ยามเย็นดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้ามองไปคล้ายสีเลือด ณ ทิศตะวันตกของเมืองนู่ลั่ง ภายในลานที่เงียบสงบและสง่างาม "โม่ตั๋น ข้างนอกเกิดขึ้นอะไรหรือ?" โม่เย่นั่งอยู่ที่โต๊ะหินในลานบ้าน ผมสีแดงพาดไหล่ ดวงตาสีฟ้า ฝ่ามือขาวอ่อนละมุนถือถ้วยชาขึ้นจิบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างที่เพิ่งเข้ามาเป็นสตรีวัยกลางคนที่มีผมสีแดงและตาสีเขียวคล้ายกัน แม้ว่านางจะอายุประมาณสี่สิบปีได้แล้ว แต่ยังคงมีเสน่ห์อยู่ เมื่อได้ยินคำถามของโม่เย่ หญิงวัยกลางคนนามโม่ตั๋นกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ทุกอย่างเป็นไปตามที่พระองค์คาดไว้ เป็นเรื่องดีจริงๆ เพคะ ฝ่าบาท!" “ด้วยร่างกายของเขาที่ธาตุทั้งห้าเป็นทองคำ จึงเป็นเรื่องยากที่จะกระตุ้นเปลวไฟในแท่นวังวนให้สูงถึงสิบสองเมตรได้ นับว่าพรสวรรค์นี้หาได้ยากในรอบพันปี ในทวีปหรงเหย้าตอนนี้ แม้แต่คนในเมืองเทียนจู้ก็ไม่อาจเทียบได้กับเขาได้ ... ไม่เพียงแค่นั้น ข้ากลัวว่าความเข้าใจของมันที่มีต่อ “เต๋า” ในวิธีการหลอมเครื่องมือยังเหนือกว่าคนในเมืองเทียนจู้ แม้แต่คนผู้นั้นก็ไม่สามารถยกระดับความสามารถในการหลอมขึ้นมาได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ " ริมฝีปากสีแดงของโม่เย่เผยอขึ้นเล็กน้อย พูดด้วยเสียงกังวานชัดเจน"ก็จริง เพิ่งจะสามารถหลอมรวมกับ 'อัคคีพิสุทธ์” ได้ จนกลายเป็นนักหลอมระดับต่ำ เพียงสองเดือนต่อมาก็แข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักหลอมระดับกลาง อัจฉริยะเช่นนี้ ข้าเองก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก" โม่ตั๋นยิ้ม "ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นในเมืองเทียนจู้ จะใช้เวลาสี่เดือนในการเลื่อนขั้นจากนักหลอมระดับต่ำเป็นระดับกลาง" “น่าเสียดายนัก” ตาของโม่เย่หรี่ลง นางถอนหายใจเงียบ ๆ
“ฝ่าบาท ทรงพระทัยอ่อนรึเพคะ?” "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกแค่รู้สึกเสียดายเท่านั้น อัจฉริยะนักหลอมที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ ข้ากลัวว่ามันจะอยู่ไม่นานก่อนที่จะตาย" โม่เย่ดูไม่แยแสทำให้โม่ตั๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย "ทายาทสายตรงจากตระกูลใหญ่ที่ลึกลับ ได้ปกปิดตัวตนของตนเองและเดินทางไปต่างแดนเพื่อฝึกฝน และเมื่อนางเข้าร่วม "การแข่งขันนักหลอม" เขาได้ปะทะกับชาตู องค์ชายรองของแคว้นซาหลง"
"หลังจากนั้น องค์ชายรองชาตูไม่พอพระทัย เขาส่งคนไปหกคนรวมทั้งหวู่ยี่ไปเพื่อตอบโต้" “น่าเสียดายพวกเขาที่ถูกส่งไปล้วนถูกสังหาร ชายคนนั้นยิ่งเจ็บแค้นหนักขึ้น ส่งปรมาจารย์ที่แอบคุ้มครองแบบลับๆ ไปสังหารองค์ชายรองและคนอื่น ๆ ทั้งหมดที่นอกเมืองนู่ลั่ง ฮ่องเต้แคว้นซาหลงหลังทราบว่าองค์ชายรองสิ้นพระชนม์พระองค์ทรงกริ้วมาก ถึงกับระดมเหล่าปรมาจารย์ทันทีและลอบเข้าไปในเมืองนู่ลั่งเพื่อสังหารมัน " "เจ้าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้"ในขณะที่เธอพูดจบรอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏในดวงตาสีฟ้าล้ำลึกของโม่เย่
"ยอดเยี่ยมมากเพคะ"โม่ตั๋นยิ้มกล่าวว่า "ชาตูตายไปแล้ว สัญญาการหมั้นหมายกับฝ่าบาทจะถูกยกเลิกโดยปริยาย พระองค์จะได้เป็นอิสระและไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป “ส่วนเขา ... ”เสียงของโม่ตั๋นเบาลง และยิ้มอีกครั้ง “ถ้าเขาไม่อยากตายก็อาจอาศัยใบบุญของศาลาเฉินปิง หรือไม่ก็ราชวงศ์ถัง บางทีอาจจะช่วยชีวิตเขาได้ แต่ถ้าไม่เลือกทั้งสองทางก็ต้องตายอย่างแน่นอน คนที่รนหาที่ตาย หากว่าต้องตายจริงๆ ก็สมควรแล้ว" "ยิ่งไปกว่านั้น คน ๆ นี้เฉยเมยต่อการเลื่อนตำแหน่ง แม้ว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้ ก็ต้องตายในอนาคตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แน่นอนว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคือพึ่งพาศาลาเฉินปิงหรือไม่ก็ราชวงศ์ถัง ต้องเป็นแบบนั้นแคว้นซาหลงถึงจะไม่สามารถแตะต้องมันได้” "เมื่อแคว้นซาหลงเกิดข้อขัดแย้งกับศาลาเฉินปิงหรือราชวงศ์ถัง ด้วยนิสัยขององค์ฮ่องเต้เรา พระองค์จะไม่มีวันปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป หากแคว้นโม่อวิ๋นเริ่มทำสงครามกับแคว้นซาหลงหรือแคว้นต้าถัง องค์ฮ่องเต้จะต้องไปเป็นผู้บัญชาการการรบด้วยพระองค์เองเป็นแน่ ในสนามรบอุบัติเหตุใด ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ" “ถ้าฝ่าบาทต้องสิ้นพระชนม์โดยบังเอิญ องค์หญิงในฐานะที่ทรงเป็นรัชทายาทองค์เดียวของแคว้น พระองค์จะเป็นฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิโม่อวิ๋นโดยปริยาย”ในขณะที่นางพูดจบสายตาของโมตั๋นที่มองไปยังโม่เย่กระหยิ่มยิ้มย่อง เผยให้เห็นถึงความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังไว้ได้ "นี่ช่างเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ" มุมปากของโม่เย่ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาฉายบนใบหน้าอันแสนบอบบาง แต่ดวงตาสีฟ้างดงามคู่นั้นกลับเป็นประกายขึ้นฉายแววความทะเยอทะยานเหมือนเปลวไฟเล็ก ๆ สองดวง ที่กลายเป็นลุกโชนทันที “แปะ แปะ แปะ”ทันใดนั้นเสียงปรบมือสามครั้งก็ดังขึ้นอยู่ด้านนอกประตู โดยไม่มีการเตือนเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูประตูลานบ้านก็เปิดออก
"ใครน่ะ?"
สีหน้าโมตั๋นพลันแปรเปลี่ยน นางขยับสืบเท้าช้าๆ บังด้านหน้าโม่เย่เอาไว้ มือขวาเลื่อนไปที่เอว จับจ้องบานประตูอย่างระมัดระวังดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ด้านหลังนาง ดวงตาของโม่เย่เย็นยะเยียบ คิ้วเรียวดั่งพระจันทร์เสี้ยวทั้งสองขมวดเข้าหากัน"ผลลัพธ์ที่ได้นั้นแสนวิเศษนัก แต่เกรงว่าเจ้าจะไม่ทันได้เห็นแล้ว" เสียงเยาะเย้ยดังขึ้น ทันใดนั้นก็ปรากฏสองร่างเดินเข้าประตูมาข้างหน้าของพวกนางคือชายในชุดดำ ใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างผอมเพรียว และมีอาวุธที่ห่อด้วยผ้าสีดำพาดไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขาเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน ด้านหลังเขามีผู้หญิงสวมชุดดำร่างสูงเพรียว ดูเหมือนสตรีผู้นั้นจะอายุประมาณสิบแปดหรือสิบเก้าปี แต่รูปร่างมีสัดส่วนโค้งมนและมีเสน่ห์ทั้งยังงดงามมีองค์ประกอบที่สมส่วน ราวกับงานประติมากรรม
“ถังฮวน?”ที่โต๊ะหินโม่เย่ยืนขึ้นช้า ๆ คิ้วของนางค่อย ๆ คลายออก ดวงตาสีฟ้าเข้มกลอกไปมาด้วยความประหลาดใจ ขณะที่โม่ตั๋นที่อยู่ด้านหน้าตกตะลึงอย่างมาก ถังฮวนพบสถานที่นี้ได้อย่างไร ทั้งยังสามารถบุกเข้ามาพังประตูใหญ่ขนาดนั้นได้ขณะที่มีทหารรักษาพระองค์จำนวนมากเฝ้ายามอยู่โดยรอบ ซึ่งบางคนเป็นถึงผู้ฝึกยุทธระดับหกอีกด้วย จริงอยู่ว่าถังฮวนสามารถสังหารหวู่ยี่ที่เป็นผู้ฝึกยุทธระดับห้าได้เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่ไม่อาจเป็นคู่ต่อกรของผู้ฝึกยุทธระดับหกได้ เขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร? หรือว่าเป็นสตรีที่อยู่ด้านหลังนั่น?
"โม่เย่เจ้านี่นะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริงๆ" ถังฮวนมองไปที่สาวสวยผมบลอนด์แดงที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ดวงตาของนางจ้องกลับเขม็ง หลังกลับมาจากศาลาเฉินปิง เขาได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบและพบว่าสาเหตุของเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเป้าหมายของเจ้าหญิงแห่งแคว้นโม่อวิ๋น เดิมเป็นเพียงการสันนิษฐานเท่านั้น แต่หลังจากได้ยินคำพูดเมื่อครู่นี้ เขาก็ปักใจเชื่อแน่นอนแล้วถังฮวนไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะเป็นนางที่อายุยังน้อย แต่ในใจลึก ๆ ภายใต้รูปลักษณ์ที่ไม่แยแสต่ออะไรของนางแท้จริงแล้วมีความมักใหญ่ใฝ่สูงซ่อนอยู่ภายในมากมาย นางใช้ความหวังดีมาบอกข่าวกับเขาก่อน จากนั้นจึงถือโอกาสกวาดล้างองค์ชายชาตู เห็นได้ชัดว่าเป็นแผนการที่ตระเตรียมมาอย่างดีแม้ว่าเขาจะไม่ได้พบพวกในงานชุมนุมนั่น แต่ก็คงมีคนอื่น ๆ ที่จะตกหลุมพรางของพวกเขาอยู่ดีเหตุผลที่เปิดเผยข้อมูลของหวู่ยี่และคนอื่น ๆ ให้เขารู้ล่วงหน้าเป็นเพียงเพื่อให้เรื่องราวดำเนินไปเป็นว่าเขามีชีวิตรอดจากการแก้แค้นมาได้ตราบเท่าที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็จะสามารถขจัดปัญหาได้สำเร็จเมื่อนางปล่อยข่าวลือแพร่กระจายไปทั่ว ถังฮวนก็จะโดดเดี่ยว แม้จะมีปากแต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนถ้าเขาถูกกล่าวหาจากฮ่องเต้แคว้นซาหลงว่าเป็นฆาตกรจริง หากต้องการมีชีวิตต่อเขาคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาแคว้นต้าถัง หรือศาลาเฉินปิงที่พอจะมีอำนาจต่อกรกับแคว้นซาหลงได้แต่หากเขาทำเช่นนั้นจริงก็อาจทำให้เกิดสงครามขึ้นได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขาเลือกที่จะพึ่งพาแคว้นต้าถังอันยิ่งใหญ่แล้วละก็....
-โปรดติดตามบทต่อไป-