ตอนที่ ๑๓
“เป็เช่นนี้แล้วฝ่าาจักทำเช่นไรต่อพะยะค่ะ...”
“เพลานี้ควรนิ่งเฉยไว้ส่วนแผนการที่ข้าวางเอาไว้นั้นเ้าจงทำตามแผนเถิด”
แผนที่วางไว้ก่อนหน้านั้นได้สำเร็จลุล่วงไปแล้วเกือบจะเกินครึ่ง หากแผนการครั้งนี้ต้องฝืนใจใครผู้ใดผู้หนึ่งอย่างไรเสียก็ต้องทำเหมือนเดิม
“เื่ของขุนนางหรู...เ้าได้ความว่าอย่างไร?”ฮ่องเต้เอ่ยถามมาอีกครั้ง
“ขุนนางหรู...กระหม่อมทราบมาว่ากำลังช่วยใครบางคนซ่อมสุมกำลังคนแต่กระหม่อมไม่แน่ใจว่าเป็ผู้ใด”
“เพราะเหตุนี้อย่างไรเล่าข้าถึงต้องเอาตัวบุตรสาวของขุนนางหรูมาเป็ตัวประกัน ยิ่งเมียเ้าอีกคนเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ขุนนางหรูเองก็ต้องระมัดระวังตัวกว่าเดิม”
“เปล่าเลยพะยะค่ะ...เขาอาจจักใช้ประโยชน์จากกระหม่อม เพราะอาจจักแอบอ้างตำแหน่งของกระหม่อมในการกระทำสิ่งอื่น?”
“เ้าคิดมากเกินไป...นั่นก็เป็หนึ่งในแผนการที่ข้าได้วางเอาไว้...จงอย่างตื่นตระหนก”
“พะยะค่ะ...”
เสร็จจากเื่ที่ชวนให้ปวดหัวทั้งฮ่องเต้และหลี่เฟยเย่ทางฮ่องเต้นั้นใจร้อนอยากรู้เื่ของผู้เป็บุตรชายและก็หลานชายอีกคน
“เฟยเย่...เหตุใดเ้าถึงไม่รีบเล่าให้ข้าฟังบ้างเื่ของซิ่วเหอ...”
“พะยะค่ะ...กระหม่อมจะเล่าประเดี๋ยวนี้”
หลี่เฟยเย่เริ่มเล่าเื่หลังจากที่ตนกลับมาจากการทำศึกแม้จะมีคนคิดปองร้ายซิ่วเหอมากหรือน้อยเพียงใดหากเขาต้องเล่นไปตามเนื้อเื่ก็เท่านั้น
“เป็ถึงขนาดนั้นรึ?”
“พะยะค่ะ...ถ้ากระหม่อมมิได้ทำเช่นนั้นคงมิยอมกระหม่อมเป็แน่”
“เ้า...นี่ร้ายจริงๆหลี่เฟยเย่”
“ขอบพระทัยฝ่าา...”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างออกรสและลืมไปว่ามีอีกคนที่กำลังรอเข้าเฝ้าคนผู้นั้นเป็พระสนมฉางจ้ายที่มายืนรอนานแล้ว กงกงก็เอ่ยทูลไปเรียบร้อย
“ทูลฝ่าา...พระสนมฉางจ้ายมาขอเข้าเฝ้า”กงกงคนสนิทเข้าไปกระซิบข้างๆหูของฮ่องเต้
“ให้นางเข้ามา...”
ได้คำตอบแล้วกงกงคนสนิทรีบเดินออกมาบอกกับพระสนมฉางจ้ายทันทีได้รับอนุญาติแล้วจึงเดินเข้าไปยังด้านในของตำหนัก
“คาราวะ...พระสนม”เฟยเย่เอ่ยพร้อมกับโค้งศรีษะลงเล็กน้อย
“กำลังเอ่ยเื่อันใดอยู่หรือเพคะ...หม่อมฉันเข้ามาขัดจังหวะหรือไม่?”
