บทที่ 34
ผมออกมาดูทางเข้าหมู่บ้านด้านทิศใต้ที่พวกพี่ดันเต้และทหารเป็นคนรับผิดชอบบุกเข้ามา ดูเหมือนพวกชาวบ้านจะใช้พวกไม้มาสร้างเป็นกำแพงกั้นไว้อีกที ทำให้ถ้าจะบุกต้องใช้เวลาในการทำลายเอาหน่อย จากที่ผมดูไม่เห็นเงาก๊อบลินซักตัวที่แอบอยู่ สงสัยมันกะจะล้อมจนอดตายค่อยบุกเข้ามาดู สินะจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงฆ่า
เมื่อผมตรวจดูเสร็จผมกลับไปดูทางด้านเหนือต่อทันที เพราะพระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นแล้ว อีกไม่นานทางด้านพวกพี่ดันเต้คงจะเริ่มภารกิจแล้ว เมื่อผมมาถึงผมก็ไม่เห็นพวกก๊อบลินอีกเช่นกัน ผมค่อยๆปีนออกไปเพราะทางด้านเหนือนั้นก็สร้างกำแพงไว้เช่นกัน ผมใช้ต้นไม้ในการพลางตัวและขยับไปเรื่อยๆ ไม่ถึง 5 นาทีผมก็เจอกับก๊อบลินที่ซ่อนตัวอยู่ โชคดีที่มันไม่เห็นผมเข้า มันอยู่ห่างจากต้นไม้ที่ผมอยู่ไป 5 ต้นผมสังเกตเห็นต้นไม้แต่ละต้นกิ่งมันเชื่อมต่อกันอยู่
ผมปีนขึ้นไปทันที และค่อยๆปีนไปยังต้นต่อไปด้วยความระมัดระวังเพราะกลัวมันจะรู้ตัวก่อน เมื่อผมปีนมาจนถึงต้นที่มันอยู่ ผมเห็นที่คอมันห้องเขาสัตว์เอาไว้ด้วย นั่นคงเป็นแตรเขาสัตว์สินะคงเอาไว้ส่งสัญญาณนี่เอง ผมค่อยๆชักดาบออกมา ก่อนทำสมาธิและกระโดดลงมาแทงเข้าที่หัวมันทันที
แน่นอนว่ามันตายคาที่ หลังจากผมฆ่ามันเสร็จผมตรวจดูรอยเท้ามันว่ามันเดินทางมาจากทางไหน ผมค่อยๆเดินย้อนรอยมันไปเงียบๆ ผมเดินมาไม่ถึง 200 เมตร ผมก็พบกับก๊อบลินฝูงใหญ่ มีจำนวนพอๆกับอีกทางที่เจอเมื่อวานแถมมีออร์ค 3 ตัวเช่นกัน พวกนี้มันคงแบ่งเป็นหน่วยๆแน่นอน เพราะว่าผมเห็นว่าออร์ค 1 ตัวจะมีลูกน้องเป็นก๊อบลินประมาณ 100 ตัวพวกมันทั้ง 3 ตัวจึงเลือกนั่งแยกกันสินะ โดยมีก๊อบลินนั่งรอบๆออร์คพวกนั้น
พวกมันเลือกตั้งค่ายไว้ในที่โล่ง ช่างเป็นโชคดีจริงๆ เพราะว่าเพลงดาบอาทมาฎนั้นเมื่อฝึกถึงขั้นสูงแล้ว สามารถรับมือกับศัตรูจำนวนมากได้เป็นอย่างดี
ผมหลับตาทำสมาธิครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาและโคจรลมปราณไปทั่วตัวและกระโดดไปยังกลางวงทันทีโดยผมเล็งจุดตกไว้ที่กลางหัวออร์คตัวนึงพอดี
ตุบ !! ผมฟาดดาบใส่หัวออร์คทันทีโชคดีที่มันไม่ทันระวังตัว ทำให้หัวมันหลุดจากบ่าทันที
กี้ !! กี้ !! กี้ !! กี้ !! กี้ !! กี้ !! เสียงก๊อบลินร้องลั่น พวกมันชักมีดออกมาและพุ่งใส่ผมทันที แน่นอนผมฟันไม่ยั้งอยู่แล้ว
ก๊อบลิน 1 ตัว 1 ดาบนั่นคือภาพตอนนี้ของผม สมกับเป็นดาบเหล็กน้ำพี้จริงๆ คนกริบ น้ำหนักดี
ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! เสียงดาบฟันผ่านตัวก๊อบลิน บางตัวขาดครึ่ง บางตัวหัวขาดทันที แม้บางตัวผมจะใช้ท่าแทงแต่นอนผมเล็กที่หัวไม่ก็ หัวใจของมันทุกตัว ผมเดินไปรอบๆ โดยใช้ท่าพื้นฐานทั้ง 3 ท่าของดาบอาทมาฏ ซึ่งมันเป็นท่าตั้งการ์ดก่อนจะฟันนั่นเอง แน่นอนว่าผมไม่โดนฟันซักแผล จะให้พูดตรงๆอย่าว่าแต่โดนฟันเลย มีดมันเข้ามาไม่ถึงระยะดาบผมด้วยซ้ำ
ก็เพราะไอพวกตัวเขียวมันแขนสั้นยังไงล่ะเฟ้ย
ผ่านไปเพียง 20 นาทีก๊อบลินนับร้อยตายไปแล้ว ดูเหมือนพวกมันจะทำงานไม่ค่อยเข้าขากันนะ สงสัยเพราะคนละกลุ่ม เพราะตั้งแต่ผมโดดลงมาก๊อบลินกลุ่มนี้ อีกสองกลุ่มที่เหลือ ยังยืนคอยดูท่าทีอยู่ ไม่ยอมเข้ามา สงสัยรอไอ้ออร์คนั่นสั่งล่ะมั้ง ผมยังฟันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผมแทบไม่ต้องโคจรลมปราณเลยเว้นบางจังหวะที่พวกมันเข้ามาพร้อมๆกันจังหวะนั้นผมจึงต้องโคจรลมปราณช่วยเพื่อเพิ่มความเร็วของดาบ
ปู๊น !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ผมหันไปตามเสียงที่ได้ยินทันที ออร์คอีกตัวมันเป่าแตรเขาสัตว์แล้ว ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณบอกทางด้านนู้นสินะ เพราะว่าเสียงมันดังมากๆ
โฮก !!!!!!!!!! มันคำรามก่อนจะชี้มาที่ตัวผม จากนั้นพวกก๊อบลินก็วิ่งมาทันที ทั้งหมดเลย ใช่ทั้งหมด รวมที่มันอยู่กับออร์คอีกตัวด้วย ผมตั้งท่าทันที
“เข้ามาเลยไอ้เขียว !!!!!!” ผมตะโกนใส่มัน ผมยืนรอตั้งรับไม่บุกเข้าไปหามัน เพราะหลักของวิชาคือวงกลมนั่นเอง ใช่ผมวาดวงกลมของตัวเองไว้ในใจ และใช้พื้นที่ภายในวงกลมนั้นในการสังหารพวกมัน
ตอนนี้ก๊อบลินวิ่งเข้ามาหาผมทุกทิศทางแต่พวกมันก็ได้เท่านั้น เพราะมันไม่สามารถเข้าถึงตัวผมได้เลย เฮ้อนี่ตรูเทพทรูไปป่าวฟระ (เฮ้ยๆไม่หรอกแค่มึงฝึกมาหนัก : ไรท์)
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ฉัวะ !! ในที่สุดนี่ก็เป็นก๊อบลินตัวสุดท้าย ตอนนี้ทั้งตัวผมเต็มไปด้วยเลือดของมัน โคตรขยะแขยงบอกตรงๆกลิ่นพวกมันเหม็นเขียวมาก ถ้าให้พูดเรื่องความร้ายกาจ กลิ่นเลือดและกลิ่นตัวพวกมันนี่อาวุธเคมีชัดๆ
โฮก !!!!!!!! / โฮก !!!!!!! ออร์คทั้งสองตัวคำรามออกมาพร้อมกันและหยิบดาบเล่มใหญ่ของมันออกมาด้วย นี่มันสปาร์ต้าหัวตัดนี่หว่า พวกมันร้ายกาจใช่เล่น เพราะตลอดเวลาที่ผมสู้กับก๊อบลินอยู่ มันไม่ขยับเลยซักนิดได้แต่มองผม คงให้พวกนั้นมาสู้ตัดกำลังผมสินะ รีบๆจบดีกว่า จะได้ไปดูทางพี่ดันเต้ซักหน่อย น่าจะผ่านมาชั่วโมงนึงได้แล้วหลังจากเริ่มภารกิจ
ผมโคจรลมปราณก่อนจะกระโดดเข้าไปหามันทันที เมืออยู่ในระยะการฟัน ผมตวัดไปที่ หน้าอกของมัน
เคร้ง !!! ไม่น่าเชื่อมันรับดาบผมได้ ขนาดผมโคจรลมปราณ ทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 3 เท่าแล้วนะเนี่ยยังต้านดาบผมไว้ได้ ผมถอยออกมาหลายก้าว ก่อนจะก้มหลบดาบที่ออร์คอีกตัวฟันเข้ามาหมายสังหารผม สงสัยต้องใช้ไม้ตายซะแล้ว ผมโคจรลมปราณ และปล่อยเวทย์มนต์ลงไปในตัวดาบเพื่อใช้ดาบผสานเวทย์
[Electric Shock] ผมวิ่งเข้าใส่ออร์คด้านหน้าอีกครั้งและฟันลงไปโดยที่ก่อนฟันผมใช้พลังจิตหน่วงปลายดาบเอาไว้ด้วยทำให้พลังทำลายและความเร็วในการฟันเร็วขึ้นอีกหลายเท่า
เคร้ง !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ผมฟันใส่มันเป็นรูปกากบาท ถึงแม้ว่ามันจะเอาดาบมากันดาบของผมไว้ แต่ดาบที่มันใช้กันหักครึ่งลงทันที
ก่อนผมจะหันไปอีกตัวที่พยายามฟันผมจากทางด้านหลัง ผมใช้ออกด้วยท่า [คลุมไตรภพ] ทันทีมันเป็นท่าป้องกันดาบโดยใช้มือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างหนึ่งจะฟันลงที่เหนือหัวเข่าของศัตรู ฉัวะ !!
โฮก !!!!!!! ขามันข้างหนึ่งขาดออกจากกันทันทีหลังจากผมฟันลงไป
ผมต่อด้วยกระบวนท่า [ฟันเงื้อสีดา] ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่แทงไปยังคอของศัตรูจากด้านล่างเหมือนหมัดอัปเปอร์คัต
ฉึก !! เลือดสีดำค่อยๆไหลลงมาตามแผลที่ผมแทง ผมถอยออกมาปลดพลังทั้งหมดที่ใช้ออก
แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! ให้ตายเถอะเมื่อครู่ใช้ไม่ถึง 2 นาทีโคตรจะเหนื่อยเลย ผมไม่รู้ว่าพวกนี้มันจำเป็นจนที่ผมจะต้องใช้ไม้ตายทั้งปราณ จิต เวทย์หรือป่าว แต่ผมไม่ประมาทศัตรูหรอกนะ หลวงพี่ดุเคยสอนเอาไว้ว่าห้ามประมาทเด็ดขาด เพราะมันคือหนทางสู่ความตาย แน่นอนผมยังไม่อยากตายยังไงล่ะ
ฟั่บ !! ฟั่บ !! ผมสะบัดดาบทั้งสองเล่มเพื่อไล่เลือดออกไป
“ไม่ได้มากมายอะไรเลย” ผมหันมาพูดกับศพก๊อบลินและออร์คมากมายที่ตายด้วยดาบคู่ทั้งสองเล่มของผม
ก่อนจะรีบเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านเพื่อไปดูอีกทางที่พวกพี่ดันเต้และทหารกำลังรับมืออยู่
ผ่านไปครู่เดียวผมก็กลับมาถึงหมู่บ้าน ตอนนั้นเองมีเสียงเรียกชื่อผมทำให้ผมต้องหันตามไป
“คลาวด์” ผมหันตามเสียงเรียก
“อ้าว..............”
จบ...
ปล. อยากลองแต่งแบบสร้างบรรยากาศค้างๆมั่งไม่รู้จะได้ผลมั้ย