ตอนที่48 การทดสอบแรก “มาต่อสู้กับผม”
แสงวาววับชวนสายตาให้จับจ้องรัศมีเปล่งประกายออกมาจากตัวดาบนั้นน่าหลงใหลทำให้อยากจะจับจองเป็นเจ้าของในครอบครองโรสพุ่งตัวไปยังกองดาบนับสิบที่วางบนโต๊ะทันที แล้วใช้สองมือค่อยๆจับดาบมาชมเชยเล่มหนึ่ง แค่เพียงปลายนิ้วที่ได้แตะพลังเวทก็แผ่กระจายออกมารัศมีรอบข้างของเธอพลันดูสว่างสดใสไปหมดยิ่งได้จับด้ามดาบอย่างเต็มไม้เต็มมือแล้วความรู้สึกอันทรงพลังไร้ผู้ต้านพลันบังเกิดขึ้นในจิตใจของเธอไม่ว่าจะต้องสูญเสียไปเท่าไหร่ เธอจะต้องได้เป็นเจ้าของดาบเหล่านี้
ในใจโรสคิดทบทวนทุกสิ่งอย่างด้วยดวงปัญญาของเธอว่าตั้งแต่เด็กหนุ่มที่ชื่อไผ่ก้าวเข้ามาในชีวิตทุกอย่างรอบตัวเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ต้องพบพานเรื่องน่าทึ่งไม่รู้กี่ครั้งเธอไม่เข้าใจในตัวตนของไผ่ว่าเป็นอย่างไร มีความสามารถอะไรบ้างแต่เมื่อครั้งใดที่เธอเข้ามาศึกษา เรื่องราวแปลกใจก็บังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง
ดาบที่เธอถืออยู่ทรงพลัง ให้ความรู้สึกที่เหนือกว่าดาบเกล็ดทิวาที่เธอครอบครองเธอคิดว่าอาวุธเล่มนี้ต้องเป็นของระดับสูงที่หาได้ยากยิ่ง โรสหยิบผลึกสีน้ำเงินเข้มในกระเป๋าออกมาแล้วบีบให้เป็นผุยผงจากนั้นก็โรยไปยังตัวดาบที่เธอกำลังถืออยู่เพื่อตรวจสอบข้อมูล
ระดับ 7 ดาว เลเวล 99
สลักเวท–เกราะเวท ระดับ 1 ดาว
-เกราะเวท ระดับ 5 ดาว
-คมมีดสายลม ระดับ 1 ดาว
-คมมีดสายลม ระดับ 5 ดาว
-วายุคลั่ง ระดับ 1 ดาว
-วายุคลั่ง ระดับ 5 ดาว
-ปรับสมดุลพลังให้กับผู้ถือครอง
-ฟื้นฟูพลังเวทเมื่อถือ
-เพิ่มพลังกาย 1 ใน 20ของพลังกายทั้งหมด
-เพิ่มทักษะการควบคุมเวท ระดับ 6 ดาว
ความสามารถเฉพาะ
-เติมพลังอัตโนมัติให้กับสลักเวท
ข้อมูลชัดเจนแจ่มแจ้งปรากฏต่อสายตาโรสเธอถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น
“ดาบระดับ 7 ดาว เลเวล 99 อีกแค่ 1เลเวลก็จะเลื่อนระดับเป็น 8 ดาว แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงอาวุธระดับสูงแบบนี้ไม่ควรจะมีอยู่ที่นี่มันควรจะมีแต่ระดับราชาเท่านั้นที่จะสามารถมีได้ นะ นี่มัน”โรสทึ่ง ทั้งอึ้ง และตะลึงกับสิ่งที่เธอได้พบเจอแต่แล้วก็ต้องหันไปสบตาไผ่เพื่อต้องการคำตอบ เธอไม่รู้ว่าทำไมที่เธอหาคำตอบไม่ได้ต้องหันไปพึ่งหมอนั่นทุกครั้งไป ยิ่งมองดูกองอาวุธที่เป็นระดับเดียวกันอีก 9เล่มพลันหัวใจเธอก็ปั่นป่วนจนแทบจะหลอมละลายไปกับพื้น
“ไม่ใช่แน่ๆอาวุธเหล่านี้ไม่ได้เป็นของตกทอด หรือของที่ดรอปออกมาจากมอนเตอร์ในดันเจี้ยนแน่นอนเพราะสภาพของมันนั้นดูใหม่เอี่ยมเสมือนกับถูกสร้างขึ้นมาใหม่” โรสเอ่ย
“ใช่แล้วอาวุธพวกนี้ต้องมีคนสร้างมันขึ้นมาแน่นอน แล้วใครกันล่ะที่สร้างของแบบนี้ได้”เธอยังคงพูดคนเดียว
“พี่สาวจะมัวไปคลุกกับดาบที่ทำจากแร่ระดับต่ำพวกนั้นทำไม มานี่เร็วๆ พี่สาวต้องทำการทดสอบอย่าพึ่งไปสนใจของพวกนั้น” เสียงอันเป็นประกาศิตดุจดั่งอุกกาบาตที่ถล่มโลก
“อะไรนะ เมื่อกี้นายบอกว่าเป็นของระดับต่ำใครเขาจะยอมเชื่อกันเล่า ของระดับต่ำที่ไหนจะทรงพลังขนาดนี้ อีกอย่างหินตรวจสอบระดับสูงมันไม่เคยโกหก” โรสกล่าวประชดประชันไผ่ผู้ถูกกล่าวถึงเพียงยักไหล่ไม่ใส่ใจ
“นี่ นายเป็นคนที่มีจิตใจวิกลจริตไม่ปกติเหมือนดั่งคนทั่วไปหรือไงถึงมองว่าอาวุธพวกนี้เป็นของระดับต่ำ นายไม่รู้เลยหรือ ว่าแค่เล่มเดียวที่อยู่ตรงหน้านี้ถ้าหากมันปรากฏขึ้นข้างนอก สิ่งนี้มีอิทธิพลถึงขนาดสร้างสงครามขนาดกลางเพื่อแย่งชิงมันเลยนะยะจะบอกว่าเป็นของระดับต่ำ มันเป็นไปไม่ได้”โรงสเอ่ยด้วยท่าทีราวกับคนกำลังจะสูญเสียสติของตน ไผ่ถอนหายใจครั้งหนึ่ง
“มัวทำอะไรอยู่ รีบมาสิเดี๋ยวผมก็ไม่ทำให้หรอก ไอ้อาวุธที่เหมาะสมกับพี่สาวน่ะ” เสียงเอ่ยที่แฝงด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยออกมาจากปากของไผ่ทำให้โรสต้องทำใจละจากอาวุธระดับสูงที่เธอถืออยู่อย่างช่วยไม่ได้ขณะที่เดินเข้าไปหาไผ่เธอก็ชายตามองดูอาวุธพวกนั้นห่างออกไปทีละนิด ทีละนิดเหมือนไม่อยากให้มันคลาดสายตากลัวว่าจะหายไป
ไผ่เห็นดังนั้นก็เข้าไปจับมือเธอแล้วดึงเขาไปในโรงหลอมทันทีอย่างช่วยไม่ได้
ข้างในโรงหลอมตอนนี้ว่างเปล่ามีแต่แท่งเหล็กขึ้นสนิมเพียงไม่กี่แท่งที่กองอยู่มุมหนึ่งโรสมองด้วยสีหน้าที่บอกว่าบุญไม่รับ สรุปว่าไผ่พาเธอมาทำอะไรที่นี่ แท่งเหล็กขึ้นสนิมที่มีความยาวพอๆกับไม้กระบองถูกหยิบขึ้นมาแล้วตัดครึ่งด้วยมือเปล่า ครึ่งหนึ่งโยนให้โรสเธอก็รับไว้ด้วยท่าทีอันมึนงงว่าเขาจะทำอะไร ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นไผ่ถือไว้กับมือ
“นายคิดจะทำอะไรทำไมถึงยื่นแท่งเหล็กสนิมเขรอะนี่ให้ฉัน” โรสถามด้วยอารมณ์ที่อยากจะออกไปดูว่าดาบข้างนอกมันจะหายไปหรือเปล่าเพราะตอนนี้จิตใจเธอมุ่งไปยังกองดาบระดับสูงพวกนั้น
“การทดสอบไงพี่สาวบททดสอบแรกก็คือการใช้อาวุธของพี่สาว การเคลื่อนไหวร่างกาย การวางฐาน ท่วงท่าน้ำหนัก และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็น ทั้งนี้รวมถึงสภาพจิตใจและจริตขณะต่อสู้ด้วยที่พี่สาวต้องทำก็คือมาสู้กับผม” เสียงพูดของไผ่ทำให้โรสชะงักต่อสู้ ด้วยแท่งเหล็กสนิมนี่นะ แล้วต่อสู้กับหมอนี่นะเหรอ จะดูถูกกันไปหน่อยไหมแค่กระบวนท่าเดียวหมอนั่นก็ลงไปกองกับพื้นแล้วแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พุ่งไปหาไผ่อย่างรวดเร็วเมื่อสัญญาณเริ่มขึ้น
แท่งเหล็กที่กลายเป็นอาวุธชั่วคราวหมุนควงและตวัดขึ้นลงเพื่ออ้อมไปยังด้านหลังของไผ่แล้วเริ่มกระบวนแทงด้วยแรงที่มั่นคงและทรงพลัง
โรสมั่นใจว่าการแทงนี้สามารถทำให้ไผ่สลบได้
