หากธาราเป็ตัวแทนนักชกจากฝั่งแห่งความี้เี พี่ชาคริตก็เป็ตัวแทนนักชกจากฝั่งตรงข้าม
ธันยาที่มาอยู่เฝ้าธาราซ้อมมวยเป็ประจำก็ยังบอกอยู่เสมอว่าให้เอาพี่ชาคริตเป็แบบอย่างเื่ความขยันบ้าง แต่เอามาแค่ครึ่งของอีกครึ่งก็พอ
พี่ชาคริตรู้จักกับธาราและธันยาที่โรงยิม นักศึกษาชั้นปีที่สามคณะมนุษย์ศาสตร์สาขาปรัชญา (เขาเลือกเรียนคณะนี้เพราะอยากพัฒนาปรัชญาของตัวเองที่ผสานการต่อสู้และการใช้ชีวิตเข้าด้วยกัน) หน้าตาหล่อจิ้มลิ้มทรงหน้าคล้ายลูกครึ่งญี่ปุ่น แต่มักจะมีรอยช้ำมุมปาก มุมคิ้ว หรือรอยจ้ำที่เบ้าตาคอยประดับใบหน้าเสมอ (แต่ไม่รู้ทำไมจมูกไม่ยักกะเคยหักจนเสียรูป) ได้มาจากการชอบลงนวมและซ้อมกับนักกีฬามหาวิทยาลัย ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นักกีฬา ร่างกายที่สูงร้อยเจ็ดสิบและน้ำหนักตัวสมส่วนไปในทางแกร่งคมชัด ยามออกแรงริ้วกล้ามเนื้อเต้นขยับเป็ระลอกใต้ิัราวกับถอดแบบหุ่นมาจากนักแสดงแอคชั่นในตำนานอย่าง บรูซ ลี เวอร์ชั่นมวลกล้ามเนื้อมากกว่าเล็กน้อย เวลาซ้อมมักจะต่อน้ำหนักให้อีกฝ่ายเป็ประจำ และความบ้าเืที่บางครั้งก้มหน้าให้อีกฝ่ายปล่อยหมัดใส่ด้วยความเมามันส์ เสมือนว่าร่างกายหิวการปะทะอยู่เสมอ
ครั้งหนึ่งครูโรมซึ่งเป็อาจารย์วิชาพละศึกษาประจำชั้นมัธยมปลายของโรงเรียน ตระหนักว่าด้วยเวลาและความตั้งใจของตนไม่สามารถเข็นพร์ทางกายภาพของธาราให้ชนะความเกียจคร้านที่ฝังลึก จึงยกการดูแลธาราส่วนหนึ่งให้กับชาคริต โดยเฉพาะ่สามเดือนก่อนการแข่งระดับภูมิภาค
ปรกติชาคริตจะถือหลักไม่ก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของผู้อื่น เคี่ยวกรำเพียงตนเองเท่านั้น แต่เมื่อครูโรมร้องขอและธาราพลั้งปากตอบตกลงส่งๆ ราวกับคำสาปร้ายถูกปลดผนึก ชาคริตตามเคี่ยวกรำธาราเป็ิญญาเฮี้ยนอาฆาต ถึงกับลงทุนหอบข้าวของย้ายไปอาศัยอยู่กับธารา ปลุกด้วยกันเตะเท้าเข้าที่ก้นเวลาสี่นาฬิกาของทุกเช้า (ซึ่งคนปลุกก็มักจะเข้านอนหลังคนถูกปลุก) ความจริงจังของชาคริตลากธาราออกมาฝึกได้สำเร็จ ส่วนธาราก็ตระหนักถึงข้อคิดสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตก็คือ คิดหน้าคิดหลังดีๆก่อนตอบตกลงอะไรอย่างส่งๆ
ครั้งหนึ่ง ชาคริตสงสัยในความี้เีเหลือทนของอีกฝ่าย จึงเอ่ยปากถามธาราว่า
“เอ็งมาเป็นักมวยทำไมวะ”
ธาราตอบสั้นๆอย่างไม่คิดว่า “ครูโรมชวน”
ธาราจำได้ว่าตอนนั้น พี่ชาคริตมองดูตนอย่างนิ่งเงียบอยู่ประมาณหนึ่งนาทีจนรู้สึกกระอักกระอ่วนทั้งสองฝ่าย
“เล่าต่อสิ ครูโรมชวนแล้วยังไง” ชาคริตคาดคั้นถามต่อ
“ก็ครูโรมชวนไง” ธาราตอบตามจริง จำได้ว่า่ชั้นมัธยมปีที่สาม ครูโรมประทับใจในสรีระร่างกายสูง ่แขนยาว ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อสมส่วน (ครูโรมเคยบอกว่า เห็นหน่วยก้านธาราแล้วนึกถึงรอยโจนส์ จูเนียร์ ปั้นเป็นักมวยอาชีพได้ไม่ยากเลย) และยังประทับใจความนิ่งทางอารมณ์ซึ่งมีต้นเหตุมาจากความี้เีของเขามาก จึงเพียรพยายามตามตื๊ออย่างไม่ลดละ จนสุดท้ายธาราก็ตัดรำคาญด้วยการตอบตกลงเป็นักมวยให้กับโรงเรียน
“ไอ้เวร!” ชาคริตร้องคำรามอย่างหมดความอดทน “เหตุผลที่มาต่อยมวย แค่นี้จริงๆเรอะ!”
“มันต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ” ธาราถามกลับอย่างซื่อๆ
“การจะทำอะไรมันต้องมีความหมายดิวะ ทุ่มเทถวายชีวิตเพื่อความหมายนั้น” ชาคริตว่า “อย่างข้าเนี่ยไม่ได้เป็นักกีฬาของมหาวิทยาลัย ข้าไม่ได้ต่อยเพื่อเอาแต้มหรือเอาเงิน แต่ข้าฝึกมวยและศิลปะการต่อสู้อื่นๆเพื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้น ควบคุมอารมณ์ดิบส่วนที่รุนแรงและคุมยากที่สุดให้อยู่ในมือและฝ่าเท้า ยิ่งกว่านั้นมันเป็กีฬาที่วัดกับใจเราเน้นๆ ขณะที่เราขยาดอาวุธของอีกฝ่าย เหนื่อยจนจะอ้วก เราก็ต้องบังคับใจตัวเองให้สู้ต่อ ไอ้จิตใจนี่แหละ! ส่วนที่ข้าอยากเอาชนะมันมากที่สุด และชีวิตคนเรามันก็เหมือนสังเวียนมวยกรงแบบมาราธอนดีๆนี่เอง จิตใจเอ็งต้องแกร่งเตรียมพร้อมเสมอในวันที่วิกฤติชีวิตโถมใส่”
“งั้นผมก็จะเรียนรู้จิตใจตัวเองด้วยการนอนมาราธอนบ้าง” ธาราพูด “คงหนักน่าดูเนาะพี่”
“พูดออกมาได้ ไอ้เวร!” ชาคริตคำรามอย่างคนบ้าพลังที่ถูกขัดใจ สิ่งที่ทำให้เขาปรอทแตกง่ายที่สุดคือการที่นักกีฬาใต้การดูแลของเขาแสดงอาการเหยาะแหยะออกมา
นั่นคือความทรงจำที่ธารามีต่อชาคริตใน่ก่อนเตรียมตัวแข่ง เขาดีใจที่หลุดพ้น่เวลานรกนั้นออกมาได้ ถึงจะยังไม่เข้าใจความบ้าคลั่งที่ขับเคลื่อนความขยันบ้าเืของพี่ชาคริต แต่ก็ยอมรับว่าอดนับถืออีกฝ่ายไม่ได้ หลังจากกลับมาจากสถาบันกวดวิชาเขากับธันยาก็แวะที่หอพักครู่หนึ่ง ธาราเปลี่ยนเป็กางเกงกีฬาขาสั้นสีเทากับสื้อกล้ามสีดำยี่ห้อไนกี้ก่อนจะมาถึงที่โรงยิมของมหาวิทยาลัยเมื่อตอนทุ่มเศษๆ สร้างความประหลาดใจให้กับครูโรมไม่น้อย
“เอ้า! ธารา ไม่น่าเชื่อ” ครูโรมแซว เขาเป็ชายวัยกลางคนร่างท้วม ผิวคล้ำ แก้มบานอิ่มคล้ายยิ้มตลอด ดุนักกีฬาของตนไม่ค่อยขึ้น สวมชุดอาจารย์พละสีม่วงซึ่งสวมใส่มาั้แ่ตอนสอนคาบเช้า “เธอมาซ้อมทั้งที่ไม่มีตารางแข่ง เป็ไปได้ยังไงเนี่ย”
“แฟนบังคับมาครับ” ธาราตอบ
ครูโรมหัวเราะก๊าก “ว่าแล้ว อย่างเธอต้องมีคนเคี่ยวเข็ญตลอดล่ะน่า อ้า! ธันยา เธอเป็แฟนที่ดีจริงๆ ไอ้จอมี้เีอย่างธารามันต้องได้ผู้หญิงอย่างเธอนี่ล่ะ เชื่อครูนะ อย่าไปตามใจไอ้เ้านี่มันมาก”
“ค่ะ ครู ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ” ธันยาหัวเราะเก้อๆ เธอยังอยู่ในชุดนักเรียนตัวเดิม
“ไหนๆก็มาแล้ว ธารา เธอไปวอร์มไป เดี๋ยวพอชาคริตว่าง ก็ลงนวมกับมันสักหน่อย เป็ตัวอย่างให้ไอ้เด็กใหม่มันดูน่ะ” ครูโรมว่า เด็กใหม่หมายถึงนักกีฬาเฟรชชี่มหาวิทยาลัยที่ชาคริตกำลังฝึกให้ทันแข่ง
ธารารับคำอย่างเซื่องซึม ส่ายหน้าเพราะรู้ว่าจะต้องเจอกับศึกหนักก่อนเดินไปคว้าเอาเชือกมากะโ ในระหว่างที่ธันยาเอาหนังสือแบบเรียนมานั่งทบทวน เขาเริ่มจากะโสลับขาแบบเบสิคช้าๆก่อนจะะโสลับจังหวะไขว้เชือกไปมา พลางมองดูนักมวยปีหนึ่งคนหนึ่งกำลังถูกเคี่ยวเข็ญโดยพี่ชาคริตที่ะโบอกอยู่ตรงมุมเสาของเวที ประเมินจากสภาพการณ์แล้วเด็กปีหนึ่งคนนั้นเป็มือใหม่จริงๆ น่าจะรีบฝึกซ้อมให้ทันแข่งกีฬาเฟรชชี่ของมหาวิทยาลัย ด้วยความเร่งรีบเช่นนี้ครูโรมมักใช้ทางลัดโดยพึ่งบริการของพี่ชาคริตเสมอ
“ไอ้เวร!!” ชาคริตคำรามลั่น เมื่อเห็นเด็กใหม่หลับตาะโต่อยฝ่ายคู่ซ้อมทีละสองหมัดด้วยท่าเหมือนกบ “หยุด! หยุดก่อน! ไอ้เด็กใหม่ หันหน้ามาหาข้า” ชาคริตลอดเชือกเข้าไปในสังเวียน ยืนประจันหน้ากับนักมวยใหม่ที่สวมเฮดการ์ดปิดใบหน้าแดงก่ำจากหมัดของคู่ซ้อม “ตั้งการ์ด แล้วโยกหลบให้ข้าดูใหม่”
น้องใหม่คนนั้นทำตามคำสั่งทันที ปลายนวมตั้งขึ้นด้านข้างสายตา ขาซ้ายนำขาขวา แล้วดักกิ้งโยกตัวไปมาด้วยท่วงท่าที่สวยงาม ผ่านการชี้แนะมาอย่างดี
“เอ็งก็ทำได้นี่หว่า เอ็งสงบสติดิ แค่โดนหมัดอีกฝ่ายทีสองทีอย่าเพิ่งกระเจิงสิวะ” ชาคริตแนะนำ จากนั้นก้มหน้าเก็บคางตัวเอง เกร็งคอรอ ขณะที่สองมือไพล่หลัง “มา ทีนี้ต่อยข้ามา”
“หา! ต่อยเหรอครับ” เด็กใหม่รับคำกล้าๆกลัว ก่อนจะปล่อยหมัดครึ่งๆกลางๆใส่แก้มของชาคริตที่ไม่มีเฮดการ์ด
“ต่อยมาเต็มที่ แรงอีก! แรงอีก! ส่งแรงจากเท้าผ่านเอวขึ้นมา บิดเอวเยอะๆ!” ชาคริตรับยืนหยัดเอียงหน้ารับหมัดของอีกฝ่ายเรื่อยๆ เกร็งคอซึมซับแรงกระแทก สงวนปลายคางห่างจากปลายนวม “ใช้ได้ ดี ดี!! ค่อยรู้สึกเหมือนโดนต่อยขึ้นมาหน่อย!”
ขณะที่เด็กใหม่ปล่อยหมัดอย่างติดลมบน จู่ๆชาคริตก็สวนหมัดกลับไปอย่างรวดเร็ว เข้าปะทะจมูกอีกฝ่ายหน้าหงาย ชาคริตยังไม่ได้ต่อยเต็มแรง เพราะเพียงออกแรงจากส่วนแขนพุ่งหมัดออกไป ยังไม่ได้บิดเอวส่งแรงมาจากทั้งตัว แต่ก็หนักพอทำให้อีกฝ่ายล้มลงแล้วขาชี้ฟ้าลังกาม้วนหลังหนึ่งรอบตามแรงส่ง จมูกที่แดงปลั่งมีเืกำเดาไหลออกมาจากรูจมูกสองข้าง ก่อนจะเอานวมกุมจมูกตัวเองไว้ ดูออกได้ง่ายๆว่าเด็กใหม่ยังไม่คุ้นเคยกับการเจ็บตัว
“ลุกขึ้น!!” ชาคริตตวาดเสียงดัง อีกฝ่ายรีบพยุงกายลุกขึ้นอย่างตุปัตุเป๋ การจะเป็นักมวยต้องฝึกมองการเจ็บตัวว่าเป็เื่เล็ก “ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็เป้านิ่งแค่ไหน เวลาต่อยห้ามการ์ดตก ถึงโดนต่อยเจ็บแค่ไหนก็ห้ามแสดงอาการ เข้าใจมั้ย!! โอเค… พอเืหยุดแล้วซ้อมต่อ”
ธาราชมดูเหตุการณ์แล้วอดยิ้มไม่ได้ นึกถึงสมัยที่ตัวเองตกเป็เหยื่อของชาคริต เทียบกันแล้วปัจจุบันชาคริตลดความเข้มงวดลงไปมาก คาดว่าหลังจากธาราแล้ว ชาคริตคงทำให้นักมวยใหม่อีกหลายคนเลิกต่อยมวยไปเนื่องจากความเข้มงวดเกินพอดี การรู้จักยอมผ่อนปรนคือคุณสมบัติที่หาดูได้ยากจากชาคริต
“พี่ชาคริตโหดประมาณนี้กำลังดีเลย”ธันยาละสายตามาจากหนังสือ นั่งบนเก้าอี้ไม้ไม่ห่างจากจุดที่ชาคริตะโเชือกเท่าไหร่ “สมัยก่อนโหดเกินไป”
