ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ 48 สูญสิ้นราชวงศ์

    ณ ค่ายทหารของแม่ทัพหยวนชงหวน

    “ เรียนท่านแม่ทัพ หวงไท่จี๋ ส่งของมามอบให้ท่านแม่ทัพขอรับ”

    “ เปิดดูซิ”

    พอเปิดกล่องดูก็พบกับดาบที่ประดับพลอยสวยงาน สลักชื่อว่า หวงไท่จี๋

    “ นี่มันคิดว่า ฮ่องเต้จะหลงเชื่อว่าข้าคิดร่วมมือกับมันรึ?”

    “ เรื่องนี้ มีคนรู้เห็นไปทั่ว แล้วตอนนี้ ทัพแมนจูถอยกลับไปแล้วด้วย เกรงว่าท่านแม่ทัพจะตอบคำถามยากแน่ๆ”

    “ เฮอะ ข้ารับใช้ชาติด้วยความจงรักภักดี ข้าไม่เชื่อ ฟ้าดินจะไม่รับรู้”

    “ แต่ตอนนี้ ชาวเมือง ที่ถูกทัพแมนจู ฆ่าตาย เริ่มสาปแช่งท่าน หาว่าท่านแม่ทัพปล่อยพวกแมนจูเข้ามาทางด่านชิงไห่ โดยไม่ใส่ใจ”

    “ เรื่องนี้ มันเป็นแผนของหวงไทจี๋ แน่ๆ พวกมันแสร้งหลอกเรา เตรียมกองกำลังเอาไว้ หากข้าออกจากด่านหนิงหยวน พวกมันก็อาจจะตีหักเข้ามาได้”

    “ เรื่องนี้ ท่านเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ถวายรายงานก่อนเถอะขอรับ”

    แม่ทัพหยวนชงหวน รีบเข้าไปรายงานตัว ที่วังหลวงทันที

    ในวังหลวง พอรู้ว่า แม่ทัพหยวนชงหวนมาถึง กองทัพสองแสนคนของ หวงไท่จี๋ก็รีบกลับไปในทันที ไม่ทันได้ต่อสู้กับ แม่ทัพหยวนชงหวนเลย

    ทำให้เสนาบดีในวังหลวง เริ่มซุบซิบนินทากัน แล้วก็กล่าวหา แม่ทัพหยวนชงหวนกันแบบไม่ไว้หน้า ยิ่งก่อนหน้านี้ แม่ทัพหยวนชงหวน ใช้ดาบอาญาสิทธิ์ ประหาร แม่ทัพเหมาเหวินหลง ที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของเขาที่กำแพงฉางเฉิง ที่ฮ่องเต้ ส่งให้มาช่วยรบ ซึ่งแม่ทัพเหมาเหวินหลงมี พรรคพวกใน ราชสำนักมากมาย และ ฮ่องเต้ก็ทรงไม่พอพระทัยในเรื่องนี้มาก แต่ว่า ดาบอาญาสิทธิ์อยู่กับ แม่ทัพหยวนชงหวน เลยพูดไม่ออกได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้เงียบๆ

    พอแม่ทัพหยวนชงหวน ก้าวเข้ามาในท้องพระโรง เหล่าเสนาบดีหลายคน ก็เลยกล่าวโทษ หาว่า หยวนชงหวนมีใจเข้ากับฝ่าย หวงไท่จี๋ เห็นได้จาก พอแม่ทัพหยวนชงหวนมาถึง หวงไท่จี๋ ก็มองของขวัญให้ แล้วถอยทัพกลับไปในทันที

    “ ฝ่าบาท กระหม่อมไม่เคยรู้จัก หวงไท่จี๋เป็นการส่วนตัวเลย เรื่องนี้พวกมันต้องใส่ร้ายกระหม่อม แน่ๆ เพราะกระหม่อม เคยยิงปืนใส่ นูราฮาชื่อ พ่อของเขา จนสิ้นชีวิต

    ขอให้ฝ่าบาทให้ความเป็นธรรมด้วย อย่าเชื่อแต่ข่าวลือ บ้านเมืองยังต้องการคนอย่างกระหม่อม”

    “ พูดเช่นนี้ หมายความว่า ราชวงศ์หมิงไม่มีท่าน แล้วจะต้องล่มสลายอย่างนั้นรึ?”

    ฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัยยิ่งขึ้นไปอีก

    “ หามิได้ กระหม่อมรับใช้ฝ่าบาท ด้วยชีวิต แต่ว่าประตูด่านตอนเหนือนั้นสำคัญ พระองค์ทรงใคร่ครวญ หากกระหม่อมตาย ใครได้ประโยชน์เล่า”

    “ นี่เจ้ากำลังขู่ข้าอย่างนั้นรึ”

    “ กระหม่อมไม่ได้ขู่ แต่พูดความจริง”  แม่ทัพหยวนชงหวน มั่นใจยิ่งนักว่า ฮ่องเต้หนุ่มไม่กล้าทำอะไรตนเองอย่างแน่นอน

    “ หยวนชงหวน เจ้าแน่มาก แต่ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน หากว่าเจ้าตายไปแล้ว ข้าจะรักษาราชวงศ์หมิงเอาไว้ไม่ได้ สิ่งที่ข้าจะลงโทษเจ้า ไม่ใช่เรื่องหวงไทจี๋ ข้าคิดว่าเจ้าไม่กล้าบังอาจเช่นนั้น แต่ข้าจะลงโทษเจ้าเพราะเรื่องนี้ต่างหาก”

    ฮ่องเต้ฉงเจิน โยนหนังสือจงรักภักดีต่อ ขันทีเว่ยจงเสียนให้ หยวนชงหวนดู

    พบว่า หน้าแรกบรรทัดแรก มีชื่อของเขา พร้อมลายเซ็น ประทัพรอยนิ้วมือเอาไว้พร้อมสรรพ แถมยังมี เงินที่บริจาคให้ ขันทีเว่ยจงเสียนเป็นอันดับ 1 อีกด้วย

    หยวนชงหวน เห็นหนังสือจงรักภักดี กับ บัญชีที่มอบของขวัญให้ เว่ยจงเสียนมีชื่อเขาเป็นอันดับ 1 ทั้งสองเล่ม ก็หน้าซีด รีบหาคำแก้ตัวอย่างเร่งรีบทันที

    “ กระหม่อมถูกใส่ความ กระหม่อมไม่เคยเขียน ไม่เคยมอบของขวัญให้เว่ยจงเสียนเลยแม้แต่น้อย ขอให้ฝ่าบาทคิดถึงอนาคตของต้าหมิงด้วย อย่าปรักปรำคนดีอย่างกระหม่อม ขอให้ทรงไตร่ตรองด้วย”

    “ ลากมันออกไป ลงโทษประหารพันดาบ !” ฮ่องเต้ฉงเจินกล่าวจบ หยวนชงหวนก็อดตะลึงไม่ได้ ทหารองครักษ์เข้ามาจับเขากดไปที่พื้น แล้วใช้ขื่อล็อคคอ ล่ามโซ่ตรวน แล้ว ดึงร่างออกไป หยวนชงหวนมองหน้าฮ่องเต้ฉงเจิน ด้วยสายตาที่ผิดหวังที่สุด ไม่มีคำขอร้องใดๆ ออกมาอีกจากชายชาติทหารของเขา จากนั้นก็เดินออกมาได้แต่มองท้องฟ้า แล้วพูดออกมาว่า

    “ จบสิ้นแล้ว ต้าหมิง จบสิ้นแล้ว”  ทหารองครักษ์ได้ยินต้องเอาผ้ามายัดปากแม่ทัพหยวนชงหวนไม่ให้พูด แล้วส่งไปที่ ลานประหาร โดยใช้มีดเฉือนเนื้อของแม่ทัพหยวนชงหวน ออกเป็นชิ้นๆ จนครบ พันชิ้น ชาวเมืองหลวงต่างสาปแช่งแม่ทัพหยวนชงหวน ที่เป็นเหตุให้ พวกแมนจูบุกมาถึงที่เมืองหลวง ทำให้ญาติพี่น้องของพวกเขาต้องล้มตายเพราะศึกครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

    เฟยหลง ทราบข่าวจากองครักษ์จิ้งอี้ ก็เศร้าใจ เพราะครอบครัวของแม่ทัพล้วนถูกประหารตามไปสิ้น

    “ ทำไมฮ่องเต้ ถึงได้ประหารคนดีๆ เช่นนี้ ฝ่าบาทไม่น่าเชื่อเรื่องข่าวลือ หรือหนังสือแสดงความภักดีอะไรนั่นเลย”

    “ สถานการณ์เยี่ยงนี้ คำสั่งที่เด็ดขาด ของฝ่าบาทมีความสำคัญ หากใครกล้าฝ่าฝืน หรือ ทำงานนอกสั่ง ต้องถูกลงโทษ พวกเราไม่ได้ยืนอยู่ตำแหน่งของฝ่าบาทไม่มีวันเข้าใจเรื่องนี้หรอก”

    “ ข้าว่า คนที่น่ากลัวกว่า หวงไท่จี๋ คือ หลี่จื้อเฉิงมากกว่า พวกเขามีชาวบ้านสนับสนุนเป็นจำนวนมาก  มวลชนยิ่งมาก ฮ่องเต้ปล่อยทหารไปป้องกันชายแดนหลายจุด แต่ถ้าหลี่จื้อเฉิง รวบรวมชาวแดนใต้ขึ้นมา ตีเป่ยผิง กองทัพรักษาเมืองไม่รอดแน่ ข้าเคยเห็นฝีมือของ หลี่จื้อเฉิงมาแล้ว พวกเขาล้วนไม่ธรรมดา ทั้งยังล้วนภักดีต่อหลี่จื้อเฉิงทุกคน ชาวบ้านก็ยังสนับสนุน”

    “ อาจเป็นอย่างที่เจ้าพูดก็ได้ พวกเราไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจในเรื่องแบบนี้  ตอนนี้มีข่าวเรื่องหนึ่งอยากบอกเจ้า ท่านหมอเฟิ่งหวง ถูกเกณฑ์ให้เดินทัพมากับ กองทัพกบฏชาวนามาด้วย ตอนนี้พวกเขา เอาชนะแม่ทัพเมืองเจียงซู กับ เมืองอานฮุย มาแล้ว ทัพหมิงเวลานี้ถอยร่นมาอยู่ที่เหอหนาน หากพวกเขาผ่านเมืองเหอหนานมาได้   ก็คงเข้าเมืองหลวงได้”

    “ ฝ่าบาทไม่กลัวเลยหรือ?”

    “ ท่านส่งแม่ทัพใหญ่เฉินหนานไปแล้ว”

    เฟยหลงตั้งใจจะเช้าไปที่กองทัพกบฏ เพื่อช่วยเหลือ ท่านหมอเฟิ่งหวงออกมา หลังจากที่องครักษ์จิ้งอี้ไป เฟยหลงก็ขี่ม้าออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าไปที่เหอนหนาน ในที่สุดก็พบกับกองทัพ ของ หลี่จื้อเฉิง  เฟยหลงเดินเข้าไปตรงๆ บอกทหารด้านหน้าว่าต้องการพบ หมอเฟิ่งหวง เขาเป็นลูกศิษย์  หนิวจินซิง ที่เคยถูกเฟยหลงสยบไปแล้วเห็นดังนั้น ก็เข้ามาหาทันที

    “ เจ้าจะมาทำไมอีก”

    “ ข้าจะมาหา อาจารย์หมอ เฟิ่งหวง”

    “ ได้ข่าวว่าไปเมืองหลวงแล้วนี่ ยังจะกลับมาทำไม เป็นไส้ศึกหรือเปล่านี่”

    “ ตกลงจะให้ข้าเข้าไปหาท่านอาจารย์หรือไม่?” เฟยหลงเริ่มพูดเสียงแข็ง

    กุนซื่อหลี่ซินออกมาเห็นพอดี เลยรีบเข้ามาหา

    “ ท่านหมอน้อยนี่เอง ข้าจะเป็นคนพาท่านไปหาท่านหมอเฟิ่งหวงเอง”

    “ ท่านกุนซือ นี่ท่าน จะให้มันเข้าไปไม่กลัวว่ามันเป็นไส้ศึกหรือ?”

    “ ไม่หรอก ท่านหมอน้อย เป็นหมอรักษาคน จะเป็นไส้ศึกได้อย่างไร”

    เฟยหลงเดินตาม หลี่ซินไปพลกับอาจารย์เฟิ่งหวง ที่กำลัง ดูแลรักษาชาวบ้าน และทหารอยู่เป็นจำนวนมาก

    “ อาจารย์หมอ”  เฟยหลงกล่าวทักทาย

    “ เฟยหลง นี่เจ้ามายังไงเนี่ย “ หมอเฟิ่งหวงจะพูดต่อ เห็นหลี่ซินมาด้วยเลยหยุดพูดต่อ

    “ ไม่ต้องห่วง เชิญตามสบาย พวกเราขอตัว”  กุนซือหลี่ซิน พา หนิวจินซิงออกไป ด้วยความไม่เต็มใจเท่าใด

    “ ฮ่องเต้เป็นยังไง หายดีแล้วใช่ไหม?”

    “ ฝ่าบาทไม่เป็นอะไรมากหรอก ท่านแค่แกล้วป่วยเท่านั้น เพื่อจัดการกับเว่ยจงเสียน ท่านเตรียมตัว ข้าจะพาท่านหนีออกไป จากค่ายทหารนี้”

    “ ไม่ต้องหรอก ข้าเต็มใจมาเอง”

    “ อ้าว ทำไมเป็นเช่นนั้น?”

    “ เจ้าดูซิ คนไข้ที่นี่ล้วนเป็นชาวบ้านที่ได้ผลกระทบจากสงครามทั้งนั้น หมอที่นี่เป็นเพียงหมอฝึกหัด มีเพียงไม่กี่คน  ท่านหลี่จื้อเฉิง ถามความสมัครใจของ สำนักแพทย์ไคเฟิงแล้ว มีข้าและลูกศิษย์เพียง ห้าคนเท่านั้น ที่มาช่วยรักษาคนเหล่านี้”

    “ ท่านไม่กลัว ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฎ หรือ?”

    “ ข้าไม่กลัวหรอก ข้าแก่แล้ว ช่วยคนได้แค่ไหนก็แค่นั้น ใครจะเป็นใหญ่ ก็ช่างเขา พวกเรามีหน้าที่ช่วยคนเท่านั้น  ว่าแต่เจ้า คิดจะทำอะไรต่อไป”

    เฟยหลงคิดถึงตัวเอง ยังคงต้องรักษาคนไข้ไปเรื่อยๆ อีกจนกว่าจะครบเวลาหรือไม่ก็ยังเหลืออีก สี่ด่าน ไม่รู้ว่าต้องรักษาคนอีกกี่คน ถึงจะผ่านด่านที่ 7 พอเฟยหลงคิด ก็ปรากฏข้อความด่านที่ 7 ออกมา  รักษาคนไข้อีก สามพันคน

    ในที่สุดเฟยหลงอยู่ในกองทัพหลี่จื้อเฉิง เพื่อรักษาคนเจ็บที่มีเป็นจำนวนมากส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านที่อาสาสมัครมาเป็นทหาร เพื่อสู้รบในครั้งนี้ แล้วเหตุการณ์ก็ผ่านไปอีก 1 เดือนในที่สุดกองทัพหลีจื้อเฉิง ก็สามารถบุกยึดเมืองหลวงเป่ยผิงได้

    ฮ่องเต้เฉิงจง ทนรับเรื่องนี้ไม่ได้ เข่นฆ่าสังหาร ธิดาและภรรยาไปหลายคน แล้วไปแขวนคอตาย ที่สวนจิ่งซ่าน ในเขตพระราชวังต้องห้าม เป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์หมิงแต่เพียงเท่านี้

    เฟยหลงได้แต่ช่วยรักษาคนเจ็บป่วยมาหลายวันจนครบกำหนดสามพัน เสร็จภารกิจไปด่านที่ 7 ไปเรียบร้อยแล้ว 

    คู่มือการเดินทางก็บอกให้สำรวจ ผู้ที่ยังรอดอยู่ในวังต้องห้าม  ในขณะที่กำลังเดินเข้าไปภายในวัง เพื่อรักษาคนเจ็บ  จนได้พบกับ องครักษ์จิ้งอี้ ซึ่งร่างกายถูกฟันแทงนับสิบแผล แต่ยังรอดอยู่ได้

    เฟยหลงรีบทำการรักษาทันที  พอองครักษ์จิ้งอี้ฟื้นขึ้นมา พอเห็นเฟยหลงก็รีบเอ่ยออกมาว่า

    “ ท่านหมอน้อย ท่านรีบไปช่วยองค์หญิงฉางผิงด้วย”

    “ องค์หญิงฉางผิง ตอนนี้นางอยู่ที่ใด?”

    “ นางถูกจับไปขังคุกหลวงแล้ว ได้โปรดช่วยนางด้วย”

    “ ไม่ต้องห่วงข้ารับปากท่าน ตอนนี้ท่านพักผ่อนก่อน” เฟยหลงพาองครักษ์จิ้งอี้ไปฝากกับหมอเฟิ่งหวง แล้วก็รีบเข้าไปในคุกหลวง พบมีหญิงสาวมากมาย ถูกจับขังเอาไว้ใน คุกมากมาย ซึ่งมี หนิวจินซิง กำลังเลือกสตรีมารับใช้ตนอยู่ พอเห็นเฟยหลงมา ก็บอกว่า

    “ นี่เจ้าเข้ามาทำไม”

    “ ข้าต้องการช่วยคนผู้หนึ่ง” เฟยหลงเห็นหญิงสาวชุดขาวเลือดท่วมตัว ก้มหน้านิ่งไม่เงยหน้า แขนซ้ายถูกตัดขาดไปข้างหนึ่ง แม้นว่าเลือดไหลออกขนาดนั้น ยังไม่ร้องไห้เลยสักคำ

    “ ไม่ได้ พวกนี้เป็นเชลย ไม่มีคำสั่งของฮ่องเต้ ห้ามใครพาออกไป”

    เฟยหลงเคลื่อนย้ายฉับพลัน เข้าไปใกล้ หนิวจินซิง แล้วกระแทกเข้าหน้าอก ตูม !! หนิวจินซิง กระเด็นไปฝังร่างติดกับกำแพง สลบเหมือด ทหารที่เห็นยกมือขึ้น ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ เฟยหลง กระชากประตูกรงขัง ออกมา แล้วเดินเข้าไป

    หาหญิงสาวแขนด้วนคนนั้น แล้วเข้าไปอุ้มนางมาไว้แนบอก นางไม่มองหน้าเฟยหลง แล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เฟยหลงไม่พูดอะไร อุ้มนางออกมาจากกรงขัง ทหารได้แต่เปิดทางไม่มีใครกล้า เข้ามายุ่งกับเฟยหลงแม้แต่คนเดียว

    แล้วก็มีเสียงเล็กๆ สะอึกสะอื้น พูดออกมาจากหญิงสาว ปานละเมอว่า

    “ เสด็จพ่อ ถือกระบี่ไล่ฟันทุก ๆ คน เสด็จแม่ถูกท่านพ่อแทงกระบี่เข้าที่หัวใจ ขาดใจตาย ส่วนข้า ถูกเสด็จพ่อ ตัดแขนจนขาด จากนั้น ..ฮือ ฮือ”  นางไม่มีคำพูดออกมาอีก มีแต่เสียงร้องไห้ตลอดเวลา

    สาวน้อยผู้นี้คือองค์หญิงฉางผิง ถูกฮ่องเต้ฉงเจิน ใช้กระบี่ตัดแขนจนขาด นางได้แต่ช็อคกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เฟยหลงกอดนางแน่น แล้วใช้นิ้วกดไปที่จุดห้ามเลือด

    แล้ว ปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไป ทำให้ช่วยระงับความเจ็บปวดได้

    พอพานางมาถึงที่พัก ท่านหมอเฟิ่งหวง กับ องครักษ์จิ้งอี้ เห็นสภาพองค์หญิงก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

    “ พวกท่านรอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะกลับไปหาแขนของนางให้เจอ มีเวลาไม่ถึง 3 ชั่วยามบางทีอาจจะช่วยต่อแขนให้กับองค์หญิงได้” เฟยหลงเอ่ยจบก็พุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากดมกลิ่นกายขององค์หญิงแล้ว ก็พบว่าแขนที่ถูกตัดด้วยกระบี่เดียวนั้นอยู่ที่ห้องบรรทมของ ฮองเฮา พอเข้าไป พบพระศพของฮองเฮานอนที่พื้น

    เฟยหลงไม่มีเวลาสนใจ พอพบแขนองค์หญิงแล้วก็รีบพุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็ว

    ภารกิจด่านที่ แปด คือ ช่วยต่อแขนให้องค์หญิงฉางผิง

    พอมาถึงเฟยหลงก็รีบนำอุปกรณ์การแพทย์ออกมาจาก ห้วงจิต เป็นอุปกรณ์จากยุคปัจจุบัน มีมีดผ่าตัด ย่าฆ่าเชื้อ ถุงน้ำเกลือ เฟยหลงทำการให้น้ำเกลือองค์หญิงก่อนทันที  แล้วก็เริ่มทำการทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์เช็ดแผลแล้ว  สวมถุงมือยาง สวมแมส แล้วให้หมอเฟิ่งหวงเช็ดแอลกอฮอล์ ฆ่าเชื้อด้วย

    หมอเฟิ่งหวง ยังตกใจกับเครื่องมือที่เห็น แต่ก็รีบทำตามที่เฟยหลงบอก แล้วก็เริ่มทำการวางยาสลบองค์หญิงฉางผิง แล้วเริ่มทำการเชื่อมเส้นเลือดที่ขาดออกจากกัน โดยใช้พลังปราณเทพบริสุทธ์เชื่อมต่อ จนเส้นเลือดกลับมาเชื่อมต่อกันได้เช่นเดิม แล้วจากนั้น ก็ทำการต่อเส้นเอ็น เส้นประสาท แล้วก็เริ่มเย็บแผลด้วยเข็มรอบๆ แขน จากนั้นก็ใช้พลังปราณเทพบริสุทธิ์เชื่อมกล้ามเนื้อเป็นครั้งสุดท้าย

    แล้วใช้ผ้าพันแผล พันเอาไว้ก่อน รอให้องค์หญิงตื่นขึ้นมา ค่อยว่ากันอีกที

    หมอเฟิ่งหวงมองเฟยหลงแปลกๆ

    “ นี่เจ้าต่อแขนของ คนไข้ได้ยังไงเนี่ย แล้วเครื่องมือแบบนี้คืออะไร มีด เข็ม ด้ายพวกนี้ มาจากไหนกัน”

    “ ท่านถามเยอะไปแล้วนะอาจารย์หมอ” เฟยหลงเหน็ดเหนื่อยกับกับผ่าตัดต่อแขนที่ใช้เวลาไป กว่าสามชั่วยาม ซึ่งขีดที่แปดขึ้นมาแล้ว แสดงว่า ประสบผลสำเร็จ

    “ บอกข้ามาเถอะ เจ้ารักษาแบบนี้ เจ้าเป็นเซียนลงมาจากสวรรค์ใช่ไหม?”

    ไปกันใหญ่แล้ว อาจารย์เฟิ่งหวง แล้วจะบอกแกอย่างไรดีนะ

    “ คืออย่างนี้ นี่เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ของเซียนสวรรค์ ข้าเป็นศิษย์ของเขาคนหนึ่ง มีภารกิจที่ต้องทำ ทั้งหมด 10 อย่าง ครั้งนี้เป็นภารกิจที่ 8 ของข้า”

    “ ข้านึกไว้แล้วเชียว ว่าเจ้าต้องไม่ใช่คนธรรมดา ที่แท้ก็เป็นพวกเซียนนี่เอง” 

    หมอเฟิ่งหวงดีใจ ที่ได้รู้จักเซียนเช่ยเฟยหลง

    “  ท่าน…เป็นเซียนสวรรค์จริงๆหรือนี่?” องครักษ์จิ้งอี้นั่งอยู่ด้วย เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

    “ อืม... จะเรียกเช่นนั้นก็ได้” เฟยหลงไม่อยากอธิบายมาก โลกฝึกฝนครั้งนี้ ยังเหลืออีกแค่ สองด่านเท่านั้น.......

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน