ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 122 กลยุทธ์ปิดล้อม

              ฮันเตอร์กลุ่มอื่น ๆ เริ่มทยอยตามมาสมทบจัดวางตำแหน่งเป็นวงกลมจากวงนอกเตรียมโจมตีสนับสนุนบนอาคารสูงโดยยึดตำแหน่งยืนของราชาเป็นศูนย์กลาง


              ราชาขยับตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้งเครื่องประดับสีทองอร่ามบนร่างกาย แตกออกเป็นประกายแสงระยิบระยับลอยหมุนวนรอบตัวมันดึงดูดเข้าหากันรวมเป็นของไหลและลงมารวมกันที่แขนทั้งสี่ข้างจนกลายเป็นปลอกแขนสีทอง


              ในเวลานั้นอากิฮิโระส่งหอกสายฟ้าหลายแท่งลอยลัดเลาะไปตามแนวอาคาร พุ่งเข้าหาเป้าหมาย


              ราชาสร้างม่านพลังรูปลักษณ์คล้ายดอกบัวสีแดงเลือดกำลังเบ่งบานซึ่งนับเป็นวิชาป้องกันระดับสูง มีชื่อเรียกว่า ‘อารกฺษโปกฺขระ’ มันช่วยหักเหการโจมตีเกือบทั้งหมดออกด้านข้าง


              ถัดจากนั้นกระสุนปืนนับร้อยนัดพุ่งตามมา รวมถึงเวทโจมตีแขนงต่าง ๆถูกสาดเข้าในพื้นที่ที่ราชายืนอยู่อย่างพร้อมเพรียง


              อาคารพื้นที่โดยรอบเริ่มพินาศเป็นวงกว้าง


              ราชาถูกบีบให้ถอยร่นขึ้นที่สูงไม่ใช่ว่าตัวมันไม่สามารถใช้ร่างกายต้านรับการโจมตีเหล่านั้นไม่ได้แค่มันไม่จำเป็นต้องฝืนสิ้นเปลืองออร่าป้องกันไปโดยเปล่าประโยชน์ก็เท่านั้น


              ทันทีที่ขาของมันแตะบนพื้นกระเบื้องหลังคาพลันแสงสีเงินสว่างวาบขึ้นสะท้อนในดวงตาของมัน


              ‘เรลกัน’


              ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าถูกยิงออกจากนิ้วชี้ข้างขวาของอากิฮิโระที่ทำเป็นรูปปืนโดยอาคมบทนี้เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาร่าย เมื่อมันถูกสลักไว้บนแหวน


              การโจมตีนี้มาไวเกินไปไม่พร้อมให้ราชาเรียกใช้ อารกฺษโปกฺขระ มันจึงใช้แขนสองข้างส่วนบนไขว้เป็นกากบาทรับการโจมตีแทน


              คลื่นพลังงานความร้อนสูงเผาไหม้ผิวเกราะแขนสีทองจนเริ่มหลอมเหลว


              การโจมตียังไม่ทันสิ้นสุดประธานเซนซาเอม่อนพุ่งเข้ามาฮุคหมัดขวาเคลือบออร่าเข้มข้นใส่ช่วงเอวของมันที่กำลังเปิดโล่ง


              สัญชาตญาณการต่อสู้ของราชาเองเริ่มถูกลับจนคมเช่นกันมันรู้สึกตัวทันทีที่ศัตรูปรากฏตัวขึ้นใกล้ ๆจึงใช้มือขวาส่วนล่างที่ยังว่างรับหมัดฮุคของศัตรู


              แรงปะทะจากทางด้านหน้าและด้านหลังส่งผลให้หลังคาที่ยืนอยู่นั้นไม่อาจทนรับภาระทั้งจากน้ำหนักและกระแสของพลังได้อีกต่อไป


              ตัวประธานและราชาล่วงลงไปด้านล่างพร้อมกันทว่าในขณะที่ทั้งคู่เสียการทรงตัว ราชาได้เปิดดวงตาที่สามบนหน้าผากและยิงมวลแสงพลังงานเข้มข้นใส่อัดหน้าในระยะประชิด


              ประธานถูกลำแสงยิงใส่จนร่างปลิวกระเด็นออกไปไกลลิบเปิดโอกาสให้การระดมเพลิงจากด้านนอกได้โจมตีตามเข้ามาไม่ขาดสายชั่วขณะนั้นเสียงระเบิดตูมตาม ประกายแสงสีสันหวือหวาของสารพัดวิชาอาคมปิดล้อมรอบตัวราชาจนมิดชิด


              นี่เป็นกลยุทธ์ปกติสามัญสำหรับการลงดันเจี้ยนในระดับกิลด์ของฮันเตอร์ทุกคนทันทีที่กองหน้าหลุดออกจากแนวปะทะ การระดมเพลิงจากกองหลังจะเกิดขึ้นตามมาทันทีไม่เปิดโอกาสให้ราชาได้มีเวลาตั้งหลักฟื้นตัว


              มันช่างเป็นยุทธวิธีอันหยาบกระด้างสิ้นดีแต่ดันมีประสิทธิภาพสูงสุด


              เวทมนตร์และกระสุนสารพัดชนิดแสดงผลเอฟเฟ็กต์ไม่ซ้ำแบบ ในพริบตาแสงไฟปกคลุมไปทั่วบริเวณที่จุดกึ่งกลางเงาร่างของราชาล้วนพร่าเลือนมัวจาง


              ท่ามกลางแสงเงาของระเบิดอันละลานตระการตาราชาถูกบีบให้ถอยร่นออกมาตั้งหลักบริเวณจัตุรัสกลางเมืองอีกครั้ง


              “เฮ้อปวดเนื้อปวดตัวไปหมด ไม่ยอมแก่ไม่ได้แล้วจริง ๆ”


              ประธานกล่าวขณะเดินตรงกลับเข้ามาหาราชาอย่างใจเย็น เขากระชากเนกไททิ้ง ก่อนที่ร่างกายจะเกิดการบิดเบี้ยวขยายสเกลใหญ่ขึ้นคมเขี้ยวแหลมยาวโง้งขึ้นจากมุมปากล่างทั้งสองฝั่งผิวหนังแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมม่วงเข้ม ลวดลายคล้ายเครื่องภาชนะสำริดโบราณมีหางยาวงอกออกมาด้านหลัง ส่วนศีรษะมีอัตลักษณ์คล้ายพยัคฆ์ผสมมังกร


     


     

              ทันทีที่กลายร่างเสร็จร่างปีศาจของประธานเป็นฝ่ายโถมขย้ำโรมรันกับราชาทันที

     

              “...นั่นมันตัวอะไรกันครับ”


              เรย์ที่มองดูการต่อสู้จากระยะไกลเอ่ยถามขึ้นด้วยความสนใจ


              “ความสามารถประเภทอัลเตอร์เอโก้ของประธานน่ะมันเป็นหนึ่งในร่างอสูรร้ายบรรพกาลทั้งสี่ ซึ่งถูกเรียกว่า ‘ถาวอู้’…ปกติท่านประธานไม่ค่อยจะแสดงร่างนั้นให้ใครเห็นหรอกนะนี่ก็นับเป็นบุญตาของฉันเหมือนกัน ที่ได้เห็นร่างนั้นผ่านสายตาของตัวเอง”


              คำพูดของจุดเปย์แสดงให้เห็นว่าเขาเคยเห็นร่างนั้นมาก่อนผ่านสื่อบันทึกอื่นๆ


              “นี่แสดงให้เห็นว่าศัตรูตึงมือถึงขนาดนั้นเลยยังไงล่ะ”


              แต่สำหรับยูกิมินั้นไม่ใช่เธอเคยเห็นร่างนั้นของประธานในเหตุการณ์ที่โอกินาวะเมื่อสองปีก่อนเธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเอามาก ๆที่ความแข็งแกร่งของราชาทำให้คนอย่างท่านประธานต้องเอาจริงถึงเพียงนี้


              “ฮันเตอร์ระดับโอริฮาลก้อนมาลุยเองถึงสองคนเลยนะเธอจะบอกว่าพวกเขาประเมินราชาต่ำเกินไปงั้นเหรอ”


              “ไม่รู้สิ...ฉันก็แค่สังหรณ์ใจไม่ดีเท่านั้นน่ะ”


              “วางใจเถอะถ้าพวกเขาไม่ไหวกันจริง ๆ ฉันจะรีบพาหนีออกไปเอง”


              ยูกิมิหันไปหาจุนเปย์ที่รับมุกกลับมาทันทีสะบัดมือไปมาให้เห็น


              “ไม่ใช่สินั่นมีแต่จะทำให้กังวลหนักกว่าเดิม”


              “วางใจเถอะครับถ้าไม่ไหวจริง ก็อย่าไปกังวลกับมัน”


              เสียงรับมุกครั้งนี้ดังมาจากเรย์ที่กล่าวหน้าตาย


              “เดี๋ยว! มันก็เหมือนกันนั่นแหละ”


              สีหน้ากังวลของยูกิมิค่อยผ่อนคลายลง เธอรู้สึกว่าสองคนนี้ช่างเข้าขากันดีเสียจนน่าหมั่นไส้แม้เพิ่งผ่านสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานด้วยกันมาก็ตาม


              “ฮึ่ม...พวกนายนี่มัน”

     

     

              ประธานและราชาดวลหมัดต่อหมัดด้วยสภาวะดุดันแข็งกร้าวคลื่นออร่าระเบิดออกราวกับคลื่นวงน้ำ เคลื่อนไหวจากอาคารสู่อาคารสภาพย่านใจกลางเมืองถล่มราบเป็นหน้ากลอง


              อากิฮิโระคอยยิงกระสุนพลาสม่าที่บีบอานุภาพให้เล็กลงเป็นก้อนเล็งใส่ช่องว่างของราชา พลางเคลื่อนย้ายตำแหน่งตลอดเวลา นั่นเปิดโอกาสให้ราชาเองถูกหมัดของประธานจู่โจมใส่ร่างหลายครั้งจากจังหวะสอดประสานที่ถูกสร้างขึ้น


              ทั้งสองฝ่ายยังคงปักหลักแลกหมัดเข้าใส่กันความเร็วของกระบวนท่า ยากเกินกว่าที่สายตาของมนุษย์ธรรมดาจะมองเห็นทัน ไม่สิต่อให้เป็นฮันเตอร์ด้วยกันก็ยังยากจะมองออก


              แม้ราชาจะมีเปรียบกว่าเซนซาเอม่อนตรงจำนวนแขนแต่มันก็ถูกชดเชยด้วยการโจมตีสนับสนุนของอากิฮิโระ


              ร่างของราชาเริ่มเปล่งอักขระสีแดงมันปิดซ้ายป้องขวา สกัดหน้าต้านรับหลังรับอย่างรัดกุมมากขึ้นจนแม้แต่หยาดน้ำก็ไม่อาจสาดกระเซ็นเข้าไป


              ประธานเห็นเช่นนั้นเลยดึงจังหวะให้ช้าลงถอยฉากออกมาให้เกิดการระดมเพลิงโจมตีเสริมจากกองกำลังวงนอก


              เอฟเฟกต์ระดมเพลิงตามมา แล้วฉับพลันนั้นประธานพุ่งตัวกลับเข้าไปโดยแบกรับความเสียหายจากภายนอกด้วยเพื่อสร้างจังหวะที่ศัตรูไม่คาดคิด


              ซึ่งตัวราชาเองก็ไม่คาดคิดกับแผนเจ็บตัวของอีกฝ่ายจริงๆ


              มันถูกคว้าจับแขนข้างหนึ่งไว้ในขณะที่กำลังสร้างม่านอาคมป้องกันประธานในร่างอสูรตะปบคว้าราชาทุ่มเปรี้ยงลงพื้นด้วยท่า ‘อิปปงเซโอนาเกะ’


              อานุภาพของมันรุนแรงพอสร้างผืนดินให้เป็นหลุมลึกประธานกระโดดลอยสูงออกจากหลุม เบื้องหลังอากิฮิโฮะร่ายมนตร์อัสนีบาตรโจมตีซ้ำอย่างดุดัน เสียงเปรี้ยงปร้างครืนโครมจุติจากฟากฟ้าฟาดผ่าลงมาในจังหวะที่ราชาคลุกพื้นอยู่พอดี


              หลังคลื่นสายฟ้าสงบประธานเตรียมซ้ำหมัดลงมาจากอากาศสู่พื้น พลันดวงตาที่สามของราชาได้เปิดขึ้น ยิงลำแสงสีแดงกระแทกประธานลอยกระเด็นออกไปอีกครั้ง


              ราชาดีดตัวพุ่งตามร่างของประธานที่กำลังลอยละลิ่ว


              ผิวหนังส่วนแขนของประธานปรากฏเป็นรอยไหม้เขายืมแรงปะทะม้วนกลิ้งกลับหลังปรับสมดุล ทันทีที่เท้าแตะพื้นอากาศรอบตัวกดทับและหนักอึ้ง สองเท้าของประธานเหยียบพื้นจมลึกลงไปเล็กน้อยเป็นหลักยึดออร่าพลังแก่กล้าไหลรวมกันบริเวณแขนทั้งสองข้าง แล้วผลักสองฝ่ามือไปด้านหน้า


              ‘ปืนใหญ่คู่พยัคฆ์’


              มวลพลังถูกส่งออกไปด้านหน้าครอบคลุมพื้นที่เป็นทรงกรวยอาคารรอบข้างพังทลาย เป็นวิชากำลังภายในสายเย็นสำหรับเพิ่มความถี่สั่นสะเทือนด้วยคลื่นปราณวงน้ำความถี่สูงขนาดใหญ่ครอบคลุมรัศมีเป็นวงกว้าง


              ราชาที่พุ่งตามประกบมา ต้องใช้ขาข้างหนึ่งยันตัวเองไว้แน่นจนพื้นแตกกระแสพลังอันรุนแรงที่ส่งผ่านทำให้เกราะสีทองเกิดรอยร้าว ทว่ามันสืบเท้าขยับขึ้นหน้าแบกรับการโจมตีอย่างแข็งกร้าวด้วยตัววิชาฝ่ามือของประธานนี้มีผลพวงสร้างคลื่นความถี่ปั่นป่วนวงจรกำลังภายในทำให้บนร่างของมันปรากฏเลือดซึมเป็นหย่อมออกมาจากผิวหนัง


              การตัดสินใจของราชาในเสี้ยววินาทีทำให้มันพลิกโอกาสเป็นฝ่ายได้เปรียบขึ้นมาเมื่อประธานตกอยู่ในอาการหน่วงจากการเพิ่งออกท่าโจมตีใหญ่


              มันบุกทะลวงอย่างดุดัน เกินจะสกัดขวางยอมแบกรับอาการบาดเจ็บเพื่อซื้อช่องว่างไม่ถึงวินาทีจากศัตรูยิ่งแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดและประสบการณ์อันท่วมท้น


              ประธานถูกเข้าประชิดหมัดทั้งสี่ชกครอบคลุมตำแหน่งหัวไหล่ และซี่โครงทั้งสี่จุด แต่ยังไม่ทันที่ตัวประธานจะกระเด็นลอยไปด้านหลังตามแรงกระแทกราชาได้วกอ้อมดักด้านหลังผ่านความเร็วสูงสุดเตะงัดตัวประธานลอยละลิ่วขึ้นไปบนอากาศ แล้วกระโดดตามติดง้างสองมือทุบเปรี้ยง


              ร่างอสูรของประธานดิ่งกระแทกพื้นยุบจมลงกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ผิวดินแตกเป็นลายงาส่งเสียงสะเทือนเลือนลั่น


              ราชาแผ่ขยายพลังออร่าล้นทะลักครอบคลุมร่างด้วยเปลวเพลิง ทิ้งร่างพุ่งตามลงมาราวกับอุกกาบาตหมายปิดเกม


              ปรากฏว่าการสนับสนุนมาถึงอย่างรวดเร็วโดมหินขนาดใหญ่คล้ายกระดองเต่าขึ้นครอบร่างของประธานไว้


              อุกกาบาตเพลิงตกกระแทกใส่โดมหิน ธาราเพลิงทิ่มแทงทลายกำแพงหินออกเป็นเสี่ยง ๆทว่าด้านในโดมไม่มีร่างของประธานอยู่อีกแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีอาคมของใครสักคนนำตัวประธานออกไป


              เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!


              พลันบนพื้นรอบตัวราชาปรากฏลวดลายอักขระเวทมนตร์บนพื้นมีแส้สายฟ้านับสิบเส้นพุ่งขึ้นจากพื้นรัดตัวของมันไว้แน่น


              ราชาสลัดจากการถูกตรึงออกได้อย่างง่ายดายแต่อักขระบนพื้นกลับไม่หายไป มันเปล่งแสงเรืองรองขึ้นเหนือพื้นยิ่งกว่าเดิม


              อากิฮิโระเองนอกจากเคลื่อนที่ไปรอบ ๆคอยทำหน้าที่โจมตีประสานงานแล้ว เขายังแอบเตรียมค่ายกลเวทมนตร์ขนาดใหญ่โดยการสลักอักขระลงไปรอบพื้นที่การต่อสู้ระหว่างตัวประธานและราชาเพื่อรอเวลานี้โดยเฉพาะ


              โครงข่ายกระแสไฟฟ้าพุ่งขึ้นเปรียบเสมือนตาข่ายปิดล้อมราชาไว้ก่อนที่มันจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นศาสตราวุธนับพัน


              ‘พยุหะอสนีค่ายกลพันศาสตรา’


              สายฟ้าในรูปลักษณ์ศาสตราวุธพุ่งระดมจุดต่อเนื่องใส่เป้าหมายณ ใจกลางพายุค่ายกล กลบมิดกลืนหายทิ้งไว้เพียงประจุไฟฟ้าที่ตกค้างในอากาศ


              เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!


              ทุกอย่างมาพร้อมกับการโจมตีสนับสนุนรอบนอกปูพรมกระชับเข้ากลางวงถี่ยิบเต็มไปด้วยแสงและเงา ประหนึ่งจัดนิทรรศการแสดงวิชาอาคมต่อให้แข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่มีทางป้องกันการโจมตีจากสี่ทิศแปดด้านในบัดดลเช่นนี้

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน