อี้เฉินเขกหัวนางไปหนึ่งที พร้อมปรายตามองนางด้วยสายตาคมกล้า “เจ้ากลัวสายตาพวกนั้น ตั้งแต่เมื่อใดเมี่ยนจือ เหมือนว่าเจ้าจะเปลี่ยนไป นิดหน่อยหรือเปล่านะ”
เมี่ยนจือนางกลอกตา ทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ “อยู่ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างไร ก็ควรรู้จักการวางตัวบ้าง ไม่ใช่หรืออี้เฉิน ..ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว”
ดวงตาหมู่ชนที่แฝงไว้ด้วยอายสังหาร จ้องมองมาที่อี้เฉิน ยิ่งทบทวี ก่อนเสียง คุณชายวังจิน จะแค่นเสียงชิ!!ดังเล็ดลอด ไรฟันออกมา ด้วยความไม่สบอารมณ์ในตัวของอี้เฉิน “ไอ้เวรอี้เฉิน นี่มันช่างโชคดี เรื่องสตรีงดงามเสียจริงๆ รอก่อนเถอะ การประลองในรอบถัดไปเริ่มขึ้นเมื่อใด เจ้าจะขำไม่ออก”
...ไม่นานเสียง วจนะ กล่าวการประลอง รอบที่สองสิ้นสุดลงก็ดังขึ้นมากึกก้อง กลุ่มคนไม่น้อย เริ่มจะทยอยเข้าไปศึกษาตำรา ภายในหอตำราต่างๆ ทั้งสี่ทิศทาง หลายคนต่างก็อยากใช้แต้ม ที่ตนเองได้มา ใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด
ภาพที่ผู้เข้าร่วมงานประลองไม่น้อย เดินข้ามผ่านโซ่ขนาดใหญ่ ไปยังหอตำราทั้งสี่ทิศทาง จนรอบๆ ลานประลองบัดนี้ เหลือไม่ถึง50ชีวิต ที่อยากจะได้แต้มคะแนน ขึ้นไปยังหอตำราชั้นสูง
..วังจิน เขาสืบฝีเท้าขึ้นลานประลอง ย่างก้าวเนิบช้า มาด้วยความโอหัง พร้อมกับอี้เฉินที่คลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นรับรู้อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเสียง วจนะ ไต่ถามออกมาดังก้อง “เจ้าต้องการท้าผู้ใดประลอง โปรดเรียกขานนาม”
วังจินเขาคลี่ยิ้ม ใบหน้าเหี้ยม เกรียม ออกมาอย่างชั่วร้าย “ข้าต้องการประลองกับไอ้เวร อี้เฉิน”
ครั้นสิ้นเสียงผู้คน ต่างก็ชี้มือชี้ไม้ ออกมาทันที “พวกเรา มีคนท้าประลองแล้ว!!”
แม้แต่กลุ่มคนที่เตรียมจะสืบฝีเท้า ไปยังหอตำรา พวกเขายังสนอกสนใจ “นี่พึ่งจะรอบสามเองนะ มีคนท้าประลองแล้วหรือ? แล้วเขาประลองกับใคร?”
ครั้นหมู่ชนเห็นป้ายรายชื่อ อี้เฉิน ที่มีศูนย์คะแนนว่างเปล่า หลายคนต่างก็ไม่อยากเชื่อว่า คนที่มีศูนย์แต้ม อย่างอี้เฉิน จะมีคนท้าประลอง ‘เกรงว่าจะเป็นเรื่องความบาดหมางกัน เป็นการส่วนตัวแล้วกระมัง การประลองครานี้’
เทียนซง เขาห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ ก่อนจะแค่นเสียงดังในลำคอ เอ่ยเตือนน้องชาย ผ่านปราณจิตออกมา “เจ้าไม่ได้ฟังที่ท่านพ่อบอกกล่าวหรืออย่างไรวังจิน การหาวิชาระดับชั้นฟ้า สำคัญเป็นอันดับแรก”
วังจิน กล่าวตอบผ่านปราณจิต ออกมาด้วยความเชื่อมั่น “ท่านพี่ให้ข้าจัดการเขาเอง ท่านอย่าได้เป็นกังวล เราอยู่ดินแดนจักรพรรดิ ศักยภาพ รุดหน้าไปได้ไม่น้อย จะมาแพ้ให้คนดินแดนเทพ ต่ำต้อยได้อย่างไร”
เทียนซง ครั้นได้ยินเสียง ภายในโสตประสาท ของน้องชาย กล่าวพูด ออกมาด้วยความเชื่อมั่น เขาได้แต่ส่ายหัวออกมา “เจ้าระวังตัวด้วยละอย่าประมาทอี้เฉินผู้นี้”
วังจิน ครั้นพยักหน้าให้พี่ชาย เขากวักมือเรียกอี้เฉินขึ้นมาอย่างไว “เจ้ารีบขึ้นมาเร็วเข้าอี้เฉิน อย่าให้ข้าต้องเสียเวลา”
ด้านอี้เฉินที่สืบฝีเท้า ก้าวเดินขึ้นมายืนประจันหน้า คุณชายวังจินอีกครา เขาคลี่ยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา “คุณชายวังจิน เหมือนว่าเจ้าจะดูดีขึ้น มากกว่า ยามอดีต ที่พวกเราพบเจอกันอีกนะ”
วังจิน เขากัดกรามกรอดส่งเสียง ชิ!! ออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ ครั้นเห็นสีหน้าแววตาของอี้เฉิน “อืมๆ เหมือนว่าจะมีแต่เจ้า เวลาผ่านไปกี่ปี เจ้าก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ไอ้เด็กเวรโอหัง”
อี้เฉินจ้องมองคุณชายวังจิน ด้วยสายตาแหลมคม “ทว่าสายตาเหยียดหยามนั้นของเจ้าคืออะไร หรือว่าเดียวนี้เจ้ากลมกลืน กับคนดินแดนจักรพรรดิ จนลืมรากเหง้า ที่เจ้าเกิดแล้วหรอกหรือ?”
