จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 69 การแสดงในงานแถลงข่าว Re

            ไป่ฉีจับข้อมือของปิงเยว่แล้วดึงมาอยู่หน้าโต๊ะแถลง  ปิงเยว่มีท่าทีตื่นตระหนก  เธอมองไปยังผู้คนข้างล่างก็เห็นว่าผู้จัดการของเธอก็มีสีหน้าตกใจเช่นกัน  เพราะเขารู้ว่าปิงเยว่อ่านบทไปได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น  แล้วถ้าไป่ฉีแสดงบทที่เธอยังไม่ได้อ่านล่ะจะทำยังไง  ขณะที่ปิงเยว่กำลังรู้สึกไม่พอใจไป่ฉีที่ทำให้เธอขายหน้า  จู่ ๆ มือไป่ฉีที่จับข้อมือเธอก็ออกแรงดึง  ทำให้เธอถูกดึงมาข้างหน้า


            ไป่ฉีปล่อยมือ  เขาหันหลังให้กับปิงเยว่  สื่อมวลชนสังเกตเห็นสีหน้าของไป่ฉีที่เปลี่ยนไป  ตอนนี้สีหน้าของไป่ฉีดูเหมือนจะโกรธมาก  เขาแสดงให้เห็นว่ากำลังข่มอารมณ์โกรธไม่ให้แสดงออกมา


            “เธอน่ะ มีอะไรปิดบังฉันใช่ไหม” ไป่ฉีพูดด้วยเสียงที่ต่ำ  นั่นทำให้ปิงเยว่สะดุ้ง  เพราะเธอไม่รู้บทของฉากนี้เลย


            ไป่ฉีหันกลับมามองปิงเยว่  นั่นทำให้เธอรู้สึกเสียวสันหลัง  เธอรู้สึกเหมือนถูกแรงกดดันจากไป่ฉีคุกคาม  มันรู้สึกอึดอัด  เธอได้แต่มองไป่ฉีเดินเข้ามาหาเธอเรื่อย ๆ  ถึงเธออยากจะก้าวถอยหลัง  แต่ขาของเธอก็ไม่ฟังคำสั่งของเธอแม้แต่น้อย


            ไป่ฉีเดินเข้ามาจากนั้นใช้มือขวาเชยคางของปิงเยว่ขึ้น  และเอาหน้าเข้ามาใกล้  ดวงตาของเขาทำให้ปิงเยว่รู้สึกเหมือนเขาสามารถอ่านใจเธอได้  เธอรู้สึกถึงเหงื่อที่หลั่งออกมาข้างหลังเธอ  มันเย็นเยียบชวนเสียวสันหลังแปลก ๆ


            “ก่อนหน้านี้เธอจะทำงานให้ใครมาก่อนฉันไม่รู้  แต่ในเมื่อเธอมาอยู่ในบริษัทของฉัน  เธอเป็นของฉันและฉันจะไม่ยอมให้เธอไปรับใช้คนอื่นนอกจากฉัน  จำเอาไว้” แม้น้ำเสียงจะอยู่ในโทนต่ำ  แต่ความรู้สึกที่ปิงเยว่มองผ่านดวงตาของไป่ฉีตอนนี้มันดูร้อนแรงจนทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  ขณะเดียวกันแววตาของไป่ฉีก็เปลี่ยนไปอีกราวกับเขากำลังเจ็บปวด  ทำไมกันทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเพิ่งหัดเรียนการแสดงเบื้องต้น  แต่ทำไมถึงสามารถเข้าใจการสื่ออารมณ์ทางสายตาของไป่ฉีได้  เขาเป็นมือใหม่ไม่ใช่เหรอ  นี่มันเหมือนกับนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เธอเคยแสดงด้วยมาก่อนเลยนี่นา


