(E-Book) มารเร้นกายดับแสงดารา

    ตอนที่ 60 คิดถึงข้าบ้าง

    ดินแดนสุญญตา

    สถานที่ที่อยู่ระหว่างภพมารและภพสวรรค์ ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าที่รกร้างว่างเปล่าจะมีมารที่มีพลังชั่วร้ายแอบซ่อนตัวอยู่นับพันปี


    ขณะที่กงจื่อเย่กำลังต่อสู้กับหลิ่งปินเพื่อแย่งชิงเทพดารากลับมา กองทัพสวรรค์ของเทพสงครามและสวีต้าเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นเข้าร่วมการศึกสงครามในครั้งนี้


    ในสายตาของเทพเซียนที่อยู่ตรงนั้น พวกเขาต่างมองว่าศัตรูที่เป็นภัยต่อสามภพมากที่สุดคือกงจื่อเย่ อดีตจอมมารที่เพิ่งจะสูญสลายไปไม่นาน


    ไม่ว่าจะมองอย่างไร ร่างกายและพลังที่สมบูรณ์เกินกว่าที่ควรคงเป็นเพราะเขาเร่งกลืนกินพวกเดียวกันอย่างแน่นอน ทั้งยังไม่รู้ว่าสติยังคงอยู่ครบถ้วนหรือเลือนหายแล้วใช้สัญชาตญาณนำทางอยู่กันแน่


    “ช้าก่อน” สวีต้าเฟิงออกคำสั่งห้ามทหารสวรรค์เคลื่อนไหวก่อนดูลาดเลาฉากการต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า แล้วหารือกับเทพปฐพีว่า “โจมตีมารตนนั้นก่อน สวีลู่ชิงตกอยู่ในอันตราย หากนางปลอดภัย ข้าเชื่อว่ากงจื่อเย่จะสงบอารมณ์ลงได้”


    “เหตุใดไม่สังหารไปพร้อมกันเลยเล่า” เทพปฐพีผู้มีนิสัยทะลวงทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่แยแสถามด้วยความสงสัย “เพราะเขาเป็นสามีน้องสาวเจ้า เจ้าจึงขอร้องให้ข้าไว้ชีวิตอย่างนั้นหรือ”


    “เจ้าก็รู้ว่าไม่ใช่เช่นนั้น” เทพวายุส่ายหน้า


    “ท่านลุง ช่วยท่านแม่เร็วเข้า” อีนั่วเห็นสวีต้าเฟิงยังคงนิ่งงันถกเถียงกับเทพปฐพีจึงตะโกนเสียงดังข้ามมาจากอีกฝั่งหนึ่งพลันร่ายพลังมารที่บิดาเคยสอนไว้ถล่มหลิ่งปินช่วยเขาอีกแรง


    “เฮ้อ” เทพวายุถอนหายใจ “ข้าไม่รู้ด้วยแล้ว เอาเป็นว่านางคือผู้เดียวที่จอมมารยอมสยบ เพราะฉะนั้นแล้วห้ามปล่อยให้นางเป็นอันใดไปเด็ดขาด”

    เทพปฐพียิ้มมุมปากแล้วส่งสัญญาณให้กองทัพสวรรค์เคลื่อนพลโจมตีหลิ่งปินและบริวารที่เป็นเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว


    มารตนนั้นไม่ใช่พวกไม่มีความคิด เมื่อเห็นว่าตนเองตกอยู่ในอันตรายจึงใช้สวีลู่ชิงเป็นโล่กำบัง บังคับให้นางร่ายอาคมคุ้มกันเขาจากกองทัพสวรรค์


    แววตาของมันดุดันไม่แพ้ใคร แสยะยิ้มชั่วร้ายเหมือนทุกอย่างกำลังเข้าแผนที่วางไว้พลางคิดในใจว่า จะเป็นอย่างไรหนอหากได้กินเทพเซียนพวกนั้นจนพุงกาง วันนั้นข้าคงจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเทียบเทียม


    ฝันไปเถอะ กงจื่อเย่เจาะเข้าไปในความคิดของมันได้อย่างง่ายดายด้วยพลังของมารตนก่อนหน้าที่เขาสังหารพลางรวบรวมสิ่งที่เขามีทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวโจมตีหลิ่งปินไม่ยั้งมือจนร่างของมันกระเด็นลอยไปไกลแล้วโอบรับสวีลู่ชิงกลับมาในอ้อมแขนตนเอง


    พลังมารในแก่นวิญญาณของเขาแทบเอ่อล้นเกินที่จะรับไหว เดิมทีต้องค่อย ๆ กลืนกิน ใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปีสำหรับพลังมหาศาลแต่เขากลับรับทุกสิ่งทุกอย่างมาทั้งหมดในไม่กี่ชั่วยาม


    “เจ้า...” สวีลู่ชิงมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง พลังเทพบรรพกาลในแก่นวิญญาณของนางกำลังสั่นไหวบังคับให้นางสังหารเขา


    กงจื่อเย่เองรู้สึกได้ว่าอันตรายที่เขากลัวที่สุดกำลังคืบคลานเข้ามาจึงพยายามควบคุมมันให้อยู่ในกำมือ


    เทพดาราเอื้อมมือแตะกลางหน้าอกของเขาแล้วร่ายอาคมช่วยควบคุมความชั่วร้ายอีกแรง “อดทนอีกสักนิดได้หรือไม่” นางกล่าวกับคนตรงหน้า


    “ท่านแม่” อีนั่วรีบวิ่งมาหาทั้งคู่ด้วยความเป็นห่วง คอยเฝ้าระวังไม่ให้หลิ่งปินฉวยโอกาสลอบทำร้ายบิดามารดาในเวลานี้


    เมื่อเทพปฐพีเห็นว่าจอมมารอยู่ในมือของเทพดาราแล้วจึงพุ่งความสนใจมาที่มารอีกตนอย่างเต็มที่ สั่งกองทัพกระหน่ำจัดการมันอย่างไม่ปรานี ท้ายที่สุดแล้วมารร้ายหนึ่งตนที่ถูกจอมมารถล่มใส่จนบาดเจ็บ ไม่เหลือแรงสู้ทหารสวรรค์หลายร้อยได้จึงพ่ายแพ้ไป


    “เฮ้อ” สวีลู่ชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดวงตาสีฟ้าจับจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา รู้สึกลึก ๆ ในใจว่าเป็นห่วงเขาแต่ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น


    “เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ” จอมมารเอ่ยถามคนตรงหน้า


    “...” นางไม่ตอบเพราะกำลังสับสนว่าความรู้สึกนั้นเป็นของนางหรือเป็นเพราะถูกจอมมารเจ้าเล่ห์ทำเสน่ห์ให้หลงใหล


    กงจื่อเย่ยิ้มด้วยความสดใสเปลี่ยนจากมารชั่วร้ายที่พร้อมทำลายสามภพเป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังมองคนรักของตนอย่างลึกซึ้งพลางสวมกอดนางแนบแน่นไม่สนสายตาของผู้ใด


    “ท่านลุง ไม่เป็นอันใดแล้วขอรับ” เขาเอ่ยปากบอกให้สวีต้าเฟิงแน่ใจ แม้เห็นกับตาว่าพลังชั่วร้ายสงบลงแล้วแต่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจอมมารคิดสิ่งใดอยู่


    ทว่า กงจื่อเย่รู้ดีว่ายามที่พลังมารเปี่ยมล้นเช่นนี้ ทางเดียวที่จะรักษาแก่นวิญญาณของสวีลู่ชิงเอาไว้ได้และไม่ทำให้นางถูกพลังเทพบรรพกาลบังคับให้กำจัดเขา จอมมารจะต้องเสียสละสลายพลังทั้งหมด


    เขาจึงคิดจัดการตัวเองอย่างที่เคยทำเมื่อไม่นานมานี้ คิดจะเป็นเพียงนกน้อยที่คอยอยู่เคียงข้างนาง แต่ก่อนจะไปขอจุมพิตนางสักหน่อยคงดี


    ริมฝีปากของเขาสัมผัสคนตรงหน้าที่ไม่ทันได้ตั้งตัว รสจูบแผ่วเบาจนทำให้สวีลู่ชิงเคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัว


    สวีต้าเฟิงและเทพปฐพี รวมถึงทหารสวรรค์กลายเป็นพยานในครั้งนี้ สนามรบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นสนามรักไปโดยปริยาย


    “เจ้าคิดว่ายังน่าห่วงอีกหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าตราบใดที่นางปลอดภัย เจ้ามารนั่นไม่กล้าก่อเรื่องใดหรอก” สวีต้าเฟิงหันไปมองเทพปฐพีที่ยังคงกำอาวุธเทพในมือไว้แน่นเผื่อว่ามารเจ้าเล่ห์คิดลอบโจมตี


    “ยังวางใจไม่ได้หรอก เจ้าไม่เห็นหรือว่าที่แห่งนี้ยังมีมารน้อยอีกตน หลานเจ้าน่ะ ไม่อันตรายจริงหรือ” เขาเอ่ยถามบ้างแต่สวีต้าเฟิงยืนยันหนักแน่นว่าเขาควบคุมอีนั่วไม่ให้ก่อเรื่องได้


    “ข้าถึงบอกอย่างไรเล่าว่าถ้านางยังอยู่ ทั้งจอมมาร มารน้อยจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว” เทพวายุยืนยันคำเดิมหลังจากสังเกตอีนั่วมานาน หลานชายของเขาดูเป็นเด็กน้อยธรรมดาเท่านั้น ไม่มีทีท่าจะใช้พลังมารโดยไม่จำเป็น


    “เฮอะ” เทพปฐพีสบถเล็กน้อยก่อนถอนกำลังนำตัวหลิ่งปินไปกักขังเพียงชั่วพริบตา


    ดินแดนแห่งนี้จึงมีเพียงแค่จอมมาร สวีลู่ชิงและมารน้อยอยู่กันสามคนตามลำพัง


    “เจ้าจูบข้าทำไม” สวีลู่ชิงพยายามดันหน้าอกเขาออก


    แววตาของจอมมารเศร้าสลดเล็กน้อย “จูบลาไม่ได้หรือ ข้าจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าอีกนานเลย”


    “ครั้งที่แล้วเจ้าก็พูดเช่นนี้”


    “ยอมให้ข้าหน่อยไม่ได้หรือ เยว่ชิง”


    “สวีลู่ชิงต่างหาก” นางแย้งขึ้นมาทันใดเพราะจำชีวิตในชาติก่อนที่เป็นอู๋เยว่ชิงไม่ได้ด้วยซ้ำ


    “ภรรยาข้า ดูแลตัวเองให้ดีนะ ข้าหวังว่าแก่นวิญญาณของเจ้าจะปลอดภัย” น้ำเสียงของเขาจริงใจยิ่งกว่าครั้งใด เทพดาราไม่นึกเลยว่าจอมมารชั่วร้ายเปลี่ยนแปลงตนเองไปได้มากเพียงนี้


    “อีนั่ว ข้าฝากเจ้าดูแลนาง” เขาเอื้อมมือลูบศีรษะมารน้อยอย่างอ่อนโยน “ต่อจากนี้ไปจะไม่มีมารปีศาจตนไหนกล้าทำร้ายเจ้ากับนางได้อีกแล้ว”


    “ขอรับ” มารน้อยรับปากแล้วกอดสวีลู่ชิงแทนกงจื่อเย่ สายตาอาลัยอาวรณ์เล็กน้อยแม้จะยังโกรธบิดาอยู่บ้าง


    “คิดถึงข้าบ้างนะ” กงจื่อเย่เอ่ยราวกับขอร้องให้จดจำเขาไว้ในใจ รอยยิ้มสุดท้ายแสนอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าจอมมารที่เคยร้ายกาจในวันวานก่อนที่ร่างกายของเขาจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตาทั้งคู่


    สุดท้ายแล้ว สามภพคงจะสงบสุขไปอีกนานแสนนานเพราะกงจื่อเย่กำจัดมารปีศาจที่คิดเป็นภัยในวันข้างหน้าจนเหี้ยนเหลือแต่เพียงไข่มังกรที่มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ แต่เพราะมันช่วยเหลือเขาให้ได้พบที่ซ่อนจึงได้รับการยกเว้นให้รอดชีวิตอยู่ใต้พิภพดังเดิม


    เสียงเศร้าสร้อยพัดผ่านตามสายลมอ้อนวอนคนรักของตนเอง


    “อย่าลืมข้าเลยนะ”

    “ข้ารักเจ้า”

    “ภรรยาของข้า”

    “ลู่ชิง”


    แม้นางจะไม่เชื่อคำพูดของเขาแต่อดไม่ได้ที่จะสัมผัสถึงความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจของจอมมาร

    คล้ายกับเรื่อง(E-Book) มารเร้นกายดับแสงดารา ที่คุณอ่าน

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810