานไงล่ะ..เพราะป่าลึกส่วนนั้นมอนสเตอร์เริ่มสะสมพลังเวทย์สูงขึ้นมากจนอีกไม่นานก็จะกลายเป็นป่าปีศาจแล้ว..ซึ่งฉันได้แจ้งเรื่องนี้กับสมาชิกห้องSคนอื่นทุกคนยกเว้นกลุ่มพวกเธอ”
“เอ๋!..แล้วทำไมอาจารย์ถึงไม่แจ้งเรื่องพวกนี้กับหนูล่ะคะ..รู้มั้ยว่ามอนสเตอร์ในป่าส่วนลึกนั่นน่ากลัวแค่ไหน” ชีน่าเริ่มโวยวายทันที
“นั่นก็เพราะว่าฉันมองเห็นถึงศักยภาพในกลุ่มพวกเธอไงล่ะ..และการที่พวกเธอทุกคนยังมีชีวิตอยู่ แถมยังเลเวล30กันแล้ว ก็เป็นตัวพิสูจน์ในเรื่องพวกนี้…ที่จริงเมื่อวานนี้หลังจากที่มีคนมาแจ้งว่าป่าส่วนลึกถูกถล่มไปเกือบครึ่ง ฉันเองก็พอจะเดาเลเวลของพวกเธอได้แล้วล่ะ”
“แต่ถึงอย่างงั้นหนูก็รู้สึกเหมือนเอาชีวิตตัวเองไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายครั้งแรกเลยค่ะ..” เซล่าน่ากล่าวพร้อมกับนึกถึงเรื่องเมื่อวานที่ตัวเธอต้องวิ่งหนีฝูงมนุษย์หมาป่ากระหายเลือดนับร้อย
“เฮ้ออออ…” ลูน่าเองก็ถอนหายใจเช่นกัน เพราะตัวเธอเองก็เกือบตกไปในดงมอนสเตอร์จนเกือบกลายเป็นอาหารของมอนสเตอร์แล้ว เพราะในตอนนั้นถ้าใช้แอเรียลบินขึ้นยังไงก็ไม่มีทางทันแน่ และหากตัวเธอไม่ได้สกิล<กระสุนเทเลพอร์ต> ซึ่งเป็นสกิลใหม่ที่ได้มาตอนเลเวล20ช่วยเอาไว้ ตัวเธอเองก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้
“แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่ามอนสเตอร์ที่เลเวล 25 ขึ้นไป จะมีพลังแตกต่างกับเลเวล20ต้นๆถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะค้างคาวนักกล้ามเลเวล30ที่พวกหนูจัดการกันไปเมื่อวานก็เก่งสุดๆเลยด้วย” เซซิเลียกล่าว
“ก็นะ..ฉันก็ขอชมพวกเธอว่าทำได้ดีมากละกัน..ส่วนสำหรับ1เดือนหลังจากนี้ฉันคงไม่ได้ให้พวกเธอไปเก็บเลเวลเพิ่มแล้วล่ะ”
“หา!?..หมายความว่ายังไงหรอครับ..แค่อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำป่าปีศาจสักแห่งหนึ่งให้พวกผมไปเก็บเลเวลก็น่าจะได้แล้วไม่ใช่หรอครับ ?..มีเวลาอีกตั้ง1เดือนพวกผมอาจจะไปถึงเลเวล50หรือเกินกว่านั้นเลยก็ได้นะ” เรเวลถามแบบนั้น
“นี่เธอ..รู้มั้ยว่าพูดอะไรออกมาน่ะ…เลเวล50งั้นหรอ..โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์แห่งนี้คนที่จบไปในตอนชั้นปีที่3 ส่วนมากแค่เลเวล35-40 เท่านั้นเองนะ..และเลเวล40ก็เป็นเลเวลซึ่งเป็นเกณฑ์พื้นฐานที่สามารถเข้าร่วมหน่วยอัศวินเวทย์มนต์ได้..ฉะนั้นให้ตายยังไงตัวเธอก็ไม่มีทางไปถึงเลเวล50ได้หรอก”
“ตะ..แต่ว่า” เรเวลพยายามจะเถียง
“ที่สำคัญป่าปีศาจน่ะ..มันไม่ใช่สถานที่ๆคนนึกจะเข้าก็เข้า อยากจะออกก็ออกหรอกนะ..ต่อให้พวกเธอมีศักยภาพมากแค่ไหน..แต่ถ้าเข้าไปยังป่าปีศาจด้วยสเตตัสเลเวล30ในตอนนี้..ฉันรับประกันได้เลยว่าพวกเธอต้องเอาชีวิตไปทิ้งแน่ๆ "
“คะ..คือว่าสัตว์ปีศาจนี่แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยงั้นหรอคะ?” เซซิเลียถาม
“อา..แข็งแกร่งสุดๆเลยล่ะ ก็ตามที่เธอพูดมานั่นแหละ มอนสเตอร์ตั้งแต่เลเวล25-30 มีพลังแตกต่างจากเลเวล20เกินไป สำหรับสัตว์ปีศาจเองก็เช่นกัน เหตุผลที่มอนสเตอร์ลเลเวล40ขึ้นไปถูกเรียกว่าสัตว์ปีศาจ มันไม่ใชเรื่องบังเอิญที่คนตั้งเกณฑ์กันมั่วๆหรอก แต่เป็นเพราะระดับพลังของเลเวล40น่ะ..มันแตกต่างจาก30-39 ราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ"
“คือว่าฟ้ากับเหวนี่ประมาณไหนหรอครับ?” รูอันถาม
“ ตัวอย่างง่ายๆเลยก็คือ สัตว์ปีศาจที่เลเวล40 สามารถสังหารปาตี้นักพจญภัยเลเวล39 จำนวนมากได้ ในพริบตา..ซึ่งโศกนาฎกรรมแบบนั้นมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา ”
“..” ความเงียบได้ปรากฎขึ้น
รูอันกับชีน่ากลืนน้ำลาย
เซเลน่ากับเซซิเลียเหงื่อไหล
เรเวลกำหมัดแน่น..ราวกับเจ็บใจในบางเรื่อง
ลูน่ายังทำสีหน้านิ่งๆอยู่ โดยเหลือบมองไปทางเรเวลเล็กน้อย
“ขะ..เข้าใจแล้วครับอาจารย์ที่ปรึกษา” เรเวลตอบแบบนั้นพร้อมกับมองไปยังใบหน้าของอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องตัวเองทันที
“ขอบคุณนะ..ที่ยอมเข้าใจ ดูจากหน้าพวกเธอหลายคนก็คงมีความฝันกันไม่น้อยเลยนะ..แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอก ระหว่าง1เดือนที่ว่างๆอยู่นี้ พวกเธอจะได้สิทธิพิเศษในการเก็บหน่วยกิตชั้นปีสูงๆล่วงหน้าไงล่ะ ”
“เก็บหน่วยกิต?”
“ความหมายของฉันก็คือ ในช่วง1เดือนนี้ถ้าเธอมีวิชาไหน ไม่ว่าจะภาคปฎิบัติหรือทฤษฎีที่สนใจในโรงเรียนนี้ ก็สามารถลงเรียนได้เต็มที่เลย แน่นอนว่าจะเลือกวิชาที่คิดว่ามีประโยชน์กับการสำรวจดันเจี้ยนหรือการพจญภัยในอนาคตก็ได้นะ " อาจารย์เอเรนกล่าวพร้อมกับยื่นกระดาษตารางรายวิชาจำนวนมากให้พวกเรเวลแต่ละคน
“แน่นอนว่าเวลาว่างที่เหลือพวกเธอจะฝึกซ้อมการต่อสู้ร่วมกันในสนามแข่งของโรงเรียนก็ได้ เพราะพึ่งถึงเลเวล30กันมาไม่นาน และคงปลดล็อคสกิลใหม่กันเป็นจำนวนมาก..ฉันเองก็คิดว่าพวกเธอน่ายังจะใช้สกิลพวกนั้นได้ไม่คล่องฉะนั้นควรซ้อมกันให้คล่องก่อนไปดันเจี้ยนนะ”
“ครับ/ค่ะ”
“เอ่อ..แล้วก็อีกอย่างนึง..สำหรับดันเจี้ยนที่พวกเธอจะไปสำรวจน่ะ มันเป็นดันเจี้ยนชั้นใต้ดินที่เพิ่งค้นพบใหม่ไม่นานฉะนั้นพวกเธอจะได้สำรวจแค่ชั้นต้นๆเท่านั้น ซึ่งจะมีมอนสเตอร์ประเภทโกเลม(ทหารพิทักษ์ดันเจี้ยน) ที่มีเลเวลแค่30-33เท่านั้นเอง ฉะนั้นถ้าหากพวกเธอจับกลุ่มกันแล้วฆ่าเป็นจำนวนมากพอ อาจจะเก็บเลเวลได้ถึง33ก็ได้นะ”
ดันเจี้ยนคือสิ่งปลูกสร้างแหล่งอารยธรรมเวทย์มนต์โบราณในยุคเก่า ว่ากันว่าที่แห่งนั้นไม่เพียงแต่มีทรัพย์สมบัติและอุปกรณ์เวทย์ลึกลับเป็นจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีไอเท็มแปลกๆ อย่างเช่นคัมภีร์เวทย์ที่ทำให้ใช้เวทย์มนต์ลึกลับบางอย่างได้ด้วย หรือแม้แต่ในนิทานวีรบุรุษ ก็เคยมีเรื่องเล่าไว้ว่า
ในดันเจี้ยนแห่งหนึ่ง มีวีรบุรษผู้หนึ่งชื่ออาเลกิส ได้ตามหาไอเท็มจอกศักดิ์สิทธิ์ในดันเจี้ยน ที่ว่ากันว่าหยดน้ำในจอกนั้นหากดื่มเพียง1หยดแล้วจะสามารถรักษาโรคได้ทุกโรค ซึ่งอาเลกิสได้ลงมือค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างหนักเพื่อนำไปช่วยคนรักของตนที่ป่วยเป็นโรคร้าย จนสุดท้ายต้องจบชีวิตลงในดันเจี้ยนอย่างน่าเศร้า และเพื่อยกย่องวีรกรรมอันกล้าหาญที่เขาได้ทุ่มเทให้กับคนรัก ...อาเลกิสจึงได้ถูกยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษคนหนึ่งในประวัติศาสตร์
“อาจารย์ที่ปรึกษาครับ..ทำไมพวกเราถึงไปยังชั้นกลางกับชั้นลึกของดันเจี้ยนไม่ได้หรอครับ?” เรเวลถามไปแบบนั้นเพราะรู้สึกคาใจในบางเรื่อง
“เพราะว่ามันอันตรายเกินไปที่จะไปสำรวจไงล่ะ..ก็อย่างที่บอกไปตอนแรกนั่นแหละว่าดันเจี้ยนแห่งนี้เพิ่งค้นพบได้ไม่นาน และหน่วยสำรวจก็เพิ่งสำรวจได้แค่ชั้นต้นๆเท่านั้น ส่วนหน่วยสำรวจที่ส่งไปชั้นกลางจนถึงตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย”
“อาจจะเกิดอุบัติเหตุอะไรกับกลุ่มพวกเขาก็ได้นะคะ..แล้วไม่ส่งหน่วยช่วยเหลือไปหรอคะ?” เซซิเลียถามด้วยความเป็นห่วงทันที
“ส่งไปแล้วล่ะ..หลายชุดด้วย แต่ทุกชุดที่ส่งไปล้วนขาดการติดต่อหมดและไม่มีใครกลับออกมาอีกเลย..พูดง่ายๆคือทั้งหมดล้วนหายสาปสูญไปในชั้นกลางนั่นแหละ”
สมาชิกปาตี้หลายคนของเรเวลหน้าซีดทันที
“ละ..แล้วพวกเราไปสำรวจนี่จะไม่เป็นอะไรงั้นหรอครับ” รูอันถามด้วยความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าแค่ชั้นต้นๆละก็ปลอดภัยดี สบายใจได้”
ทั้งชีน่าและรูอันรู้สึกโล่งอกขึ้นมา
“นี่เจ้ากระต่าย..นายคงไม่คิดเรื่องบ้าๆอย่างไปช่วยคนพวกนั้นหรอกนะ..” ลูน่าเข้ามากระซิบข้างหูเรเวลทันที
“ก็อยากจะไปช่วยอยู่หรอกนะ..แต่ว่าระดับพลังของชั้นตอนนี้คงไม่พอที่จะไปช่วยพวกเขาแน่ ถ้าไปตอนนี้เผลอๆอาจจะได้หายสาบสูญไม่ต่างจากพวกเขา …แถมอีกอย่างเราไม่รู้ด้วยว่าในชั้นกลางมีอะไรบ้าง..นอกจากนี้เรื่องที่อาจารย์ที่ปรึกษาพูดมาก็คงผ่านมานานหลายอาทิตย์จนเกือบเดือนแล้วตั้งแต่ดันเจี้ยนถูกค้นพบ ซึ่งถ้าคิดตามสามัญสำนึกคนปกติ หาติดอยู่ในที่แบบนั้นไม่มีทั้งน้ำ ทั้งอาหาร คงไม่รอดแน่ ”
“เฮ้อออ..ค่อยยังชั่วหน่อยนะที่กระต่ายโง่ๆอย่างนายเข้าใจสถานการณ์นี้ดี..แล้วไม่ทำอะไรบ้าๆน่ะ”
“ฉันไม่ได้โง่สักหน่อยนะะะ!..”
เรเวลกับลูน่ากระซิบข้างหูกันไปมา..ถึงโดยเนื้อแท้แล้วจะไม่มีอะไร..แต่ภาพนั้นเล่นทำเอาเซซิเลียรู้สึกหึงขึ้นมาเล็กน้อย
“สำหรับวันนี้พวกเธอไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย?”
“ครับ..ผมไม่มีอะไรแล้วครับอาจารย์ที่ปรึกษา..ส่วนพวกเธอที่เหลือไม่มีอะไรกันแล้วใช่มั้ย?” เรเวลตอบอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วหันไปถามเพื่อนคนอื่นๆของตัวเองทันที
“อืม..ผมก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ”
หลังทุกๆคนส่ายหน้ากันแล้ว ก็เริ่มพากันเดินออกจากห้องพักอาจารย์กัน และตอนที่ตัวผมจะเดินตามพวกเขาออกไปนั้นเอง ผมได้หันกลับไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้ง
“ขอบคุณมากๆสำหรับข้อมูลนะครับ..อาจารย์ที่ปรึกษา” ผมกล่าวขอบคุณพร้อมกับยิ้มให้
“ไม่เป็นไรหรอก..เพราะฉันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาห้องพวกเธออยู่แล้ว…แล้วก็ถ้าเป็นไปได้เรียกฉันว่าอาจารย์เอเรนก็พอ”
“งั้นก็..ขอบคุณมากนะครับอาจารย์เอเรน” เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณพร้อมกับเดินออกจากห้องพักอาจารย์ทันที
………………………………….
#เย็นวันศุกร์#
หลังบอกลากับพวกผู้หญิงในกลุ่มพวกเราแล้ว ผมกับรูอันก็เดินกลับห้องพัก VIP ของตัวเอง
“นี่เรเวล..นายคิดว่าจะลงวิชาอะไรงั้นหรอ?”
“ก็วิชาศิลปะการต่อสู้ด้วยมือกับอาวุธเปล่าๆก็น่าสนใจนะ..แบบมันอาจจะใช้ได้ในกรณีที่พลังเวทย์เหลือน้อยๆน่ะ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเลือกวิชาที่เรียนช่วง10โมงถึงบ่าย2เท่านั้น"
“หืม?..ทำไมต้องเป็นช่วงเวลานั้นเท่านั้นล่ะ?”
“เพราะหลังจากนั้นฉันว่าจะซ้อมต่อสู้คนเดียวที่สนามแข่งสักหน่อย เนื่องจากยังไม่ค่อยคุ้นชินกับค่าสเตตัสของเลเวล30เลย แถมสกิลที่ปลดล็อคมาใหม่ก็มีเยอะเกินไปจนรู้สึกยังใช้ไม่ค่อยคล่อง”
“อืม..อย่างนั้นเองสินะครับ”
“จะว่าไปรูอัน..นายไม่สนใจมาซ้อมกับฉันหน่อยหรอ..”
“ไม่ไหวหรอกครับ เพราะสกิลที่ผมปลดล็อคมาส่วนใหญ่แทบไม่มีสกิลที่ใช้ต่อสู้เลยนี่สิ”
“งั้นหรอ..น่าเสียดายแหะ”
“นายไม่ลองชวนคนอื่นดูล่ะ…”
“อืม..เดี๋ยวจะลองดูละกัน”
หลังจากนั้นผมกับรูอันก็แวะกินมือเย็นกันก่อนกลับห้อง
พอกลับถึงห้องแล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า..คุยเล่นกันเล็กน้อย..จนถึงตอนค่ำ
พวกเราก็คล้อยหลับไป Zzzzzzz
#คุยกับคนเขียน#
ในบางตอนผมพยายามจะจบแบบไม่ให้ค้างครับ เพราะเข้าใจว่าบางทีการค้างบ่อยๆก็ทำให้คนอ่านรู้สึกทรมานเหมือนกัน