Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 52

    “คุณท่าน!!!” นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นทีได้ยิน ก่อนจะสลบลงไป เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก ผบ.ยังไม่ทันได้ทำอะไร แต่ก็เรียกคนมาช่วย และพาตัวของคุณท่านของพวกเขาไปที่โรงพยาบาลของแกนดา (ลูกสะใภ้ของผบ.ทบ.) ในห้วงของความคิดในขณะที่เขากำลังสลบอยู่นั้นเอง ตัวของนทีกำลังลอยอยู่ที่ไหนสักที่ในความมืดมิด นทีที่รู้สึกตัวแต่ก็ไม่สามารถลืมตาหรือขยับร่างกายส่วนใดๆได้เลย เขารู้สึกว่าตัวเองลอยอยู่อย่างนั้นนับเวลาจากที่สัมผัสได้มันนานมาก นานเป็นหลายสิบปี แต่จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากความว่างเปล่า“บุตรแห่งข้า... เจ้าจงฟังข้าให้ดีๆ.. เจ้าได้ขอร้องแก่ข้าตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจะเดินทางลงไปยังโลกมนุษย์อย่างกล้าหาญ... เวลานี้เป็นเวลาอันสมควรแล้วที่เจ้าจะได้รับรู้.... เจ้าจงรับมันไป.. ความทรงจำของเจ้าที่ฝากไว้ พร้อมกับพลังของเจ้า... แต่จงจำเอาไว้ว่านี่คือพลังเพียงแค่ 1/100 เพียงเท่านั้น….โชคดี และลาก่อนลูกรัก” “เดี๋ยวก่อน... ผมยังสงสัยอยู่... นี่มันเรื่องอะไรกัน อ๊าก!!!!!!!!” ภาพของความทรงจำมากมายหลายแสนปีได้ถูกอัดมายังสมองของชายหนุ่มทันที มันเป็นความทรงจำของเทพองค์หนึ่ง บุตรแห่งความวุ่นวายนาม ‘ฟีนัสคัส’ ความทรงจำผ่านไปเรื่อยๆจนถึงช่วงที่มีคำทำนายออกมา “อะไรนะ!! ที่เจ้ากล่าวคือความจริงอย่างนั้นรึสหายเทพ” เสียงของพระบิดาดังไปทั่วทั้งตำหนักเทพของท่าน“เรื่องจริงสหายข้า... เจ้าช่วยลดเสียงลงหน่อยได้หรือไม่” เทพแห่งโชคชะตากล่าวออกมา“ขออภัยเจ้าด้วยข้าตกใจมากไปหน่อย... แล้วเรื่องมันเป็นยังไงมายังล่ะ” เทพแห่งความวุ่นวายกล่าวออกมาถามแก่สหายล้านๆปีของตัวเอง“คำทำนายจากเทพสูงสุดออกมาแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่... โลกจะเกิดเหตุการณ์ล้างโลกตามคำทำนายเหมือนกับในยุคที่มนุษย์เรียกขานกันว่า ยุคไดโนเสาร์ ทั่วทั้งโลกกำลังจะเกิดวิกฤตล่มสลายอีกครั้ง” เทพแห่งโชคชะตากล่าวออกมา“วิญญาณร้ายแห่ง ‘บาร์ราทอน’ กำลังจะกลับมาเยือนยังโลกมนุษย์อย่างนั้นรึ ไม่คิดเลยว่ามันจะกลับมาถึงคิวของโลกเราเร็วขนาดนี้... จักรวาลมีสิ่งมีชีวิตมากจนเกินไปซินะ เห้อ” เทพแห่งความวุ่นวายกล่าว“ใช่แล้วมันเร็วมากจริงๆ” เทพแห่งโชคชะตากล่าวออกมาพร้อมกับจิบๆน้ำจันทร์ไปด้วยเล็กน้อย ฟีนัสคัส หรือก็คือนทีในตอนนี้ได้แอบฟังบทสนทนานี้อย่างสนอกสนใจ‘ถ้าจำมิผิด