trigger warning : มีฉากใช้ความรุนแรง (abuse) และมีฉากใช้ความรุนแรงกับเด็ก (child abuse)
“ไหวหรือไม่” หนิงเฟิ่งหันไปถามเด็กหนุ่มที่กำลังช่วยกันหามหมูป่าอยู่ด้านหลัง เห็นเขามีเหงื่อไหลโซมกาย จึงถามด้วยความเป็ห่วง
“วะ ไหว...ขอรับ” กงไห่กัดฟันตอบ ความจริงเขาแทบไม่มีแรงแล้ว
พวกเขาเข้าป่ามาเพียงครึ่งวันก็ล่าหมูป่าได้ แค่มองหารอยเท้าที่พื้นเจอ แม่ของโก่วเซิ่งก็เอ่ยให้ขุดหลุมดักสัตว์ไว้ทันที จากนั้นก็พากันไปนั่งอยู่ตามต้นไม้สูงเพื่อไม่ให้สัตว์ป่าได้กลิ่นของพวกเขา
แม่โก่วเซิ่งดูช่ำชองในการล่าสัตว์อย่างมาก เมื่อหมูป่าตกลงไปในหลุม นางก็ใช้ไม้แหลมคมอันใหญ่ขว้างออกไปแทงคอมันจนตาย
เขาไม่คิดว่าผู้หญิงจะแรงเยอะขนาดนี้ แม่โก่วเซิ่งสามารถลงไปในหลุมแล้วจับหมูป่าโยนขึ้นมาราวกับมันเป็กระต่ายตัวเล็กๆ เดิมนางจะแบกหมูป่ากลับมาเองแล้ว แต่เขาที่รู้สึกว่าตนไม่ได้ช่วยอะไรเลยจึงอาสาช่วยแบกอีกแรง
แต่คล้ายว่าเขาจะเป็ตัวถ่วงมากกว่า
“อืม ทนเอาหน่อย” หนิงเฟิ่งกล่าวนิ่งๆ เธอเดินไปข้างหน้าช้าๆ เพื่อให้เด็กหนุ่มด้านหลังเดินตามให้ทัน พวกเขาได้หมูป่ามาตัวเดียว เพราะกลัวเืของหมูป่าจะไปล่อสัตว์กินเนื้ออย่างอื่นมา จึงไม่ได้ล่าอย่างอื่นเพิ่ม
กว่าจะกลับมาถึงขาของกงไห่ก็แทบจะลากไปกับพื้น ทันทีที่กลับมาถึงบ้านหนิงเฟิ่งก็ต้องขมวดคิ้วกับภาพตรงหน้า
สภาพเหมือนห่าลง...
รั้วที่แทบกันอะไรไม่ได้อยู่แล้วพังคลืนนอนไปกับพื้น ตรงลานบ้านมีเศษซากของใช้ในบ้านแตกกระจัดกระจาย แม้จะยืนอยู่หน้าบ้านแต่แค่ชะโงกหน้านิดหน่อยเธอก็เห็นว่าเล้าไก่ที่ทำไว้ตอนนี้กลายเป็กองไม้ไปแล้ว
หนิงเฟิ่งมีสีหน้าเคร่งเคลียดอย่างชัดเจน เธอบอกให้กงไห่วางคานหมูลง จากนั้นจึงก้าวเดินเข้าไปในบ้าน กงไห่ก็เดินตามมาติดๆ เพราะเป็ห่วงน้องชาย
สภาพในบ้านยิ่งกว่าข้างนอกเสียอีก หนิงเฟิ่งไม่มีเวลามาสนใจ เธอเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อมองหาลูกชายของตนเอง
เ้าหนูโก่วเซิ่งนั่งคุดคู้อยู่ในมุมหนึ่งของห้อง สีหน้าของเขาดูสิ้นหวังอย่างมาก ข้างๆ กันมีกงต๋านั่งเฝ้ามองอย่างเป็ห่วง หนิงเฟิ่งนั่งคุกเข่าตรงหน้าบุตรชาย มองใกล้ๆ แล้วจึงเห็นว่าใบหน้าข้างหนึ่งของเ้าหนูบวมแดง มีรอยฝ่ามือเด่นชัด “ใครทำเ้า?”
หนูน้อยมองแม่ของเขา น้ำตาเอ่อคลอเบ้าดูน่าสงสาร ในความทรงจำของหนิงเฟิ่งเ้าหนูผู้นี้ไม่เคยร้องไห้ให้เธอเห็นเลย อาจเป็เพราะก่อนหน้าถึงเขาจะร้องไห้ไปก็ไม่มีใครเอ่ยปลอบ เ้าหนูต้องทำตัวเข้มแข็งั้แ่เด็ก การร้องไห้สำหรับเขาคือการแสดงความน่าสมเพช ไม่มีใครสงสาร มีแต่คนสมน้ำหน้า...
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน
หนิงโก่วเซิ่งโผเข้าหามารดา เพียงกะพริบตาน้ำตาที่เอ่อล้นก็ไหลลงมาเป็สาย “แม่ พวกเขาทำชุดของข้าขาดแล้ว”
นั่นชุดของเขา นั่นคือเสื้อที่แม่ซื้อให้เขาครั้งแรก
ยิ่งคิดน้ำจากตากลมโตของหนูน้อยก็พลั่งพรูออกมา…
“ไม่เป็ไร แม่ซื้อให้เ้าใหม่” หนิงเฟิ่งเอ่ย เธอลูบหลังบุตรชายเป็การปลอบโยน ส่งสายตาให้กงไห่เพียงครั้งเดียว เด็กหนุ่มก็รู้ว่าต้องทำอะไร เขาพากงต๋าออกไปจากห้อง “บอกแม่ซิ ใครทำเ้า”
ต่อหน้าบุตรชาย หนิงเฟิ่งต้องพยายามระงับอารมณ์โกรธแค้นของตัวเองอย่างมาก เธอฟังบุตรชายพรั่งพรูทุกอย่างออกจากปาก คอยเอ่ยปลอบโยนเป็ระยะๆ “ไก่กับกระต่าย พวกเขาก็เอาของเราไปหมด” เ้าหนูกล่าวทั้งยังสะอึกสะอื้น
“แม่จะไปเอาคืนมาให้”
หนิงเฟิ่งพูดจริงทำจริง เธอฝากเ้าหนูน้อยให้กงไห่ดูแลชั่วครู่ เดินมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลหวัง สายตาบ่งบอกว่าพร้อมเอาเื่ถึงขั้นสุด มาถึงก็ไม่พูดไม่จาถีบประตูไม้เก่าๆ จนกระเด็น หนิงเฟิ่งหยิบท่อนไม้ท่อนใหญ่มาท่อนหนึ่ง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วบ้าน คนในบ้านตระกูลหวังยังไม่ได้ทันลุกออกจากโต๊ะทานข้าว หนิงเฟิ่งก็ขว้างท่อนไม้ลงตรงกลางโต๊ะแล้ว
“อีนังแพศยา กล้ามาหาเื่ในบ้านข้ารึ!!” ยายเฒ่าหวังอาศัยว่าตนคนเยอะกว่า ลุกขึ้นยืนจังก้าเท้าเอวมองหนิงเฟิ่งอย่างไม่เกรงกลัว
“ทำไมข้าจะไม่กล้า?” หนิงเฟิ่งเดินเข้าหายายแก่หวังอย่างเอาเื่ เหล่าผู้ชายในบ้านลุกขึ้นพรึบพร้อมจะกระโจนเข้าใส่หนิงเฟิ่งทันทีหากนางทำอะไรเกินเลย
หนิงเฟิ่งในยามนี้น่ากลัวเหลือเกิน ไม่รู้เพราะเหตุใด ถึงจะมีคนมากกว่าแต่เขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้หญิงผู้นี้
“กล้าไปเอาของบ้านข้า กล้าพังบ้านข้า กล้าทำร้ายลูกข้า คิดว่าข้าจะปล่อยเ้า?”
