มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 72.กระดานของโลกที่ 2


            ทางเดินชั้นที่สองเปิดออกอย่างช้า ๆ

    ทั้งสิบคนเดินผ่านประตูหินเข้ามาพร้อมกัน

    แต่ทันทีที่เข้ามา...

    ทุกคนหยุด

    ตรงหน้าคือห้องขนาดใหญ่

    พื้นทั้งห้องถูกแบ่งออกเป็นช่องสี่เหลี่ยมจำนวนมาก

    เป็นกระดานขนาดมหึมา

    ไม่มีทางเดินหลายเส้น

    ไม่มีสัตว์ประหลาด

    ไม่มีหลุมพรางที่มองเห็นได้

    มีเพียงกระดาน

    และตรงปลายอีกด้านหนึ่งของห้อง

    มีแท่นหินเรียงกันอยู่สิบแท่น

    บนแต่ละแท่นมีรูปปั้นทหารหินยืนอยู่

    รันมองแล้วขมวดคิ้ว

    “เดี๋ยวนะ...”

    ไคเดินเข้าไปใกล้

    “นี่มัน...”

    เบรนมองกระดาน

    ก่อนหัวเราะออกมา

    “เกมกระดาน”

    โคลเดินตามมา

    “จริงด้วย”

    ดาร์คมองซ้ายขวา

    “ที่นี่มีเกมแบบนี้ด้วย?”

    เซนเดินเข้าไปดู

    “ฉันเคยเห็น”

    นัทหันไปมอง

    “เคยเล่น?”

    เซนพยักหน้า

    “ตอนเด็ก”

    นัทนิ่ง

    “จริงเหรอ?”

    เซนหันมามอง

    “ทำไม?”

    “ไม่มีอะไร”

    นัทมองกระดานอีกครั้ง

    สีหน้าเริ่มระวังขึ้นเล็กน้อย

    มาร์โกสังเกตเห็น

    “คิดอะไรอยู่?”

    นัทตอบเบา ๆ

    “คล้ายกระดานหมากรุก”

    มาร์โกมอง

    “อืม”

    นัทถอนหายใจ

    “หวังว่าจะไม่เหมือนครั้งก่อน”

    ไคหันมาทันที

    “ครั้งก่อน?”

    นัทส่ายหน้า

    “ไม่มีอะไร”

    เบรนหัวเราะ

    “พวกนายจากโลกเดิมนี่พูดอะไรแปลก ๆ ตลอดเลยนะ”

    นัทไม่ได้ตอบ

    เพราะเขายังมองกระดานอยู่

    อาเรนเดินเข้ามาใกล้

    “พวกนายเคยเห็นเกมนี้?”

    เซนพยักหน้า

    “มันเป็นเกมพื้นถิ่นของโลกนี้”

    นัทหันไป

    “เกมของโลกที่ 2?”

    “ใช่”

    เซนชี้ไปยังรูปปั้นทหาร

    “แต่ละฝ่ายมีสิบคน”

    รันถาม

    “สิบคน?”

    “ใช่”

    เซนเริ่มอธิบาย

    “แต่ละตำแหน่งมีหน้าที่ต่างกัน”

    “บางตัวเดินได้ไกล”

    “บางตัวโจมตีได้”

    “บางตัวป้องกัน”

    “บางตัวสำคัญมาก ถ้าถูกกินก่อน เกมจะเสียเปรียบหนัก”

    ไคยิ้ม

    “ฉันเคยเล่นตอนเด็ก”

    เบรนพูดทันที

    “นายเล่นห่วย”

    “อะไรนะ?”

    “จำไม่ได้เหรอ ครั้งนั้นนายเอาตัวสำคัญไปให้เขากินตั้งแต่ต้น”

    ไคหันไปมอง

    “นั่นเรียกว่าวางแผน”

    “เรียกว่าพลาด”

    “นายก็แพ้เหมือนกัน!”