ข้าเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาบ้าง วิญญาณร้ายแห่งบาร์ราทอน คือ อสูรที่จะคอยชำระล้างดาวดวงต่างๆให้กลับไปสู่ที่มันควรจะเป็น มันมักจะมีเป้าหมายที่ได้จากเทพผู้สร้างกำหนดเท่านั้น และมันคืออสูรที่เทพผู้สร้างทุกสรรพสิ่งเลี้ยงเอาไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ’‘บางตำนานก็กล่าวว่าพวกเราเองหรือทุกสรรพสิ่งจะกำเนิดขึ้นหรือไม่ก็ล้วนแล้วแต่เทพผู้สร้างเท่านั้น และการมาของอสูรแห่งหายนะในครั้งนี้ มันคร่าสิ่งมีชีวิตไปมากเท่าใดกันก็ไม่มีผู้ใดรู้’ ฟีนัสคัสกล่าวออกมาภายในจิตใจของตน ซึ่งนทีในตอนนี้ก็สามารถรับรู้ได้
    “ข้ามีเรื่องที่ลำบากใจจะเล่าให้เจ้าฟัง เจ้าจะบอกกับบุตรของเจ้าหรือไม่ก็แล้วแต่ เพียงแต่ว่าบุตรของเจ้าจะมีบทบาทมากในยุคใหม่นี้... บุตรชายของเจ้าเป็น... หนึ่งในคำนาย” เมื่อเทพแห่งความวุ่นวายได้ยินก็พูน้ำจันทร์ออกมาด้วยความตกใจ พร้อมๆกับประตูที่เลื่อนดังออกมา“เจ้า!! แอบฟังพวกข้าอย่างนั้นรึ... เห้อ.” เทพแห่งโชคชะตาพูดขึ้นด้วยความตกใจ“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะขอรับ... เรื่องที่ข้าเป็นหนึ่งในคำทำนายหมายความว่าอย่างไรขอรับ” ฟีนัสคัสเอ่ยถามออกมา“เจ้าก็ฟังมาตั้งแต่ต้นก็น่าจะเดาเอาได้ไม่ใช่หรือยังไง... เจ้าจะต้องลงไปทำภารกิจที่โลกมนุษย์ และมนุษย์จะเหลือรอดกี่คนนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว และเจ้าไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้เลย ชัดเจนพอมั้ยเจ้าลูกบ้า” เทพแห่งความวุ่นวายกล่าวออกมา           แล้วภาพมันก็ตัดมาที่ตัวของฟีนัสคัสเข้าเฝ้าเทพสูงสุดของโลกใบนี้“เจ้าจำภารกิจของเจ้าให้ดีๆล่ะ.. อสูรตัวนั้นมันร้ายกาจมาก เจ้าได้แต่ต้องทำการป้องกันเพื่อไม่ให้มันร้ายแรงเท่านั้น และแน่นอนพวกข้าเองก็จะหาทางช่วยเหลือเจ้าเท่าที่สามารถช่วยได้ โดยไม่ผิดกฎที่วางไว้จากท่านเทพเจ้าทุกสรรพสิ่ง”“ขอรับองค์เทพสูงสุด” ฟีนัสคัสกล่าวขานรับออกมา“ภัยพิบัติจะเกิดทั้งหมด 4 ครั้ง.. เราเองก็ไม่รู้ว่าอะไรจะมาก่อนกัน... อย่างแรกคือ สงคราม อย่างที่สอง โรคภัย/โรคระบาด สามคือ ความอดอยาก และสุดท้ายคือความตาย... พวกมันถูกขนานนามว่า 4 จตุรอาชา” เทพเจ้าสูงสุดกล่าวออกมา“ข้าทราบแล้วขอรับ” ฟีนัสคัสที่กำลังคุกเข่าอยู่กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วภาพก็ตัดกลับมาอีกครั้งเป็นในตอนที่ฟีนัสคัส พูดคุยกับสหายทั้ง 3 ที่พวกเขาสนิทด้วยในโลกแห่งเทพ“ข้าจะต้องลงไปทำภารกิจแล้ว