แต่ทว่าเมื่อปลายแท่งเหล็กเขาไปในรัศมีไหล่ของไผ่จู่ๆ เขาก็ขยับด้วยท่าทีอันเชื่องช้าแต่กระนั้นแค่พริบตาปลายแท่งเหล็กที่พุ่งไปยังแผ่นหลังของไผ่กลับผ่านไปด้วยการบิดตัวเพียงเล็กน้อยพลันศอกซ้ายของเขาก็หันขวับแล้วซัดเข้ากลางอกเธอจนต้องกระเด็นไปไกลและจุกด้วยความเจ็บปวด
“ท่าเมื่อกี้มันอะไรกัน”
“เข้ามาอีกสิพี่สาวแค่นี้ยังไม่พอหรอกนะ” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง โรสค่อยๆพยุงตัวเองแล้วแผ่กระจายพลังเวทไปทั่วร่าง พลันเธอก็หายวับไปปรากฏตัวอีกทีด้านข้างขวามือของไผ่ แท่งเหล็กตวัดฟันนับสิบครั้งแต่กระนั้นเขาก็รับการโจมตีได้ทุกครั้งพร้อมกับสวนเข้าหน้าเธออย่างจังขณะที่เธอกำลังชักอาวุธกลับเพราะงั้นจึงรับการโจมตีไม่ทัน
“นี่มันทักษะการต่อสู้อะไร”
โรสไม่หายวับไปไหนอีกแล้วแต่พุ่งเข้าปะทะซึ่งๆหน้าแทน ไผ่ยืนตั้งรับแล้วเดินก้าวขึ้นหน้าบ้าง ถอยบ้างเฉียงข้างบ้างตามจังหวะก้าวเท้าของโรสพอจังหวะที่เธอชักอาวุธกลับไผ่ก็สวนอย่างจังอีกครั้ง
โรสเซไปเพราะแรงกระแทกเล็กน้อยแต่ก็พุ่งเข้าห้ำหั่นอย่างบ้าคลั่งพลังเวทของเธอปะทุขึ้นอย่างรุนแรงพลันการปะทะแต่ละครั้งก็ทำให้แท่งเหล็กที่เธอเหวี่ยงถึงกับร้าวและปริแตกไปในที่สุดแต่กระนั้นแท่งเหล็กของไผ่ กลับไม่เป็นอะไรเลย แถมอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
“บ้าจริงนี่มันเป็นเหล็กแท่งเดียวกันไม่ใช่เหรอไง!!”
“ผมรู้แล้วล่ะว่าทำไมอาวุธพี่สาวถึงได้พังยับเยินขนาดนั้นนั่นเป็นเพราะพี่สาวใช้มันไม่เป็นนี่เองแต่เมื่อผมรับปากไว้แล้วว่าจะอัพเกรดอาวุธให้เหมาะสมสำหรับพี่สาวก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละนะ แต่ยังไงพี่สาวก็ต้องจำไว้ให้ดีด้วยล่ะว่าการใช้ศาสตราแบบพี่สาวน่ะ ถ้าไปเจอคนที่ใช้อาวุธเป็นจริงๆต่อให้ระดับอาวุธของเขาน้อยกว่า เขาก็สามารถทำลายอาวุธของพี่สาวได้” ไผ่พูดแค่นี้แล้วหยุดมือ แต่โรสไม่หยุด
เธอไม่สามารถรับความจริงในข้อนี้ได้ดาบเกล็ดทิวาถูกนำมาใช้งานอย่างรวดเร็วเพื่อสั่งสอนคนตรงหน้าที่มาดูหมิ่นเธอ
“หึ เหล็กธรรมดาๆไม่มีแม้แต่เลเวลหรือจะสู้อาวุธระดับสูงกว่าได้”
ดาบใสที่มีรอยบิ่นเต็มไปหมดถูกเหวี่ยงเข้าฟาดฟันไผ่ด้วยความรวดเร็วที่ตาเปล่าของคนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นแต่กระนั้นทุกกระบวนท่า เหล็กธรรมดาที่ว่าสามารถรับได้ทั้งหมดและมีรอยบิ่นเพียงเล็กน้อยผิดจากดาบเกล็ดทิวาที่ตอนนี้เริ่มมีสะเก็ดดาบแตกออกมาหลายส่วนแล้ว
ยิ่งเห็นแบบนี้โรสก็ยิ่งคลั่งเธอไม่สามารถยอมรับความจริงได้ว่าเธอใช้อาวุธไม่เป็นเธอยอมไม่ได้ว่าเหล็กนั่นจะเหนือกว่า
“วิชาตระกูล กระบวนท่าที่ 7กุหลาบคลั่งดับอสูร”
กระบวนท่าชั้นสูงของเธอถูกเรียกขานพลันรอบๆกายของโรสกลับกลายเป็นสีเลือดแห่งความตายทันที เธอคลั่งจนไม่สามารถควบคุมสติของตนได้เลยเผลอใช้ท่าสังหารอันร้ายแรงไป
เสี้ยววินาทีที่ดาบเกล็ดทิวาจะเฉือนร่างของไผ่เขากลับปัดป้องมันและส่งปลายแท่งเหล็กเข้ากระแทกกับใบดาบอย่างจัง
เพล้ง!!!!!!
เสียงอะไรบางอย่างแตกหักพร้อมกับเศษดาบปลิวกระจายไปทั่วพื้นไม่พอแค่นั้นไผ่หมุนตัวเข้ารวบโรสแล้วทุ่มเธอลงกับพื้นทันทีจนเธอกระอักเลือดออกมา
“ก็บอกแล้วไงว่าถ้าใช้ดาบไม่เป็น แม้จะมีดาบระดับสูงก็ไม่อาจเอาชนะอาวุธที่ระดับต่ำกว่าได้ยอมรับความจริงในข้อนี้เสียเถอะพี่สาว” ไผ่โยนแท่งเหล็กลงพื้นอย่างเบามือ
“หากพี่สาวไม่ยอมรับความจริงในข้อบกพร่องของตัวเองพี่สาวจะไม่มีวันพัฒนาใดๆ เลย แม้จะมีอาวุธระดับสูงเทียมฟ้าก็ตามเถอะ ..อยู่ในห้องนี้จนกว่าจะทบทวนได้ หลังจากนั้นแล้วค่อยออกไปหาผมข้างนอก!” เสียงอันเป็นประกาศิตที่ทรงพลังจนเธอไม่อาจขัดขืนอำนาจที่แผ่กระจายออกมาจากตัวไผ่ตอนนี้มันกดดันรังสีคลุ้มคลั่งของเธอจนมิดแต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ไม่อาจทำใจได้
“ทำไมมันถึงตาลปัตแบบนี้หมอนั่นทำลายความมั่นใจในการใช้วิชาดาบจนหมดสิ้น”
“เขาทำลายด้วยแท่งเหล็กขึ้นสนิมธรรมดาๆ เราควรทำยังไงดี”
ทักษะการต่อสู้ของเธอนั้นฝึกฝนมาอย่างยากลำบากกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ความจริงแล้วนอกจากพี่สาว กับผู้กล้านั่นแล้วล้วนไม่เคยมีใครรับมือกระบวนท่าต่อสู้ของเธอได้เลย
“ทำไมถึง ...ทั้งๆ ที่เขาดูอ่อนแอแท้ๆ...ทำไมถึงได้รับกระบวนท่าต่อสู้ของเธอ โดยเฉพาะท่าประจำตระกูล หากอาวุธที่เขาใช้มีระดับใกล้เคียงกันก็พอจะยอมรับได้อยู่หรอกแต่ด้วยเหล็กขึ้นสนิมธรรมดาๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้”
โรสนั่งเศร้าโศกน้ำตานองหน้าแต่ด้วยความหดหู่เสียใจและยอมรับไม่ได้ เธอจึงค่อยๆเดินไปหยิบแท่งเหล็กที่ไผ่วางไว้ก่อนหน้าแท่งเหล็กขึ้นสนิมที่สามารถทำลายดาบของเธอได้ แม้จะหยิบมันขึ้นมาก็ไม่ได้ทำให้มีความรู้สึกวิเศษวิโสอะไรมันก็คือแท่งเหล็กธรรมดาๆ แต่เมื่อเธอดูรอยเล็กๆที่เกิดขึ้นในตัวเหล็กแล้วถึงกับตาเบิกกว้าง!!!
ตอนนี้เธอเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว!!!!
“นี่สินะสาเหตุที่ฉันแพ้อย่างราบคาบ คำพูดที่นายบอกว่าฉันใช้อาวุธไม่เป็นจนถึงตอนนี้ฉันยอมรับมันจากใจจริงเสียแล้ว…” โรสพึมพำเบาๆ
ตัวเหล็กที่มีรอยอันเล็กน้อยนั่นบ่งบอกว่าการปะทะอาวุธแต่ละครั้งเขาไม่ได้รับมันตรงๆ แต่เทคนิคแบบนี้มันคืออะไร เพราะต่อให้ไม่ปะทะตรงๆหรือใช้วิธีเบี่ยงพลัง มันก็ไม่น่าจะมีรอยที่เล็กน้อยกระจ้อยร่อยแบบนี้
“ทักษะการต่อสู้ที่หมอนั่นใช้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิดเลย นี่สินะที่เรียกว่าใช้อาวุธเป็น”
..................................
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นกันด้วยนะครับแบบว่าให้กำลังใจคนแต่ง อย่างน้อยคนละ 1 ea ก็ดีน๊า