กลับมาทางด้านของโอ๊ต ที่ตอนนี้ตัวของเขากำลังอยู่ในระหว่างทางเดินไปยังห้องประชุมภายในฐานทัพลับของตระกูล ณ สุวรรณภูมิ มันเป็นเวลาเดียวกับที่ข้อความตำแหน่งพิกัดเข้ามาทางโทรศัพท์ของเขา พร้อมกับข้อความที่ระบุคำพูดเล็กน้อยว่า ‘เกมถัดไปจะเริ่มหลังจากนี้อีก 20 นาที โปรดอดใจรอ..’ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ยื่นโทรศัพท์ของเขาให้กับกิตติ เพราะว่าเขาไม่ได้เก่งเรื่องเทคโนโลยีใดๆ
“ตามรอยไม่ได้เหมือนเดิมใช่ไหม..” โอ๊ตกล่าวถาม เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เคยให้กิตติตามรอยของเบอร์ที่ส่งข้อมูลมา แต่ทว่ามันเป็นเบอร์โทรที่ต้องเข้ารหัสของดาวเทียม ซึ่งพวกเขาไม่ได้มีอำนาจพอที่จะตรวจสอบได้ จากการวิเคราะห์ของกิตติ คาดว่าเป็นดาวเทียมของประเทศไหนสักประเทศที่ให้การสนับสนุนองค์กรนี้อยู่
“ใช่ขอรับคุณชาย.. แต่อุปกรณ์ตรวจจับของเราสามารถระบุได้ถ้าอยู่ในระยะขอรับ.. ขอเวลาสักครู่ขอรับ เผื่อจะมีข่าวดี..” กิตติกล่าว ซึ่งโอ๊ตก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนประตูห้องประชุมจะถูกเปิดให้กับเขาได้เดินเข้าไป ภายในประกอบไปด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบสั่งการ และครอบครัวของทั้งสี่สาว..
“สวัสดีครับทุกท่าน.. ผมคิดว่าทุกท่านคงจะทราบกันดีแล้วว่าตอนนี้มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น.. ดังนั้นผมขออนุญาตจัดการกับปัญหาตรงหน้านี้ก่อน หลังจากนี้เรายังมีเวลาแนะนำตัวกันอีกนาน..” โอ๊ตกล่าว ก่อนที่เขาจะมองไปรอบๆ สมาชิกก็มีหน้าเดิมๆ ชุนตง ชวลิต เสรี ภาคภูมิ สส.เสกสรรค์ คุณหญิงเปรม และหน้าใหม่อีกสองคนที่คาดว่าเป็นพ่อแม่ของไอนะ..
“ขอรับคุณชาย..” ทุกคนกล่าวออกมาพร้อมกัน แม้ว่าพวกเขาจะใจร้อนกับเรื่องนี้ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร จากภาพที่แสดงผ่านจอยักษ์ที่อยู่ที่นี่ พวกเขาก็เห็นความสามารถ(?)ของคุณชายในการเจรจาต่อรองแล้ว หลายๆอย่างพวกเขาคาดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำว่าคุณชายจะดำเนินแผนการเช่นนี้
“ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มแผนการกันเลยดีกว่า.. กิตติ รายงานสถานการณ์ในตอนนี้ให้พวกเขาทราบหน่อย.. กำลังพลพร้อมรบของเรามีเท่าไร รายงานมาให้หมด..” โอ๊ตกล่าว ก่อนที่กิตติจะเดินมาอยู่ตรงกลางที่ประชุม พร้อมกับภาพในจอที่เปลี่ยนไป..
“สถานการณ์ในปัจจุบันทางเราได้รับตำแหน่งพิกัดของตัวประกันสามคน ซึ่งเราไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าจะเป็นใครบ้าง ขอให้พวกท่านอย่าได้ตกใจ เรากำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ อีกอย่างทางเราคิดว่าเป้าหมายจริงๆไม่ใช่ทั้งสี่คุณหนูแน่นอนขอรับ..”
กิตติกล่าว และเหล่ากำลังพลของตระกูล อุปกรณ์เทคโนโลยี ความได้เปรียบเสียเปรียบของสถานการณ์ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกเสียจากเกมสุดท้ายกับตัวประกันคนสุดท้ายที่พวกเขายังได้แต่ลุ้น และคาดเดาไปต่างๆนานา..
