ดาวน์โหลดวรยุทธ์

    ตอนที่ 41 ปิดคดีเพลิงไฟ

    สองเท้ามู่ไห่เฉินก้าวพุ่งไปยังเรือ ชายชุดดำที่เห็นก็เข้าขัดขวาง

    ลูกเตะของชายชุดดำแข็งเกร่ง มู่ไห่เฉินเพียงยกกระบี่ตั้งรับ แรงส่งทำให้มู่ไห่เฉินลอยไปตกกลางน้ำ

    ร่างมู่ไห่เฉินจมลงสู่แม่น้ำ ในใจพลันสงบขึ้น

            “เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว” 

            เรื่องต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่าง อย่างไรเสียคนตัวเล็ก ๆ อย่างเขาก็หาทางรอดตัวเองได้ ส่วนชะตาขององค์หญิงนางจะเป็นเช่นไรหลังจากนี้ก็ล้วนแต่โชคชะตา

    ขณะที่ร่างกายกำลังขาดอากาศหายใจ มู่ไห่เฉินก็รีบลอยตัวขึ้นบนผิวน้ำ เรือลำเล็กกำลังค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากท่าน้ำไป มู่ไห่เฉินบังเกิดรอยยิ้มอย่างน้อยก็ไม่รู้สึกผิดต่อใจตัวเอง

    ยามนั้นเองเสียงฝีเท้าม้ามากจำนวนมากก็มุ่งตรงมายังท่าเรือ ที่แท้ก็เป็นเหล่าองครักษ์และทหารจำนวนหนึ่ง

    องครักษ์ท่านหนึ่งเมื่อขี่ม้าเข้าใกล้ท่าเรือ เขานั้นกระโจนลงจากม้าก่อนจะกระโดดใช้วิชาตัวเบาไปยังเรือที่เพิ่งออกจากท่า

    ชายชุดดำตั้งรับไว้ ทั้งคู่ปะมืออย่างสูสี แต่แล้วก็มีทหารสองคนโยนโซ่ที่ปลายมีตะขอเกี่ยวกับเรือเอาไว้

    ทหารหลายคนเริ่มช่วยกันดึงตรึงเรือไว้ จนกระทั่งเรือค่อย ๆ ลอยกลับเข้าท่า

    ชายชุดดำเมื่อมองไปยังฝั่งก็เห็นมือธนูหลายสิบคน อีกทั้งยังมีทหารจำนวนหนึ่งอยู่ เขาตัดสินใจพริ้วกายถอยออกจากเรือแล้วรีบใช้วิชาตัวเบาเตะผิวน้ำหลบหนีจากไป เนื่องจากได้ตัวองค์หญิงแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดติดตามชายชุดดำอีก

    เมื่อเรือเทียบฝั่งองค์หญิงก็ได้รับการอารักขาและพาออกไปจากท่าเรือ

    มู่ไห่เฉินค่อย ๆ ว่ายขึ้นฝั่งโดยมีมือปราบสองสามคนรอรับบนฝั่ง

    ห่างออกไปทางหมู่บ้าน มู่ไห่เฉินเห็นชายชราก่อนหน้านี้กำลังจ้องมององค์หญิงเดินจากไป แม้มู่ไห่เฉินจะรู้ดีว่าชายชราผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ก็ไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกไป

    มู่ไห่เฉินและมือปราบคนอื่น ๆ เดินทางกลับเข้าไปที่พักชั่วคราวขบวนส่งตัวเจ้าสาวอีกครั้ง ที่นั่นดูเป็นปกติสุข ทุกคนทำเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น องค์หญิงและองค์ชายยังนั่งจิบชานอกกระโจมพัก

    มู่ไห่เฉินเท่าที่เฝ้าสังเกตการณ์มา ผู้คนมากมายล้วนพูดไปในทิศทางเดียวกัน ว่ากันว่าองค์หญิงถูกลักพาตัว และพึงช่วยเหลือได้สำเร็จ และภารกิจส่งตัวเจ้าสาวก็ยังคงดังเดิม

    มู่ไห่เฉินรู้ความจริงดีว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น แปลว่าต้องมีคนปล่อยข่าวเช่นนี้ออกมา

    ไม่นานนักมือปราบเถี่ยและมือปราบหลินก็มา ทั้งสองเรียกมู่ไห่เฉินเพื่อไปรายงานตัว แน่นอนว่าภารกิจของพวกเขานั้นสิ้นสุดลงแล้ว เส้นทางหลังจากนี้จะเป็นของหน่วยอื่นที่ต้องดูแลกันต่อไป

    หัวหน้ามือปราบเถี่ยพาเหล่ามือปราบมือดีไปพบองค์หญิงเพื่อขอตัวลา

    องค์หญิงนางมีใบหน้ายิ้มแย้มคล้ายว่านางยังเป็นสุขดี นางจ้องไปยังมู่ไห่เฉินเหมือนเข้าใจในความทุกข์ของมู่ไห่เฉิน ตัวนางรู้ดีว่ายามนั้นมู่ไห่เฉินนั้นได้ตัดสินใจช่วยนางแล้ว แต่เพียงโชคชะตาของตนเองนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นางจำต้องน้อมรับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ระหว่างทางกลับเมืองอู่หลิน มู่ไห่เฉินรู้สึกไม่สบายใจนัก ในใจยังคงคิดวกวนเรื่องก่อนหน้า หากเขาตัดสินใจเร็วว่านั้นอีกสักเล็กน้อย ไม่แน่ว่าองค์หญิงคงได้เดินตามความฝันของนางแล้ว

    มือปราบหลินที่เห็นหน้ามู่ไห่เฉินไม่ดีนัก เขากล่าวออกมาอย่างเข้าใจ

    เรื่องที่ผ่านมานี่มู่ไห่เฉินไม่ต้องใส่ใจ ทุกอย่างก็ปล่อยไปตามนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เรื่องของเบื้องบนอย่าไปยุ่งดีกว่า

    อย่างไรเสียเมื่อมู่ไห่เฉินนึกย้อนกลับไป เรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้จะจบลงง่ายเพียงนี้เชียวหรือ

    “แล้วคดีเพลิงนั้นปิดได้แล้วหรือ”

    มู่ไห่เฉินถามมือปราบหลินด้วยความสงสัย 

    มือปราบหลินถอนหายใจ คดีนั้นปิดไปแล้ว

    มู่ไห่เฉินที่ได้ยินก็ยิ่งแปลกใจ เหตุใดปิดได้ง่ายดายเพียงนั้น วันก่อนยังว้าวุ่นคิดไม่ตกกันอยู่ 

    มือปราบหลินเห็นสีหน้ามู่ไห่เฉินที่เต็มไปด้วยความสงสัย สุดท้ายก็ยอมเปิดปากอธิบาย

    คนนอกด่านที่ก่อเพลิงครั้งก่อนล้วนเป็นนักโทษประหารที่องค์ชายส่งมา

    มู่ไห่เฉินพอได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจ นี่องค์ชายคิดจะสังหารองค์หญิงจริงหรือนี่ แต่ก็พลางคิดได้ องค์หญิงบอกตัวเองต้องการหลบหนี แปลว่าทั้งหมดนี่ล้วนเป็นฉากบังหน้าทั้งสิ้น

    “เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นมาอย่างไร ข้าคงไม่ต้องอธิบายให้มาก หลังจากนี้ก็ปิดปากเงียบอย่าได้พูดเรื่องที่รู้เด็ดขาด นี่ไม่ใช่คำพูดข้าหรอกนะ แต่เป็นของหัวหน้าองค์รักฝากมา”

    มือปราบหลินพูดพร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า ไม่ต้องห่วงองค์หญิง องค์ชายผู้นั้นมีใจให้องค์หญิงอยู่ไม่ใช่น้อย เขาน้อมฟังองค์หญิงอีกทั้งยังช่วยวางแผนให้อย่างดีขนาดนี้ คาดว่าภายภาคหน้าก็คงดูแลองค์หญิงได้แน่นอน

    มู่ไห่เฉินพยายามคิดและเรียบเรียงทุกอย่างอีกครั้งจนได้ข้อสรุปของตัวเอง

    ที่แท้แล้วทั้งองค์หญิงและองค์ชายต่างร่วมมือกันจัดฉาก ฝั่งองค์หญิงหาคนจัดสถานที่ ฝั่งองค์ชายหาคนลงมือ ที่นี่หากจับคนร้ายได้ก็ก็สามารถโยนให้คนนอกด่านที่ไม่เห็นด้วยกับการเชื่อมความสัมพันธ์ในครั้งนี้ นั่นจะทำให้การเจรจาครั้งใหม่ก็จะเกิดขึ้น ส่วนองค์หญิงก็จะได้ตายไปจากทุกคน

    แผนการครั้งนี้จัดวางได้อย่างแยบยล อีกทั้งต้องยอมเสียสละไปหลายชีวิต แม้ไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดมือปราบหลินและหน่วยองครักษ์ถึงได้จับสังเกตได้

    อย่างไรก็ดีมู่ไห่เฉินเองก็รู้สึกผิดที่ได้ทำให้ความพยายามของแผนการทั้งหมดที่ผ่านมานั้นต้องจบลงด้วยน้ำมือตัวเอง หากตอนนั้นตัดสินใจได้เร็วขึ้นอีกนิดก็คงจะดี

    อย่างไรก็ดีมู่ไห่เฉินก็พยายามปล่อยวางมันลง ก็ไม่รู้ว่าหากตนปล่อยให้องค์หญิงหลบหนีไป ความวุ่นวายหลังจากนั้นจะมากน้อยเพียงใด และยิ่งไม่รู้ว่าต้องสูญเสียกันไปอีกเท่าไร บางทีเป็นเช่นนี้ก็อาจจะดีแล้ว

    หลังจากถึงเมืองอู่หลินทุกคนก็แยกจากกัน และแล้วหลังจากการเดินทางที่วุ่นวายมานับเดือน สุดท้ายมู่ไห่เฉินก็ได้วันหยุดสองวัน

    เช้าวันหยุดนี่มู่ไห่เฉินตั้งใจจะไปคืนจี้หยกให้แม่นางจาง แต่แล้ววันนี้ก็ได้สมหวัง แม่นางจางนั้นอยู่ร้านอาหารสี่แยกกลางเมืองใหญ่

    ทันทีที่ทั้งสองนั้นพบกัน แม่นางจางก็ย่อตัวอย่างนอบน้อมพร้อมกล่าวทักทาย

    แม่นางเรียกคนใช้ให้ไปเตรียมโต๊ะพิเศษไว้ ก่อนจะพามู่ไห่เฉินขึ้นไปยังชั้นสามของร้านอาหาร

    มู่ไห่เฉินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ประณีต ขวามือเป็นทิวทัศน์ของเมืองอู่หลินงดงาม เบื้องหน้าเป็นสตรีที่กำลังชงชาให้อย่างประณีตและงดงาม

    “คุณชายมู่ ชา”

    เสียงแม่นางจางกล่าวพร้อมยื่นถ้วยชามาให้

    มู่ไห่เฉินรับไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณ

    ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอ  เหมือนสหายที่ตั้งตารอคอยวันนี้มาเนินนาน

    ไม่นานนักเมนูต่าง ๆ ก็ล้วนถูกนำวางเรียงรายเต็มโต๊ะ ของกินพวกนี้มันมากเกินกว่าที่มู่ไห่เฉินจะกินหมด แต่มู่ไห่เฉินก็รู้ดีว่ายามนี้จะปฏิเสธก็คงทำไม่ได้ คงทำได้แต่ขอบคุณในน้ำใจของนาง

    มู่ไห่เฉินนึกได้จึงหยิบจี้หยกของนางคืนให้นาง หลังจากนางรับจี้หยกคืน ทั้งสองก็สนทนาเรื่อยเปื่อย นับว่านี่คงเป็นสหายจริง ๆ คนแรกของมู่ไห่เฉินในเมืองอู่หลิน

    หลังจากทั้งสองพูดคุยกันอยู่นานมู่ไห่เฉินเห็นสมควรว่าต้องไปแล้วจึงได้ขอตัวลา

    มู่ไห่เฉินขณะที่เดินไปตามท้องถนนก็ได้คิดเรื่องราวต่าง ๆ นานา มากมาย จนมีเรื่องหนึ่งผุดขึ้นมาให้พิจารณาอีกครั้ง

    ตอนนี้มู่ไห่เฉินบรรลุเป้าหมายในการดาวน์โหลดระดับปราณแล้ว แต่ยังติดน้ำใจพี่เถี่ยอยู่ หากไม่เช่นนั้นมู่ไห่เฉินก็คงจากเมืองอู่หลินไปแล้ว เขารู้ดีว่าตำแหน่งมือปราบนั้นก็ไม่ได้ต่างจากงานออฟฟิตที่เขาเคยทำ ทุก ๆ เช้าต้องตื่นขึ้นมาทำงานเดิม ๆ วน ๆ ซ้ำ ๆ ต้องคอยรับคำสั่งคนอื่นทำโน้นทำนี่ สิ่งนี้ไม่ใช่เป้าหมายของมู่ไห่เฉินในตอนนี้เลยสักนิด

    เช้าถัดไปขณะที่มู่ไห่เฉินกำลังเดินอยู่บนท้องถนน อยู่ ๆ ก็มีมือปราบท่านหนึ่งที่รู้จักเรียกตัว เขาบอกว่ามีสตรีผู้หนึ่งมาตามหา ตอนนี้เขารออยู่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอ

    มู่ไห่เฉินคิดในใจ สตรีผู้นี้เป็นผู้ใดกัน หากจะพูดถึงสตรีสักคนในเมืองนี้ก็คงหนีไม่พ้นแม่นางจางเป็นแน่

    คล้ายกับเรื่องดาวน์โหลดวรยุทธ์ ที่คุณอ่าน