    “แต่ฉันไม่ได้เสียตัวแรก”

    ทั้งสองเริ่มเถียงกัน

    โคลหัวเราะ

    “พอเลย”

    ดาร์คส่ายหน้า

    “เพิ่งเข้ามาก็จะทะเลาะกันเรื่องเกมแล้ว”

    นัทมองพวกเขา

    ก่อนหันไปหามาร์โก

    “พี่”

    “ว่า?”

    “พวกนี้เล่นจริง ๆ ด้วย”

    “ฉันเห็นแล้ว”

    “อย่างน้อยเราคงไม่ต้องสอน”

    มาร์โกพยักหน้า

    “ใช่”

    เซนเดินไปยังแท่นหิน

    เขาหยิบรูปปั้นทหารขึ้นมา

    ทันใดนั้น...

    ครืดดด...

    พื้นกระดานสั่นเบา ๆ

    ทุกคนหยุดพูด

    รูปปั้นในมือของเซนเรืองแสงขึ้น

    แล้วเสียงหนึ่งก็ดังไปทั่วห้อง

    “ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย โปรดประจำตำแหน่ง”

    ทุกคนเงียบ

    ไคมองเซน

    “นี่เป็นส่วนหนึ่งของเกมหรือเปล่า?”

    เซนส่ายหน้า

    “เกมที่ฉันเคยเล่นไม่มีเสียงพูด”

    นัทหันไปมองมาร์โก

    มาร์โกเองก็มองกลับ

    ทั้งสองเข้าใจตรงกัน

    นี่ไม่ใช่เกมธรรมดาแล้ว

    เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

    “แต่ละฝ่ายต้องมีผู้เล่นสิบคน”

    “ผู้เล่นจะทำหน้าที่แทนตัวหมาก”

    “เมื่อผู้เล่นถูกกิน ผู้เล่นจะถูกนำออกจากกระดาน”

    “ฝ่ายที่สามารถกินผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ทั้งหมด จะเป็นฝ่ายชนะ”

    ความเงียบปกคลุมทั้งห้อง

    เบรนค่อย ๆ หันไปมองเพื่อน

    “เดี๋ยวนะ...”

    โคลมองกระดาน

    “เมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะ?”

    ดาร์คกลืนน้ำลาย

    “ถ้าถูกกิน...จะถูกนำออกจากกระดาน”

    นัทพูดเบา ๆ

    “หมายถึงตายหรือเปล่า?”

    ไม่มีเสียงตอบ

    แต่คำตอบกลับปรากฏขึ้นบนพื้นกระดาน

    ผู้เล่นที่ถูกกินจะสูญเสียสิทธิ์ในการต่อสู้

    รันมองข้อความ

    “ไม่ได้บอกว่าตาย”

    นัทพยักหน้า

    “แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ตาย”

    มาร์โกมองรูปปั้น

    “เพราะงั้นอย่าประมาท”

    ไคยกมือ

    “ถ้าอย่างนั้นก็เล่นตามกติกา”

    นัทหันไปมอง

    “ง่ายขนาดนั้นเลย?”

    ไคทำหน้างง

    “มันเป็นเกมที่พวกเราเล่นกันอยู่แล้ว”

    “แต่ไม่เคยมีคนยืนอยู่บนกระดานจริง ๆ”

    ไคเงียบ

    นัทพูดต่อ

    “และไม่เคยมีเสียงจากกำแพงมาบอกว่าคนที่โดนกินจะเกิดอะไรขึ้น”

    ไคมองกระดานอีกครั้ง

    สีหน้าของเขาเริ่มจริงจังขึ้น

    “จริง”

    เซนพยักหน้า

    “นี่ไม่ใช่เกมแบบที่เราเคยเล่น”

    มาร์โกพูด

    “แต่กติกาพื้นฐานยังเหมือนเดิม”

    อาเรนถาม

    “พวกนายคิดว่ามันคืออะไร?”

    นัทตอบ

    “ยังไม่รู้”

    เขามองกระดาน

    “แต่ถ้ามันให้เราเล่นเกมนี้...”

