เมื่อเพ่งมองจึงเห็นหยดโลหิตมังกรสีสันแตกต่างกันจำนวน 4 หยด "แสดงว่าหยดโลหิตมังกรทรงคุณค่าอย่างมาก ถึงกับทำให้เซียนเฒ่าอุทิศชีวิตตามหามัน นี่คงเป็นเหตุผลให้เขาต้องมาล่ามังกรดำจนต้องมาจบชีวิตลง เฮ่อ.น่าเสียดายหากเราขอหยดโลหิตจากราชามังกรดำรวมกับวันนี้ได้หยดโลหิตมังกรเผ่ามังกรดิน ก็ขาดอีกเพียง 2 เผ่าจึงจะครบเงื่อนไขในการจุติ กลายเป็นนักรบมังกรในตำนาน"
เขาถอนใจยาวอดเสียดายไม่ได้ เมื่อดูต่อไปจึงเห็นดาบจันทร์เสี้ยวสีแดงเพลิงทอแสงน่าสะพรึงกลัวออกมา ดาบเล่มนี้โค้งงอกว้าง 1 ฉื่อยาว 1 จั้ง หนา 2 ชุ่น กลางใบมีรูอยู่ 5 รู เอาไว้ให้นิ้วสอดราวกับเป็นด้ามจับ เป็นอาวุธที่แปลกประหลาด นอกจากนี้ยังมีตำรับตำราอยู่ 32 เล่ม เมื่อเปิดออกดูสามารถจำแนกออกเป็น 8 วิชา
1 วิชาเดินลมปราณพยัคฆ์เมฆ ขั้นสวรรค์ 1 เล่ม
2 วิชาเดินลมปราณไหมฟ้า ขั้นสวรรค์ 1 เล่ม
3 วิชาปรับเปลี่ยนเส้นเอ็น ขั้นสวรรค์ 1 เล่ม
4 วิชาเพลงกระบี่เซียน 5 บรรจบ 3 เล่ม ตั้งแต่ขั้น ปฐพี,ขั้นฟ้าและขั้นสวรรค์
5 วิชาดาบจันทรามาร 6 เล่ม ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นฟ้า
6 วิชาแพทย์ระดับสูง มีจำนวน 7 เล่ม
7 วิชาหลอมโอสถระดับสูง มีจำนวน 9 เล่ม
8 วิชาสมุนไพรระดับสูง 2 เล่ม
เมื่อตรวจสอบตำราทั้ง 32 เล่ม มีที่น่าสนใจคือลมปราณประจำตัว 2 วิชา วิชาปรับเปลี่ยนเส้นเอ็นและเพลงกระบี่เซียน 5 บรรจบ แต่น่าเสียดายที่ฝึกฝนไม่ได้เพราะขาดตำราวิชาขั้นพื้นฐานนั่นเอง
"คงมีแต่วิชาดาบจันทรามารที่มีตำราฝึกครบชุด ส่วนตำราความรู้ด้านอื่นๆคงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ " นอกจากนั้นก็จะเป็นขวดยาระดับสูงอีกสิบกว่าขวด กับหีบทองคำอีก 3 หีบและวัตถุดิบกองเท่าภูเขาในการผลิตโอสถ
เมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น หลี่หมิงจึงนำลูกแก้วมังกรเก็บไว้ในแหวนมังกร แล้วหยิบชุดตำราฝึกดาบจันทรามารมาฝึกปรือตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูงจนสำเร็จโดยใช้เวลาถึงครึ่งปี แต่การจะฝึกระดับต่อไปอีก 3 เล่ม ยังทำไม่ได้ในตอนนี้ เนื่องจากวิชาลมปราณของตนอยู่ในขั้นรวบรวมปราณ ระดับมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำที่สุดของผู้ฝึกตนเท่านั้น
"ถ้าไม่มีของวิเศษหลอมรวมอยู่ในร่าง เราคงไม่มีความสามารถเช่นทุกวันนี้" หลี่หมิงผิดหวังอยู่บ้างที่ความสามารถด้านลมปราณต้อยต่ำเกินไป
แต่ในด้านพลังจิตตนอยู่ในขั้นทรงญาณขั้นที่ 2 แล้ว เมื่อยกระดับถึงขั้น 3 ก็จะสามารถสร้างหุ่นพยนต์เสกใบมะขามเป็นต่อแตน ปั้นก้อนดินเสกควายธนูได้ ถึงจะไม่ทรงพลานุภาพมากนัก ก็ถือว่าเป็นวิชาที่ใช้ในการเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี
"เสียเวลาอยู่ที่หุบเหวถึงครึ่งปี เราควรจะออกไปศึกษาเล่าเรียนในสำนักวิชาเซียนอย่างจริงจังเสียที อยู่ในป่ามานานจวนจะกลายเป็นคนเถื่อนไปซะแล้ว"
∆∆∆∆∆
หลี่หมิงเดินอยู่ในเมืองเว่ยอันสภาพในตอนนี้ของเขาไม่ต่างจากขอทาน เสื้อผ้าขาดวิ่นสกปรกโสโครก ผู้คนที่เดินผ่านเพียงแค่เห็นก็เบือนหน้าหนี ซึ่งตัวเขาเองกลับไม่ใส่ใจกับท่าทีรังเกียจของชาวเมือง เนื่องจากอยู่ในป่ามานานปี อย่าว่าแต่ชุดไม่เคยซักเลย แม้แต่แก้ผ้าเดินโทงๆไปทั่วป่าอยู่หลายวันก็ทำมาแล้ว
จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร้านขายเสื้อเว่ยฟา เมื่อเดินเข้าไปในร้านสาวใช้เห็นเขาเป็นขอทาน รีบเดินเข้ามาขวางทันที
"ช้าก่อน ที่นี่ไม่เหมาะสมที่เจ้าจะเข้ามา รอที่นี่สักครู่เดี๋ยวข้าจะหยิบอาหารมาให้ " สาวใช้หน้าตาดีกล่าวจบ รีบวิ่งเข้าไปในร้านหยิบหมั่นโถวร้อนๆยื่นให้เขาลูกนึง แล้วกล่าวว่า " รับอาหาร แล้วรีบออกจากหน้าร้านไปซะ"
หลี่หมิงรับหมั่นโถวหอมกรุ่นกัดกินไปคำนึง แล้วสาวเท้าว่องไวเข้ามาในร้าน สร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าสาวที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ เถ้าแก่เนี้ยมองมายังชายสกปรกตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยปากว่ากระไร
หญิงสาวท่าทางลูกผู้ดี รีบถอยห่างออกจากร้านไปด้วยท่าทางรังเกียจ "เถ้าแก่เนี้ย เสื้อผ้าที่ข้าเลือกไว้เมื่อครู่ ข้าไม่เอาแล้ว ท่านแย่มากทำไมถึงปล่อยให้ขอทานเข้ามาในร้านได้ " แล้วสาวเท้าอย่างเร่งร้อนออกจากร้านไปทันที ราวกับกลัวจะติดโรคร้ายจากขอทานผู้นี้
"คุณหนูอวี่ อย่าเพิ่งไปสิเจ้าคะ" หญิงสาวหน้าตาดีอีกคน พยายามขัดขวางพูดจาเหนี่ยวรั้ง แต่ไม่เป็นผล
เถ้าแก่เนี้ยยืนหน้าเก้อ ตาขวางหันมาชี้หน้าดุสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าประตู ซึ่งตอนนี้กำลังคุกเข่าตัวสั่นเทิ้มอยู่เบื้องหน้าว่า
"อาเช่อ เจ้าทำอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้ขอทานเข้ามาได้ เจ้าเห็นไหมคุณหนูอวี่บุตรสาวคหบดีอวี่เหวินเซี้ยะ โกรธจนหนีออกจากร้านไปแล้ว ดูซิเนี่ย! ผ้าไหมแพรพรรณกองนี้จะขายให้กับใคร" นางพูดจบ ถึงกับหน้ามืดหอบหายใจหนักหน่วงทำท่าทางจะเป็นลม
"ท่านแม่ เป็นอะไรไปเจ้าคะ" เฉี่ยวหยูอี้บุตรสาวรีบเข้าไปประคองมารดาให้นั่งลง แล้วรินน้ำชาให้ดื่มพลางบีบบ่าให้คลายโทสะ แล้วหันมาสั่งสาวใช้ "เช่อเอ๋อร์ เจ้าจะมัวคุกเข่าอยู่ทำไม รีบหายาลมมาให้ท่านแม่ซิ "
"เจ้าค่ะ"อาเช่อรับคำ รีบทำตามทันที เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ สายตาทุกคู่จ้องมาที่หลี่หมิงที่กำลังเดินดูเสื้อผ้าที่แขวนโชว์สินค้าอยู่รอบร้าน ด้วยท่าทีเยือกเย็นไม่เร่งร้อน
ท่าทีไม่ร้อนรนของหลี่หมิงสร้างความหงุดหงิดให้กับคนทั้งสาม เถ้าแก่เนี้ยชายตาสั่งสาวใช้ให้เข้าไปจัดการวณิพกผู้นี้ นางค้อมคำนับเดินมาถามชายแปลกหน้าด้วยน้ำคำตัดพ้อ
"เจ้าน่ะแย่มาก เสียทีที่ข้าดีด้วยกลับตอบแทนข้าเช่นนี้ ไม่อายฟ้าดินบ้างหรือไร" นางพูดเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้
หลี่หมิงหันมามองหญิงสาวด้วยท่าทีงงงัน "เจ้ามาต่อว่าข้าด้วยสาเหตุใด แล้วทำไมต้องน้ำตาไหลด้วย" เขาเกาหัวแกร่กๆ ทำหน้าไม่เข้าใจ
"ก็เจ้าหิว ข้าก็ใจดีมอบอาหารเช้าของข้าให้เจ้าแล้ว ทำไมยังไม่ไปอีก เจ้ารู้ตัวไหมว่าทำให้เถ้าแก่เสียลูกค้าคนสำคัญไป ข้าขอถามเจ้าว่าทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลใด เจ้ารู้ไหมว่าทำให้ข้าอาจตกงานได้ เจ้าคนนิสัยไม่ดี " นางพูดพลางร้องไห้พลาง จนลูกสาวเจ้าของร้านสงสารต้องเข้ามาปลอบใจ แล้วมองขอทานหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา
เถ้าแก่เนี้ยทนดูต่อไปไม่ไหว ถลันกายเข้ามาถามด้วยเสียงเกรี้ยวกราด
"เจ้าขอทาน ทำลายการค้าของข้าจนพังยับเยิน ยังจะยืนบื้ออยู่ทำไมอีก ออกไปได้แล้ว อย่าคิดว่าที่ร้านเว่ยฟามีแต่ผู้หญิง คิดจะมารังแกกันแบบนี้" นางพูดจบ เดินจ้องหน้าขอทานสกปรกด้วยสายตาเดือดดาล แล้วหยุดตรงหน้าชี้นิ้วด่า
"ข้ารู้แล้ว! ว่าคนต่ำช้าอย่างเจ้าต้องไม่มาดีแน่ คงเป็นคนของเถ้าแก่จาง จ้างมาป่วนร้านค้าของข้าใช่ไหม ได้..ได้เล๊ย.." นางกัดฟันกรอดหน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธ รีบหยิบไม้กวาดมาไล่ตีหลี่หมิงจนวุ่นวายไปทั้งร้าน