“ไม่เลย...เ้ามาก็ดีแล้วฉางจ้าย”ฮ่องเต้เอ่ยตอบด้วยความจริงใจ หากไม่ใช่เื่ของซิ่วเหอ
พระสนมฉางจ้ายมาหาฮ่องเต้คราวนี้หวังจะขออนุญาตออกไปเยือนบุตรชายหากแต่มาพบคนเป็เขยเสียก่อนนางจึงอดที่จะถามหาซิ่วเหอมิได้
“หลี่เฟยเย่...เ้าดูแลลูกของข้าดีหรือไม่?”
“ทูลพระสนม...กระหม่อมดูแลองค์ชายเป็อย่างดี ไม่มีบกพร่อง แม้แต่เื่....”
“พอแค่นั้น...ข้าไม่อยากฟังสิ่งที่เ้าจักเอ่ยออกมาแค่ซิ่วเหอสุขสบายก็ดีแล้ว”
คาดว่าบุตรชายของตนนั้นคงได้รับการดูแลอย่างดีจากบุรุษคนนี้เป็แน่หากดูแลไม่ดีคงทราบข่าวจากหมอหลวงโหย่วแล้วกระมัง
หากคิดไปเช่นนั้นแล้วหมอหลวงโหย่วนั้นมิได้บอกเื่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์จนกระทั่งจินซิ่วเหอคลอดบุตรชายออกมา...
“ฉางจ้าย...เ้ามาหาข้ามีเื่อันใดรึ”ฮ่องเต้เอ่ยถาม
“ทูลฝ่าาหม่อมฉันมาวันนี้มีเื่อยากขอเพคะ หม่อมฉันขอออกไปเยี่ยมซิ่วเหอที่จวนของท่านแม่ทัพหลี่ได้หรือไม่เพคะผ่านมาเกือบปีแล้วที่หม่อมฉันมิได้พบหน้าลูก”
“ฉางจ้าย...ถ้าเ้าเอ่ยมาเช่นนั้นก็ย่อมได้เช่นนั้นข้าจักไปกับเ้าด้วย”
“...”ฉางจ้ายนิ่งไปชั่วครู่ เมื่อกี้ฮ่องเต้เอ่ยบอกกับนางว่าจะไปกับนางด้วยเป็คำพูดที่หาฟังได้ยากยิ่งนัก หากฮ่อง เต้จะไปกับนางแล้วปกติที่ตำหนักก็มิเคยได้ไปเยี่ยมเลยหรืออาจเป็เพราะจินซิ่วเหอ?
“เ้ามีสิ่งใดจะขัดแย้งหรือไม่”ฮ่องเต้เอ่ยถามฉางจ้ายอีกครั้ง เพราะเห็นว่านางนิ่งเงียบไป
“มิได้เพคะ...หม่อมฉันแค่แปลกใจหากฝ่าาไม่เคยเอ่ยเช่นนี้เพคะ”
“มิเป็ไรอีกหนึ่งชั่วยามเ้าจงกลับไปเตรียมตัวเถิด เราจักได้ออกเดินทาง....”
“เพคะ...”