ยายแก่หวังเกลียดหนิงเฟิ่งอย่างมาก 5 ปีก่อนตัวอับปรีย์ผู้นี้อุ้มท้องมาขอเช่าบ้านที่หมู่บ้านของนาง ใครๆ ก็รู้ว่าหญิงสาวหากผิดศีลธรรมก่อนแต่งงาน จะต้องถูกจับถ่วงน้ำ นังผู้นี้จะต้องหนีการทำโทษมาแน่ๆ นี่คือความอัปยศของหมู่บ้านที่ยายเฒ่ารับไม่ได้
ยิ่งบุตรสาวของนางถูกยกเลิกการหมั้นหมายใน่ที่หนิงเฟิ่งมาพอดี นางก็โยนความผิดให้หนิงเฟิ่งทั้งหมดและเกลียดชังั้แ่นั้นมา
พอรู้ว่าหนิงเฟิ่งล่าสัตว์ได้ ยายแก่รู้สึกยอมไม่ได้ที่นังผู้นี้จะมีชีวิตดีกว่า นางจึงพาคนในบ้านไปข่มขู่ หมายจะบีบคั้นแย่งเนื้อมาเป็ของตัวเอง บ้านหวังเป็ครอบครัวใหญ่ พวกเขาอาศัยว่ามีพรรคพวกมากทำตัวกร่างไปทั่วหมู่บ้าน แม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้านก็ไม่อาจห้ามปราม
“เอามาแล้วทำไม เ้าจะมีปัญญาทำอะไรข้า! ฮ่าๆ เนื้อไก่นี่อร่อยจังเลย พวกเ้าว่าไหม?” ยายเฒ่าจางเอ่ยลอยหน้าลอยตาเพื่อยั่วโมโห
“ทำอะไรงั้นหรือ” หนิงเฟิ่งกล่าวย้ำๆ สองสามรอบ คนอื่นที่มองมาต่างก็กำลังคิดว่าเธอเสียสติแล้ว ฉับพลันหนิงเฟิ่งก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมาอยู่ด้านหลังของยายแก่หวัง กระชากผมให้แหงนขึ้น แล้วคว้าเอาถ้วยน้ำแกงไก่กรอกใส่ปาก “อร่อยหรือไม่ ไก่ที่ข้าล่ามา!”
น้ำแกงเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าของยายแก่หวัง ใบหน้าที่น่าเกลียดอยู่แล้วยิ่งมองไม่ได้กว่าเดิม “นางจะฆ่าข้าแล้ว! อีแพศยาจะฆ่าข้า!”
เหล่าชายบ้านหวังลุกฮือกันขึ้นมา “เ้าจะทำเกินไปแล้วนะ หากเ้าฆ่าคน ทางการจะต้องปะาเ้า!”
“ใช่ๆ เ้าไปเรียกทางการมา เราจะต้องเอานังสารเลวนี่เข้าคุกให้ได้”
“เหอะ! ทีอย่างนี้ถามหาทางการ ก็ไปเรียกมาสิ! ไปเรียกมา!” หนิงเฟิ่งพูดอย่างเกรี้ยวกราด “นี่นังเฒ่า ข้ายังไม่ได้ตบเ้าคืนแทนลูกชายเลย รีบให้ลูกเ้าไปเรียกทางการมาสิ ก่อนที่ฟันเ้าจะร่วงหมดปากน่ะ!”
น่ากลัวเกินไปแล้ว ยายแก่หวังจะใตายอยู่รอมร่อ บุตรชายคนโตของนางทนไม่ไหว วิ่งเข้าใส่หนิงเฟิ่งหมายจะเอาชีวิต “กล้ามาทำแม่ข้า ข้าจะฆ่าเ้า!”
หนิงเฟิ่งไม่ปล่อยมือจากผมของยายเฒ่าหวัง เธอหันไปถีบหน้าท้องของหวังต้าจื่อจนหงายหลัง คนอื่นๆ เห็นท่าไม่ดีก็วิ่งเข้ามาช่วย หมายจะใช้กำลังคนที่มากกว่าเป็ข้อได้เปรียบ หนิงเฟิ่งจัดการคนพวกนั้นภายในกระบวนท่าเดียว คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้คือยายแก่หวัง ยิ่งหนิงเฟิ่งขยับตัวมากเท่าไหร่ ผมของนางก็ยิ่งถูกกระชากแรงขึ้นหนังหัวแทบหลุด
ยายแก่ร้องโอดโอย น้ำหูน้ำตาไหลเปรอะเปรื้อนใบหน้า “นังสารเลว! ข้าเป็ผู้าุโยังมีหน้าไม่เคารพ ์จะต้องลงโทษเ้า!”
“เ้าจะถามหาความเคารพอะไร อย่ามาพูดให้อายปาก คนทำตัวแบบเ้าต่อให้แก่จนผมหมดศีรษะ ข้าก็ไม่คิดจะละเว้น!” สำหรับหนิงเฟิ่ง เธอไม่ใช่คนดี จะเด็กหรือคนแก่หากมาทำร้ายคนที่เธอรัก เธอก็จะเอาคืนทั้งสิ้น
กล้าดียังไงมาทำร้ายเ้าหนูน้อยของเธอ
ไม่นานนักลูกชายคนเล็กของบ้านหวังก็ไปพาหัวหน้าหมู่บ้านมายังบ้านของเขา เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านมา บ้านหวังก็รีบตีโพยตีพายยัดข้อหาใส่หนิงเฟิ่ง
“นางจะฆ่าแม่ข้า! นางจะฆ่าแม่ข้า!”
