Hi, Darling 13
Krit Talk
สถานการณ์แสนตึงเครียดของเราทั้งสี่ดำเนินมาเรื่อยจนไม่มีใครยอมพูดอะไร ทั้งพ่อ แม่ และพี่กาย ผมนั่งมองพ่ออย่างผิดหวัง ส่วนแม่ท่านไม่มองพ่อเลย แต่ดวงตาแดงก่ำนั่นทำให้พอจะรู้ว่าก่อนหน้าที่ผมจะเดินลงมาท่านร้องไห้ไปแน่ ๆ เื่ราวที่ได้ยินทำให้ผมผิดหวังอยู่มาก อาจะเป็เพราะคิดว่าพ่อรักแม่มากและไม่เคยคิดถึงเื่การนอกใจ การนอกกายเลยแต่พอมีเื่แบบนี้เข้ามาผมเองก็ผิดหวังไม่น้อย
“พ่อกับผู้หญิงคนนั้นยังติดต่อกันไหม” ผมถามออกไปตรง ๆ
“ไม่แล้ว ั้แ่แม่รู้เมื่อปีที่แล้วพ่อกับเขาก็ไม่ได้อะไรต่อกันแล้ว” พ่อปฏิเสธเสียงจริงจัง
“ไม่ได้อะไรต่อกันแต่ยังไปหากันตลอด” แม่รีบเอ่ยแทรกขึ้นมา
“ไปหากันจริงไหม”
“มีบ้างที่เขามีปัญหาแล้วขอความช่วยเหลือ” คราวนี้พ่ออธิบายไม่เต็มเสียง
“แล้วทำไมถึงบอกว่าไม่ได้ติดต่อกันแล้วตอนที่ผมถาม นี่แค่คำถามแรกพ่อก็โกหกผมแล้ว ถ้าถามต่อพ่อเองก็ยังคงจะโกหกผมอีกใช่ไหม” ผมถามย้ำกลับไป พี่กายมองหน้าเล็กน้อยอย่างเป็ห่วงแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“มันไม่มีอะไรจริง ๆ”
“ถ้าไม่มีแล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงกล้าพูดไปทั่วว่าเป็เมียน้อยพ่อ ทำไมถึงยังลอยหน้าลอยตาอยู่ที่สำนักงานทั้งที่ผมก็บอกไปแล้วว่าอย่ามาทำตัวแบบนี้ แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เกรงใจผมเลยสักนิด” พี่กายเล่าอย่างทนไม่ไหว ผมว่าเคลียเื่ภายในเสร็จผมต้องไปจัดการที่สำนักงานด้วยสินะ วันนี้วันเสาร์ยังมีคนงานมาทำงานอยู่ เอาให้จบกันไปเลยดีกว่า
“พ่อไม่รู้เลยว่าเขาไปพูดอะไร แต่ที่ให้ทำงานต่อเพราะเขาบอกว่าต้องหารายได้ช่วยทางบ้าน พ่อ พ่อสงสารเขา”
“แต่ไม่สงสารแม่ผม ปล่อยให้เขามาระรานแม่ ปล่อยให้คนนินทาแม่ทั่วทั้งอำเภอ ตอนที่มีคนอื่นพ่อคิดอะไรอยู่ ไม่คิดถึงแม่บ้างเหรอ ความรักที่มีให้แม่มันน้อยลงเหรอ หรือมีแค่แม่มันไม่พอถึงทำร้ายจิตใจกันแบบนี้ ผมโคตรผิดหวังในตัวพ่อเลย ผมมองพ่อเป็แบบอย่างมาโดยตลอด ผมจะรักเดียวกับแฟนผมให้เหมือนอย่างที่พ่อรักแม่และมีแค่แม่ แต่ตอนนี้ผมต้องต้องเปลี่ยนแล้วล่ะเพราะสิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่เลย”
“กริช พ่อขอโทษ พ่อหยุดทุกอย่างแล้วกริช ให้โอกาสพ่อได้แก้ตัวนะลูก พ่อรักแม่ รักมาตลอดไม่เคยไม่รัก”
“แล้วทำไมถึงนอกใจแม่!”
“...” คนเป็พ่อเงียบเสียงไป ผมรู้สึกผิดหวังจนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ความรู้สึกอัดแน่นในใจมันช่างทรมาน
“กริชใจเย็นก่อน” พี่กายที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยปรามผมเสียงเข้ม ผมพยักหน้าและยอมสงบสติอารมณ์ตัวเองในที่สุด
“พ่อจะเอายังไงกับผู้หญิงคนนั้น” พี่กายถามออกไปตร งๆ
“พ่อไม่ได้ยุ่งกับเธอนานแล้ว”
“ผมจะไล่ออกและขึ้นแบล็คลิสทุกสำนักงานในเครือบ้านเรา และเครือญาติ”
“ได้ลูก ลูกจัดการได้เลย”
“ก่อนออกไปผมจะบอกให้นะครับ ผู้หญิงคนนั้นเป็คนของไร่ข้าง ๆ ั้แ่เข้ามาข้อมูลสำคัญของเราหายไปเป็ว่าเล่นและผมก็มีหลักฐานมากพอที่จะจัดการผู้หญิงคนนั้นต่อ พ่อคิดว่าไงครับ” พี่กายถาม ไม่มีแววล้อเล่นหรือใจเย็น ตอนนี้มีเพียงพี่กายพี่ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อไร่และครอบครัวของเรา
“ลูกจัดการได้เลยพ่อไม่ยุ่งแล้ว ยังไงไร่ก็เป็ของกายกับน้องทุกอย่างกายตัดสินใจร่วมกับน้องได้เลย”
“ขอบคุณครับ หวังว่านี่จะเป็บทเรียนให้พ่อนะครับ ว่าสุดท้ายแล้วคนที่จะรักและคอยดูแลเราคือคนในครอบครัว การออกไปหาความสุขนอกบ้านมันไม่ได้ทำให้พ่อดูดีในสายตาพวกเราหรอกนะครับ พ่อน่าจะรู้ดีว่าพวกเราเกลียดเื่แบบนี้ที่สุด”
“พ่อรู้แล้ว พ่อแค่หลงระเริงไปกับสิ่งยั่วยวนภายนอก ขอโทษที่พ่อไม่มั่นคงแต่สิ่งที่พ่อไม่เคยโกหกพวกเราเลยคือพ่อรักแม่ของพวกเราและรักพวกเราทุกคน”
“ครับ แต่เื่ที่แม่จะหย่า ผมให้พ่อกับแม่คุยกันเองนะครับ เพราะพวกผมจะไม่ยุ่ง”
“กริช สักบ่ายโมงเจอกันที่สำนักงานนะ เราไปจัดการเื่นี้ให้มันจบกัน”
“ครับพี่”
“ใจเย็น ๆ ถ้ามันมีคนต้องตาย ฝั่งนั้นต้องไม่ใช่เรา ไปพักก่อนเถอะแล้วเจอกัน”
“พี่กาย...”
“พี่รู้กริช พี่เองก็เสียใจเหมือนกัน แต่เราต้องเข้มแข็งเพราะยังมีคนงานหลายร้อยคนรอเราอยู่ ถ้าพ่อคิดได้...” พี่กายปรายตามองพ่อแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาจ้องผมอย่างให้กำลังใจ
“มันก็ดีไป แต่ถ้าไม่พี่พร้อมจะอยู่ข้างแม่ แม่ครับ ไม่ว่าแม่จะตัดสินใจยังไง...”
“แม่อยากหย่า...”
“คุณหมี่”
“แม่เหนื่อยลูก มันไม่มีใครสนิทใจหรอกนะในเมื่อถูกนอกใจครั้งแรกแน่นอนว่ามันต้องมีครั้งที่สองสามสี่ แม่กลัว แม่ ฮึก” แม่ร้องไห้อย่างอดกลั้นไม่ไหว ผมลุกขึ้นไปนั่งข้างแม่และกอดท่านไว้ทันที
“ผมขอโทษคุณหมี่ ให้โอกาส ให้โอกาสผมได้แก้ตัวได้ไหม ผมรักคุณ รักมากจริง ๆ อย่าทิ้งผมไปเลยนะ เราอยู่ด้วยกันนะคุณหมี่ เราสร้างไร่นี้มาด้วยกันเราจะอยู่ด้วยกันไงครับ”
“มันแทบจะไม่มีความหมายกับฉันแล้วที่นี่น่ะ”
“คุณหมี่” พ่อเริ่มเสียงสั่นเครือกับสิ่งที่แม่พูด
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันอยู่ด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าคุณจะมีคนอื่นเพิ่มอีก ฉันพยายามไม่งี่เง่าแม้จะมีคนส่งข่าวต่างๆ มายังฉันเื่ของคุณ ฉันเฝ้าถามตัวเองมาโดยตลอดว่าทำอะไรผิดคุณถึงต้องมีคนอื่น ฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยใช่ไหม แต่จนถึงทุกวันนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร คุณบอกฉันได้ไหมว่าฉันผิดอะไร”
“ไม่ คุณไม่ผิดเลยคุณหมี่ ผมต่างหากที่ผิดเอง ผมมันไม่มั่นคงหลงผิดผมขอโทษแต่คุณอย่าทิ้งผมไปเลยนะ ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ ได้โปรดอยู่กับผม ผมรักคุณ ผมขอโทษคุณหมี่ อย่าทิ้งผมไปเลย” ผมค่อย ๆ ผละออกห่างจากแม่ เพื่อให้ทั้งคู่ได้คุยกันง่ายขึ้น พ่อเอาแต่พร่ำขอโทษแม่ทั้งน้ำตา ส่วนแม่ก็ร้องไห้เงียบ ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ผมมองหน้าพี่กายอย่าง้าปรึกษา
“แม่ครับ ผมว่าแม่ไม่ต้องหย่าหรอกครับ อยู่มันทั้งอย่างนี้แหละ ทุกอย่างที่แม่สร้างมาต้องเป็ของแม่ คนอื่นไม่มีสิทธิ์” พี่กายเสนอทาง
“ใช่ ๆ ทุกอย่างที่สร้างมามันต้องเป็ของคุณสิ คุณจะมาหย่าไม่ได้” พ่อรีบเอ่ยเสริมทันที
“แต่ถ้าแม่เหนื่อย แม่ก็ไปพักกับน้องได้ พักได้นานตามที่ใจ้าเลยครับ แต่ถ้าหายเหนื่อยให้กลับมา ผมยังรอแม่อยู่ที่นี่”
“...” พี่กายหันมาสะกิดผม
“ครับ อย่างที่พี่กายบอกก็ได้ แม่ไปพักกับผมได้ อยู่สักปีสองปีค่อยกลับก็ได้ไม่เห็นเป็ไรเลย”
“อันนั้นนานไป” พี่กายปราม
“อ้าวเหรอ?” ผมแกล้งหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะรีบคุยกับแม่ให้เข้าใจ อย่างน้อยถ้าแม่เหนื่อยแล้วถือโอกาสไปพักกับผมก็ดี จะได้ถือเป็เวลาพักใจไปด้วย ส่วนพ่อ ให้พี่กายคุยแล้วกันผมไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรเพิ่ม
