ไป่ฉีจับข้อมือของปิงเยว่แล้วดึงมาอยู่หน้าโต๊ะแถลง ปิงเยว่มีท่าทีตื่นตระหนก เธอมองไปยังผู้คนข้างล่างก็เห็นว่าผู้จัดการของเธอก็มีสีหน้าตกใจเช่นกัน เพราะเขารู้ว่าปิงเยว่อ่านบทไปได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น แล้วถ้าไป่ฉีแสดงบทที่เธอยังไม่ได้อ่านล่ะจะทำยังไง ขณะที่ปิงเยว่กำลังรู้สึกไม่พอใจไป่ฉีที่ทำให้เธอขายหน้า จู่ ๆ มือไป่ฉีที่จับข้อมือเธอก็ออกแรงดึง ทำให้เธอถูกดึงมาข้างหน้า
ไป่ฉีปล่อยมือ เขาหันหลังให้กับปิงเยว่ สื่อมวลชนสังเกตเห็นสีหน้าของไป่ฉีที่เปลี่ยนไป ตอนนี้สีหน้าของไป่ฉีดูเหมือนจะโกรธมาก เขาแสดงให้เห็นว่ากำลังข่มอารมณ์โกรธไม่ให้แสดงออกมา
“เธอน่ะ มีอะไรปิดบังฉันใช่ไหม” ไป่ฉีพูดด้วยเสียงที่ต่ำ นั่นทำให้ปิงเยว่สะดุ้ง เพราะเธอไม่รู้บทของฉากนี้เลย
ไป่ฉีหันกลับมามองปิงเยว่ นั่นทำให้เธอรู้สึกเสียวสันหลัง เธอรู้สึกเหมือนถูกแรงกดดันจากไป่ฉีคุกคาม มันรู้สึกอึดอัด เธอได้แต่มองไป่ฉีเดินเข้ามาหาเธอเรื่อย ๆ ถึงเธออยากจะก้าวถอยหลัง แต่ขาของเธอก็ไม่ฟังคำสั่งของเธอแม้แต่น้อย
ไป่ฉีเดินเข้ามาจากนั้นใช้มือขวาเชยคางของปิงเยว่ขึ้น และเอาหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาทำให้ปิงเยว่รู้สึกเหมือนเขาสามารถอ่านใจเธอได้ เธอรู้สึกถึงเหงื่อที่หลั่งออกมาข้างหลังเธอ มันเย็นเยียบชวนเสียวสันหลังแปลก ๆ
“ก่อนหน้านี้เธอจะทำงานให้ใครมาก่อนฉันไม่รู้ แต่ในเมื่อเธอมาอยู่ในบริษัทของฉัน เธอเป็นของฉันและฉันจะไม่ยอมให้เธอไปรับใช้คนอื่นนอกจากฉัน จำเอาไว้” แม้น้ำเสียงจะอยู่ในโทนต่ำ แต่ความรู้สึกที่ปิงเยว่มองผ่านดวงตาของไป่ฉีตอนนี้มันดูร้อนแรงจนทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ขณะเดียวกันแววตาของไป่ฉีก็เปลี่ยนไปอีกราวกับเขากำลังเจ็บปวด ทำไมกันทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเพิ่งหัดเรียนการแสดงเบื้องต้น แต่ทำไมถึงสามารถเข้าใจการสื่ออารมณ์ทางสายตาของไป่ฉีได้ เขาเป็นมือใหม่ไม่ใช่เหรอ นี่มันเหมือนกับนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เธอเคยแสดงด้วยมาก่อนเลยนี่นา
เฉินเฟิงที่ได้เห็นการแสดงของไป่ฉี เขาทั้งอึ้ง ทั้งตื่นเต้น ไป่ฉีสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีจริง ๆ เขาจำได้ว่าฉากนี้เป็นฉากที่นางเอกไม่มีบทพูด ต้องแสดงอารมณ์ทางสายตากับทางร่างกายเท่านั้น เฉินเฟิงเห็นว่าไป่ฉีสามารถนำให้ปิงเยว่แสดงท่าทางสีหน้าได้ตามที่ตัวเองต้องการ นี่ถือว่าเกินความคาดหวังของเขาไปมากทีเดียว
ขณะเดียวกันสื่อมวลชนทั้งหมดต่างถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศการแสดงของไป่ฉีโดยไม่รู้ตัว พวกเขาต่างนิ่งเงียบเพราะลุ้นว่าปิงเยว่ที่เป็นนางเอกจะทำยังไง พวกเขาไม่แม้แต่จะกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพไว้ เพราะกลัวจะไปรบกวนการแสดงของไป่ฉี มีเพียงกล้องสถานีแต่ละแห่งเท่านั้นที่ถ่ายการแสดงตรงหน้าเอาไว้
ปิงเยว่กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ถูกไป่ฉีใช้นิ้วชี้มาทาบที่รีมฝีปากของเธอ พร้อมกับเสียง ชู่ ยาว ๆ เป็นการบอกให้เธอไม่ต้องพูดอะไร
“ถ้าเธอยังไม่พร้อมจะบอก ฉันจะไม่บังคับเธอ แต่ฉันจะทำให้เธอบอกฉัน สักวันหนึ่ง ด้วยตัวของเธอเอง” ไป่ฉีใช้ริมฝีปากสัมผัสเข้าที่คอของปิงเยว่ ที่จริงริมฝีปากของไป่ฉีไม่ได้โดน เพียงแค่พ่นลมหายใจอุ่น ๆ ใส่ต้นขอของปิงเยว่เท่านั้น แต่ปิงเยว่กลับสะดุ้งได้สมจริง เพราะคิดว่าไป่ฉีทำจริง ๆ จากนั้นไป่ฉีก็ผละออก และหันไปทางผู้สื่อข่าว และโค้งคำนับให้ เป็นการบอกว่าการแสดงสิ้นสุดลงแล้ว
“ขอจบการแสดงเพียงเท่านี้นะครับ” ไป่ฉีกล่าว ทำให้สื่อมวลชนหลุดจากอารมณ์ที่ถูกตรึงไว้จากการแสดงเมื่อครู่ พวกเขาต่างส่งเสียงกันออกมา
“คุณเฉินเฟิงหาเพชรเม็ดงามได้อีกแล้ว”
“ข่าวใหญ่แน่ ๆ เพิ่งฝึกการแสดงมาแค่ 1 เดือน แต่กลับสามารถแสดงได้ถึงขนาดนี้”
“ถ้าจำไม่ผิดเขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของมู่เทียนด้วยนี่นา”
“มิน่าล่ะทำไมหน้าคุ้น ๆ”
“ฉันเป็นแฟนคลับเขา พวกนายต้องไปดูในเว็บของ LSA มีคอลเลคชั่นภาพของเขาลงไว้ด้วย ที่สำคัญเสื้อที่เขาใส่เป็นเสื้อระดับไฮเอนด์จากห้องเสื้อเทียนซานของเมิ่งเจี่ยด้วยนะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นทำให้บางคนถึงกับรีบใช้สมาร์ทโฟนเปิดเข้าไปดูทันที
“สุดยอด นี่เขาเป็นนายแบบยังได้เลยนะ”
ระหว่างที่สื่อมวลชนกำลังเริ่มพูดคุยเรื่องของไป่ฉี ไป่ฉีคว้ามือของปิงเยว่แล้วพาเธอกลับมานั่งที่ ซึ่งเฉินเฟิงดูพอใจอย่างมาก ไป่ฉีสามารถแก้สถานการณ์ได้ดี เพราะรู้ว่าปิงเยว่ไม่ได้อ่านบทมา ดังนั้นการแสดงบทที่ให้ปิงเยว่ไม่ต้องพูดจึงเป็นวิธีที่ฉลาดมาก
“ทำได้ดีมากไป่ฉี” เฉินเฟิงชม
“ต้องขอบคุณ พี่ปิงเยว่ ด้วย ถ้าพี่เขาไม่แสดงท่าทางออกมาแบบนั้นผมก็ไปต่อไม่ได้เหมือนกันครับ” ไป่ฉีกล่าว
ปิงเยว่ได้แต่ก้มหน้า เธอกำลังสับสน จู่ ๆ ถูกลากออกไปให้แสดง แต่เธอเหมือนถูกชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอควบคุมการกระทำไว้ทั้งหมด เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอาย โกรธ หรือทึ่งในความสามารถของเขาดี
“ปิงเยว่ เธอควรเตรียมใจเอาไว้นะ หากจะเข้าฉากกับไป่ฉี หมอนั่นในห้องเรียนได้รับฉายาว่า [มาริโอเน็ต] ไม่ว่าใครที่จับคู่แสดงกับหมอนั่น จะถูกหมอนั่นควบคุมทั้งอารมณ์ การกระทำ และคำพูด ฉันเคยโดนมาแล้ว” หานชิงพูดกระซิบข้างหูปิงเยว่
“นั่นมันสัตว์ประหลาดชัด ๆ” ปิงเยว่กล่าว
“จะเรียกแบบนั้นก็ได้ เธอลองเข้าไปดูรูปที่เขาลงในเว็บของ LSA ดูสิ ตอนที่ฉันหาข้อมูลเกี่ยวกับไป่ฉี ดันไปเห็นเข้าพอดี” หานชิงกล่าว
“ในนั้นมีอะไร” ปิงเยว่ถาม
“มีรูปคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของห้องเสื้อเทียนซาน เป็นเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ทั้หมด เท่าที่ฉันดูฝีมือการเป็นนายแบบเขาสูงกว่าซีโม่ที่เธอยกย่องซะอีก” หานชิงกล่าว ทำให้ปิงเยว่แทบจะอดใจไม่ไหว สงสัยหลังเสร็จงานนี้เธอคงต้องเข้าไปดูในเว็บของ LSA ซะแล้ว
หลังจบงานแถลงเปิดกล้องบนเวทีแล้ว ดารานักแสดงต่างก็ลงมานั่งพักยังที่ ๆ จัดเอาไว้ ผลัดกันให้สื่อมวลชนถ่ายภาพกับสัมภาษณ์ส่วนตัวอีกเล็กน้อย ซึ่งตัวแสดงนำอย่างหานชิง ปิงเยว่ และไป่ฉีตอนนี้กำลังถูกรุมล้อมไปด้วยผู้สื่อข่าว เมื่อการถ่ายภาพเริ่มขึ้น ไป่ฉีปรับท่าโพสให้เข้ากับหานชิงและปิงเยว่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะการถ่ายรูปแบบนี้หากเขาเด่นเกินไปภาพที่ออกมาจะดูไม่สมดุล
ปิงเยว่รู้สึกแปลกใจมาก เธอไม่คิดว่าไป่ฉีจะสามารถโพสท่าให้พวกผู้สื่อข่าวถ่ายได้อย่างชำนาญราวกับเขาเป็นนายแบบฝีมือดี
ปิงเยว่ผ่านการถ่ายแบบมาพอสมควร เจอนายแบบที่มีความสามารถมาก็เยอะ ทำให้เธอมองออกว่ามือใหม่กับมืออาชีพแตกต่างกันอย่างไร บางครั้งไป่ฉียังคอยบอกหานชิงกับปิงเยว่ด้วยว่าควรจะจัดท่าทางยังไงให้ภาพออกมาดูดี
ระหว่างนั้นก็มีผู้สื่อข่าวสาวเดินเข้ามาหาไป่ฉี พร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่งในมือ มันคือหนังสือนิยายของไป่ฉีนั่นเอง ไป่ฉีไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่อ่านนิยายของเขาอยู่ในกลุ่มสื่อมวลชนนี้ด้วย
“ช่วยเซ็นให้ได้ไหมคะ” ผู้สื่อข่าวสาวกล่าว ไป่ฉียิ้มอย่างอบอุ่นก่อนจะรับหนังสือนิยายจากมือเธอมา เขาหยิบปากกาออกมาเซ็นให้ และยื่นกลับให้เธอ
“นี่ครับ อ่านให้สนุกนะครับ” ไป่ฉีกล่าว ซึ่งการกระทำของผู้สื่อข่าวสาวสายบันเทิงคนนี้กับไป่ฉี ตกเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง
“นะ...นายเขียนนิยายด้วยเหรอ” ปิงเยว่ถาม
“ครับ ก่อนจะเข้าวงการน่ะ ทำไมเหรอครับ” ไป่ฉีทำหน้ามึน ๆ ใส่
“จริงดิ ขอเล่มนึงได้ไหม” ปิงเยว่ถาม
“ขนาดบทละครของตัวเองยังไม่มีเวลาอ่าน จะมีเวลาไปอ่านนิยายของผมได้ยังไงครับ” ไป่ฉียิ้ม แต่คำพูดนั้นคมกริบราวใบมีดยิ่งนัก
“อุ๊ก” ปิงเยว่รู้สึกเหมือนโดนลูกศรที่มองไม่เห็นทิ่มเข้ากลางอกอย่างจัง
“นั่นมันตรงเกินไปนะไป่ฉี” หานชิงหัวเราะแหะ ๆ
“ขอโทษนะคะที่ฉันมันไร้ความรับผิดชอบ” ปิงเยว่กล่าวอย่างหดหู่ เธอไม่คิดว่าจะโดนรุ่นน้องในวงการว่าเรื่องความรับผิดชอบในการเป็นมืออาชีพตรง ๆ แบบนี้
งานจบลงด้วยดี เมื่อพวกผู้สื่อข่าวกลับไปกันหมดแล้ว เมิ่งชิงชิงเดินเข้ามาหาไป่ฉี ที่ตอนนี้กำลังคุยกับหานชิงและปิงเยว่อยู่
“ไป่ฉี ทำได้เยี่ยมมาก” เมิ่งชิงชิงชม
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ไป่ฉีถ่อมตัว
“ขอบคุณมากสำหรับการช่วยเหลือปิงเยว่ ในวันนี้ะ” ผู้จัดการของปิงเยว่เดินเข้ามากล่าวขอบคุณไป่ฉี
“ไม่เป็นไรครับ พี่ปิงเยว่เองก็มีฝีมือการแสดงที่เก่งพอตัวเลยครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ที่ฝีมือดีมันเธอต่างหากไป่ฉี ปิงเยว่แทบไม่ได้อ่านบทมา ถูกให้ขึ้นแสดงแบบนั้นมันเสี่ยงมาก เธอเก่งมากที่เลือกฉากที่ปิงเยว่ไม่ต้องพูดอะไร” หลังผู้จัดการกล่าว ทุกคนหันมามองที่ไป่ฉี
“ที่เลือกฉากนั้นเพราะแบบนี้เหรอ” หานชิงถาม เพราะเป็นฉากที่มีเฉพาะพระเอกกับนางเอก หานชิงจึงไม่รู้ว่ามีฉากนี้อยู่
“ที่เอานิ้วมาทาบปากตอนฉันกำลังพูด เพราะแบบนี้นี่เอง” ปิงเยว่นึกขึ้นได้ว่าตอนเธอกำลังจะพูดไป่ฉีเอานิ้วมาทาบปากไม่ให้เธอพูด
“ครับ ถ้าเกิดพี่ปิงเยว่พูดขึ้นมา การแสดงล่มแน่ครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ยังไงก็ขอขอบคุณด้วยสำหรับวันนี้ ปิงเยว่ ไปกันได้แล้ว เธอมีงานต่อนะ” ผู้จัดการของปิงเยว่กล่าว
หลังจากปิงเยว่แยกตัวออกไป หานชิงก็ขอตัวเช่นกัน เพราะเขาต้องไปถ่ายรายการอีกรายการหนึ่ง รู้สึกจะเป็นรายการเกมโชว์ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ หานชิงไปเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ ซึ่งไป่ฉีก็รับมางานหนึ่ง เป็นรายการเกมโชว์เหมือนกันชื่อ แอดเวนเจอร์ มีกำหนดจะถ่ายวันอังคารนี้
แอดเวนเจอร์เป็นรายการที่ให้ผู้เข้าแข่งขันใช้ความสามารถทางร่างกายในการผ่านด่านต่าง ๆ ให้ได้ในเวลาน้อยที่สุด หรือผ่านด่านให้ได้มากที่สุด โดยมีเงินรางวัลให้ตามจำนวนด่านที่สามารถผ่านได้
“พวกเรากลับกันเถอะ” ไป่ฉีหันมาหาเมิ่งชิงชิง
“อื้อ ว่าแต่นายหิวรึเปล่า แถวบริษัทมีร้านอาหารอร่อย ๆ อยู่นะ” เมิ่งชิงชิงเสนอ
“ไม่ดีกว่าครับพี่ชิงชิง ผมมีที่ ๆ นึงดีกว่านั้น” ไป่ฉีกล่าว
จากนั้นเมิ่งชิงชิงกับไป่ฉีก็ขึ้นรถ เมื่อรถออกตัว ไป่ฉีบอกทางเมิ่งชิงชิงขับไป ไม่ถึง 5 นาที เมิ่งชิงชิงเห็นบ้านหลังหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มาก น่าจะอยู่ได้ประมาณ 7 คนแบบสบาย ๆ
“ที่นี่ล่ะครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีชี้บอก เขาหยิบรีโมตประตูบ้านออกมากด เพื่อเปิดประตูใหญ่
“นี่บ้านของนายเหรอ” เมิ่งชิงชิงหันมาถามไป่ฉี
“ครับ ผมเก็บเงินได้ เลยซื้อต่อมาจากปู่ซีหลัวน่ะ” ไป่ฉีกล่าว
“อ้าว ปู่ซีหลัวไม่ได้ให้นายเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ให้ครับ แต่ผมบอกจะจ่ายเอง ปู่เลยยอมขายให้ หลังสอบเข้าที่มิดการ์ดได้ ผมกับพ่อแม่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรเลย” ไป่ฉีกล่าว
“งั้นเหรอ สะดวกดีนะ งั้นฉันคงต้องหาที่พักแถวนี้แล้วสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าว ขณะที่จอดรถและลงมาจากรถพร้อมกับไป่ฉี
“พี่นอนห้องเดียวกับผมก็ได้นะ” ไป่ฉียิ้ม
“ไม่ย่ะ นายจะเอาเปรียบฉันอีกน่ะสิ” เมิ่งชิงชิงปฏิเสธทันที ขณะที่เธอกับไป่ฉีเดินเข้าไปในบ้าน
_______________________________
=w= อัพกันต่อรัว ๆ เลย