“หญิงนางนี้ร้ายกาจนัก ท่านต้องขับไล่นางออกจากหมู่บ้านนะ!”
“ขนาดเป็แค่ผู้เช่าที่ นางยังทำตัวอย่างนี้ ท่านจะให้นางอยู่ที่นี่ไม่ได้”
ยายแก่หวังได้ทีนางก็ตีอกชกลมเรียกร้องความสงสาร “์! ข้าเป็ผู้าุโกลับถูกปฏิบัติอย่างไม่เคารพ ถูกกล่าวหาต่างๆ นานา นังผู้นี้เป็ใครถึงเข้ามาทำร้ายข้าถึงบ้าน หัวหน้าหมู่บ้าน นางเกือบจะฆ่าข้าแล้ว หากไม่ได้รับความเป็ธรรม ข้าจะไม่ขออยู่อีกต่อไป!”
หนิงเฟิ่งยิ้มเย็น หากเทียบความหน้าหนา เธอไม่เคยเห็นใครเทียบเท่ากับยายแก่ผู้นี้ได้ หญิงสาวปล่อยมือจากศีรษะของยายเฒ่าหวัง จากนั้นก็หันไปเคารพหัวหน้าหมู่บ้าน ‘ซานอู๋เจ๋อ’
หัวหน้าหมู่บ้านเป็ผู้นำที่นี่มานาน เขารู้นิสัยของบ้านหวังดีว่าคงไประรานผู้อื่นมาก่อนแน่ แต่นังหนูผู้นี้ก็เอาคืนเกินไปนัก “เ้าทำเกินไปหรือไม่ หากเื่นี้ถึงทางการ แล้วโก่วเซิ่งจะอยู่กับผู้ใด”
“ลูกข้าถูกพวกสารเลวนี้ตบ ไม่อยากให้ข้าทำอะไรก็ไม่ควรมาหาเื่ข้าั้แ่แรก!” หนิงเฟิ่งใส่อารมณ์ในน้ำเสียง
หัวหน้าหมู่บ้านไม่รู้เื่อันใด เขาฟังมาจากบุตรชายตระกูลหวังว่าถูกหนิงเฟิ่งหาเื่ ไม่นึกว่าคนพวกนี้จะหาเื่แม้กระทั่งเด็กน้อย “พวกเ้าทำร้ายลูกชายนางงั้นรึ!!”
หนิงเฟิ่งไม่รอให้ผู้ใดเอ่ยแก่ตัว “พวกไร้ยางอายทำลายข้าวของบ้านข้า แย่งไก่ของข้า กระต่ายของข้า จะมาหาความชอบธรรมอะไร อายปากหรือไม่ที่พูดออกมา!”
คนรอบๆ ถึงกับผงะ นี่ไม่ใช่หนิงเฟิ่งที่พวกเขาเคยเห็น หญิงขี้ขลาดตาขาว วันๆ เอาแต่ห่วงสวยผู้นั้นเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรือ
หัวหน้าหมู่บ้าน แม้จะไม่ชอบใจที่หนิงเฟิ่งแข็งกร้าวต่อหน้าเขา แต่ก็ยังพูดคุยด้วยอย่างใจเย็น “อย่างน้อยเ้าก็มาบอกข้า ข้าย่อมตัดสินโทษให้พวกเขาแทนเ้า ไม่ใช่มาทำปานบ้านเมืองไม่มีกฎเกณฑ์เช่นนี้”
หนิงเฟิ่งได้แต่ยิ้มเยาะอยู่ในใจ กับบ้านหวังหัวหน้าหมู่แสร้งหลับตาข้างลืมตาข้างมาตั้งนาน ตอนนี้ค่อยมาอ้างถึงกฎหมาย ช่างทำให้คนขำยิ่งนัก แม้จะอยากตอกหน้าชายชราขนาดไหน แต่หนิงเฟิ่งก็ไม่อยากสร้างศัตรูเพิ่มโดยไม่จำเป็ เธอจึงเปลี่ยนเื่ “ข้า้าของของข้าคืน เอามาคืนข้าซะ”
“เ้าทำร้ายพวกเราขนาดนี้ ยังมีหน้ามาถามหาของคืนอีกหรือ?”
“จะคืนหรือไม่!”
“คะ คืนๆ” ยายเฒ่าหวังกล่าวไปร้องไห้ไป