คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 48
“แม่ค่ะ แม่ช่วยฉันด้วย”
เลี่ยงเหมยหรูรีบเข้าไปกอดแม่ของตัวเองเอาไว้อย่างต้องการขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ใบหน้าของหญิงสาวก็เริ่มจะมีน้ำตาไหลรินออกมาอย่างที่เลี่ยงเหมยหรูไม่คิดที่จะห้ามเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากว่าเธอต้องการใช้ประโยชน์จากแม่ของเธอและชาวบ้านที่พึ่งมาถึง เพื่อกดดันให้เมิ่งเหวินฮั่นแต่งเธอเข้าบ้านเมิ่งนั่นเอง
ไป๋ซูเหมียวลูบแผ่นหลังของลูกสาวเธออย่างปลอบโยน นอกจากนี้ไป๋ซูเหมียวยังจ้องมองไปที่หานสือฉินและคนอื่นๆ ด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากเธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังรังแกลูกสาวของเธออยู่อย่างนั้น นอกจากนี้เธอยังอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าเพราะอะไรลูกสาวของเธอถึงได้มาอยู่ในที่แห่งนี้
“ไม่ต้องกลัวไปนะเหมยหรู”
ไป๋ซูเหมียวหันไปมองจางเพ่ยอินเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปดึงร่างบางของจางเพ่ยอินให้เข้ามาใกล้เธอมากขึ้นกว่าเดิม เพราะถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนสนิทของลูกสาวเธอ ดังนั้นไป๋ซูเหมียวจึงรู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
“เพ่ยอินก็ด้วยนะลูก วันนี้แม่จะต้องให้คนเหล่านี้รับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับพวกลูกทั้งสองคนให้ได้”
“ใช่ๆ พาหญิงสาวอย่างเหมยหรูและเพ่ยอินมาที่ลับตาคนแบบนี้ พวกเธอสองคนจะต้องรับผิดชอบหลานสาวของฉันด้วยการแต่งงาน”
เลี่ยงเซวียนอี๋รีบพูดออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากว่าเธอรอคอยวันที่จะได้เกี่ยวดองกับบ้านเมิ่งมานานแล้ว น่าเสียดายที่เธอมีอายุมากกว่าเมิ่งเหวินฮั่นมากเกินไป ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดมาถึงเลี่ยงเหมยหรูอย่างแน่นอน เพราะถึงยังไงเวลานี้เธอก็ยังไม่ได้แต่งงาน
“เมิ่งเหวินฮั่น นายและเพื่อนของนายควรจะรับผิดชอบหลานสาวของฉันและเพื่อนของหลานสาวฉันด้วยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องร้องที่ตำบล ให้พวกนายสองคนไปนอนเล่นในคุกในข้อหาทำอนาจารผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง”
เมื่อไป๋ซูเหมียวพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเลี่ยงเซวียนอี๋ ถึงแม้ว่าปกติเธอมักจะถูกอีกฝ่ายเอาเปรียบอยู่เสมอ แต่ในวันนี้ที่อีกฝ่ายช่วยพูดให้กับลูกสาวของเธอ ไป๋ซูเหมียวจึงปล่อยวางเรื่องราวความแค้นของเธอและเลี่ยงเซวียนอี๋ไปชั่วคราว
“ฉันเห็นด้วยกับเซวียนอี๋ ในเมื่อพวกนายสองคนพาลูกสาวของฉันกับเพ่ยอินมาที่นี่แล้ว ก็ควรที่จะรับผิดชอบพวกเธอทั้งสองคน เมิ่งเหวินฮั่นนายรีบให้ครอบครัวของนายมาสู่ขอลูกสาวของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้นายหมดอนาคตการเป็นทหารเลยคอยดู”
ไป๋ซูเหมียวคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกหวาดกลัวและรีบให้ครอบครัวมาสู่ขอลูกสาวของเธอ ดังนั้นเธอจึงพูดย้ำเตือนให้อีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม
ซึ่งแน่นอนชาวบ้านที่มาพร้อมกับไป๋ซูเหมียวกับเลี่ยงเซวียนอี๋ต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของคนทั้งคู่ นอกจากนี้พวกเขาต่างก็รู้สึกผิดหวังกับเมิ่งเหวินฮั่นอีกเช่นกัน เนื่องจากว่าอีกฝ่ายถือได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ชาวบ้านต่างก็ต้องการให้ลูกชายของตัวเองดำเนินรอยตามนั่นเอง เพราะไม่ว่าจะด้วยฐานะหรือหน้าที่การงาน เมิ่งเหวินฮั่นก็มีดีด้วยกันทั้งคู่
“ฉันเห็นด้วยกับซูเหมียวนะ เหวิ่นฮั่น นายควรที่จะให้พ่อแม่ของนายให้รีบมาสู่ขอเหมยหรูนะ ไม่อย่างนั้นผู้หญิงอย่างเธอจะเสียหายเอา”
“ถูกต้อง ฉันก็เห็นด้วยเหมือนกัน ถึงยังไงเหมยหรูก็เป็นหญิงสาว การที่ต้องมาอยู่ในที่ลับกับชายหนุ่มแบบนี้มันดูไม่ดีเลยทีเดียว”
เสียงของชาวบ้านที่มาพร้อมกับไป๋ซูเหมียวต่างก็สนับสนุนให้เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนรีบมาสู่ขอเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอิน ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของชาวบ้านต่างก็ทำให้เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก พวกเธอไม่คิดเลยว่าโอกาสดีๆ แบบนี้จะเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
เลี่ยงเหมยหรูหันไปหาจางเพ่ยอินเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปเกาะกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรออกมา ทั้งเธอและจางเพ่ยอินต่างก็รับรู้ไปในทิศทางเดียวกันว่าในตอนนี้พวกเธอทั้งสองคนมีความสุขเป็นอย่างมาก
หานสือฉินส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับการกระทำของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอิน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นสถานการณ์ของอีกฝ่ายยังไม่ชัดเจนเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ว่าในตอนนี้อีกฝ่ายกับกล้าใช้ประโยชน์จากครอบครัวของตัวเองและชาวบ้านที่ยังไม่รู้เรื่องมากดดันให้เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนรับอีกฝ่ายแต่งเข้าบ้านอีกต่างหาก
ดังนั้นหานสือฉินจึงรู้สึกโมโหขึ้นมาไม่ได้กับการกระทำของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะหันไปมองเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวน แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มทั้งคู่จะไม่ได้เดือนเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้หานสือฉินอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
“ทำไมเหวินฮั่นและเจ๋อหยวนจะต้องให้ครอบครัวไปสู่ขอเหมยหรูและเพ่ยอินด้วย ในเมื่อพวกเขาทั้งสองคนยังไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวลูกสาวของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”
ไป๋ซูเหมียวจ้องมองไปที่หานสือฉินอย่างไม่ชอบใจ นอกจากนี้เธอยังรู้สึกโกรธเคืองเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนเช่นเดียวกัน ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอีกฝ่ายมีหน้าที่การงานที่ดีและมีฐานะที่ดีกว่าชายหนุ่มในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ไป๋ซูเหมียวก็ไม่คิดที่จะให้อีกฝ่ายมาสู่ขอลูกสาวของเธออย่างแน่นอน
“ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะยังไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวลูกสาวของฉันกับเพ่ยอิน แต่ว่าการที่พวกเขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันในที่ลับแบบนี้ก็เป็นเรื่องไม่สมควรแล้ว ทำไมพวกเขาทั้งคู่ถึงจะยังไม่รับผิดชอบในตัวลูกสาวของฉันอีกละ”
เลี่ยงเซวียนอี๋ก็รู้สึกไม่พอใจหานสือฉินเช่นเดียวกัน และเธอคิดว่าอีกฝ่ายต้องการที่จะเอาอกเอาใจเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวน เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นคนในตำบลและแตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเธอ
“ฉันก็ไม่ยอมเช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าหัวหน้าไม่ยอมให้พวกเขาทั้งคู่มาสู่ขอหลานสาวของฉันแล้วละก็ ฉันจะเขียนรายงานการกระทำของหัวหน้าให้กับหน่วยงานรับรู้แน่นอน ว่าหัวหน้าคิดที่จะเข้าข้างคนในตำบล โดยที่ไม่สนใจความถูกต้องเลยแม้แต่นิดเดียว”