“.. อืมๆ ขออภัยขอรับ.. ภาพของตัวประกันที่ถูกปล่อยตัวมาแล้วขอรับ..” กิตติกล่าว
“เอาขึ้นจอเลย..” โอ๊ตกล่าว และภาพก็ปรากฏขึ้นมาจากโดรนที่บินบริเวณนั้น ตัวประกันที่ถูกปล่อยตัวประกอบไปด้วยเฟิร์นที่ได้สติดี มนต์กับไอนะที่ยังไม่ได้สติ ยังคงสลบอยู่..
มาตรการความปลอดภัยขั้นพื้นฐานถูกตรวจสอบในทันที ทั้งเครื่องติดตาม เครื่องดักฟังที่อาจจะถูกติดมาพร้อมกับตัวประกัน ซึ่งทุกคนในห้องประชุมก็มองตามด้วยเช่นกัน แต่ทว่าชุนตง กับชวลิตที่รู้ว่าปิงปิงไม่ได้กลับมาด้วยก็ซึมๆไปเล็กน้อย หัวอกของครอบครัวที่จะเป็นห่วงลูกหลานมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว..
“กิตติ! ถึงจะเรียบร้อยดี แต่ก็อย่าลืมตรวจร่างกายของพวกเธออีกครั้งหนึ่ง.. พวกเขาจะได้สบายใจ ถ้าใครอยากจะออกไปรับลูกๆหลานๆของตัวเองก็เชิญได้เลยครับ..” โอ๊ตกล่าว ชูเกียรติจึงได้รับหน้าที่นำพาแขกขึ้นไปรอที่ห้องตรวจร่างกายตามที่ผู้เป็นนายสั่ง..
“ขอบคุณขอรับ/เจ้าค่ะ.. คุณชาย” ทั้ง 5 คนที่ประกอบไปด้วย ภาคภูมิ สส.เสกสรรค์ คุณหญิงเปรม พ่อแม่ของไอนะก้มหัวกล่าวขอบคุณโอ๊ตอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะเดินตามชูเกียรติไปยังห้องพยาบาลด้านบนฐานทัพ จนในห้องเหลือเพียงแค่ โอ๊ต กิตติ เสรี ชุนตง และชวลิต หากไม่นับรวมเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ..
“..คุณชุนตง กับคุณชวลิตไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ ผมขอสาบานด้วยเกียรติของผมเลยว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือปิงปิงให้ได้ครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง..
“ขอบคุณขอรับคุณชาย.. เป็นความเมตตาแล้วที่คุณชายยอมช่วยเหลือหลานของกระผมขอรับ” ชุนตงกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับโอ๊ต ซึ่งโอ๊ตก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกันที่โดนกระทำเช่นนี้..
“เราเชื่อว่าคุณชายจะทำสุดความสามารถขอรับ ขอความกรุณาด้วยขอรับ..” ชวลิตก็เป็นอีกคนที่ยืนขึ้น และก้มหัวให้กับโอ๊ต พวกเขาทั้งสองนั้นรู้ดีว่าถ้าเป็นในยามปกติ คุณชายตระกูลอื่นคงจะเลือกเฉยชากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ใช่สำหรับคุณชายคนนี้ ซึ่งโอ๊ตก็ได้แต่นิ่งๆเท่านั้น..
“เอาล่ะๆ.. เรามาเริ่มแผนถัดไปของเราดีกว่า.. ว่าแต่ท่านเสรี ท่านไม่ไปพบกับหลานสาวตัวเองอย่างนั้นเหรอครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับโบกมือทำนองให้ทั้งสองคนนั่งลงก่อน เพราะเขากำลังจะเริ่มแผนการถัดไปแล้ว แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมท่านเสรียังคงอยู่ที่นี่อยู่..
“เรียนคุณชาย.. กระผมคิดว่ากระผมควรจะอยู่ที่นี่เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้างขอรับ กระผมเห็นหลานสาวแล้วก็สบายใจขึ้นเยอะแล้วขอรับ.. แต่ทว่ากระผมยังไม่หายแค้นพวกมัน และอยากจะเห็นจุดจบของพวกมันด้วยดวงตาคู่นี้ขอรับ.. ได้โปรดให้กระผมอยู่ที่นี่ด้วยเถอะขอรับ และถ้าหากคุณชายมีเรื่องอะไรให้กระผมรับใช้ โปรดอย่าลังเลที่จะกล่าวขอรับ..”
เสรีกล่าว สมแล้วที่เขาเป็นชายชาติทหาร มันอาจจะดีกว่าก็ได้ที่ได้รับความเห็นของบุคคลที่เคยอยู่ในสนามรบจริงในสถานการณ์อย่างนี้ โอ๊ตพยักหน้าอนุญาตเล็กน้อย ก่อนจะหันไปที่ด้านของกิตติที่ตอนนี้เหมือนกับจะมีการเคลื่อนไหวอะไรบางอย่าง..
“เรียนคุณชาย.. เราพบที่อยู่แหล่งกบดานของพวกมันแล้วขอรับ.. เพียงแต่..” กิตติกล่าว
“เพียงแต่อะไรกันเล่า.. รีบพูดมาได้แล้ว มันเสียเวลานะเว้ย” โอ๊ตกล่าวอย่างไม่เข้าใจว่ากิตตินั้นจะถ่วงเวลาทำเพื่ออะไร..
“เรียนคุณชาย.. แหล่งกบดานของพวกมันคือที่สถานกงสุลใหญ่ ‘สาธารณรัฐอันราเนีย’ ขอรับ.. ซึ่งมันเกินอำนาจของเราที่จะกระทำการใดๆกับพวกเขาขอรับ..” กิตติกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าเคร่งเครียด คนอื่นๆก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร.. (เรื่องของสถานกงสุลนั้นเป็นชื่อของประเทศที่ไม่มีอยู่จริงนะครับ : ไรท์)
“สถานกงสุลอย่างนั้นเหรอ? ชิ! ไม่คิดว่าพวกมันจะวางแผนมาเป็นอย่างดีเช่นนี้..” โอ๊ตเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจสักเท่าไร เขาไม่คิดเลยว่ามันกลายเป็นเรื่องวุ่นวายที่จัดการได้ยากอย่างนี้ แต่ในระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาเรียกความสนใจจากทุกคน ซึ่งมันเป็นการติดต่อจากพิชญ์..
“ภาวิน.. ครั้งนี้เราน่าจะเหนื่อยกันหน่อยล่ะ พวกมันมีสถานทูตคุ้มกันอยู่..แถมยังมีเครื่องบินของประเทศนั้นที่พร้อมบินตลอดเวลาอีกด้วย.. เอายังไงต่อดีล่ะ..” พิชญ์กล่าว โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้ตกใจอะไร แต่สิ่งที่เขาเห็นนั้นเรียกได้ว่าตกใจมากกว่า เพราะชุดของพี่พิชญ์ และฉากหลังของเธอนั้น มันไม่ค่อยจะเป็นสิ่งที่น่ารับชมเลยสักนิด
“ทางนี้ก็เพิ่งจะทราบเหมือนกันครับพี่พิชญ์.. ผมคงต้องขอใช้เวลาคิดสักครู่ ถ้ามีอะไรให้ช่วยจะโทรไปบอกนะครับ..” โอ๊ตกล่าวตอบ ส่วนพิชญ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับโอ๊ตเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมาทำนองว่า ‘โอเค๊! ฉันขอตัวไปเล่นสนุกต่อก็แล้วกัน’ จากนั้นสายก็ถูกวางไป ท่ามกลางการกลืนน้ำลายของทุกคนที่เห็น..
‘พี่พิชญ์ก็โหดร้ายเกิ้น!.. เล่นทรมานพวกมันซะขนาดนั้น พวกมันไม่ยอมบอกก็แย่แล้ว’ โอ๊ตคิดในใจ และมันก็เป็นความคิดเดียวกันกับทุกคน ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นมันกลายเป็นภาพติดตาที่ไม่อาจลบเลือนไปได้ พวกเขาสาบานเลยว่าจะไม่ยอมตกเป็นของเล่นของเธอแน่นอน..
“แฮ่มมมม! กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า.. อีกไม่กี่นาทีเกมที่สี่จะเริ่มแล้ว.. เราควรช่วยกันคิดมากกว่าจะทำยังไงถึงจะจับตัวของพวกมันได้ อืมมมม...” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับพิงเก้าอี้คิดอย่างสุดปัญญาสมองของเขา คนอื่นๆเองก็ไม่ต่างกัน จนเวลามันผ่านไปประมาณ 2 นาที โอ๊ตก็เหมือนจะคิดอะไรได้..
“กิตติ!.. ตระกูลเราพอจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้พิพากษาสูงสุดบ้างไหม..” โอ๊ตกล่าวถาม
“ถือว่าระดับหนึ่งขอรับคุณชาย.. ถ้าทางเราร้องขออะไร กระผมเชื่อว่าเขาจะยอมช่วยเหลืออย่างแน่นอนขอรับ” กิตติกล่าว ถึงผู้พิพากษาของศาลสูงสุดคนนี้จะไม่ใช่คนของตระกูลไหนสักตระกูล แต่ถ้าตระกูลใหญ่จะร้องขออะไร เขาก็คงจะมีความเกรงใจยอมช่วยเหลือบ้าง..
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าทาง.. ท่านเสรีพอจะช่วยอะไรสักสองสามอย่างได้ไหมครับ..” โอ๊ตกล่าวถาม
“แน่นอนขอรับ จะให้กระผมช่วยเรื่องอะไร เชิญเอ่ยกล่าวได้เลยขอรับ..” เสรีกล่าว
“ขอบคุณมากครับ.. ถ้าอย่างนั้นลองฟังแผนของผมดูก่อน ถ้าทุกคนเห็นด้วย.. เราก็จะเริ่มตอบโต้ และเอาคืนพวกมันได้แบบถอนรากถอนโคนเลยล่ะครับ..หึหึ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับทุกคนที่ขมวดคิ้ว เหมือนจะตามไม่ทันกับสิ่งที่โอ๊ตนั้นคิด ก่อนที่โอ๊ตจะกดโทรสายหาพี่พิชญ์ เพราะในแผนการนั้นจำเป็นต้องมีเธอด้วย..
..กลับมาที่ด้านของเกมส์..
“หัวหน้าครับ เราขาดการติดต่อจากพวกที่อยู่โรงแรมในเครือตระกูลโรจนรัตติกุลครับ.. คาดว่าพวกเขาน่าจะรู้ตัวกันแล้วว่าถูกจับตามองอยู่ครับ..” ลูกน้องคนเดิมกล่าวรายงานกับเกมส์ที่กำลังนั่งชิลๆ
“หืออ เราคงจะดูถูกพวกโรจนรัตติกุลมากจนเกินไป ชิ! มันลงมือเร็วมากจริงๆ.. ก่อนที่พวกมันจะติดต่อร่วมมือกัน เราต้องรีบดำเนินการแผนต่อไปได้แล้ว..เตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือยัง..” เกมส์กล่าวถามกับลูกน้องคนนั้นด้วยความร้อนใจเล็กน้อย..
“ทุกอย่างพร้อมแล้วขอรับ.. และตอนนี้รถของสถานทูตก็รอรับเราที่ด้านหน้าแล้วครับ.. ที่เหลือก็แค่ทำตามแผนในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น..” ลูกน้องคนเดิมกล่าว ก่อนที่เกมส์จะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเด่นชัด
“ดี! มันถึงเวลาสักที.. ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆเลยว่ามันจะทำหน้ายังไง.. หึหึ.. คุณหนูปิงปิงคงจะไม่ลืมสิ่งที่กระผมย้ำเตือนเสมอนะขอรับ ทางเลือกของคุณหนูมีเพียงแค่สามทางเลือกเท่านั้น คุณหนูตายแทนท่านชาย ให้ท่านชายตายแทนคุณหนู หรือจะตายไปพร้อมกัน..” เกมส์กล่าวย้ำอีกครั้ง..
“ได้เวลาเริ่มเกมสุดท้ายกันแล้ว.. เจ้าน้องชาย!..”