“พวกเธอยืนกระซิบกระซาบอะไรกัน เห็นผู้ใหญ่เป็หัวหลักหัวตอกันไปหมดแล้วหรือ” ยายเฒ่าหลี่พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“จะมีใครอธิบายให้ฉันฟังได้บ้างว่านี่มันเื่อะไรกัน” ตาเฒ่าหลี่ก็ถามขึ้นอย่างโมโห หลายวันมาแล้วเขาไม่ได้กินอาหารที่มีเนื้อเลย พอวันนี้ลูกชายคนโตบอกว่าจะมาขอเนื้อจากบ้านของลูกชายคนรอง เขาก็รีบอนุญาตทันที แต่ตอนนี้มันอะไรกัน ทำไมไม่เห็นมีใครพูดถึงเนื้อกันบ้างเลย เขาหงุดหงิดจะแย่อยู่แล้ว
“เฮ้ย! ไอ้หน้าอ่อน แกมาที่บ้านอารองของฉันทำไม” หลี่ตงถามด้วยท่าทางนักเลง
“ก็หลานสาวตัวดีของคุณพ่อน่ะสิคะ นัดแนะผู้ชายให้มาหาถึงที่บ้าน ฉันรึก็อุตส่าห์หวังดีหมั้นหมายเธอให้กับลูกชายของยายหม่าแล้ว แต่เธอกลับทำเื่งามหน้าพรรค์นี้ได้ นี่ถ้าฉันกับพี่ใหญ่ไม่อยู่ที่นี่ ฉันคิดไม่ออกเลยนะคะว่าจะเกิดเื่บัดสีอะไรขึ้น” หลี่หลิงหลันพูดขึ้น
“คุณมาหาปิงปิงหรือคะ คุณเป็อะไรกับเธอ” หลี่อันอันรีบถามขึ้นทันที ผู้ชายคนนี้เธอถูกใจมาก เธอจะไม่ยอมแพ้ให้หลี่ปิงปิงเป็อันขาด ผู้ชายคนนี้ต้องเป็ของเธอ “หรือว่าจะเป็เื่เข้าใจผิด คุณแม่ของฉันกำลังเข้าใจคุณผิดอยู่ใช่ไหมคะ รูปร่างหน้าตาแบบคุณไม่น่าจะมาสนใจยายลูกเป็ดขี้เหร่นี่หรอกจริงไหม”
“หยุดพูดได้แล้ว!” หลี่หลุนะโขึ้น “เป่าจินมาหาปิงปิงน่ะไม่ผิด พวกเขาสองคนเป็คู่หมั้นกันแล้วจะไปมาหาสู่กันไม่ได้หรือไง”
“อะไรนะ!”
หลี่ไหล หลี่หลิงหลัน และหลี่อันอันพูดขึ้นพร้อมกัน
“พี่รองทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ เมื่อเช้าฉันตกลงว่าจะยกปิงปิงให้กับลูกชายของยายหม่าแล้ว พี่จะทำอย่างนี้ไม่ได้ สินสอดยายหม่าก็เตรียมไว้ให้แล้ว พี่ไม่เสียดายหรือคะ” หลี่หลิงหลันรีบพูดขึ้นก่อนใคร เธอจะปล่อยให้หลี่ปิงปิงแต่งออกไปกับคนอื่นไม่ได้ ยายหม่าตั้งใจจะให้สินสอดตั้งหนึ่งร้อยเหรียญ และถ้าหลี่ปิงปิงแต่งเข้าบ้านหม่าไป เมื่อลูกชายพิการของยายหม่าตาย หลี่ปิงปิงก็จะได้เป็คนรับมรดกอย่างไม่มีใครแย่ง แล้วในไม่ช้า สมบัติเ่าั้ก็จะต้องตกมาเป็ของเธอกับพี่ชาย เพราะยัยเด็กหลี่ปิงปิงกับพี่ชายจอมซื่อบื้อของเธอต้องปฏิเสธไม่ได้แน่ๆ แค่ยกคำว่ากตัญญูขึ้นมาอ้าง พวกไร้ความสามารถนี้ก็ปฏิเสธเธอไม่ได้อยู่แล้ว
“เธอตกลงกับยายหม่าเอง เธอก็ให้ลูกสาวเธอแต่งไปเองสิ” หลี่หลุนตอบกลับ
“ได้ยังไงคะ อันอันจะแต่งกับคนพิการอย่างนั้นได้ยังไง ลูกสาวฉันต้องได้แต่งกับคนในเมืองเท่านั้น” หลี่หลิงหลันรีบพูดขึ้น
“ในเมื่อเธอยังไม่อยากให้ลูกสาวของเธอแต่ง แล้วทำไมเธอมาผลักไสให้ลูกสาวของฉันแต่งล่ะ” หลี่หลุนพูดขึ้นอย่างเหลืออด “เพราะเห็นแก่เงินค่าสินสอดใช่ไหมเธอถึงมาบีบบังคับพวกเรา”
“บังคับอะไรกัน พวกเรากำลังช่วยเหลือนายอยู่ต่างหากล่ะน้องรอง บ้านนายยากจนออกอย่างนี้ นายยังคิดว่าลูกสาวนายยังจะขายออกอีกหรือ สู้ให้แต่งกับลูกชายของยายหม่าไปยังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยยายหม่าก็ให้เงินค่าสินสอดมาเยอะพอตัว” หลี่ไหลพูดขึ้น
“ค่าสินสอดที่ยายหม่าจะให้มันเท่าไหร่กันล่ะ” ตาเฒ่าหลี่ถามขึ้นอย่างสนใจ
“หนึ่งร้อยเหรียญค่ะคุณพ่อ” หลี่หลิงหลันตอบอย่างไม่ปิดบัง เพราะเงินก้อนนี้ยังไงก็ปิดเป็ความลับกับบุพการีไม่ได้อยู่แล้ว เื่ที่ดินและสมบัติอื่นของบ้านหม่าต่างหากที่เธอสนใจ
“งั้นก็ตอบตกลงไปเถอะ แล้วก็เอาเงินสินสอดนั้นมาให้ฉัน ฉันจะเป็คนเก็บไว้เอง” ตาเฒ่าหลี่พูดยิ้ม
“ให้พ่อของแกครึ่งเดียวก็พอ อีกครึ่งหนึ่งก็เอามาให้ฉันเก็บไว้” ยายเฒ่าหลี่รีบพูดขึ้น ถ้าเงินไปอยู่ในมือของสามีหมด นางก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นเงินก้อนนั้นอีกเลย
“ไม่ได้นะครับ เอาอย่างนี้ พ่อกับแม่แบ่งกันคนละสามสิบ ส่วนผมกับอาหลันก็แบ่งกันคนละยี่สิบ ยังไงผมกับอาหลันก็เป็คนดูแลครอบครัวของเ้ารอง พวกเราก็ต้องได้ค่าเลี้ยงดูตอบแทนบ้างสิครับ” หลี่ไหลรีบพูดขัด
หลี่หลุนยืนมองครอบครัวถกเถียงเพื่อแบ่งผลประโยชน์กันอย่างโมโห เขาไม่ได้ตอบตกลงให้ลูกสาวแต่งงานออกไปเสียหน่อย แต่คนหน้าไม่อายพวกนี้กลับคิดที่จะแบ่งเงินค่าสินสอดของลูกสาวตัวเองกันแล้ว ยังมีเื่ดูแลครอบครัวอะไรนั่นอีก เขาจำไม่ได้เลยว่าเขากับลูกสาวได้รับความช่วยเหลือจากคนพวกนี้ั้แ่เมื่อไหร่ ตอนเขากับลูกสาวถูกแยกบ้านออกมาก็มาแต่ตัว ทั้งตอนนี้พอเห็นว่าพวกเขามีอาหารดีๆ ให้กินบ้าง คนพวกนี้ก็ชอบมาหยิบฉวยข้าวของในบ้านของเขาไปโดยไม่บอกกล่าว ยกแต่เื่ความกตัญญูขึ้นมาพูด นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว ถ้าขืนเขากับลูกสาวยังถือความกตัญญูแบบผิดๆ อยู่ มีหวังในอนาคตเขากับลูกสาวต้องหนีจากปลิงดูดเืพวกนี้ไม่พ้นแน่
“ผมยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะยกปิงปิงให้แต่งกับลูกชายยายหม่าเลยนะครับ” หลี่หลุนะโขึ้น “ถ้าใครอยากแต่งก็ให้ไปแต่งกันเอง ตอนนี้ทุกคนกลับบ้านของตัวเองไปเถอะ แล้วต่อไปก็ไม่ต้องมาพูดเื่นี้กับผมอีก”
“ทุกคนคะ หนูหมั้นกับบ้านหม่าไม่ได้หรอกค่ะ เพราะหนูมีคู่หมั้นอยู่แล้ว และคู่หมั้นของหนูก็ยืนอยู่ตรงนี้ พวกคุณจะมาแบ่งสินสอดกองนั้นกันทำไมคะ” หลี่ปิงปิงหันไปพยักหน้าให้บิดา เพื่อบอกว่าปล่อยให้เธอจัดการเื่นี้เอง
“ไม่มีมารยาท ผู้ใหญ่คุยกันอยู่ เธอพูดสอดขึ้นมาทำไม” หลี่อันอันพูดขึ้น แต่สายตาของเธอยังมองไปทางจางเป่าจินอย่างมีความหวัง “คนไม่ได้เรียนหนังสือมาก็เป็อย่างนี้ ดูอย่างฉันสิ เรียนมัธยมปลายอยู่ที่โรงเรียนมัธยมประจำตำบลเชียวนะ พอผู้ใหญ่พูดกันอยู่ฉันก็เลยไม่กล้าพูดสอด เธอกับฉันมันคนจะระดับกันจริงๆ”
หลี่ปิงปิงได้ยินก็อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง “นี่หลี่อันอัน เธออยากจะขายตัวเองก็ไม่จำเป็ต้องเหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองขึ้นไปยืนในที่สูงหรอกนะ อีกอย่างเป่าจินของฉันก็มีฉันอยู่แล้วทั้งคน ต่อให้เธอจะดีเลิศเลอขนาดไหน แต่ในสายตาเขาคงมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นล่ะ ใช่ไหมคะเป่าจิน”
“ไม่ใช่แค่ในสายตาครับ ในหัวใจของผมก็มีแต่คุณ” จางเป่าจินรีบเอามือปิดปากตัวเอง ‘ปากนี้มันไม่ใช่ของฉัน มันไม่ใช่ปากของฉันจริงๆ มันพูดออกไปเอง’
หลี่ปิงปิงหันไปมองชายหนุ่มก็หน้าแดง ‘เจอกันแค่วันแรกก็หวานขนาดนี้เลยหรือ ไม่กลัวฉันสำลักคำหวานตายหรือยังไง’
“ใครอนุญาตให้พวกเธอสองคนหมั้นกัน” หลี่หลิงหลันรีบแย้ง “พี่รองคะ คุณพ่อคุณแม่ยังไม่อนุญาตเลยนะคะ พี่กล้าไปตกลงหมั้นหมายให้ปิงปิงกับเ้าหนุ่มคนนี้ได้ยังไง”
“นั่นสิเ้ารอง ฉันยังไม่อนุญาตให้ปิงปิงหมั้นกับเ้าหนุ่มคนนี้เลยนะ แกรีบไล่มันกลับบ้านไปเลย ปิงปิงจะต้องหมั้นกับลูกชายของยายหม่า” ตาเฒ่าหลี่รีบออกคำสั่ง
“แต่ผมเป็พ่อของปิงปิงนะครับ ผมมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนลูกสาวของผม” หลี่หลุนพูดขึ้น วันนี้เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่ยอมคนหน้าไม่อายพวกนี้อีกต่อไป
“ถ้างั้นแกก็หาเงินมาเป็ค่าสินสอดให้พวกฉันหนึ่งร้อยเหรียญ ถ้าไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะได้แต่งกับหลานสาวฉันเลย” ตาเฒ่าหลี่หันไปบอกจางเป่าจิน
“ไม่ได้นะตาเฒ่า” ยายเฒ่าหลี่รีบฉุดแขนสามี “สองคนนี้ดูจะรักกันจริงๆ เรามารีดไถเงินพวกเขาก่อนดีกว่า”
“แกจะทำยังไง” ตาเฒ่าหลี่สายตาเป็ประกาย
ยายเฒ่าหลี่หันไปมองจางเป่าจินบ้าง “ในเมื่อเธออยากแต่งงานกับหลานสาวฉัน เธอก็หาสินสอดมาสองร้อยเหรียญ ไม่งั้นก็อย่าหวังว่าจะได้แต่งกับหลานสาวของฉันเลย”
“ตกลงครับ สองร้อยเหรียญก็สองร้อยเหรียญ”
“เป่าจิน! เธอไปตกลงกับพวกเขาทำไม” หลี่หลุนดุชายหนุ่ม
“สองร้อยเหรียญนี้เป็สินสอดที่ผมควรหามาให้คุณลุงอยู่แล้วนี่ครับ ผมไม่ได้จะเอาเงินให้พวกเขาสักหน่อย” จางเป่าจินพูดยิ้ม
“เธอหมายความว่ายังไงพ่อหนุ่ม” ยายเฒ่าหลี่ถามอย่างไม่พอใจ “สินสอดจำนวนนี้เป็ฉันขอจากเธอ เธอก็ต้องเอามันมาให้ฉันสิ”
“ผมจำได้ว่าลุงหลี่กับแม่เฒ่าแยกบ้านกันไปแล้วไม่ใช่หรือครับ เพราะฉะนั้นสินสอดที่ผมจะมอบให้ ผมก็ต้องมอบให้ลุงหลี่ ไม่สิ...ผมก็ต้องมอบให้ว่าที่พ่อตาของผมก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ” จางเป่าจินรีบยกมือขึ้นห้าม “ทุกคนอย่าเพิ่งเถียงผมเลย ผมเชื่อว่าตอนที่แยกบ้านกันทุกคนคงทำหนังสือเป็ลายลักษณ์อักษรไว้ที่หัวหน้าหมู่บ้านแล้ว เราไปเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาเป็พยานให้อีกรอบก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ”
“คุณรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง คุณพ่อเล่าให้คุณฟังหรือคะ” หลี่ปิงปิงถามจางเป่าจิน
จางเป่าจินได้แต่ร้องช่วยด้วยอยู่ในใจวันนี้สมองกับปากมันอยู่เหนือการควบคุมของเขาไปแล้ว มันไม่ใช่ของเขา! เขาจะไปรู้เื่นั้นได้ยังไงกันเล่าแต่เขาก็ยังเชิดหน้าตอบออกไปอย่างมั่นใจ “คุณทำตามที่ผมบอกเถอะครับรีบไปเชิญผู้ใหญ่บ้าน อ้อ...แล้วก็เชิญคุณยายหม่ามาด้วย วันนี้เราจะได้สะสางเื่ต่างๆให้มันจบไปทีเดียว”