ข้าต้องการความช่วยเหลือจากพวกเจ้า” ฟีนัสคัสกล่าวออกมา“พวกเราก็เป็นสหายกันมาตั้งนานแล้ว พวกข้าจะทิ้งเจ้าได้อย่างไรเล่า” เจ้าแห่งนรกกล่าวออกมา“ข้าจะอยู่ด้านบนนี้ แล้วรอคอยช่วยเหลือเจ้าเองก็แล้วกัน” เจ้าแห่งความตายเอ่ยออกมา“ข้าไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ ถ้าหากว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลือเรื่องสมุนไพร และเมื่อเจ้าจำเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว เจ้าก็เอ่ยกล่าวแกข้า ข้าจะส่งสมุนไพรวิญญาณลงไปให้ทำยา และอื่นๆ เอาเป็นว่าข้าจะเริ่มปลูกมันตั้งแต่ตอนนี้เลยก็แล้วกัน” เซียนเทวะแพทย์สายพลังมารเอ่ยกล่าว“โอ้ว.. ถ้าเจ้าทำขนาดนั้นข้าก็เอาบ้าง.. ข้าจะให้บริวารที่อยู่บนโลกมนุษย์ช่วยเหลือเจ้าเอง” เจ้าแห่งความตายกล่าวออกมา“ข้าให้มากนักไม่ได้ ข้าจะช่วยก็ต่อเมื่อเจ้าจำได้ทุกอย่างก็แล้วกัน วิญญาณบอกอะไรได้หลากหลายอย่าง ..... เจ้าจงอย่าได้เกรงใจเหมือนที่ผ่านมา เมื่อพวกเราจะรอดเราก็รอดไปด้วยกันสหายรัก” เจ้าแห่งนรกกล่าว“ข้าขอบน้ำใจพวกเจ้าจริงๆสหาย... แม้ว่าถ้าข้าดับสูญสลายไปข้าก็จะไม่มีวันลืมเรื่องราวของพวกเจ้า” ฟีนัสคัส-นที ได้กล่าวออกมาทั้งน้ำตา ภารกิจครั้งนี้มันเสี่ยงต่อการดับสูญเลยทีเดียว แล้วภาพก็ตัดมาที่ลานคัดเลือกผู้ที่กล้าหาญไปทำภารกิจกับฟีนัสคัส“พวกเจ้า... พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่.. กลับไปซะ” ฟีนัสคัสกล่าวออกมาด้วยยความโกรธ“ลูกพี่.. ข้าจะปล่อยให้ท่านลงไปตามลำพังได้เยี่ยงไร.. พวกข้าเต็มใจจะไปช่วยเหลือท่าน” บุตรแห่งเทพสงครามกล่าวออกมา และในที่แห่งนั้นก็ยังมีอีก 4 สหายแสบของกลุ่มนี้ บุตรแห่งเทพสายฟ้า, บุตรแห่งเทพการทำนาย, บุตรีแห่งจันทรา รวมบุตรแห่งสงครามก็ครบสี่พอดี“พวกข้าจะช่วยท่านเองลูกพี่... โปรดอย่างห้ามพวกข้าเลย” บุตรเทพสายฟ้าเอ่ยกล่าว“ใช่ๆเจ้าค่ะ ข้าในฐานะภรรยาในอนาคตของท่าน จะปล่อยให้สามีไปเจอเรื่องอันตรายเพียงลำพังได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ” บุตรีจันทรากล่าว ส่วนคนที่เงียบที่สุดก็คงจะเป็นบุตรแห่งการทำนาย ฟีนัสคัสมองไปทางเด็กคนนี้ก่อนที่เด็กคนนั้นจะพยักหน้าให้“เห้อ... สัญญากับข้า พวกเจ้าจะต้องเชื่อฟังข้าเท่านั้น” ฟีนัสคัสกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง“พวกข้าสัญญาขอรับ/เจ้าค่ะ..ลูกพี่/สามี” แล้วพวกเด็กกลุ่มนี้ก็ลงมาจุติพร้อมกับเขาในที่สุด

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน