เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ช่วยเหลือนายหญิง

    เย่หยุนซีเดินตามโฉมสะคราญจนกระทั่งมาถึงด้านในห้องๆหนึ่งซึ่งตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นโอสถและสมุนไพรหลากหลายอย่าง หลังจากกวาดสายตามองรอบด้าน ในที่สุดเขาก็ได้พบเห็นยอดสตรีอีกนางซึ่งกำลังนอนสลบไสลไร้สติอยู่บนเตียงใหญ่ ดวงหน้างามและผิวกายซีดขาวราวกับกระดาษก็ไม่ปาน

     

    "หมอเทวะคนอื่นๆวินิจฉัยอาการของนายหญิงว่าอย่างไรบ้าง?" บุรุษเอ่ยถามหลังเพ็งพิจารณาอยู่สักพัก

     

    "พวกเขาต่างบอกเป็นแนวทางเดียวกันว่า ท่านแม่เป็นโรคประหลาดไร้หนทางรักษา ทำได้เพียงใช้สมุนไพรและเม็ดยาเพื่อต่อลมหายใจไปวันๆ" คุณหนูแห่งหอการค้าจันทรากล่าวออกมาเช่นนั้น พร้อมทั้งเดินไปกุมมือของผู้เป็นมารดาเอาไว้

     

    เย่หยุนซีเมื่อได้สดับรับฟังคำวินิจฉัย เขาก็ไม่รอช้าเบิกเนตรปีศาจสวรรค์เพ็งมองเป้าหมายในทันที

     

    ชื่อ: เซี่ยอวี่ซี

    เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (200ปี)

    ตบะ: แก่นแท้ขั้น 5

    จิตอสูร: ดอกหญ้า ระดับเหลือง(เสียหายอย่างหนัก)

    สถานะ: มีเศษเสี้ยวพลังศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟตกค้างอยู่ในร่าง

     

    'นึกอยู่แล้วเชียวว่าไม่น่าใช่อาการป่วยธรรมดาสามัญ ใครกันนะที่โหดเหี้ยมถึงขนาดใช้พลังของเผ่าเทพกับสตรีที่สุดแสนจะอ่อนแอคนนี้' บุรุษหนุ่มครุ่นคิดพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ก่อนที่จะหันไปหาหญิงงามซึ่งนั่งทำสีหน้าขมขื่นอยู่ข้างเตียงใหญ่

     

    "คุณหนู ข้าสามารถรักษานายหญิงได้"

     

    "เปรี้ยง!!"

     

    คำพูดนี้ราวกับอัสนีบาตฟาดฝ่าลงมากลางใจ คุณหนูแห่งหอการค้าจันทรามิอาจหยุดยั้งความตื่นเต้นของตนเองเอาไว้ได้จึงลุกพรวดวิ่งเข้าไปจับมือของเย่หยุนซีด้วยความคาดหวัง

     

    "จริงหรือ? ท่านรักษาท่านแม่ข้าได้จริงๆนะ?" นางถามย้ำ

     

    "แน่นอน ข้าจะโกหกท่านทำไมกัน......หากพูดแล้วทำไม่ได้ คนที่ขายหน้าไม่ใช่ข้าหรอกหรือ?"เย่หยุนซีกล่าวยืนยันด้วยความมั่นใจ สำหรับเขาที่มีพลังเทพอยู่ในกาย การการรักษาครั้งนี้ช่างง่ายดายราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก

     

    "คุณชายได้โปรดช่วยเหลือพวกเราด้วยนะเจ้าคะ" คนงามทิ้งตัวลงคุกเข่าขอร้องโดยไม่คิดลังเลใจ เพราะนี่อาจจะเป็นความหวังสุดท้ายในการช่วยเหลือชีวิตผู้เป็นมารดา

     

    เย่หยุนซีก้มลงประคองนางให้ลุกขึ้นช้าๆ "ท่านไปรอด้านนอกก่อน แล้วค่อยเข้ามาในอีก 1 ชั่วยามให้หลัง"

     

    คุณหนูแห่งหอการค้าจันทราเมื่อได้ยินก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ตัวนางรีบวิ่งออกจากห้องพร้อมทั้งปิดประตูเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนการรักษา

     

    เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มบางออกมา จากนั้นเดินเข้าไปจับมือผู้ป่วยและใช้พลังปราณศักดิ์สิทธิ์ของตนเองดูดกลืนเศษเสี้ยวพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ที่ตกค้างอยู่ในร่างของอีกฝ่าย

     

    หลังจากเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม ในที่สุดกระบวนการรักษาก็เสร็จสิ้น พร้อมกับเปลือกตาของผู้เป็นนายหญิงที่ค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ ดวงหน้างามเต็มไปด้วยความอ่อนเพลียและสับสน

     

    "ท่านเป็นคนช่วยชีวิตข้าหรือ?" นางเอ่ยถาม

     

    "อืม......หากจะพูดอย่างนั้นก็คงไม่ผิดกระมัง" เย่หยุนซีตอบกลับเพียงสั้นๆ ก่อนจะถ่ายโอนพลังหยางอ่อนๆเข้าไปในร่างคนงาม ส่งผลให้ผิวพรรณของนางกลับมาขาวเนียนกระจ่างใส ร่างกายกลับมามีเรี่ยวแรงเต็มที่

     

    "ฝู่ การรักษาเสร็จสิ้นแล้ว แต่ต่อไปนายหญิงควรระมัดระวังตัวให้ดี เพราะจิตอสูรของท่านตอนนี้เสียหายจนมิอาจบ่มเพาะพลังได้อีกต่อไป"

     

    โฉมสะคราญชันกายลุกขึ้นนั่งพลางถอนหายใจ "เห้อ ข้าน่ะไร้พรสวรรค์ฝึกตนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร การที่จิตอสูรเสียหายมันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยสักนิด คุณชาย! ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้"

     

    เย่หยุนซีส่ายศีรษะ "ไม่เป็นไรๆ บอกตามตรงข้ามาที่นี่ก็เพราะของรางวัลการรักษา"

     

    "คิกคิก ท่านช่างเป็นคนที่ตรงไปตรงมาเสียจริงนะ" นายหญิงแห่งหอการค้าจันทรา เซี่ยอวี่ซี ป้องปากหััวเราะอย่างขบขัน

     

    "เห้อ ช่างเรื่องนั้นเถอะ ว่าแต่ท่านไปทำอะไรให้ผู้ทรงอำนาจขุ่นเคืองหรือเปล่า พวกเขาถึงใช้พลังของเผ่าเทพมาเล่นงานท่านเช่นนี้" เย่หยุนซีตัดสินใจเอ่ยถาม แต่คำพูดของเขากลับทำให้ดวงหน้างามของเซี่ยอวี่ซีกลายเป็นจริงจังขึ้นมา

     

    "คุณชายกำลังจะบอกว่าข้าไม่ได้ป่วย แต่ถูกพลังเทพเล่นงาน?"

     

    "อืม ใช่แล้ว มันคือพลังศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟ" ชายหนุ่มตอบกลับไปโดยไม่คิดปิดบัง

     

    "กรอด!!"

     

    "ถ้างั้นก็คงมีเพียงขุมกำลังเดียวนั่นคือ วังวิหคอมตะ!" เซี่ยอวี่ซีกำหมัดแน่นพลางกล่าวอย่างเรียบนิ่งทว่าแฝงเร้นไปด้วยความเดือดดาล

     

    "ปัญหาเรื่องธุรกิจสินะ ได้ข่าวว่าอีกฝ่ายเองก็เปิดหอการค้าเหมือนกัน" เย่หยุนซีคาดเดาและเชื่อมโยงเรื่องต่างๆได้อย่างง่ายดาย หากไม่ใช่เพราะถูกขัดผลประโยชน์ มีหรือที่ขุมกำลังชั้นนำอย่างวังวิหคอมตะจะลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้

     

    เซี่ยอวี่ซียิ้มอย่างขมขื่นพลางพยักหน้า "พวกมันคิดจะใช้การแต่งงานของเซียนเอ่อร์เพื่อกลืนกลินหอการค้าจันทรา แต่พอข้าปฏิเสธข้อเสนอ พวกมันจึงเลือกที่จะลงมือกับข้าหมายกำจัดเสี้ยนหนาม"

     

    "เห้อ ช่างเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวจริงๆเลยนะ ท่านก็ค่อยๆคิดหาทางออกเอาก็แล้วกัน" บุรุษหนุ่มพูดตัดบทไปทั้งอย่างนั้น ก่อนจะลุกขึ้นหมุนกายเดินตรงไปยังประตูซึ่งถูกปิดไว้

     

    "เดี๋ยวๆ อย่าพึ่งไป" เซี่ยอวี่ซีรีบลุกขึ้นจากเตียงวิ่งตามหลัง

     

    "หือ! ท่านยังมีอาการป่วยอีกหรือ" เย่หยุนซีหันขวับเอ่ยถาม

     

    "ไม่ๆๆ ข้าหายดีแล้ว เพียงแต่ข้าอยากจะตอบแทนบุญคุณของท่าน" คนงามกล่าวออกมาอย่างเร่งร้อนจริงจัง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองอยู่ในชุดนอนวาบวิวเผยส่วนโค้งส่วนเว้าขนาดไหน

     

    "อืม ไม่เป็นไรๆ เพราะนอกจากข้าจะได้แก่นแท้น้ำแข็งแล้ว ตอนนี้ข้ายังได้อาหารตาที่ดี นี่นับเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ยอดเยี่ยมมาก" บุรุษหนุ่มมิได้ระงับความต้องการ เขากวาดสายตามองทุกสัดส่วนของอีกฝั่งซึ่งๆหน้า

     

    "ว้าย!!"

     

    นายหญิงแห่งหอการค้าจันทราเมื่อรู้สึกตัวก็รีบยกมือขึ้นปกปิดส่วนน่าอายของตนเองในทันที แต่แทนที่มันจะมิดชิดกลับกลายเป็นว่ามันยิ่งดูยั่วยวนกว่าเดิมหลายสิบเท่า

     

    "หยุดมองได้แล้ว คนลามก" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอายๆ ใบหน้้าแดงระเรื้ออย่างเห็นได้ชัด

     

    เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยตอบกลับ "หากไม่อยากให้ข้ามองท่านก็ไปเปลี่ยนอาภรณ์ซะ ข้ามิใช่สุภาพบุรุษหรอกนะนายหญิงคนงาม"

     

    "อืม ได้ๆ ถ้างั้นท่านรอก่อนนะ อย่างน้อยให้ข้าเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อก็ยังดี" พูดจบ! เซี่ยอวี่ซีก็หันหลังวิ่งตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัวของนาง ปล่อยให้เย่หยุนซียืนรออยู่อย่างนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปแจ้งข่าวดีให้คุณหนูแห่งหอการค้าจันทราได้ทราบ

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน