ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอวลหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นกาแฟหลากหลายชนิด...
สวัสดีครับทุกคน
ผมชื่อ ตุ๊ก เป็ลูกชายคนเดียวของเ้าของร้านกาแฟแห่งนี้... พ่อโมเป็คุณพ่อของผม และเป็เ้าของกิจการร้านกาแฟ ‘เถ้าแก่โม’ ด้วย
ตอนนี้เป็่ปิดเทอม ผมซึ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6จึงใช้โอกาสนี้มาช่วยงานของพ่อที่ร้าน
อะฮ่า~ และแน่นอนว่าผมเป็คนหัวใส การเสนอตัวมาช่วยนี่ไม่ใช่มาช่วยฟรีๆ นะครับ เพราะพ่อโมบอกว่าจะให้เงินค่าขนมเป็รายได้พิเศษ่ปิดเทอมด้วย หึ ๆชั่วไหมผมเนี่ย
ร้านกาแฟของพ่อผม ขายกาแฟสดหลากหลายชนิดมากก ทั้งกาแฟร้อน กาแฟเย็นแถมยังมีขนมนมเนยแสนอร่อยให้ลูกค้านั่งรับประทานในร้านได้ด้วย
การจัดร้านก็น่านั่งชิลล์เป็ที่สุดแต่ส่วนใหญ่ลูกค้าร้านพ่อผมมักจะเป็คนทำงานแล้วมากกว่าวัยรุ่นหนุ่มสาวซึ่งก็ไม่แปลกหรอกครับหากพิจารณาจากวัยของเ้าของร้านแล้ว...ก็จะเป็เหตุผลที่เข้าใจได้ ‘ง่าย ๆ’ ทีเดียว
ที่ร้าน ‘เถ้าแก่โม’ มีพ่อของผมเป็เ้าของร้านและมี พี่อุ๋ย ลูกจ้างประจำที่ทำงานที่นี่มานานมากแล้ว
พี่อุ๋ยนั้นเป็ผู้ชายวัยรุ่นซึ่งอายุมากกว่าผมเล็กน้อยถึงปานกลางแกเคยมาทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ั้แ่สมัยเรียนพอเรียนจบจึงเข้ามาฝากเนื้อฝากตัวเป็ลูกจ้างประจำและคอยทำหน้าที่เป็แคชเชียร์เก็บเงิน
กาแฟทุกแก้ว แน่นอนว่าพ่อของผมเป็คนชงเองทั้งหมด พูดง่าย ๆคือพ่อโมทำหน้าที่เป็บาริสต้าด้วยตนเอง พี่อุ๋ยมีหน้าที่เก็บเงินก็เก็บเงินไปส่วนผม...
ง่าย ๆ เลยนะ...
ก็เด็กเสิร์ฟไง !!
เหอะ ๆๆ
ลูกค้าประจำส่วนใหญ่ของร้านมักจะเป็กลุ่มคุณลุงคุณป้าวัยทำงานซึ่งผมก็ยอมรับว่ามันช่างขาดสิ่งสวยงามที่น่าบันเทิงเริงใจไปบ้าง
...สาว ๆ สวย ๆ ไม่มีเลยเหรอ ?
ฮ่า ๆ ผมเคยคิดกับตนเองแบบนี้ครับแต่พอพูดออกไปก็ถูกพ่อโมตบกะโหลกไปป้าบใหญ่ ๆ จากนั้นผมจึงเงียบกริบเหมือนป่าช้าปิดปากเงียบไม่พูดเื่นี้อีกเลย
แต่จะว่าไปถ้าบังเอิญมีผู้หญิงสวย ๆ เข้ามาในร้านผมว่าตัวผมเห็นทีคงจะกินแห้วอยู่ดี เพราะพี่อุ๋ยน่ะซี่ แกมีสกิลจีบสาวขั้นเทพคารมเป็ต่อรูปหล่อเป็รอง อย่างไรเสียผมเองก็มั่นใจว่าผมหล่อกว่าพี่อุ๋ยแต่พี่อุ๋ยน่ะแกเซียนจีบสาวขั้นเทพ
ขนาดสาวแก่แม่ม่าย พี่แกยังหยอดเสีย...