“ใช่ถูกต้องแล้วอย่างไร อี้เฉินเจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก อยู่ต่อหน้าความตายแล้ว เจ้ายังไม่รู้อีก” ครั้นสิ้นเสียงคุณชายวังจิง เขากลอกตา ปลดปล่อยอายสังหาร ออกมาอย่างไม่เก็บออมอีกต่อไป
หมู่ชนเองก็ต่างพากันพูดคุย “พวกเขาเป็นคนดินแดนเทพ ด้วยกันไม่ใช่หรือ? ..เกรงว่าพวกเขาคงจะมีเรื่องบาดหมาง กันไม่น้อยเลยซินะ ถึงคิดจะฆ่าสังหารกันเช่นนี้”
ด้านอี้เฉิน ที่เห็นท่าทีของวังจิน ราวกับสัตว์ร้าย เขาเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาทันที “เจ้าแพ้ข้าไปแล้ว คิดจริงหรือว่า เจ้าจะชนะข้าได้”
คุณชายวังจิน กัดกรามเอาไว้แน่นแค่นเสียงแข็งกร้าว ออกมาดังก้อง “เช่นนั้นเจ้าก็ลองดูอี้เฉิน” ฉับพลันร่างสายเลือดดั้งเดิม คุณชายวังจิน แปรเปลี่ยนเป็นมังกรคะนองน้ำ ตัวใหญ่โตในไม่กี่เสี้ยวอึดใจ ร่างแปลงมังกรเกล็ดสีฟ้า น่าคร้ามเกรง พร้อมปากคมเขี้ยวอันแหลมคม ใหญ่โต คำราม โฮก!! ดังออกมากึกก้องชั้นฟ้า
หมู่ชนเองต่างก็รับรู้แรง กดดันสายเลือด สัตว์อสูรสายเลือดบริสุทธิ์ ที่บ้าคลั่ง พวกเขาต่างก็ไม่คาดคิดว่า วังจินจะเอาจริง สำแดงร่างแปลงตั้งแต่แรก เริ่มของการประลอง
ฉับพลันที่คลื่นปราณพลังสีฟ้าคราม จากบนท้องฟ้า ตกกระทบใส่ร่างอี้เฉิน ราวกับคลื่นน้ำตกยักษ์ สาดเทลงมาจากผืนฟ้า ประหนึ่งว่ามีมวลน้ำมหาศาล ตกกระทบ เข้าใส่ร่างอี้เฉิน อย่างบ้าคลั่ง ส่งให้ร่างอี้เฉินถูกแรงกดทับอย่างหนัก เข่าข้างหนึ่ง ทรุดลงกับพื้นลานประลองอย่างรุนแรง
เสียงปัง!! ปัง!! ปัง!! ดังออกมาก้องฟ้า กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ภายในกายอี้เฉิน ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างหนัก จากแรงกดดันที่บ้าคลั่ง ตอบสนองกับวิชาสังสารวัฏ อีกส่วนหนึ่ง ด้านใต้ลานประลองออกมา เนืองๆ ไม่มีขาด
หมู่ชนที่เห็นอี้เฉินคุกเข่า ลงกับพื้นสนามประลอง พวกเขาต่างก็โหร้องดีใจ ครั้นเห็นบัดนี้ความโอหังของอี้เฉิน แทบไม่หลงเหลือ อยู่บนใบหน้าอีกต่อไป
ภาพที่วังจินอ้าปากออกกว้าง พร้อมลูกบอลวารีขนาดใหญ่ ที่หมุนวนก่อตัวอย่างบ้าคลั่ง ดูดซับปราณพลังฟ้าดิน เข้าไปอย่างมากมาย ต่างก็ทำให้ผู้เข้าร่วมงานประลอง รีบถอยหนี ออกห่างจากลานประลองไปอย่างไว ครั้นรับรู้พลังทำลายล้าง กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา จากปากมังกรวารีใหญ่โตนั้น
“เขาคิดจะลบทั้งสนามประลอง ออกไปหรืออย่างไร” ภายในหมู่ชน น้ำเสียงหนึ่งของสตรีนางหนึ่ง ที่ก้าวฝีเท้าถอยห่าง ออกจากลานประลอง กล่าวพูดออกมาด้วยความหวาดหวั่น ครั้นรับรู้พลังทำลายล้าง ที่ยิ่งใหญ่กำลังจะถูกปลดปล่อย ปะทุออกมา จากปากมังกรวารี
เสียงวังจินที่คำรามออกมาดังก้อง “จงตายเสียอี้เฉิน!!คลื่นลมหายใจมังกรวารี” ลำแสงสีฟ้าครามขนาดใหญ่ ถูกปลดปล่อยออกจากปากมังกรวารี พุ่งปราดเข้าใส่อี้เฉิน ส่งลำแสงเข้ากลืนกิน อี้เฉินในทันใด
แม้แต่เยว่ชิงเซียน ที่เห็นคลื่นการโจมตีนั้น นางยังกำฝ่ามือ ของนางเข้าหากันจนแน่น เมื่อเห็นคลื่นทำลายล้าง แพร่ขยายออกไปกว้างไกล ทว่าอี้เฉินก็ไม่มีทีท่า ว่าจะหลบมันแม้แต่น้อย “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่อี้เฉิน!!”
ภาพที่หมู่ชนเห็น อี้เฉินยันกายขึ้นมา แค่นเสียงชิ!!เล็ดลอดไรฟันออกมา พร้อมกับชี้นิ้วออกไปเบื้องหน้า สำแดงวิชาดัชนีตัดฟ้า คลื่นลำแสงจากปลายนิ้วมือ อี้เฉินพุ่งปราด เข้าปะทะลำแสงสีฟ้าคราม ขนาดใหญ่ของคุณชายวังจิน ในไม่กี่เสี้ยวอึดใจ จากบริเวณจุดตัดสามเหลี่ยม ส่งผลให้เกิดการหักล้าง เต๋า ธรรมต่างๆ แตกกระจายในฉับพลัน
เสียงตู้ม!! ของปราณพลังที่มหาศาล ดังก้องสนั่นไปทั่วผืนฟ้า แม้แต่ร่างผู้เข้าร่วมงานประลอง ยังฝีเท้าก้าวถอย หลังจากแรงระเบิดนั้น
ทว่าภาพที่หลายคนไม่คาดคิด เมื่อคุณชายวังจิน ระเบิดปราณพลังคิดจะปลดปล่อย คลื่นลมหายใจมังกรวารี ออกมาอีกครา ผู้เข้าร่วมงานประลอง พวกเขาต่างก็ใบหน้ามืดครึ้ม “เขาคิดจะสำแดงพลังยิ่งใหญ่ ออกมาอีกเช่นนั้นหรือ”
“คุณชายวังจิน คิดจะฝังจักรพรรดิหนุ่ม ภายใต้กลุ่มควันหินดินทราย ที่ลอยคละคลุ้ง ไม่ให้เหลือซากเลยหรืออย่างไร”
“อืมๆ ช่างเป็นการโจมตีที่เหี้ยมโหด ไม่ปรานีจริงๆ”หมู่ชนที่เห็นภาพ ต่างก็กลืนน้ำลาย ลงคอไปอึกใหญ่
แม้แต่เหล่าราชันสวรรค์ขั้นแรกเริ่ม ที่เข้าร่วมงานประลอง พวกเขายังมือสั่นขึ้นมาน้อยๆ ครั้นรับรู้พลังของคุณชายวังจิน สามารถทำให้ ราชันสวรรค์อย่างพวกเขา บาดเจ็บหนัก คุกคามพวกเขาจนถึงชีวิตได้
ด้านอวิ๋นซี เขากำฝ่ามือเอาไว้จนแน่น “อี้เฉินน้องข้า เจ้าทำอะไรอยู่ รีบทำอะไรสักอย่างเร็วเข้า” ครั้นชายหนุ่ม เห็นวังจินบัดนี้ รวบรวมพลังคิดจะปลดปล่อย พลังทำลายล้างออกมาอีกครา จากปากที่ดูดปราณพลังฟ้าดิน อย่างบ้าคลั่ง มันก็ทำให้เขาอดที่จะห่วงอี้เฉินขึ้นมาไม่ได้ ครั้นไม่รู้ บัดนี้อี้เฉินเป็นเยี่ยงไรแล้วบ้าง ภายใต้กลุ่มควันหนานั้น