            เฉินเฟิงที่ได้เห็นการแสดงของไป่ฉี  เขาทั้งอึ้ง  ทั้งตื่นเต้น  ไป่ฉีสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีจริง ๆ  เขาจำได้ว่าฉากนี้เป็นฉากที่นางเอกไม่มีบทพูด  ต้องแสดงอารมณ์ทางสายตากับทางร่างกายเท่านั้น  เฉินเฟิงเห็นว่าไป่ฉีสามารถนำให้ปิงเยว่แสดงท่าทางสีหน้าได้ตามที่ตัวเองต้องการ  นี่ถือว่าเกินความคาดหวังของเขาไปมากทีเดียว


            ขณะเดียวกันสื่อมวลชนทั้งหมดต่างถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศการแสดงของไป่ฉีโดยไม่รู้ตัว  พวกเขาต่างนิ่งเงียบเพราะลุ้นว่าปิงเยว่ที่เป็นนางเอกจะทำยังไง  พวกเขาไม่แม้แต่จะกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพไว้  เพราะกลัวจะไปรบกวนการแสดงของไป่ฉี  มีเพียงกล้องสถานีแต่ละแห่งเท่านั้นที่ถ่ายการแสดงตรงหน้าเอาไว้


            ปิงเยว่กำลังจะเอ่ยปากพูด  แต่ถูกไป่ฉีใช้นิ้วชี้มาทาบที่รีมฝีปากของเธอ  พร้อมกับเสียง ชู่ ยาว ๆ เป็นการบอกให้เธอไม่ต้องพูดอะไร


            “ถ้าเธอยังไม่พร้อมจะบอก  ฉันจะไม่บังคับเธอ  แต่ฉันจะทำให้เธอบอกฉัน  สักวันหนึ่ง  ด้วยตัวของเธอเอง” ไป่ฉีใช้ริมฝีปากสัมผัสเข้าที่คอของปิงเยว่  ที่จริงริมฝีปากของไป่ฉีไม่ได้โดน  เพียงแค่พ่นลมหายใจอุ่น ๆ ใส่ต้นขอของปิงเยว่เท่านั้น  แต่ปิงเยว่กลับสะดุ้งได้สมจริง  เพราะคิดว่าไป่ฉีทำจริง ๆ จากนั้นไป่ฉีก็ผละออก และหันไปทางผู้สื่อข่าว และโค้งคำนับให้  เป็นการบอกว่าการแสดงสิ้นสุดลงแล้ว


            “ขอจบการแสดงเพียงเท่านี้นะครับ” ไป่ฉีกล่าว  ทำให้สื่อมวลชนหลุดจากอารมณ์ที่ถูกตรึงไว้จากการแสดงเมื่อครู่  พวกเขาต่างส่งเสียงกันออกมา


            “คุณเฉินเฟิงหาเพชรเม็ดงามได้อีกแล้ว”


            “ข่าวใหญ่แน่ ๆ เพิ่งฝึกการแสดงมาแค่ 1 เดือน แต่กลับสามารถแสดงได้ถึงขนาดนี้”


            “ถ้าจำไม่ผิดเขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของมู่เทียนด้วยนี่นา”


            “มิน่าล่ะทำไมหน้าคุ้น ๆ”


            “ฉันเป็นแฟนคลับเขา พวกนายต้องไปดูในเว็บของ LSA  มีคอลเลคชั่นภาพของเขาลงไว้ด้วย  ที่สำคัญเสื้อที่เขาใส่เป็นเสื้อระดับไฮเอนด์จากห้องเสื้อเทียนซานของเมิ่งเจี่ยด้วยนะ”  เมื่อได้ยินแบบนั้นทำให้บางคนถึงกับรีบใช้สมาร์ทโฟนเปิดเข้าไปดูทันที


            “สุดยอด  นี่เขาเป็นนายแบบยังได้เลยนะ”


            ระหว่างที่สื่อมวลชนกำลังเริ่มพูดคุยเรื่องของไป่ฉี  ไป่ฉีคว้ามือของปิงเยว่แล้วพาเธอกลับมานั่งที่  ซึ่งเฉินเฟิงดูพอใจอย่างมาก  ไป่ฉีสามารถแก้สถานการณ์ได้ดี  เพราะรู้ว่าปิงเยว่ไม่ได้อ่านบทมา  ดังนั้นการแสดงบทที่ให้ปิงเยว่ไม่ต้องพูดจึงเป็นวิธีที่ฉลาดมาก


            “ทำได้ดีมากไป่ฉี” เฉินเฟิงชม


            “ต้องขอบคุณ พี่ปิงเยว่ ด้วย  ถ้าพี่เขาไม่แสดงท่าทางออกมาแบบนั้นผมก็ไปต่อไม่ได้เหมือนกันครับ” ไป่ฉีกล่าว


            ปิงเยว่ได้แต่ก้มหน้า  เธอกำลังสับสน  จู่ ๆ ถูกลากออกไปให้แสดง  แต่เธอเหมือนถูกชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอควบคุมการกระทำไว้ทั้งหมด  เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอาย  โกรธ หรือทึ่งในความสามารถของเขาดี


            “ปิงเยว่  เธอควรเตรียมใจเอาไว้นะ  หากจะเข้าฉากกับไป่ฉี  หมอนั่นในห้องเรียนได้รับฉายาว่า [มาริโอเน็ต] ไม่ว่าใครที่จับคู่แสดงกับหมอนั่น  จะถูกหมอนั่นควบคุมทั้งอารมณ์  การกระทำ และคำพูด  ฉันเคยโดนมาแล้ว” หานชิงพูดกระซิบข้างหูปิงเยว่


            “นั่นมันสัตว์ประหลาดชัด ๆ” ปิงเยว่กล่าว


            “จะเรียกแบบนั้นก็ได้  เธอลองเข้าไปดูรูปที่เขาลงในเว็บของ LSA ดูสิ  ตอนที่ฉันหาข้อมูลเกี่ยวกับไป่ฉี  ดันไปเห็นเข้าพอดี” หานชิงกล่าว


            “ในนั้นมีอะไร” ปิงเยว่ถาม


            “มีรูปคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของห้องเสื้อเทียนซาน  เป็นเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ทั้หมด  เท่าที่ฉันดูฝีมือการเป็นนายแบบเขาสูงกว่าซีโม่ที่เธอยกย่องซะอีก” หานชิงกล่าว  ทำให้ปิงเยว่แทบจะอดใจไม่ไหว  สงสัยหลังเสร็จงานนี้เธอคงต้องเข้าไปดูในเว็บของ LSA ซะแล้ว


            หลังจบงานแถลงเปิดกล้องบนเวทีแล้ว  ดารานักแสดงต่างก็ลงมานั่งพักยังที่ ๆ จัดเอาไว้  ผลัดกันให้สื่อมวลชนถ่ายภาพกับสัมภาษณ์ส่วนตัวอีกเล็กน้อย  ซึ่งตัวแสดงนำอย่างหานชิง  ปิงเยว่ และไป่ฉีตอนนี้กำลังถูกรุมล้อมไปด้วยผู้สื่อข่าว  เมื่อการถ่ายภาพเริ่มขึ้น  ไป่ฉีปรับท่าโพสให้เข้ากับหานชิงและปิงเยว่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ  เพราะการถ่ายรูปแบบนี้หากเขาเด่นเกินไปภาพที่ออกมาจะดูไม่สมดุล


            ปิงเยว่รู้สึกแปลกใจมาก  เธอไม่คิดว่าไป่ฉีจะสามารถโพสท่าให้พวกผู้สื่อข่าวถ่ายได้อย่างชำนาญราวกับเขาเป็นนายแบบฝีมือดี


            ปิงเยว่ผ่านการถ่ายแบบมาพอสมควร  เจอนายแบบที่มีความสามารถมาก็เยอะ  ทำให้เธอมองออกว่ามือใหม่กับมืออาชีพแตกต่างกันอย่างไร  บางครั้งไป่ฉียังคอยบอกหานชิงกับปิงเยว่ด้วยว่าควรจะจัดท่าทางยังไงให้ภาพออกมาดูดี


            ระหว่างนั้นก็มีผู้สื่อข่าวสาวเดินเข้ามาหาไป่ฉี  พร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่งในมือ  มันคือหนังสือนิยายของไป่ฉีนั่นเอง  ไป่ฉีไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่อ่านนิยายของเขาอยู่ในกลุ่มสื่อมวลชนนี้ด้วย


            “ช่วยเซ็นให้ได้ไหมคะ” ผู้สื่อข่าวสาวกล่าว  ไป่ฉียิ้มอย่างอบอุ่นก่อนจะรับหนังสือนิยายจากมือเธอมา  เขาหยิบปากกาออกมาเซ็นให้ และยื่นกลับให้เธอ


            “นี่ครับ  อ่านให้สนุกนะครับ” ไป่ฉีกล่าว  ซึ่งการกระทำของผู้สื่อข่าวสาวสายบันเทิงคนนี้กับไป่ฉี  ตกเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง


            “นะ...นายเขียนนิยายด้วยเหรอ” ปิงเยว่ถาม


            “ครับ ก่อนจะเข้าวงการน่ะ  ทำไมเหรอครับ” ไป่ฉีทำหน้ามึน ๆ ใส่


            “จริงดิ ขอเล่มนึงได้ไหม” ปิงเยว่ถาม


            “ขนาดบทละครของตัวเองยังไม่มีเวลาอ่าน  จะมีเวลาไปอ่านนิยายของผมได้ยังไงครับ” ไป่ฉียิ้ม  แต่คำพูดนั้นคมกริบราวใบมีดยิ่งนัก


            “อุ๊ก” ปิงเยว่รู้สึกเหมือนโดนลูกศรที่มองไม่เห็นทิ่มเข้ากลางอกอย่างจัง


            “นั่นมันตรงเกินไปนะไป่ฉี” หานชิงหัวเราะแหะ ๆ


            “ขอโทษนะคะที่ฉันมันไร้ความรับผิดชอบ” ปิงเยว่กล่าวอย่างหดหู่  เธอไม่คิดว่าจะโดนรุ่นน้องในวงการว่าเรื่องความรับผิดชอบในการเป็นมืออาชีพตรง ๆ แบบนี้


            งานจบลงด้วยดี  เมื่อพวกผู้สื่อข่าวกลับไปกันหมดแล้ว  เมิ่งชิงชิงเดินเข้ามาหาไป่ฉี  ที่ตอนนี้กำลังคุยกับหานชิงและปิงเยว่อยู่


            “ไป่ฉี ทำได้เยี่ยมมาก” เมิ่งชิงชิงชม


            “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ไป่ฉีถ่อมตัว


            “ขอบคุณมากสำหรับการช่วยเหลือปิงเยว่ ในวันนี้ะ” ผู้จัดการของปิงเยว่เดินเข้ามากล่าวขอบคุณไป่ฉี


            “ไม่เป็นไรครับ  พี่ปิงเยว่เองก็มีฝีมือการแสดงที่เก่งพอตัวเลยครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ที่ฝีมือดีมันเธอต่างหากไป่ฉี  ปิงเยว่แทบไม่ได้อ่านบทมา  ถูกให้ขึ้นแสดงแบบนั้นมันเสี่ยงมาก  เธอเก่งมากที่เลือกฉากที่ปิงเยว่ไม่ต้องพูดอะไร” หลังผู้จัดการกล่าว ทุกคนหันมามองที่ไป่ฉี


            “ที่เลือกฉากนั้นเพราะแบบนี้เหรอ” หานชิงถาม  เพราะเป็นฉากที่มีเฉพาะพระเอกกับนางเอก  หานชิงจึงไม่รู้ว่ามีฉากนี้อยู่


            “ที่เอานิ้วมาทาบปากตอนฉันกำลังพูด เพราะแบบนี้นี่เอง” ปิงเยว่นึกขึ้นได้ว่าตอนเธอกำลังจะพูดไป่ฉีเอานิ้วมาทาบปากไม่ให้เธอพูด


            “ครับ  ถ้าเกิดพี่ปิงเยว่พูดขึ้นมา  การแสดงล่มแน่ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ยังไงก็ขอขอบคุณด้วยสำหรับวันนี้  ปิงเยว่ ไปกันได้แล้ว  เธอมีงานต่อนะ” ผู้จัดการของปิงเยว่กล่าว


            หลังจากปิงเยว่แยกตัวออกไป หานชิงก็ขอตัวเช่นกัน  เพราะเขาต้องไปถ่ายรายการอีกรายการหนึ่ง  รู้สึกจะเป็นรายการเกมโชว์ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้  หานชิงไปเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ  ซึ่งไป่ฉีก็รับมางานหนึ่ง  เป็นรายการเกมโชว์เหมือนกันชื่อ แอดเวนเจอร์  มีกำหนดจะถ่ายวันอังคารนี้


            แอดเวนเจอร์เป็นรายการที่ให้ผู้เข้าแข่งขันใช้ความสามารถทางร่างกายในการผ่านด่านต่าง ๆ ให้ได้ในเวลาน้อยที่สุด หรือผ่านด่านให้ได้มากที่สุด  โดยมีเงินรางวัลให้ตามจำนวนด่านที่สามารถผ่านได้


            “พวกเรากลับกันเถอะ” ไป่ฉีหันมาหาเมิ่งชิงชิง


            “อื้อ ว่าแต่นายหิวรึเปล่า  แถวบริษัทมีร้านอาหารอร่อย ๆ อยู่นะ” เมิ่งชิงชิงเสนอ


            “ไม่ดีกว่าครับพี่ชิงชิง  ผมมีที่ ๆ นึงดีกว่านั้น” ไป่ฉีกล่าว


            จากนั้นเมิ่งชิงชิงกับไป่ฉีก็ขึ้นรถ  เมื่อรถออกตัว  ไป่ฉีบอกทางเมิ่งชิงชิงขับไป  ไม่ถึง 5 นาที  เมิ่งชิงชิงเห็นบ้านหลังหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มาก  น่าจะอยู่ได้ประมาณ 7 คนแบบสบาย ๆ


            “ที่นี่ล่ะครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีชี้บอก  เขาหยิบรีโมตประตูบ้านออกมากด  เพื่อเปิดประตูใหญ่


            “นี่บ้านของนายเหรอ” เมิ่งชิงชิงหันมาถามไป่ฉี


            “ครับ ผมเก็บเงินได้  เลยซื้อต่อมาจากปู่ซีหลัวน่ะ” ไป่ฉีกล่าว


            “อ้าว ปู่ซีหลัวไม่ได้ให้นายเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ให้ครับ  แต่ผมบอกจะจ่ายเอง ปู่เลยยอมขายให้  หลังสอบเข้าที่มิดการ์ดได้  ผมกับพ่อแม่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรเลย” ไป่ฉีกล่าว


            “งั้นเหรอ  สะดวกดีนะ  งั้นฉันคงต้องหาที่พักแถวนี้แล้วสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ขณะที่จอดรถและลงมาจากรถพร้อมกับไป่ฉี


            “พี่นอนห้องเดียวกับผมก็ได้นะ” ไป่ฉียิ้ม


            “ไม่ย่ะ  นายจะเอาเปรียบฉันอีกน่ะสิ” เมิ่งชิงชิงปฏิเสธทันที  ขณะที่เธอกับไป่ฉีเดินเข้าไปในบ้าน

    _______________________________

    =w= อัพกันต่อรัว ๆ เลย

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน