รุ่งอรุณยังไม่ทันขึ้นเต็มฟ้า
ระฆังเตือนภัยของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ดังสนั่น
เสียงนั้นไม่ใช่ของสำนักใดสำนักหนึ่ง
แต่เป็ระฆังจาก
“หุบเขาแก่นฟ้า”
สถานที่รวมเส้นแร่พลังสำคัญที่สุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์
หากที่นั่นพัง
สมดุลของทั้งเก้าสำนักจะสั่นคลอน
ข่าวแพร่ไปอย่างรวดเร็ว
“เส้นแร่พลังแตกออก!”
“แรงสั่นะเืรุนแรงผิดปกติ!”
“มีพลังระดับาเทพปะทะกันที่นั่น!”
คำสุดท้าย… ทำให้หลายคนเงียบลง
พลังระดับนั้น
มีเพียงเก้าคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ทำได้
ตำหนักสำนักกระบี่นิรันดร์
ศิษย์าุโคุกเข่ารายงาน
“ท่านาเทพ พลังที่ตรวจพบ… คล้ายกับปราณกระบี่ของเรา”
บรรยากาศเงียบกริบ
หลินเสวียนเทียนไม่ได้แสดงสีหน้า
คล้ายกับปราณของเขา
ไม่ใช่เหมือนแต่คล้ายเขาเข้าใจทันที
มีใครบางคนจงใจทิ้งร่องรอย
ใส่ร้าย
“สำนักอื่นว่าอย่างไร”
“หลายสำนักกำลังมุ่งหน้าไปตรวจสอบ… แต่ยังไม่มีใครเอ่ยชื่อท่านตรง ๆ”
ยัง
คำนี้สำคัญ
ยังไม่มีใครกล่าวหา
แต่ทุกคนกำลังรอให้เขาเคลื่อนไหว
หากเขาไม่ไป
ยิ่งน่าสงสัย
หากเขาไป
ก็จะกลายเป็ผู้ยืนอยู่ท่ามกลางสายตาทั้งหมด
เขาลุกขึ้นช้า ๆ
“เตรียมตัว ข้าจะไปด้วยตนเอง”
หอคอยดารา์
เยว่หลิงซวงมองดาวบนฟ้า
เส้นชะตาเริ่มบิดเบี้ยวรุนแรงกว่าที่นางเคยเห็น
เหตุการณ์นี้… เร็วกว่าภาพอนาคตเดิม
ใครบางคนกำลังเร่งมัน
ในภาพที่นางเห็น
หุบเขาแก่นฟ้าคือจุดที่ทุกอย่างเริ่มแตกหักและวันนี้
หลินเสวียนเทียนกำลังจะไปที่นั่น
นางหลับตาแน่นหากไป
เส้นชะตาจะยิ่งเดินเร็ว
ไม่มีทางเลือกที่ปลอดภัย
าเทพหลายคนยืนอยู่แล้ว
แต่ไม่มีใครลงมือ
เพราะพลังที่เหลืออยู่ในอากาศ
คือปราณกระบี่อันคุ้นเคย
ลำแสงสีขาวฉีกฟ้า
หลินเสวียนเทียนปรากฏตัวกลางหุบเขา
สายตาหลายคู่จับจ้อง
“เสวียนเทียน”
เสียงหนึ่งเอ่ยเรียบ ๆ
“พลังนี้… เ้าอธิบายได้หรือไม่”
เขากวาดตามองรอยแยกบนพื้น
ปราณกระบี่จริง
แต่ไม่ใช่ของเขา
มีบางอย่างผิดจังหวะ
ผิดจุดกำเนิด
คนที่ทำ… เข้าใจวิถีกระบี่ของเขาดีพอ ดีพอจะเลียนแบบ
หลินเสวียนเทียนไม่โต้เถียง
ไม่โกรธ
เขายกมือขึ้นช้า ๆ
กระบี่พลังบางเบาก่อรูปเหนือฝ่ามือ
ปราณแท้จริงของเขาปลดปล่อยออก
ทันทีที่มันปรากฏ
ความแตกต่างชัดเจนราวฟ้ากับเหว
ร่องรอยที่พื้น… คือของปลอม
บรรยากาศในหุบเขาเปลี่ยนไป
บางคนขมวดคิ้ว
บางคนเงียบงัน
แผนการแรก
ไม่ได้ล้มเหลว
เพราะแม้ข้อกล่าวหาจะไม่สำเร็จ
แต่เมล็ดแห่งความระแวงถูกหว่านแล้ว ทันใดนั้น
เส้นแร่พลังใต้พื้นดินสั่นะเืรุนแรงกว่าเดิม
คลื่นพลังพุ่งทะยานขึ้นฟ้า