เสียงหัวเราะของเจ๋อซือจุนดังขึ้นขัดจังหวะคำพูดของไป๋ซูเหมียวและเลี่ยงเซวียนอี๋ ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเขาทำให้ทั้งไป๋ซูเหมียวและเลี่ยงเซวียนอี๋ รวมไปถึงชาวบ้านที่เดินทางมาพร้อมกับคนทั้งคู่ต่างก็รู้สึกมึนงงและไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ระวังจะเป็นคนโง่ที่ถูกคนหลอกก็แล้วกัน ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะฟ้องใครกันแน่”
เมิ่งเหวินฮั่นหัวเราะออกมาหลังจากที่ได้ยินคำพูดของลุงซือจุน ซึ่งแน่นอนว่าในตอนแรกเขาคิดที่จะข่มขู่ให้อีกฝ่ายเกรงกลัวและสภาพความผิดออกมาเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินจะไม่ได้สำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังจะให้เขาและเจ๋อหยวนรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับพวกเธอทั้งสองคนอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าถึงแม้เมิ่งเหวินฮั่นจะเป็นผู้ชายและเป็นทหาร แต่เขาก็ไม่ยิมยอมให้ใครต่อใครมาเอารัดเอาเปรียบได้แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นผู้หญิงก็ตามที
“ใช่แล้วครับลุงซือจุน ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยกัน แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาจะรับฟ้องใครกันแน่ และถ้าหากว่ามีหลักฐานบางอย่างไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แบบนี้ผมอาจจะมีสิทธิ์ฟ้องใครบางคนจนครอบครัวหมดเนื้อหมดตัวเลยก็ได้”
“เดี๋ยวลุงและซือจุนจะเป็นพยานให้เอง ว่าคนที่แตะเนื้อต้องตัวเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินไม่ใช่พวกเราสองคน แต่เป็นอี้หย่งและเถียนจิ้งหวงที่พวกลุงจับตัวอยู่ในตัวนี้”
ต่งอี้เทียนก็เป็นอีกคนที่อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่คิดเลยว่าในวันนี้จะได้เห็นธาตุแท้ของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอิน เพราะถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมักจะชอบแต่งตัวและไปเที่ยวเล่นอยู่ในตำบลซะส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกลายมาเป็นคนที่หน้าหนาถึงขนาดนี้ ยอมแม้กระทั่งหลอกลวงผู้คนเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
“ถูกต้องอี้เทียน ในเมื่อพวกเรามีหลักฐานอยู่กับมือแบบนี้ ฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบตัดสินให้เหวินฮั่นและเจ๋อหยวนเป็นคนผิด เพียงเพราะแค่ว่าคู่กรณีเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง”
“พวกแกพูดเรื่องอะไรกัน แล้วไม่ใช่เมิ่งเหวินฮั่นและเพื่อนของเขาหรือยังไงที่มาถูกเนื้อต้องตัวลูกสาวของฉันและเพ่ยอิน อย่าคิดว่าจะใช้หน้าที่การงานของตัวเองมากดดันพวกเรานะ ถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง แต่พวกเราก็ไม่ยินยอมให้คนที่ทำผิดรอดตัวไปได้อย่างแน่นอน”
ไป๋ซูเหมียวยังคงคิดที่จะกดดันเมิ่งเหวินฮั่น เพราะนี้คือโอกาสที่บ้านเลี่ยงของเธอจะได้เกี่ยวดองกับบ้านเมิ่ง และลูกสาวของเธอก็จะได้กลายไปเป็นคนในตำบล สุดท้ายอนาคตของลูกสาวเธอก็จะมีแต่เจริญรุ่งเรืองและทำให้ชาวบ้านคนอื่นต้องอิจฉานั่นเอง
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้แปลกประหลาดใจในคำพูดของเจ๋อซือจุนและต่งอี้เทียนก็ตาม แต่ไป๋ซูเหมียวก็ยังคงเชื่อคำพูดของลูกสาวเธอและจางเพ่ยอินอยู่ดี
“พอๆ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว เรื่องนี้ฉัน ซือจุนและอี้เทียนก็อยู่ด้วยตั้งแต่ต้น”
หานสือฉินรีบยกมือขึ้นห้ามไป๋ซูเหมียว เลี่ยงเซวียนอี๋ รวมไปถึงชาวบ้านคนอื่นๆ ในทันที
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++