“แบบนี้ดีไหม แม่ไปพักกับน้อง พ่อก็ถ้ารักแม่อยู่จริง ๆ ก็ง้อแม่ ง้อไปอย่างนี้แหละทำให้แม่เห็นว่ายังรักแม่อยู่เหมือนกัน ทางนี้ผมคิดว่าเหมาะกับทุกคนแล้ว ให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์”
“ได้ พ่อจะง้อแม่ให้มากกว่านี้ กาย กริช พ่อขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง”
“ครับ ผมรับรู้และหวังว่าจะไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก” ผมย้ำเสียงเข้ม ผมไม่ชอบเื่เ้าชู้หรือนอกใจ เพราะแบบนี้ไงผมถึงรักแค่น้องและดูแลแค่น้องมาโดยตลอด เพราะผมไม่อยากให้คนที่ผมรักต้องผิดหวังหากมีเื่นอกใจหรือมือที่สามเข้ามา
“เอาละ กริชไปพักเถอะ บ่ายโมงเจอกัน”
“ครับพี่”
“พาน้องไปด้วยล่ะ เมษาทำขนมไว้รอเยอะมากบอกจะให้เอากลับไปกินที่กรุงเทพ”
“ได้ครับ เดี๋ยวพาไปครับ”
เื่ราวที่แสนหนักอึ้งเบาบางลงเมื่อผมเปิดประตูไปเจอกับร่างเล็กที่หลับอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ตอนนี้จะสิบเอ็ดโมงแล้วแต่น้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ผมไม่ได้ซีเรียสเื่ที่น้องจะนอนหรือตื่นตอนไหนหรอกแต่บางทีก็ห่วงเื่ระบบสุขภาพที่มันอาจจะรวนไปเพราะการนอน เอาละ ผมว่าตอนนี้เหมาะแก่การปลุกน้องให้ตื่นเพื่อที่จะได้ไปกินข้าวแล้วล่ะ
“...” ผมเดินไปทรุดนั่งบนเตียงข้าง ๆ น้อง ก้มลงกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนอย่างที่ชอบทำเป็ประจำก่อนออกไปทำงาน ผิดแปลกไปเพียงเพราะวันนี้ไม่ได้ไปทำงานก็เท่านั้น
“เฟื่อง ตื่นได้แล้วนะ”
“...”
“เฟื่อง...น้องเฟื่อง”
“อือ”
“ตื่นได้แล้วครับ”
“กี่โมงแล้ว” น้องถามกลับมาน้ำเสียงงัวเงีย มือก็จับชายผ้าห่มขึ้นไปคลุมทั้งหน้า อาการแสนจะงอแงของน้องทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาโดยง่าย คนตัวเล็กเหมือนแมวที่ถูกก่อกวนเลย น่ารักจนใจเจ็บไปหมด
“สิบเอ็ดโมงแล้ว ตื่นได้แล้วนะ จะได้ไปกินข้าว พี่จะพาไปไร่พี่เมษาทำขนมไว้ให้เยอะเลยไม่อยากกินเหรอ” ผมเริ่มหาทางหลอกล่อให้คนตัวเล็กลุกจากเตียง แน่นอนว่าสิ่งที่เรียกความสนใจน้องได้คือขนม
“จริงเหรอ?”
“จริงสิ ปะลุกไปอาบน้ำ”
“ค่ะ” น้องขยับลุกนั่งบนเตียงผมเผ้าชี้ฟูไม่น้อย ด้วยความเอ็นดูจึงยื่นมือไปลูบผมเบา ๆ น้องมองหน้าก่อนจะแก้มแดงเรื่ออย่างน่ารัก
“หึ เขินอะไรดื้อ”
“ก็...เปล่าค่ะ”
“มีสิ เขินเื่เมื่อคืนเหรอ?” ยังไม่ทันจบน้องวิ่งลงจากเตียงนอนเข้าห้องน้ำไปทันที ผมได้แต่หัวเราะตามหลังน้องไป เดี๋ยวถ้าอาบน้ำเสร็จต้องคุยหน่อยแล้ว ย้ำให้น้องรู้หน่อยว่าผมคิดยังไง ที่จริงก็รู้ว่าน้องเข้าใจแล้วเพียงแต่ผมอยากเห็นน้องเขินก็แค่นั้น รอสักพักใหญ่น้องก็ออกจากห้องน้ำพร้อมกับแต่งตัวเสร็จสรรพ เสื้อยืดกางเกงยีนตามแบบที่เ้าตัวชอบ
“พี่กริช”
“ครับ?” มองตามน้องที่เดินไปแต่งหน้าที่โต๊ะมุมห้อง ทำอะไรก็น่ามองไปเสียหมดจริงผู้หญิงคนนี้
“หนูอยากไปกินกาแฟที่ร้านทางเข้าไร่”
“เดี๋ยวพี่พาไป แต่จะพาเข้าสำนักก่อนก่อนเพราะมีเื่ที่ต้องจัดการ”
“ได้ค่ะ”
“อีกนานไหม?”
“ไม่นาน เสร็จแล้ว” น้องตอบพร้อมกับเก็บของใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กคาดว่าในนั้นคงจะมีกล้องคู่ใจของน้อง ผมยื่นมือไปรับกระเป๋ามาถือให้อย่างใส่ใจ
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ พี่เต็มใจถือให้แฟน”
“คะ? แฟนอะไรยังไม่ได้เป็สักหน่อย” น้องเถียงกลับมาด้วยอาการใ ส่วนผมยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคลิปวีดีโอสั้น ๆ เสียงในคลิปทำให้คนตัวเล็กเบิกตากว้างทันที
“พี่ขี้โกงอ่ะ ตอนนั้นหนูง่วงอยู่นะ!”
“แต่ตอนนี้ไม่ได้หลับใช่ไหม” ผมทวนถาม
“ก็ค่ะ พี่คะ ลบเลยนะ” น้องงอแงผมจึงยื่นโทรศัพท์กลับไปให้น้องได้ทำอย่างที่ใจ้า พอมั่นใจว่าน้องลบคลิปนั้นแล้วถึงตัดสินใจเอ่ยอะไรบางอย่างออกไป
“เฟื่อง...”
“คะ?”
“เป็แฟนกับพี่นะ”
“...” น้องเงียบไปจนผมเริ่มใจเสีย อย่านะ อย่าเพิ่งเกลียดพี่เลยนะครับ
“ขอโทษ...”
“เป็ค่ะ”
“ครับ?” ผม ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเมื่อกี้น่ะ
“เป็แฟนกันค่ะ”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณ พี่รักหนูนะ” ผมพร่ำบอกน้องวนไปวนมาไม่คิดเก็บความตื่นเต้น ทั้งดีใจและตื่นเต้นผสมกันไปหมด ผมกอดและจูบน้องอยู่นานไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขณะที่จูบผมพยุงน้องกลับไปที่เตียงั้แ่ตอนไหนรู้ตัวอีกทีก็คร่อมร่างน้องไว้และจูบอย่างตะกละตะกลาม
“อือ พี่กริช ไหน อ๊ะ ไหนบอกจะพาไปกินข้าว” เสียงน้องเอ่ยเรียกสติขาดกระท่อนกระแท่น ผมที่กำลังซุกจูบที่ซอกคอน้องขบเม้มอย่างกระหายได้แต่ถอยออกห่างอย่างหักห้ามใจ ก็น้องน่ารักขนาดนี้ผมจะไปอดใจไหวได้ยังไงกัน
“พี่คะ...”
“ครับ พี่รู้แล้ว” ผมซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นเรียกสติตัวเองให้กลับมาอีกครั้ง เมื่อคิดว่าอารมณ์คงที่แล้วจึงชวนน้องออกจากห้อง ขืนช้ากว่านี้มีหวังผมได้จับน้องกินแน่ ๆ คนอะไรน่ากินชะมัด!
End talk
====
ฝากคอมเม้นหน่อยนะ ^_^