“โหดจนเธอทะเลาะกับเขาเลย” ธาราแซว เสียงสั่นเพราะกำลังะโเชือก
“ทะเลาะเพราะเป็ห่วงเธอนั่นแหละ”ธันยาว่า “ถ้ารู้ว่ายิ่งโตยิ่งี้เีแบบนี้ คงไม่ทะเลาะให้เสียเวลาหรอก ให้พี่ชาคริตจัดหนักๆไปเลย”
“ใจร้าย” ธาราพูดยิ้มๆ ก่อนจะะโสูงแกว่งเชือกสองรอบต่อการะโหนึ่งสเต็ป ซึ่งเป็ท่าปิดท้าย
หลังจากะโเสร็จธาราก็ยื่นสองมือของตัวเองมาให้ธันยาพันผ้าพันมือให้ เด็กสาวพันให้แฟนหนุ่มทุกรอบจนชำนาญ สวยงาม ปกป้องสันหมัดและข้อมือได้ดี รวดเร็ว แถมเลือกได้ว่าจะพันมือสำหรับซ้อมกระสอบ ลงนวม หรือแข่งขัน ชาคริตเคยสอนธาราพันผ้าพันมือ แต่เธอที่ยืนดูอยู่ด้วยเห็นว่าแฟนหนุ่มพันได้ห่วยเหลือทน จึงอาสาพันให้ั้แ่นั้นมา
“โตแล้วน้า เหรียญทองก็ได้แล้วน้า หัดพันผ้าเองได้แล้วน้า”ธันยาแซว ภาพที่เห็นเหมือนคุณแม่กำลังผูกเชือกรองเท้าให้ลูกชายตัวน้อย
“ก็เธอพันได้ดีมากน่ะ” ธาราตอบ “ชกชนะเพราะเธอเลยนะ”
ธาราชกวอร์มกับกระสอบได้ไม่กี่นาทีก็ขึ้นเวทีลงนวมกับชาคริต เมื่อประเมินจาภายนอกแล้วธาราเป็ต่ออย่างมาก ส่วนสูงที่มากกว่าและ่แขนที่ยาวกว่าปรกติเมื่อเทียบกับสัดส่วนของร่างกาย การ์ดเท้าขวานำสไตล์มวยถนัดซ้าย รูปร่างเพรียวที่ซ่อนความแกร่งและยืดหยุ่นเอาไว้ ลดการ์ดแขนหน้าต่ำลงตามสไตล์มวยวงนอกที่เน้นใช้ไหวพริบและปฏิกิริยาตอบสนอง ในขณะที่ฝั่งของชาคริตถอดเสื้อโชว์ท่อนบนที่แข็งแกร่ง ใต้ิัที่แทบจะไร้ไขมันเผยให้เห็นแทบทุกรายละเอียดของริ้วกล้ามเนื้อ ท่าร่างชาคริตประกาศชัดถึงสไตล์ตรงข้ามกับคู่ต่อสู้ ยกแขนตั้งการ์ดไว้สองข้างระดับสายตาอย่างแ่า ชัดเจนว่าจะบุกเข้าวงใน ลุยถลุงสไตล์มวยไฟต์เตอร์
“เอาแบบกระชับมิตร กติกาสากลสมัครเล่น ยกละสามนาที สามยก พักยกละหนึ่งนาที ” ครูโรมประกาศ
“กระชับมิตร สักสิบยกดีกว่ามั้ยครับ” ชาคริตลองเสนอด้วยน้ำเสียงนอบน้อม เื่ให้เกียรติผู้าุโคือสิ่งหนึ่งที่เขาเคร่งครัด
“ตามครูว่าเถอะพี่ ให้เกียรตริครูเขา”ธารายักคิ้วให้ หันไปอ้าปากให้ธันยาใส่ฟันยางให้
“โถ ไอ้สันหลังยาวเอ๊ย! มาสามยกก็สามยก” ชาคริตว่า กระแทกนวมเข้าหากันเป็สัญญาณว่าพร้อม ฟันยางไม่ใส่