[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    43 ด้วยความยินดี

    “เท่านี้ปี 1 คงไม่มีใครกล้าแล้วสินะ”


    แอนเดอร์สันถอดเสื้อผ้าแล้วมองตัวเองในกระจก พลังเวทย์ในอุดมคติของเขาคือพลังที่เหมือนในนิทาน ผู้ใช้เวทมนตร์จะต้องเป็นคนแก่หรือไม่ก็เป็นมนุษย์ที่มีพลังป้องกันต่ำ ความสามารถในการเคลื่อนไหวและความสามารถในการโจมตีระยะประชิดก็ต่ำเช่นเดียวกัน  แต่เมื่อเขาระดับพลังเวทย์เพิ่มสูงขึ้นจนตอนนี้เขามีพลังเวทย์ 97 ปี สิ่งที่คิดกลับเปลี่ยนไปทั้งหมด 


    นักเวทย์ในโลกใบนี้ต่างออกไปจากความคิดของเขา พลังเวทย์ที่ได้รับมีส่วนที่เหมือนกับพลังปราน นักเวทย์ที่พลังเพิ่มขึ้นไม่ได้เพียงแค่โจมตีด้วยพลังพิเศษได้รุนแรงเท่านั้น ร่างกายของพวกเขายังได้รับการขัดเกลาจนแข็งแกร่ง ทั้งที่เขาไม่ได้ออกกำลังกายหรือฝึกฝนการต่อสู้ระยะประชิด ร่างกายของเขากลับเต็มไปด้วยมัดกล้ามหลังจากฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย


    ตู้ม!


    “ต้องปรับพลังอีกสินะ”


    แอนเดอร์สันถอนหายใจ เขานึกว่าตัวเองสามารถเดินเหินได้ปกติ กลับกันการที่เขาพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าส่งพลให้ร่างกายของเขาไม่คุ้นชินกับพลัง ทุกอย่างที่เขาหยิบจับล้วนบิดเบี้ยวและแตกหัก นอกจากพลังกายจะเพิ่มมหาศาลพลังเวทย์ของเขายังยากจะควบคุม เขาจึงสวมใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องก่อนจะมีอะไรเสียหายไปมากกว่านี้


    “มีบุคลากรสำหรับซ่อนแซมเฉพาะจุดด้วยสินะ”


    สายตากวาดมองลานกว้างที่ 2 มันเป็นสถานที่เขาต่อสู้กันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตอนนี้ลานกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายกลับมาเป็นปกติแล้ว เสาข้างสนามที่ถูกตัด หญ้าและพื้นปูนที่ถูกเผาล้วนกลับมาเป็นปกติ หลังจากมองรอบๆจนรู้ว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้แอนเดอร์สันจึงเริ่มออกวิ่งรอบลานกว้าง วิธีที่จะทำให้เขาปรับตัวให้เข้ากับพลังได้ดีที่สุดในตอนนี้คือการวิ่ง เขาจึงเริ่มออกวิ่งเพื่อที่จะปรับตัว


    พรึ่บ!


    “แบบนี้ไม่ใช่มนุษย์แล้ว”


    ความเร็วที่แอนเดอร์สันสัมผัสได้จากการวิ่งด้วยเท้า เขารู้สึกราวกับกำลังขับรถด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เพียงเท่านั้นเขายังรู้สึกเหนื่อยน้อยมาก ยิ่งวิ่งเขาก็ยิ่งรู้สึกได้ราวกับว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้นได้อีกแอนเดอร์สันจึงใส่พลังทั้งหมดลงไปในการวิ่งก่อนจะพบว่าเขาวิ่งได้ราว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


    “แล้วถ้าใช้เวทย์ในการวิ่งล่ะ”


    วงเวทย์สายลมเสริมความเร็วเวทย์ 1 ดาวสำหรับนักเวทย์ธาตุลมที่ต้องการเสริมความเร็วถูกใช้งาน แอนเดอร์สันที่วาดวงเวทย์ผ่านมือแล้วกระตุ้นเข้าไปในร่าง ตัวของเขาก็ถูกหุ้มด้วยแสงสีเขียวก่อนจะพุ่งไปด้วยความรวดเร็วที่มากกว่าเดิม


    “บ้าจริง นี่มันไม่ใช่ความเร็วของมนุษย์แล้ว”

    ความพิเศษของธาตุลมคือความรวดเร็ว ในบรรดาเวทย์เสริมพลังธาตุที่สามารถเพิ่มความรวดเร็วให้กับร่างกายได้เร็วที่สุดคือเวทย์สายฟ้า รองลงมาเป็นเวทย์ลม อย่างไรก็ตามแม้เวทย์ลมจะมีข้อด้อยกว่ามันกลับมีข้อดีที่เวทย์สายฟ้าไม่มี ข้อดีนั้นก็คือความสามารถในการลอยตัว เวทย์เสริมความเร็วธาตุต่างๆล้วนทำได้เพียงเพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวและเพิ่มการตอบสนองให้กับร่างกาย เวทย์สายลมเสริมความเร็วกลับทำได้มากกว่านั้น 1 อย่าง สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจนต่างจากธาตุอื่นๆคือ การเหยียบอากาศ ยิ่งชำนาญก็ยิ่งเหยียบอากาศได้หลายก้าว ด้วยการเคลื่อนไหวไปบนอากาศนี้เองทำให้เวทย์เสริมความเร็วธาตุลมเหนือกว่า


    พรึ่บ!


    จากเดิมเร่งความเร็วได้เพียง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น เวทย์สายลมเสริมความเร็วที่ใช้งานกลับทำให้ความเร็วของแอนเดอร์สันเพิ่มเกือบจะถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความสามารถของฉายาผู้ใช้สายลมทำให้เวทย์ลมที่แอนเดอร์สันใช้งานรุนแรงกว่าเดิม 1 เท่าส่งผลให้ความรวดเร็วของเขาเหนือกว่าผู้ใช้เวทย์ลมทั่วไป ภายใต้การวิ่งด้วยความรวดเร็วแอนเดอร์สันก็เริ่มเปลี่ยนท่าทางการวิ่ง พลางทดลองเหยียบอากาศ ทันใดนั้นบนใบหน้าของแอนเดอร์สันก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มฉีกกว้าง เมื่อเท้าเขาสัมผัสกับอากาศแล้วเหยียบมันได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ยังไม่ทันจะวิ่งได้ถึง 10 ก้าวเขากลับล้มกลิ้งไปกับพื้นจนฝุ่นตลบ


    “ฮ่าๆ ด้วยพลังเวทย์ในตอนนี้ยังไม่พอที่จะให้เหาะเหินเดินบนอากาศสินะ แต่ก็ใช้พลิกสถานการณ์ได้อยู่”


    แอนเดอร์สันหัวเราะเบาๆ การหกล้มเมื่อครู่ทำให้เขารู้ว่าเวทมนตร์รวมไปถึงตัวของเขายังคงมีข้อบกพร่อง ถึงอย่างนั้นมันกลับเป็นข้อบกพร่องที่เล็กมาก ทันทีที่เขาทดสอบเวทย์เสร็จแล้วนั้นแอนเดอร์สันก็เริ่มใช้ศรเวทย์ทดสอบความรุนแรงกับพื้น ทันทีที่ศรสายลมพุ่งออกจากฝ่ามือที่วาดวงเวทย์ เขากลับหุบยิ้มเมื่อการทำลายของมันรุนแรงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก แม้พื้นด้านล่างจะแข็งทนทานศรสายลมกลับพุ่งทะลวงลงไปได้ง่ายดายไม่รู้ว่าทะลวงลงไปได้กี่เมตร เขาจึงร่ายเวทย์บอลสายลมทดสอบยิงพื้นอีกครั้งก่อนที่ตัวของเขาจะกระเด็นออกไปไกลจากการถูกแรงอัดของเวทย์กระแทกตัว


    “บ้าเอ๊ย แบบนี้ฆ่าตัวตายชัดๆ”


    จากเดิมควบควมได้ว่าจะใช้พลังเวทย์มากแค่ไหนในการร่ายเวทย์ ครั้งนี้เขากลับไม่สามารถควบคุมสิ่งใดได้เลย เวทย์ที่พุ่งออกไปจากมือล้วนสุ่มทั้งหมด เวทย์ศรสายลมมีพลังทำลายเพียงแค่ครึ่งในการใช้งาน เวทย์บอลสายลมที่ระเบิดเมื่อครู่นั้นกลับอัดแน่นไปด้วยพลังเวทย์เต็มกำลัง แม้แต่เขาที่เป็นผู้ใช้งานยังได้รับผลกระทบ แอนเดอร์สันที่รู้ว่าเขาตกอยู่ในอันตรายจากการใช้เวทย์ของตัวเองจึงนั่งหลับตาทำสมาธิเพื่อควบคุมมัน หากเขาไม่สามารถควบคุมพลังเวทย์ที่เพิ่มขึ้นมากระทันหันจนมาถึง 97 ปีได้ ความสามารถในการต่อสู้ของเขาจะลดลง


    การโจมตีจะไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะให้รุนแรงน้อยที่สุดหรือว่ารุนแรงมากที่สุด  การที่เขาไม่สามารถควบคุมเวทย์ได้จะส่งผลไปถึงระยะเวลาในการต่อสู้ จากเดิมเขาสามารถคำนวณได้ว่าจะสามารถต่อสู้ได้นานกี่ชั่วโมง  การที่เขาควบคุมพลังเวทย์ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงเวลาการต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงต้องพยายามเข้าไปเล่นกับแกนพลังเวทย์ของตัวเองเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน


    “ถ้าพลังเวทย์ทำเหมือนพลังลมปรานได้ก็ดีน่ะสิ”


    แม้ร่างกายจะแข็งแกร่งเหมือนผู้ฝึกลมปรานในหนังและในนิยายของโลกก่อน พลังเวทย์ในโลกนี้กลับมีข้อจำกัดตรงที่เขาไม่สามารถนำพลังเวทย์ไปคลุมสิ่งของได้เหมือนพลังปราน เขาไม่สามารถใช้พลังเวทย์เสริมร่างกายและไม่สามารถใช้พลังเวทย์เสริมอาวุธได้โดยตรง ทุกอย่างต้องผ่านวงเวทย์ทั้งหมด มันจึงไม่สะดวกเท่าพลังปรานในหนังที่เขาเห็น


    —----------


    “นี่  สรุปแล้วเมื่อวานมันเป็นเรื่องจริงไหม ฉันมัวแต่ตกใจกับพลังโจมตีจนลืมเรื่องที่อาจารย์วิเอร่าพูด”


    “ใช่เรื่องแอนเดอร์สันที่ได้อันดับ 1 หรือเปล่า”


    “ใช่ สรุปแล้วเขาเก็บซ่อนพลังเอาไว้ใช่ไหม ในช่วงหลังเขาก็ปลดปล่อยพลังออกมาเพื่อจัดการทุกๆคน”


    “สรุปแล้วอันดับ 1 ที่เขาได้ก็เพราะว่าใช้พลังที่เหนือกว่าเล่นงานทุกคนสินะ”


    “พูดอีกก็ถูกอีก เมื่อวานไม่เห็นเหรอว่าเขาถูกจอร์จเล่นงาน แค่นั้นก็บอกแล้วว่าเขาไม่ได้แข็งแกร่ง เขาแค่อาศัยพลังเวทย์ที่มากกว่าเท่านั้น ในการทดสอบหากว่าแกมีพลังเวทย์ 29 ปียังไงแกก็ได้อับดัน 1”


    “นี่ เห็นว่าวันนี้จะมีหัวกะทิจะไปท้าสู้กับแอนเดอร์สันด้วยนะ เขาบอกว่าในการสอบถูกแอนเดอร์สันเอาชนะเพราะพลังที่มากกว่า วันนี้เขาจึงจะท้าแอนเดอร์สันด้วยพลังที่มากกว่าเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าใครก็เป็นอันดับ 1 ได้”


    เหล่านักเรียนพูดคุยกันด้วยท่าทางสนุกปากในช่วงเช้าของการมาพบหน้ากัน ระหว่างที่ทุกคนเดินทางไปยังลานกว้างที่ 2 เพื่อเรียนคลาสปรับพื้นฐานในวันสุดท้ายนี้เองนั้น แต่ละคนที่ก้าวเข้ามาล้วนตกใจตื่นหลังจากเห็นแอนเดอร์สันที่พวกเขาพูดถึงถอดเสื้อนั่งสมาธิใจกลางสนาม


    “เฮ่ย  อย่าไปใกล้เดี๋ยวได้ตายหรอก”


    เสียงนักเรียนพูดคุยกันอยู่รอบข้าง แอนเดอร์สันจึงลืมตาตื่นก่อนที่เขาจะพบว่าเวลาผ่านล่วงเลยมาถึงเช้าแล้ว เขาจำเป็นต้องออกไปจากที่นี่ ทันใดนั้นอาจารย์วิเอร่าก็ได้เดินเข้ามาในลานกว้าง ส่งผลให้แอนเดอร์สันตกอยู่ในคาบเรียนที่กำลังเริ่มต้นขึ้น  เขายังคงจำคำพูดของตัวเองที่ตั้งเอาไว้ในใจว่าจะไม่เข้าคาบเรียนแนะแนวเพื่อปรับพื้นฐานอีก แต่วันนี้เขากลับอยู่ในคาบเรียนที่กำลังเริ่มหลังจากพยายามปรับแต่งพลังเวทย์มาตลอดทั้งคืนจนลืมวันเวลา


    “หยุด นั่นนายจะไปไหน!”


    แอนเดอร์สันกำลังจะเดินออกจากสนาม เขาไม่จำเป็นต้องเรียนอะไรอีกต่อไป ตอนนี้เขาพอจะรู้แล้วว่านักเรียนเปลี่ยนวิธีการสู้จึงจะกลับห้องเพื่อรอการเลือกสาขาย่อยที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตามดาบสีแดงขนาดใหญ่กลับพุ่งตกลงมาเสียบรอบลานกว้างพร้อมกับกางม่านพลัง ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถเดินเข้าออกสนามได้อีกต่อไป


    “อาจารย์ต้องการอะไร ”


    แอนเดอร์สันหันกลับไปถามอาจารย์ เรื่องเมื่อวานเขาจะทำเป็นลืมเพราะถ้าเขาจดจำจะทำให้เขาเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย หากต้องการสร้างกลุ่มเขาควรจะมองไปข้างหน้าและมองผ่านปัญหาเล็กๆน้อยๆ


    “ฉันเห็นนายมารอตั้งแต่เช้า ไม่ใช่ว่าต้องการแก้มืออย่างนั้นเหรอ”


    แอนเดอร์สันหันมองรอบข้าง ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มกว้าง ดูเหมือนว่าอาจารย์วิเอร่าจะเข้าใจบางอย่างจึงจะชดเชยในเรื่องที่ทำกับเขาเมื่อวาน  อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับเกิดความยินดีเพราะเรื่องที่นักเรียนกำลังพูดถึงในตอนนี้ คือเรื่องอันดับ 1 ของเขาที่ใครต่างก็คิดว่ามันเป็นอันดับที่ได้มาอย่างง่ายดาย พวกเขามากมายสามารถรับอันดับ 1 ได้เพียงแค่มีพลังเวทย์ที่เหนือกว่า ดังนั้นวันนี้เขาจึงฉีกยิ้มหน้าบานเพื่อจะแสดงให้ทุกคนได้รู้ว่า เขาไม่ได้แค่มีพลังเวทย์แข็งแกร่ง แต่มีอย่างอื่นที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขาเหล่านี้


    “ใช่ครับ ผมอยากแก้มือ แต่บอกไว้ก่อนว่าวันนี้ผมมีพลังเวทย์ 97 ปี”


    แม้จะรู้ว่าเด็กที่มาจากตระกูลใหญ่จะได้รับการสนับสนุนจากตระกูล ทุกคนกลับตกใจตื่นกับพลังเวทย์ของแอนเดอร์สันไม่น้อยเพราะมันเหนือกว่าคนอื่นๆในรุ่นเดียวกันไปราวสิบปี และที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือตอนนี้แอนเดอร์สันพึ่งใช้ยา ทุกคนจึงกลัวว่าตัวเองจะตกตายจากการที่แอนเดอร์สันควบคุมพลังไม่ได้  ปกตินักเรียนทุกคนที่ผ่านการใช้งานยาเพิ่มพลังเวทย์จะต้องใช้เวลา 2 - 3 วันเป็นอย่างต่ำในการปรับตัวให้คุ้นชิน แอนเดอร์สันกลับใช้เวลาเพียง 1 คืนแล้วมายืนในสนามแห่งนี้


    “อาจารย์ครับ ผมดิออ อยากจะขอท้าสู้กับแอนเดอร์สันครับ”


    ชายผมสีทองเดินออกมาด้านหน้าเพื่อกล่าวกับอาจารย์วิเอร่า แม้พลังเวทย์ของเขาจะมีเพียง 77 ปีเท่านั้นภายในดวงตาของเขากลับไม่มีความเกรงกลัวแอนเดอร์สันเลยสักนิดเดียว เพราะตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเด็กที่มีพลังเวทย์ไม่ถึง 20 ปีเหมือนตอนที่เข้าไปในการทดสอบ ตอนนี้นอกจากจะได้รับยาจนพลังเวทย์เพิ่มขึ้น เขายังได้รับพรจากตระกูลส่งผลให้เวทย์ที่เขาใช้งานรุนแรงกว่าเดิมมาก แม้จะต่อสู้กับนักเวทย์ 90 ปีเขาก็มีโอกาสในการชนะสูง


    “ว่ายังไงแอนเดอร์สัน มีคนอยากจะสู้กับนาย”


    “ผมยอมรับ”