คลาสเรียนวิชาบังคับเลือก
มหาลัยER….
ยี่หวา หวันยิหวา…
พรึบ
“หวัดดี….ยี่หวา^_^”เสียงหวานพร้อมกับร่างเล็กของใยไหมทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเธอทันที
“หวัดดี…ใยไหม”ฉันโบกมือยกทักทายใยไหมกลับไป เธอก็ยิ้มหวานให้ฉัน
“ที่ตรงนี้ว่างไหม….เราขอนั่งด้วยดิ^_^”
“ว่าง…นั่งเลยจ๊ะ^_^”ฉันตอบใยไหมไปเธอก็พยักหน้าและยิ้มให้ฉันก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ในห้องเรียนข้างๆฉัน เธอก็หันมายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนและเป็มิตร ฉันจึงต้องยิ้มให้เธอกลับไปถึงแม้ในใจฉันจะรู้ว่าเธอเป็คนที่พี่เคชอบแต่ทำไงได้ล่ะ ฉันควรจะยินดีสิถึงจะถูกไม่ใช่จะรู้สึกอิจฉาเธอแบบนี้
“ยี่หวาก็ลงเรียนคลาสของอาจารย์สรศักดิ์ด้วยเหมือนกันเหรอ?”
“จ้า^_^”ฉันตอบใยไหมไปพลางมองเธอที่หยิบไอแพดรุ่นล่าสุดและตัวเเพงขึ้นมาพร้อมกับApple Pencilที่ใช้คู่กับไอแพดจอใหญ่ของเธอในการจดการสอนของอาจารย์ที่ฉายอยู่บนจอโปรเจคเตอร์และมองกลับมาที่ฉันที่ยังใช้สมุดบันทึกเล่มละยี่สิบบาทจดเลคเชอร์อยู่เลย
“อาทิตย์ที่แล้ว…เรากลับมาไม่ทัน…เลยไม่ได้เข้าเรียนและไม่ได้เข้าเชียร์เลย….เสียดายจัง^_^”ใยไหมว่าพลางยิ้มหวานให้ฉัน ฉันก็ยิ้มให้เธอ ถึงว่าทำไม่เชียร์แรกๆไม่เคยเห็นเธอเลย ตอนนี้ฉันกำลังนั่งเรียนคลาสที่โดนบังคับเลือกอยู่นะ เพื่อนๆร่วมคลาสก็จะมีรุ่นเดียวกันทั้งหมด ถ้าอาทิตย์ที่แล้วใยไหมมาเรียนเธอคงจะได้รับคัดเลือกเป็ดาวคณะแทนฉันอยู่แล้วล่ะเพราะเธอสวยและน่ารักกว่าฉันมาก เราสองคนนั่งเรียนกันไปจนหมดเวลาสอนของอาจารย์และก็เป็เวลาพักเที่ยงพอดี
“ยี่หวาเจอพี่รหัสของยี่หวายัง?”ใยไหมหันมาถามฉันในขณะที่เธอเก็บของของเธอใส่กระเป๋าสะพายของเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆร่วมคลาสต่างพากันเดินทยอยออกไปจากห้องเรียนกันบ้างแล้ว
“ยังเลย….แล้วใยไหมล่ะเจอยัง…”ฉันตอบใยไหมไปพลางเอ่ยถามเธอกลับไปด้วย
“ยังเลยเหมือนกัน….”
“ของยี่หวาได้คำใบ้ว่าอะไรเหรอ?”
“พี่รหัสโหดดุ….แข็ง…”ฉันบอกคำใบ้ที่ฉันได้ให้ใยไหมไป เธอก็มองหน้าพลางทำหน้าเหวอแบบใสุดๆกับคำใบ้ที่กำกวมของฉัน คำใบ้ที่ชวนคิดลึก
“อะไรคือแข็ง?”ใยไหมว่าพลางขมวดคิ้วสงสัย
“นั่นสิ….เราก็ไม่รู้^_^”ฉันตอบใยไหมไปตามความจริงเพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน และอะไรคือ ‘พี่รหัสโหดดุ’เขาหมายถึงพี่รหัสฉันหรือพี่รหัสของพี่รหัสฉันกันแน่นะ งงไปหมด?
“เอ่อ…รุ่นพี่นี่ชอบใช้คำแปลกๆในการใบ้เนอะ^_^”ใยไหมว่าพลางทำสีหน้าปลงๆ
“แล้วของใยไหมได้คำว่าอะไรล่ะ?”ฉันถามใยไหมกลับ
“สวยหวาน….ดาวคณะ”
“งั้นก็หาง่ายเลยน่ะสิ”ฉันว่าอย่างดีใจกับคำใบ้ของใยไหมไปด้วย
“ใช่…แต่เราก็พอจะรู้ว่าปีสองเมื่อปีที่แล้วใครเป็ดาวคณะแต่เรายังไม่ได้เข้าไปทักทายเลย^_^”
“ทำไมล่ะ?”
“ก็เราอยากได้พี่รหัสเป็ผู้ชายไง^_^”
“อ้อ”ฉันยิ้มแหยๆให้ใยไหมพลางหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่พร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อจะไปยังโรงอาหารของคณะเพื่อกินข้าวกลางวัน
“ไปกินข้าวเหรอ?”
“อืม^_^”
“เราไปด้วยคนนะ^_^”
“จ้า”ฉันตอบใยไหมไปเธอก็ยิ้มอย่างดีใจและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและหยิบกระเป๋าสะพายไหล่ใบหรูของเธอขึ้นมาสะพายไหล่และเธอก็หันมายิ้มให้ฉัน
“ป่ะ^_^”เธอชวนฉัน ฉันก็ยิ้มให้เธอและเราทั้งคู่ก็เดินออกมาจากห้องคลาสเรียนด้วยกัน โดยที่ใยไหมหันมายิ้มให้ฉันเป็ระยะๆเหมือนเราเป็เพื่อนสนิทกันเลยเนอะ เธอดีกับฉันขนาดนี้ แล้วฉันจะคิดไม่ดีกับเธอได้ยังไงกัน
“เอ่อ…เมื่อวานขอโทษนะที่ช่วยเธอไม่ได้อ่ะ…”
“เราไม่รู้รหัสของเธอจริงๆ”ใยไหมหันมาเอ่ยขอโทษฉันเื่เมื่อวานที่เธอพยายามช่วยฉันบอกว่าเธอรู้จักฉันตอนที่พี่เคถาม
“ไม่เป็ไร^_^”
“ว่าแต่เธอเจอป้ายชื่อเธอยัง…ถ้ายังไม่เจอนะ…วันนี้เธอโดนลงโทษอีกแน่”
“เจอแล้ว^_^”
“พอดีเราลืมเอามาจากที่บ้านน่ะ”ฉันต้องจำใจโกหกใยไหมไป เพราะถ้าคนอื่นรู้ว่าพี่เคเป็คนเอาป้ายอันใหม่มาให้ฉันมีหวังพี่เคโดนปลดออกจากหัวหน้าเฮดว๊ากแน่
“อ้อ….โชคดีไปเนอะ^_^”ใยไหมว่าพลางทำสีหน้าโล่งใจ ฉันก็พยักหน้าให้เธอและเป็ในจังหวะที่เราสองคนเดินมาถึงโรงอาหารของคณะวิศวะพอดี ฉันเรียนวิศวะสาขาเครื่องกลซึ่งเป็สาขาเดียวกับพี่เคและพี่ปอนช็อปของเราจะเป็สีแดงเข้ม โดยรุ่นพี่ปีสองและปีสามจะสวมใส่ช็อปมาเรียน ส่วนของปีหนึ่งจ่ายเงินและสั่งช็อปไปแล้วอีกไม่กี่วันคงจะได้นะ
“โห้….คนไม่เยอะเหมือนกันนะ^_^”ใยไหมที่มองไปแล้วโรงอาหารของคณะเราว่าง คนน้อยมาก
“ใช่…มหาลัยที่นี้มีโรงอาหารอยู่ทุกคณะน่ะ…และคณะของเราเวลาเที่ยงแบบนี้เปิดเทอมใหม่ๆก็คงจะมีแต่เด็กปีหนึ่งเพราะพวกรุ่นพี่ปีสามคงไม่ลงมาทานที่โรงอาหารแห่งนี้…”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะพวกเขายังไม่รับพวกเราเป็รุ่นน้องน่ะ…พวกเขาจะเข้ามาทานข้าวได้ก็ต่อเมื่อ…จบสิ้นกิจกรรมเชียร์แล้ว”ฉันตอบใยไหมไปตามที่พี่ปอนเล่าให้ฉันฟัง ใยไหมก็พยักหน้าเข้าใจ
“เธอจะกินอะไร?”เธอถามฉัน ฉันก็มองไปยังร้านอาหารที่อยู่ในโรงอาหารแห่งนี้อย่างนึกคิดพิจารณา ร้านอาหารในโรงอาหารคณะวิศวะมีอยู่สี่ร้าน ร้านอาหารตามสั่ง ร้านน้ำ ร้านขนมหวาน และร้านก๋วยเตี๋ยว
“เรากินก๋วยเตี๋ยวดีกว่า”ฉันตอบใยไหมไป เธอก็ยิ้มและพยักหน้ารับรู้
“เรากินข้าว…”ใยไหมตอบฉันมา
“งั้นเราแยกกันไปซื้อแล้วไปเจอกันที่โต๊ะนะ”ฉันก็บอกเธอพลางชี้ไปที่โต๊ะประจำของฉัน ใยไหมก็มองตามนิ้วฉันไปและพยักหน้ารับรู้
“จ้า^_^”เธอรับคำฉันเสร็จแล้วเราก็แยกย้ายกันเดินไปยังร้านอาหารที่เราจะกินกัน
“เอาเส้นบะหมี่น้ำใสหนึ่งชามค่ะ”
“จ้า…รอแปปนะ”
“ค่ะ”ฉันรับคำพี่แม่ค้าที่เธอเป็แม่ค้าประจำโรงอาหารของคณะวิศวะ
พรึบ
“ได้แล้วจ้า…สี่สิบบาท”ฉันรอพี่แม่ค้าไม่ถึงห้านาทีเธอก็วางชามบะหมี่ลงตรงหน้าฉัน
พรึบ
“นี่ค่ะ”ฉันยื่นแบงค์ยี่สิบสองใบส่งไปให้เธอ เธอก็ยิ้มและพยักหน้าเป็การขอบคุณฉัน ฉันก็หยิบชามบะหมี่มาเติมเครื่องปรุงพอเสร็จแล้ว ฉันก็เดินถือชามบะหมี่ออกมาจากร้านมุ่งหน้าไปยังโต๊ะประจำของฉัน ที่ตอนนี้ผู้คนเริ่มบางตาแล้วโต๊ะประจำของฉันก็ไม่มีคนอื่นมานั่ง ฉันวางชามบะหมี่ของฉันลงบนโต๊ะเสร็จฉันก็เดินไปซื้อน้ำส้มมาสองแก้วเอามาเผื่อใยไหมด้วย และพอเสร็จฉันก็เดินถือน้ำส้มสองแก้วกลับไปนั่งรอใยไหมที่โต๊ะ รอสักพักเธอก็เดินถือจานข้าวยิ้มหวานมาแต่ไกล
พรึบ
“รอนานมาก”ใยไหมว่าทันทีที่เธอวางจานข้าวลงบนโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับฉัน ฉันก็ยิ้มให้เธอ เพราะร้านข้าวมีคนต่อแถวมากมายผิดกับร้านก๋วยเตี๋ยวของฉันที่วันนี้ไม่มีคนเลย
พรึบ
“น้ำ…เราซื้อมาให้…ไม่รู้เธอชอบกินน้ำอะไร…”
“ขอบคุณนะ…แต่ทำไมซื้อน้ำส้มให้เรา…?”
“ก็เธอแสนดี…ทั้งน่ารัก…อ่อนหวาน…”
“ก็เลยคิดว่าฉันเหมาะกับน้ำนางเอกใช่ป่ะ^-^”ใยไหมว่าพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง
“ใช่จ๊ะ^_^”ฉันยิ้มตอบใยไหมไปตามความจริง เธอก็ยิ้มปลื้มใจเลยก่อนจะเริ่มลงมือทานข้าวของเธอ ฉันเองก็เริ่มทานบะหมี่ของฉันด้วยเหมือนกัน
(ฝั่งสีแดง….ได้แก่….)
(พีเค…ไตรนภพ!!)
(คนนี้หมัดของเขานี่…ช่างน่ากลัวและหวาดเสียวจริงๆนะครับ)
(สำหรับพีเคจากค่าย…สิงหนคร)
(ที่เขาได้รับฉายาของวงการนักมวยว่า…boxer king)
(าามวย….)
(วันนี้คู่แข่งของพีเค….คือ…ไอ้แดง…คนโก๋ท้าวทองคำ)
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองจอโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังของโรงอาหารที่กำลังฉายภาพนักมวยกางเกงสีแดงอยู่ ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์ผิวขาวเนียนสวยและซิกแพคที่เรียงกันตัวสวยทั้งหกแพคหมัดกล้ามเนื้อก็แข็งแกร่งหน้าอกมียอดปทุมถันสีชมพูสวยสดประดับไว้หน้าตาหล่อเหลาของพี่เคที่อยู่ในชุดนักมวยไทยเต็มยศพร้อมนวมสีแดงที่มือทั้งสองข้างของเขากำลังยืนเฉิดฉายอยู่บนเวทีมวยด้วยรัศมีที่สง่างามเรือนผมสีดำเปียกนิดหน่อยอันนี้น่าจะเป็เทปรายการชกมวยสดของ่สายที่ผ่านมาเห็นเขาบอกว่าเขามีชกมวยนี่น่า
“แววตาเป็ประกายเลยนะ^_^”เสียงเอ่ยเเซวของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้นทำให้ฉันต้องละสายตาจากจอโทรทัศน์มามองหน้าเธอ
“ตาเป็ประกายที่ไหนกัน…”ฉันว่าอย่างเอียงอายพลางก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับใยไหม เธอก็อมยิ้มก่อนจะหันไปมองพี่เคในจอโทรทัศน์บ้าง
“หล่อเนอะ^_^”ใยไหมเอ่ยขึ้นมาทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเธอ สลับกับหน้าพี่เคที่อยู่ในจอโทรทัศน์ที่ตอนนี้เขาได้กำลังชกมวยอยู่กับคู่แข่งของเขา ฉันล่ะอิจฉาใยไหมจริงๆที่เธอเป็คนที่พี่เคชอบ…
ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ
“อ่ะ….ใครโทรมา?”ใยไหมว่าอย่างขัดอารมณ์ที่เธอกำลังดูพี่เคชกมวยลีลาของเขาพริ้วไหว พี่เคเป็นักมวยมืออาชีพการขึ้นชกของเขาแต่ละที ได้เงินหลายแสนบาทเลยล่ะ เเละตอนนี้เขาก็เป็ตัวเกร็งที่จะได้เป็ตัวแทนไปแข่งชกมวยที่ต่างประเทศ ถ้าเขาชนะเขาจะได้เงินมากมายมหาศาลและได้กลายเป็คนที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ต่างประเทศโดยที่เขาอาจจะไม่ได้กลับมาอยู่ที่ประเทศไทยอีกเลยก็ได้
“ฮัลโหลค่ะ…”
“เดี๋ยวนี้เลยเหรอ….?”
“เค้ากินข้าวอยู่”
“ห๊ะ….จะพาไปกินอาหารญี่ปุ่น…จริงดิ^\^”ใยไหมแววตาลุกวาวอย่างตื่นเต้น ฉันก็มองหน้าเธอที่คุยโทรศัพท์กับใครสักคนอยู่แต่อาการของเธอมันบ่งบอกว่าคนคนนั้นต้องเป็คนที่พิเศษกับเธอมากแน่ๆ
“พี่เคเลี้ยงนะ”
“โอเค…งั้นไป…”
“รอที่หน้าคณะเลย…เดี๋ยวใยไหมเดินออกไปหาเองค่ะ”
“งั้นโอเคเจอกันค่ะ…จุ๊ฟ^_^”และใยไหมก็วางสายไป เสียงของคนที่เธอเรียกชื่อในสายที่เธอคุยด้วย คือพี่เคสินะ พวกเขาตกลงคบกันแล้วจริงๆด้วย
“งื้ออ…เราขอโทษนะ…พอดีมีนัด”
“อืม…เธอไปเลย…เดี๋ยวเขาจะรอนานนะ^_^”
“จ้า…ขอโทษทีนะ…ไว้เจอกันตอนเย็น…^_^”
“จ้า…เจอกันนะ^_^”ฉันตอบใยไหมไป เธอก็ยิ้มแหยๆให้ฉัน และเธอก็หยิบกระเป๋าของเธอและลุกออกไปจากที่ตรงนี้อย่างไว ทิ้งให้ฉันนั่งจมปรักอยู่กับความอิจฉาเธอ ที่พี่เคชอบเธอแถมยังพาเธอไปกินข้าวด้วยอีก
“ฉันคงให้ความหวังกับตัวเองมากไป….คนอย่างพี่เค…คงไม่ชอบฉันหรอก…”ฉันพูดพึมพำขึ้นพลางจ้องมองหน้าพี่เคที่อยู่ในจอโทรทัศน์ที่ตอนนี้กรรมการได้ยกแขนเขาขึ้นเหนือหัวเพื่อแสดงถึงชัยชนะที่เขาได้รับ มันยิ่งตอกย้ำให้ฉันรู้ ว่าเขาอยู่สูงเกินที่คนธรรมดาอย่างฉันจะเอื้อมถึง แค่ทุกวันนี้ฉันได้นอนในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ได้หอมแก้มนุ่
มๆหอมๆได้ปรนนิบัติให้ความสุขเขา มันก็มากพอแล้วสำหรับฉันแล้ว…..พี่เค…สุดที่รักของฉัน….