พระสนมฉางจ้ายได้คำตอบดัง้านางรีบกลับ ไปยังตำหนักเพื่อเตรียมตัวผ่านมาเกือบปีแล้วที่ซิ่วเหอมิได้มาเยี่ยมนางในวังหากจักมานั้นคงต้องมีหลี่เฟยเย่มาด้วย เพราะตลอดทั้งปีที่ผ่านมาหลี่เฟยเย่มิได้อยู่ในเมืองหลวงหากแต่อยู่ในสนามรบจึงทำให้ซิ่วเหอมาหานางมิได้
คราวนี้เป็การดีที่นางจะได้ออกไปเยี่ยมบุตรชายของตัวเองเสียบ้างป่านนี้จักกินดีมีสุขสักแค่ไหน
หนึ่งชั่วยามพ้นผ่านไปอย่างไม่น่าเชื่อขบวนนำเสร็จได้เริ่มออกเดินทางตรงมายังจวนของท่านแม่ทัพหลี่ระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยประชาชนที่แห่แหนมาดูขวนเสร็จของฮ่อง เต้
ระหว่างทางทั้งสองฝากของถนนยังมีประชาชนเนืองแน่นไปจนสุดทางหากผ่านจุดที่ผู้ใดยืนอยู่นั้นก็ต้องก้มศีรษะลงเพื่อแสดงถึงความเคารพต่อผู้เป็าาที่ปกครองแคว้น
ไม่ห่างจากวังหลวงมากนักขบวนเสด็จก็มาหยุดอยู่ที่หน้าจวนของหลี่เฟยเย่แล้ว
“ฮ่องเต้เสด็จ!!”เสียงของกงกงคนสนิทเอ่ยเรียกขานให้คนภายในจวนทราบเพียงได้ยินเสียงดังมาจากหน้าจวนแล้วบ่าวรับใช้ภายในจวนต่างออกมายืนคำนับเหล่าบ่าวรับใช้ต่างนั่งคุกเข่าก้มคำนับราบไปกับพื้นอย่างพร้อมเพียง
“เชิญเสด็จพะยะค่ะ”เป็หลี่เฟยเย่ที่เดินเข้ามาแล้วนำทั้งสองพระองค์
เฟยเย่นำทางฮ่องเต้และพระสนมฉางจ้ายไปยังเรือนที่ซิ่วเหออยู่ภายในเรือนนั้นซิ่วเหอกำลังกล่อมให้บุตรชายนอนหลังจากที่ได้ให้นมบุตรแล้ว
“ท่านซิ่วเหอ...วันนี้มิเข้าครัวนะขอรับเดี๋ยวชูเฉียงผู้นี้จักเป็คนทำมาให้เอง”
“ไม่ใช่เพียงแค่เ้าผู้เดียวยังมีข้าอยู่...ชูเฉียงเ้าลืมข้าไปเสียแล้วหรือ?” เจียงลี่เอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ
“อ่า....ข้าขอโทษงั้นเ้ากับข้าไปที่โรงครัวเถิด”
ชูเฉียงกับเจียงลี่ตกลงกันได้จึงรีบไปยังโรงครัวเจียงลี่นั้นเป็ผู้จัดเตรียมวัตถุดิบรออยู่ภายในโรงครัวส่วนชูเฉียงต้อง ออกไปซื้อวัตถุดิบที่ขาดเหลือ
โรงเตี๊ยม....
“หย่งฉี...วันนี้ข้าขอไก่หนึ่งตัวเป็ดหนึ่งตัว แล้วก็หางแกะ” ชูเฉียงเอ่ยบอกกับคนที่ชื่อหย่งฉีนับว่ามาที่โรงเตี๊ยมเกือบเป็ประจำทุกวัน ชูเฉียงจึงได้รู้จักกับหย่งฉี
หย่งฉีนั้นในนามที่ชูเฉียงรู้จักเขาเป็เพียงคนงานในโรงเตี๊ยมเท่านั้นแต่ความเป็จริงแล้วหย่งฉีเป็เ้าของโรง เตี๊ยม หากต้องปิดบังชูเฉียงเอาไว้ไม่ให้เขารู้เพราะตัวหย่งฉีนั้นมีเหตุผลบางประการที่ไม่สามารถบอกไปตอนนี้ได้
“เ้าจักเอาเพียงสามอย่างนี้ใช่หรือไม่”
“ใช่สามอย่างที่ข้าบอกไปหรือเ้า้าที่จะให้ข้าสั่งเ้าอีกครั้ง?”
“รอประเดี๋ยว...ข้าจักนำมาให้เ้า...”
ชูเฉียงนั่งรอหย่งฉีไปนำของที่สั่งมาให้ผ่านไปแค่หนึ่งเค่อหย่งฉีก็นำไก่ เป็ดแล้วก็หางแกะมาวางตรงหน้าของชูเฉียง
“ทุกครั้งข้าเห็นมาซื้อแต่ของเช่นนี้ที่โรงเตี๊ยม...ที่อื่นไม่มีขายอย่างนั้นรึ”หย่งฉีเอ่ยถามก็ในเมื่อเส้นทางที่ชูเฉียงเดินมานั้นก็ผ่านร้านที่ขายของเช่นนี้เหตุใดจึงไม่ซื้อตรงนั้นเพราะอะไรจึงเดินมาซื้อที่โรงเตี๊ยมทั้งๆที่ออกจะเดินทางมาไกล
“มีแต่ข้าเลือกไม่เป็ แล้วทุกครั้งข้าก็มาที่โรงเตี๊ยม...ถามเช่นนี้เ้าไม่อยากขายให้ข้าหรือไง”
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นก็เห็นเ้าเดินมาตั้งไกลร้านใกล้ๆเ้าก็มิได้ซื้อแถมเดินมาตั้งไกลเพื่อมาซื้อไก่เป็ดที่โรงเตี๊ยม...ข้าขอถามเ้าทีเถิดบ้านเ้าอยู่ที่ใด?”
“ข้าไม่บ้าน...แต่ข้าเป็คนของจวนหลี่”
“จวนหลี่....จวนแม่ทัพหลี่ใช่หรือไม่?”หย่งฉีย้อนคำถามทันที
“ใช่...จวนท่านแม่ทัพหลี่เหตุใดเ้าถึงดูใเช่นนี้”
“ข้ามิใอะไรขนาดนั้นหากคนอย่างเ้าเป็คนจากจวนหลี่แล้วคงมิได้ออกมาซื้อเป็ดไก่กับข้า...เพราะทางโรงเตี๊ยมจักส่งไปที่จวนหลี่อยู่แล้ว...ทุกวัน”
“จริงอยู่ที่ข้าอยู่ในจวนหลี่หากแต่ใช่คนของท่านแม่ทัพ...เงินเบี้ยที่ข้านำมาซื้อเป็ของเ้านายข้ามิได้เกี่ยวกับท่านแม่ทัพเลย”
ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้หย่งฉีเริ่มงงมากกว่าเดิมของที่ส่งไปยังจวนหลี่ก็เยอะพอสมควรในแต่ละวันเหตุใดเล่าถึงต้องให้เด็กคนนี้มาซื้อเป็ดไก่กับเขา แถมอีกฝ่ายยังบอกกับตนว่าไม่ ใช่คนของจวนหลี่แล้วเหตุใดจึงอยู่ใสจวนหลี่เล่า
“เ้าอยู่ในจวนหลี่...แต่มิใช่คนของจวนหลี่แล้วเ้าเป็คนของใครแล้วนายของเ้าเป็ผู้ใดถึงได้..”ชูเฉียงยกมือขึ้นเชิงบอกอีกฝ่ายให้หยุดเอ่ย....เพียงคำถามแรกก็ยังตอบแทบไม่ทันถามเขามาแบบนี้แล้วชูเฉียงจะตอบเื่ไหนก่อนดี
“นายของข้าเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนหลี่...เช่นนี้แล้วเ้ายังสงสัยในตัวข้าอีกหรือไม่?”
“ข้ายัง....”
“พอแค่นั้น...ข้าออกมาที่นี่นานมากแล้วข้าขอตัวกลับไปที่จวนก่อน”
“ครั้งหน้าเ้าจักมาอีกหรือไม่?”
“หากเ้าพูดจาให้น้อยลงกว่านี้...บางทีข้าอาจจักมาอีก...”
การที่ชูเฉียงออกมาซื้อวัตถุดิบด้านนอกนั้นใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วยามส่วนคนที่เตรียมของรอที่โรงครัวนั้นกำลังนั่งบ่นว่าเมื่อไหร่จักมาสักที
“เจียงลี่ข้าออกไปซื้อมาแล้ว...”
“เ้ามัวไปกระทำสิ่งใดอยู่....ถึงมาเอาป่านนี้”
“ก็เ้าหย่งฉีชวนข้าคุยเื่อันใดมิรู้ถามข้าเื่นั้นเื่นี้กว่าข้าจักออกมาได้...”
“เห้อ...มาเถิดรีบทำซุบเร็วเข้าเดี๋ยวท่านซิ่วเหอจักรอนาน”
ทานด้านจินซิ่วเหอนั้นหลังจากกล่อมบุตรชายนอนแล้วระหว่างรอชูเฉียงกับเจียงลี่ไปทำอาหารที่โรงครัว เขาจึงหยิบผ้าเพื่อหัดเย็บถุงหอม....(จากตำราการเรือนที่ซิ่วเหออ่านมาสิ่งที่สตรีควรทำ)
ก๊อกๆก๊อกๆ
“ซิ่วเหอ!!”น้ำเสียงเอ่ยเรียกชื่อของผู้ที่อยู่ด้านในเรือนซิ่วเหอนั้นวางสิ่งที่ตนกำลังกระทำอยู่ใน่เวลานี้เขาหันไปมองยังประตูหน้าเรือน...หากเป็เสียงที่คุ้นหูอยู่แล้วจึงรู้ว่าเป็ใครที่มาเรียกเขา
“เข้ามาเถิด...ข้ามิได้ลงกอนประตูไว้”
หันกลับไปตอบแล้วจึงหันกลับมาเย็บถุงหอมต่อมิได้สนใจเลยว่ามีผู้ใดกำลังเดินเข้ามาบ้าง ซิ่วเหอนั้นคิดว่ามีเพียง หลี่เฟยเย่เท่านั้นที่เดินเข้ามาจึงไม่รู้ว่าบุคคลอีกสองคนกำลังยืนมองเขาจากทางด้านหลัง
พระสนมฉางจ้ายมองดูบุตรชายตัวเองด้วยความแปลกใจบุตรชายของเขาดูเปลี่ยนไปจากเดิมไม่เหมือนแต่ก่อนพลันมองอย่างภูมิใจในตัวบุตรชาย...หากมิได้มองแค่บุตรชายของตัวเองเท่านั้นนางยังเหลือบไปมองที่เปลยังเอนไกวแถมยังมีเด็กทารกอยู่ในนั้น
“ซิ่วเหอ....”น้ำเสียงเช่นนี้ซิ่วเหอฟังแล้วดูคุ้นหูมากนัก เขาจึงตัดสินใจรีบหันกลับไปมอง
“เสด็จแม่....มาั้แ่เมื่อใดพะยะค่ะ”
พรึ๊บ!!ซิ่วเหอวางทุกอย่างที่อยู่ในมือ ก่อนจะรีบโผลงเข้าไปกอดผู้เป็มารดาของตัวเอง
“ซิ่วเหอคิดถึงเสด็จแม่เหลือเกินพะยะค่ะ....”
“แม่ก็เช่นกันซิ่วเหอ.....”
สองแม่ลูกนานครั้งกว่าจะได้เจอกันทั้งสองคนยังกอดกันแน่ด้วยความคิดถึงกันละกันหากกำลังทำให้อีกคนเกินความน้อยเนื้อต่ำใจเขาก็ยังยืนอยู่ข้างๆเหตุใดคนเป็บุตรชายถึงไม่เอ่ยถามเขาบ้าง
“ข้ายืนอยู่ตรงนี้...เหตุใดเ้าถึงไม่มากอดข้าบ้าง...” จินซิ่วเหอและพระสนมฉางจ้ายนิ่งค้างไปชั่วขณะ..ฮ่องเต้คิดเช่นไรถึงได้เอ่ยคำแปลกประหลาดเช่นนี้