แล้วตุ๊กคนนี้จะเอาอะไรไปสู้พี่แกได้ล่ะครับแหม่ เฮ้อ ๆๆ
“สวัสดีจ้าลูกตุ๊ก”
ป้าผึ้ง ลูกค้าประจำคนหนึ่งทักขึ้นขณะที่ผมยกกาแฟไปเสิร์ฟที่โต๊ะ
“สวัสดีครับ”
ผมทักทายตอบ ป้าผึ้งชอบสั่งคาปูชิโน่ร้อนเป็ชีวิตจิตใจจนผมจำได้เลยทีเดียวเพราะป้าผึ้งมักจะสั่งแต่เมนูเดิมตลอด
และนี่ก็คือตัวอย่างงานเด็กเสิร์ฟของผมอย่างน้อยที่สุดผมก็คิดว่าตนเองได้ใช้เวลาว่างให้เป็ประโยชน์และได้เป็การช่วยงานของที่บ้านไปด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเห็น ๆ (ตรงไหน ?)
ผมกลับมายืนอยู่แถว ๆ เคาน์เตอร์อีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้กาแฟที่ลูกค้าแต่ละคนสั่งก็นำไปเสิร์ฟเรียบร้อยหมดแล้ว
“ไอ้ตุ๊ก”
อยู่ดี ๆ พี่อุ๋ยก็พูดขึ้น
“ครับพี่อุ๋ย ?”
ผมเลิกคิ้วถาม อันที่จริงงานของพี่อุ๋ยดูจะ ‘เบา’ กว่างานของผมอีกนะ แต่นั่นแหละ มันก็เทียบกันไม่ได้หรอกเพราะงานแต่ละหน้าที่ต่างก็มีความสำคัญต่อการสร้างกิจการที่มีรากฐานมั่นคงถ้าหากไม่มีพี่อุ๋ย ร้านกาแฟของพ่อผมจะเป็ร้านชื่อดังสไตล์คลาสสิกในย่านนี้ที่ได้รับการโจษขานกันปากต่อปากหรือเปล่า
“สนุกไหมแก รับจ๊อบทำงานพิเศษ”
พี่อุ๋ยพูดยิ้ม ๆ
“สนุกน่ะมันก็สนุกอยู่หรอกพี่ ถ้าหาก...”
“ถ้าหากอะไรวะ ?”
“...”
ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบเมื่อประตูกระจกเลื่อนเปิดออกปรากฏร่างของหญิงสาวผมยาว หน้าตาสะสวยผู้หนึ่ง
“โอ้แม่เ้า” เสียงของพี่อุ๋ยครับไม่ใช่เสียงของผมแน่นอนที่พูดจาทำนองนี้ “สวยชะมัดยาด”
ผมมองผู้หญิงคนนั้นตาไม่กะพริบเหมือนกันครับ
นี่เป็ไม่กี่ครั้งที่มีลูกค้าสาว ๆ เข้ามาที่นี่ ดูแล้วเธอน่าจะอายุมากกว่าผมแน่นอนแต่อาจจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพี่อุ๋ยก็เป็ได้ คืออยู่ใน่วัยนักศึกษา
ผมยาวตรงสีน้ำตาล ดวงตาสีฟ้าสดใส
‘อ้า นั่นคงจะเป็คอนแทคเลนส์สินะ’
ผมคิดพลางมองหญิงสาวใบหน้าสวยงามน่ารักเดินมาที่เคาน์เตอร์ซึ่งตัวผมเองยืนอยู่
“สวัสดีค่ะ เอาลาเต้เย็นแก้วหนึ่งค่ะ”
เธอเอ่ยเสียงดังฟังชัด ผมมัวแต่จ้องหน้าเธอกว่าจะรู้ตัวว่าตนเองคงเสียมารยาทก็ได้แต่เอ่ยอึก ๆ อัก ๆ ออกไป
“ค...ครับ รอสักครู่นะครับ”
เซ็งตนเองเลยผม ต่อหน้าลูกค้าสาวสวยทั้งทีแทนที่จะทำอะไรให้มันดูเข้าท่าและ ‘เท่’ กว่านี้ให้ตายเถอะ ให้ตาย !
ตอนนั้นเองที่พ่อของผมเดินมาพอดี เหมือนระฆังช่วยชีวิตดังขึ้นต่อหน้าเพราะนี่ทำให้ผมไม่ต้องเผชิญหน้ากับเธอตามลำพัง
ผมเห็นเธอไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับประตูตัวผมในตอนนี้ออกมาจากบริเวณเคาน์เตอร์แล้วเพื่อไม่ให้เกะกะการทำงานของพ่อโม
...รอเวลาที่พ่อโมจะให้ผมยกกาแฟที่ลูกค้าคนนั้นสั่งไปเสิร์ฟ...
“ลูกตุ๊ก ช่วยยกลาเต้เย็นไปเสิร์ฟโต๊ะห้าที”
เสียงของพ่อโมดังขึ้น ผมรีบกระวีกระวาดไปตามที่พ่อเรียกทันที
แน่นอนว่าผมต้องพยายามถือดี ๆ แม้ในใจจะสั่นเหมือนมีกลองมาตีตุ้งแช่ ๆอยู่ก็ตาม
ผมเดินมาถึงโต๊ะที่ลูกค้าคนดังกล่าวนั่งอยู่ก็เห็นเธอหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเครื่องเล็กขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายลายน่ารักแล้วเปิดมันออก
‘เห... ทำงานอะไรกันเนี่ย’
ผมคิด ถึงแม้มันจะดูสอดรู้สอดเห็นไปบ้าง ก็นะ... คนมันอยากรู้นี่หว่า(ครับ)
“ลาเต้เย็นที่สั่งได้แล้วครับ”
ผมวางแก้วลงข้าง ๆ เธอพร้อมกับเอ่ยอย่างนุ่มนวล
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาแล้วกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณค่ะ”
เธอพูด พร้อมใบหน้าเป็มิตร
...สิ่งที่สะกดใจผมสุด ๆ ก็คือดวงตาสีฟ้าคู่นั้น ผมคิดว่ามันคือคอนแทคเลนส์บิ๊กอายส์แบบที่สาวๆ สมัยนี้นิยมกันนะ แต่ทำไมพอมองอีกที ผมกลับรู้สึกว่านี่แหละคือสีตาของเธอ !?
ผู้หญิงใส่คอนแทคเลนส์บิ๊กอายส์แล้วดูสวย น่ารัก (ถ้ามันไม่ขนาดเท่าไข่ห่านจนเกินไป)แต่ถ้าผู้ชายใส่... เหอะ ๆ ผมไม่อยากคิด เพราะแค่คิดก็สยองสุด ๆ แล้วล่ะ บรื๋อ~
ผมคิดว่าผู้หญิงตรงหน้าผมเป็สาวน่ารักที่ดูแอคทีฟและกระฉับกระเฉงใบหน้าของเธอแม้ไม่ได้จัดว่าสวยมากแต่ก็น่ารักชวนมองมากทีเดียวในสายตาของผู้ชายอย่างผม
เธอดูแก่น ๆ นิดหน่อย เป็สาวมั่นที่แอบมีความ ‘เซอร์’ เล็ก ๆ
สุดท้ายผมก็กลับมายืนอยู่ตรงใกล้ ๆแคชเชียร์ของพี่อุ๋ยอีกครั้งและลอบมองเธอไปด้วย ฟังดูเหมือนโรคจิตหน่อย ๆแต่อย่าเพิ่งว่าผมอย่างนั้นเลยนะ
“แหม ไอ้ตุ๊ก” พี่อุ๋ยได้ทีเข้ามากระแซะ “ชอบล่ะสิแกมองเขาไม่วางตาเลย ขี้หลีนะเราเนี่ย”
“หลีบ้าอะไรวะครับพี่ ผมยังไม่ทันทำอะไรเลย”
ตะคอกกลับไปอย่างหงุดหงิด แต่พอรู้ตัวก็รีบหรี่เสียงลงจนเหลือ Volume 1 เพราะพ่อโมส่งสายตาพิฆาตมาให้
“นาน ๆ ทีร้านเถ้าแก่โมจะมีลูกค้าสาวสวยเข้ามา ฮ่า ๆรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาดีจริง” พี่อุ๋ยพูดต่อไป“พี่ว่าแกไม่ต้องมาทำแล้วล่ะไอ้งานพิเศษเนี่ย บอกพ่อแกไปตามนั้น เชื่อพี่”
“ผมรู้นะว่าพี่คิดอะไร ฝันไปเถอะ”
‘หนอยแน่ ใครจะยอมฟะ’
ผมคิดอยู่ในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป