“หืม…ดูเหมือนวิธีออกไปมีแค่ผ่านการทดสอบ หรือ ตายออกไปเท่านั้นสินะ”อากิระเอ่ยออกมาด้วยเสียงเรียบๆ
“ก็รู้อยู่แล้วจะย้ำทำไมกันน่ะ”ไอริสแหวใส่อากิระ ตอนนี้เธอเครียดเต็มที่แล้ว
ทั้งคู่เข้ามายังพื้นที่พิเศษที่ไม่อาจใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายได้ พูดได้อีกอย่างคือ พวกเขาไม่อาจจะหนีออกไปจากที่นี่ได้เลย ฉับพลันนั้นก็มีเสียงประสานดังขึ้นอีกครั้ง
“ต้องหนึ่งคนมีเข้าทดสอบเพื่อรับวิทยาการแห่งยุคแรกเริ่ม”
“ส่วนอีกหนึ่งคนสู้กับเหล่าทหารเพื่อปกป้อง”
“ใครกันจะรับการทดสอบ ใครกันจะเป็ผู้เสียสละ”
“ผู้ที่จะเสียสละตัวเองเพื่อต่อกรกับเหล่าทหารจงก้าวออกมา”
“ผู้ที่จะรับการทดสอบจงเตรียมตัว”
“หากผู้เสียสละตายเหล่าทหารจะเข้าสังหารผู้ทดสอบ”
“หากผู้ทดสอบไร้ซึ่งความสามารถจะต้องตายพร้อมผู้เสียสละ”
สิ้นเสียงประสานนั้นทั้งคู่ก็หันมาสบตากัน แล้วอากิระก็ยิ้มออกมาพร้อมกับก้าวออกมาด้านหน้าจนเกือบถึงรูปปั้นเทพธิดา
“ผมจะเป็ผู้เสียสละต่อสู้กับเหล่าทหารเพื่อปกป้องผู้ทดสอบเองครับ” เขากล่าวออกมาโดยที่น้ำเสียงไร้ซึ่งความลังเล
“เดี๋ยวสิ อากิระ นาย…” ไอริสพูดออกมาด้วยความใแต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบก็เป็อันต้องหยุดคำพูดตัวเองลงไป เพราะเห็นแววตาสีแดงที่มีประกายตาที่แสนแน่วแน่มองมาทางเธอ
“ข…เข้าใจแล้วล่ะ ฉันจะรีบผ่านการทดสอบให้เร็วที่สุดนายก็อย่าตายก่อนที่ฉันจะทดสอบเสร็จล่ะ” เธอพูดออกมาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มประดับอยู่
‘ตาบ้านี้ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวดันแสดงด้านเท่ๆออกมาซะเยอะเชียว’
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่ยอมตายเด็ดขาด ไอริสเข้ารับการทดสอบได้อย่างสบายใจเลยครับ”อากิระยิ้มพร้อมตอบกลับมาให้กับไอริส
‘ทั้งๆที่ระดับของหมอนั่นมีแค่ยี่สิบแท้ๆ แต่ดูน่าเชื่อถือจริงนะ’
คิดได้เพียงแค่นั้นก็มีแสงสว่างพุ่งขึ้นมาล้อมรอบตัวไอริส แล้วสติของไอริสก็ดับลง พร้อมกันนั้นรอบๆบริเวณก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้นมามากมายหลายจุดเช่นกัน
‘ทหารพิทักษ์วิหารแห่งวิทยาการยุคแรกเริ่ม ชั้นทหาร ระดับ 20 จำนวน 4 ตัว โจมตีค่ะ’
สิ้นเสียงรายงานบนใบหน้าอากิระก็ปรากฏรอยยิ้มของอากิระที่ดูเหมือนกำลังสนุกแล้วกล่าวขึ้น
“ดูท่าจะเหนื่อยแฮะ”
เมื่ออากิระกล่าวจบแสงสว่างที่เปล่งประกายก็คือค่อยๆจางลง สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือ มอนสเตอร์รูปร่างเหมือนกับมนุษย์สี่ตนที่ใส่เกราะสีเทาเหมือนพวกนักรบ พวกมันกระชับอาวุธในมือขึ้นด้วยท่าทีที่ไม่เป็มิตร
“คงจะสนุกล่ะนะงานนี้” อากิระฉีกยิ้มแล้วมตั้งท่าเตรียมต่อสู้บ้าง “ดูจากระดับของพวกมันแล้ว พวกสัตว์อสูรที่ออกมาคงจะมีระดับตามผู้ที่อยู่ต่อสู้สินะ”
พูดจบอากิระก็เรียกดาบออกมาถืออีกเล่ม แล้วรีบเปิดหน้าต่างเพื่อตั้งค่าให้น้ำยาฟื้นพลังทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อพลังชีวิตลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
ทันทีที่อากิระตั้งค่าเสร็จเหล่าทหารก็พุ่งเขาโจมตีใส่อากิระ เขาก็รีบพุ่งหลบการโจมตีเ่าั้ทันทีพร้อมกับฟันสวนกลับไป อากิระหลบไปพลางโจมตีไปพลางเมื่อสบโอกาสเขาก็ร่ายเวทย์ศรเพลิงและศรวายุเพื่อโจมตี ทว่าใน่ที่อากิระร่ายเวทย์โจมตีนั้นเองที่ทำให้ความต่อเนื่องในการโจมตีของเขาลดลงจนเกือบจะโดนศัตรูเข้าถึงตัวได้
“ร่ายได้แค่ครั้งละบทสองบทเนี่ยลำบากชะมัด” อากิระพูดออกมาอย่างขัดใจ
ขณะที่อากิระที่กำลังฟาดฟันกับเหล่าทหาร ในระหว่างนั้นเขาก็ยิงเวทมนต์ใส่ไปด้วย แต่ด้วยที่มีพลังป้องกันสูงทำให้อากิระต่อสู้ได้อย่างยากลำบาก เขาจึงต้องต้องพยายามหลบหลีกการโจมตีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
และในที่สุดอากิระก็สามารถจัดการกับศัตรูได้จนหมด แต่อากิระยังไม่ทันที่จะได้พักหายใจก็มีเสียงรายงานจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง
‘ทหารพิทักษ์วิหารแห่งวิทยาการยุคแรกเริ่ม ชั้นทหาร ระดับ 20 จำนวน 6 ตัว โจมตีค่ะ’
"อืม...แบบนี้หมายความว่าศัตรูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆสินะ" อากิระกล่าวพลางเหงื่อตก
_________________________________________________
ด้านในกำแพงแสงสว่างรูปวงกลมที่ไม่อาจมองผ่านไปได้ ไอริสค่อยๆลืมตาขึ้นมาพบว่าเธออยู่ในพื้นที่กว้างๆสีขาวที่ไม่มีสิ่งใดเลย
“ที่นี่มันอะไรกัน” ไอริสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวั่นไหว “เหมือนห้องสร้างตัวละครตอนเข้าเกมเลย”
“ยินดีต้อนรับสู่ห้องแห่งการทดสอบของวิหารแห่งวิทยาการยุคแรกเริ่มค่ะ เราคือมาน่า”เสียงที่หวานใสดังขึ้นมาด้านหลัง ส่งผลให้ไอริสต้องตวัดดวงตาสีมรกตของเธอหันไปมองยังต้นเสียง
เื้ัของเธอคือเทพธิดาผู้งดงาม มีเส้นผมนุ่มสลวยสีทอง ดวงตาสีฟ้าใสกระจ่าง สัดส่วนอันงดงามสมบูรณ์แบบ เรือนร่างสูงระหงส์ ผิวพันธุ์เนียนสวย ไม่มีส่วนใดให้ติเตียนเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเฉิดฉายประดับด้วยรอยยิ้มงดงามดูใจดี
“ก่อนจะเริ่มการทดสอบเราจะให้เธอได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากพลังของวิทยาการที่เ้า้า”เทพธิดาสาวนามมาน่าเอ่ยออกมา
พริบตานั้นบริเวณโดยรอบก็เปลี่ยนไปพื้นที่ว่างที่เคยเป็สีขาวนั้นปรากฏเมืองขนาดใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย สารพัดอุปกรณ์ที่เกิดจากวิทยาการที่ดูเหมือนกับผสมระหว่างเวทมนต์และวิทยาศาสตร์ ผู้คนมากมายใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายจนดูเหมือนกับว่าเมืองแห่งนี้เป็นครแห่งความฝัน
“นี่คือภาพของความเจริญรุ่งเรืองที่เกิดจากพลังของวิทยาการเ้า้า”มาน่าพูดด้วยแววตาที่หม่นลงเล็กน้อยราวกับกำลังพบกับความเศร้า “และนี่คือ…”
ฉับพลันภาพของเมืองที่งดงามค่อยๆถูกเปลวไฟปกคลุม อาคารที่แสนสวยงามแตกพังทลายกลายเป็เศษซาก “สิ่งที่เกิดตามมาเพราะพลังของวิทยาการเช่นกัน” มาน่าพูดพร้อมกับหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาใสๆที่ใหลออกมา
ภาพตรงหน้าของไอริสคือเมืองอันงดงามที่ค่อยๆล่มสลาย เปลวไฟปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า าอันแสนโหดร้าย ผู้คนมากมายล้มตายอาวุธอันทรงพลังเข้าห้ำหั่นกันส่งผลให้ทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งดำดิ่งลงไปสู่ความพินาศ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ หากจะมีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ก็คงจะมีเพียงความซากแห่งความล่มสลาย
แล้วเวลาที่ผ่านไปก็ทำให้มีเมืองที่เจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้วคืนวันก็ผ่านไปสู่ความล่มสลายอีกครั้ง แล้วก็ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่จากนั้นก็ล่มสลายซ้ำไปซ้ำมา
ไอริสที่มองภาพเ่าั้ซ้ำไปซ้ำมาก็เกิดความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรู้สึกเ็ป โศกเศร้า สงสาร และหวาดหวั่น แต่ทว่าเธอก็ยังคงแน่วแน่ เธอยังคง้าสิ่งที่ทำให้เธอมาที่นี่ เธอไม่้าจะให้การมาของเธอไร้ซึ่งความหมาย
“ถึงแม้จะยังไง ฉันก็ยังคง้ามันค่ะ”ไอริสพูดออกมา
“แม้ว่ามันจะนำมาซึ่งความล่มสลายน่ะเหรอ”เทพธิดาสาวถามเธอ
“ไม่ค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีใช้ต่างหาก”ไอริสตอบกลับอย่างแน่วแน่ ดวงตาสีมรกตช่างมั่นคงไร้ซึ่งความหวั่นไหว
เทพธิดาสาวมาน่าจึงได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับบริเวณโดยรอบที่กลับมาเป็พื้นที่โล่งสีขาวอีกครั้ง
“มีอีกสิ่งที่อยากจะให้เธอได้เห็น”ภาพโดยรอบเปลี่ยนไปอีกครั้ง เป็ภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับทหารมากมายอย่างห้าวหาญ ร่างกายสะบักสะบอมที่แค่มองดูก็ว่ากำลังลำบากเป็อย่างมาก
ใบหน้าได้รูปมีดวงตาสีเืวาวโรจน์ เส้นผมสีดำที่แต่เดิมนั้นก็ไม่ได้เรียบร้อยอยู่แล้วกลับยิ่งกระเซิงไม่เป็ทรง เืและแผลต่างๆ ปรากฏขึ้นบนร่างกาย
ชายคนนั้นช่างคุ้นตาตาของไอริสเหลือเกิน ไม่สิชายคนนั้นคือเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่รับหน้าที่เป็ผู้เสียสละต่อสู้เพื่อปกป้องเธอที่เป็ผู้รับการทดสอบ
“ชายคนนั้นช่างเก่งมากเลยนะ เขาจัดการสังหารเหล่าทหารไปหลายตนแล้ว ตอนนี้ศัตรูชุดใหม่ที่กำลังจะปรากฏออกมามีมากถึงยี่สิบตนและจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเขาจะแข็งแกร่งแค่ใหนก็ไม่มีทางรอดไปได้หรอกจ้ะ” มาน่าพูดออกมาพลางเหลือบมองไปยังไอริส
ไอริสที่ได้ยินดังนั้นก็ปรากฏอาการตื่นใอย่างชัดเจน
“หากเป็อย่างนี้ต่อไปพวกเขาจะต้องตายและเมื่อถึงตอนนั้นกำเเพงที่คอยกันไว้ไม่ให้พวกทหารเข้ามาโจมตีก็จะหายไปแล้วเธอก็จะถูกสังหาร แต่เรามีทางเลือกให้เธอสามทาง หนึ่งคือรับวิทยาการแล้วเราจะส่งเ้าออกไปยังที่ที่เ้าจากมา ปล่อยให้เขาผู้นั้นต้องสู้จนตัวตาย ทางที่สองยอมแพ้ในการทดสอบซะเราจะช่วยให้เขารอดชีวิตแต่เธอจะต้องตาย และสุดท้ายคือเข้าทดสอบต่อไป”
ไอริสที่ได้ฟังก็หันไปมองภาพเบื้องหน้าอีกครั้งภาพที่เห็นคืออากิระที่กำลังลำบาก แต่แล้วเธอก็ยิ้มขึ้นมาเพราะไม่ว่าจะลำบากเพียงใดใบหน้าของอากิระก็ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มที่สนุกสนาน
“ฉันจะเข้ารับการทดสอบต่อไปค่ะ”เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
“เ้าไม่กลัวว่าเขาผู้นั้นจะตายก่อนการทดสอบจบรึ ”มาน่าถามด้วยความประหลาดใจ
“อากิระได้บอกไว้แล้วค่ะ ว่าเขาจะต่อสู้เพื่อให้ฉันทดสอบได้อย่างสบายใจซึ่งฉันเชื่อใจเขา เพราะฉะนั้นหน้าที่ของฉันคือต้องผ่านการทดสอบไปให้ได้ค่ะ”ไอริสเอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล
“ทั้งๆที่เ้าพึ่งจะรู้จักกันเพียงวันเดียวอย่างนั้นรึ”มาน่ายังคงถามต่อ
“ฉันก็แปลกใจค่ะ แต่ทว่าแม้จะรู้จักกันแค่วันเดียวฉันก็ยังคงเชื่อใจเขาค่ะ”ไอริสยิ้มตอบออกมาโดยไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็สอบผ่านแล้วจ้ะ”มาน่ายิ้มออกมา และบริเวณโดยรอบก็กลับเป็พื้นที่โล่งสีขาวอีกครั้ง
“อ- เอ๋ หมายความว่ายังไงกันคะ”ไอริสถามด้วยความสงสัย
“ที่นี่คือวิหารแห่งวิทยาการยุคแรกเริ่ม สิ่งที่้าไม่ใช่ความเสียสละ หรือความโลภ สิ่งที่้าเพื่อให้เ้าผ่านการทดสอบคือความกล้าที่จะเสี่ยง และความเชื่อใจในตัวพวกพ้อง หากไม่มีสองสิ่งนี้ถึงเธอได้วิทยาการที่หลับใหลอยู่ไปสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็จะเหมือนกับภาพที่เธอได้เห็น”มาน่าหยุดพูดเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มงดงามออกมา
“หากเอาแต่เสียสละเพื่อพวกพ้องสักวันเธอก็จะต้องสูญเสียวิทยาการที่ได้มาเพื่อพวกพ้อง และแน่นอนว่าผู้ที่ได้วิทยาการนี้ไปก็มีแต่จะสร้างความพินาศ หากเ้าเต็มไปด้วยความโลภเสียสละแม้พวกพ้องแล้วล่ะก็ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่เธอจะสร้างขึ้นคงมีเพียงความพินาศเช่นกัน”
มาน่าเงียบไปสักพัก “แต่ถ้าเ้ามีความกล้าที่จะเสี่ยงเ้าก็จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆออกมาได้ และยิ่งถ้าเ้ามีความเชื่อใจในตัวพวกพ้องแล้วล่ะก็ต่อให้เ้าเดินไปผิดทางเพื่อนที่เ้าเชื่อใจก็คงจะพร้อมที่จะดึงเ้ากลับมา”
สิ้นคำของมาน่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็ส่งผลให้ไอริสต้องหลับตาลงเพราะพื้นที่ที่มีเพียงสีขาวสว่างกลับยิ่งเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นมา
‘ผู้เล่นไอริสได้รับ บันทึกของวิทยาการแห่งยุคแรกเริ่มค่ะ’
‘ผู้เล่นไอริสได้รับสัญลักษณ์แห่งวิทยาการค่ะ’
‘ผู้เล่นไอริส ได้รับอาชีพที่สอง นักประดิษฐ์แห่งยุคแรกเริ่มค่ะ’