    นัทถอนหายใจ

    “อย่างน้อยก็ยังดีกว่าให้เราเดินเข้าห้องแล้วเจอบอสอีกตัว”

    มาร์โกหัวเราะ

    “เห็นด้วย”

    เสียงดังขึ้นอีกครั้ง

    “โปรดเลือกฝ่าย”

    ทันใดนั้น

    พื้นกระดานแบ่งออกเป็นสองฝั่ง

    สีของช่องเปลี่ยนไป

    สิบตำแหน่งอยู่ฝั่งหนึ่ง

    อีกสิบตำแหน่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

    ไคมองทุกคน

    “งั้นต้องมีสิบคนต่อฝ่าย”

    เบรนถาม

    “เรามีสิบคนพอดี”

    นัทหันไปมอง

    “แล้วอีกฝ่าย?”

    ไม่มีใครตอบ

    เพราะตรงข้ามพวกเขา...

    รูปปั้นทหารทั้งสิบตัวค่อย ๆ ขยับ

    กึก

    หนึ่งตัว

    กึก

    สองตัว

    จนทั้งสิบตัวหันหน้ามาทางพวกเขา

    รันกำโล่แน่น

    “พวกมันจะเป็นฝ่ายตรงข้าม?”

    เซนส่ายหน้า

    “ไม่รู้”

    นัทมองรูปปั้น

    “ถ้าเป็นแบบนั้น...”

    เขามองกระดาน

    “อย่างน้อยก็ไม่ต้องหาคนมาเพิ่ม”

    มาร์โกหัวเราะเบา ๆ

    “นั่นเป็นข้อดีตรงไหน?”

    นัทตอบ

    “คนครบแล้ว”

    มาร์โกส่ายหน้า

    “นายคิดอะไรแปลก ๆ จริง ๆ”

    เซนเริ่มอธิบายกติกาที่เขารู้

    “เกมนี้ปกติจะเริ่มจากการจัดตำแหน่ง”

    “ตัวแต่ละประเภทมีตำแหน่งของมัน”

    “ถ้าเราเดินผิด อาจเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามกิน”

    ไคยกมือ

    “ฉันขอเป็นตัวโจมตี”

    รันพูดทันที

    “ฉันเป็นโล่”

    เบรนพูด

    “ฉันเล่นตัวเร็ว”

    โคลพูด

    “ฉันก็ได้”

    ดาร์คมองทั้งกลุ่ม

    “เดี๋ยว ๆ”

    เขาชี้กระดาน

    “เราต้องลงไปยืนจริง ๆ นะ”

    ทุกคนเงียบ

    นัทมองช่องของตัวเอง

    “อืม”

    มาร์โกถาม

    “ใครจะเป็นคนจัดตำแหน่ง?”

    ทั้งกลุ่มหันไปมองเซน

    เซนชี้ตัวเอง

    “ทำไมมองฉัน?”

    ไคตอบ

    “นายบอกว่าเคยเล่น”

    “ฉันเล่นเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันเก่ง”

    เบรนหัวเราะ

    “แต่ตอนนี้นายเก่งที่สุดในกลุ่มแล้ว”

    เซนถอนหายใจ

    “ก็ได้”

    เขาเริ่มจัดตำแหน่ง

    “รันอยู่หน้า”

    “ไคอยู่ด้านข้าง”

    “เบรนกับดาร์คอยู่แนวกลาง”

    “โคลอยู่หลัง”

    “ส่วนอาเรนกับคาร์ล—”

    นัทเดินเข้ามา

    “แล้วผมล่ะ?”

    เซนมองเขา

    “นายเล่นเป็นไหม?”

    นัทส่ายหน้า

    “ไม่”

    “งั้นอยู่ตำแหน่งพื้นฐานก่อน”

    นัทพยักหน้า

    “ได้”

    มาร์โกมองน้องชาย

    “นายไม่เคยเล่นจริง ๆ?”

    “ไม่เคย”

    “แล้วเมื่อกี้บอกว่าเหมือนหมากรุก?”

    “ผมบอกว่ามันเหมือน”

    มาร์โกถอนหายใจ

    เมื่อทุกคนเลือกตำแหน่งเสร็จ

    เซนมองกระดานอีกครั้ง

    “พร้อม”

    ทุกคนเดินลงไปประจำช่องของตัวเอง

    ทันทีที่เท้าของคนสุดท้ายแตะกระดาน...

    ตูม!

    กำแพงทั้งสองด้านปิดลง

    ทางออกหายไป

    เสียงประกาศดังขึ้น

    “เริ่มการทดสอบ”

    นัทมองรูปปั้นสิบตัวตรงหน้า

    มันยังไม่ขยับ

    เสียงดังขึ้นอีกครั้ง

    “ฝ่ายมนุษย์ ได้สิทธิ์เดินก่อน”

    ทุกคนหันมองนัท

    เพราะตำแหน่งของเขาอยู่ด้านหน้า

    นัทชี้ตัวเอง

    “ผม?”

    เซนพยักหน้า

    “นายเป็นคนเปิด”

    นัทมองรูปปั้นฝ่ายตรงข้าม

    แล้วมองช่องของตัวเอง

    เขาเงียบไปสองวินาที

    ก่อนพูด

    “งั้น...”

    นัทจับดาบแน่น

    “ผมขอกินตัวแรกเลยแล้วกัน”

    มาร์โกตะโกนจากอีกช่อง

    “นัท!”

    “ครับ?”

    “นายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวไหนกินตัวไหนได้!”

    นัทหยุด

    “จริงด้วย”

    ทั้งห้องเงียบไป

    ไคหลุดหัวเราะ

    เบรนหัวเราะตาม

    แม้แต่เซนยังยกมือกุมหน้าผาก

    มาร์โกถอนหายใจ

    “อย่างน้อยคิดก่อนเดินบ้าง”

    นัทมองกระดาน

    “ครับ”

    เขาก้มลงดูช่องตรงหน้าอีกครั้ง

    แล้วพูดเบา ๆ

    “แต่ถ้าเปิดก่อนได้เปรียบ...”

    เขายิ้มเล็กน้อย

    “ก็ไม่ควรเสียเวลา”

    ………

    เปิดเกม

    นัทยืนอยู่บนช่องของตัวเอง

    ตรงหน้าคือทหารหินของฝ่ายตรงข้าม

    ทุกคนกำลังรอดูว่าเขาจะเดินหมากอย่างไร

    เซนกำลังจะพูด

    “ถ้านายจะเปิดเกม นายควร—”

    นัทเอื้อมมือไปด้านหลัง

    คว้าง้าวออกมา

    เซนหยุดพูดทันที

    มาร์โกหันขวับ

    “นัท?”

    นัทไม่ตอบ

    เขาจับง้าวด้วยสองมือ

    มองทหารหินตรงหน้า

    จากนั้นก้าวกระโดดไปข้างหน้า

    ฟ้าว!

    ง้าวฟาดลงเต็มแรง

    ตูม!!!

    ทหารหินตัวแรกถูกฟันเข้ากลางลำตัว

    ร่างของมันแตกร้าว

    แกร๊ก!

    แล้วแตกกระจายลงกับพื้น

    เศษหินกระเด็นออกไปทุกทิศ

    แต่ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง—

    กึง!

    ทหารหินทุกตัวบนกระดาน หันมาทางนัทพร้อมกัน

    นัทชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที

    ไคเบิกตากว้าง

    รันยกโล่ขึ้น

    เซนตะโกน

    “เดี๋ยว! พวกมัน—”

    นัทมองตัวแรกที่เพิ่งแตก

    แล้วหันไปมองทหารหินตัวที่สองซึ่งอยู่ใกล้กัน

    “อันนี้ก็น่าจะได้”

    มาร์โกตาโต

    “นัท เดี๋ยว!”

    นัทยกง้าวขึ้นทันที

    ฟ้าว!!!

    ตูมมม!!!

    ทหารหินตัวที่สองแตกกระจาย

    แกร๊ก! แกร๊ก!

    เศษหินปลิวเต็มพื้น

    ทุกคนค้างอีกรอบ

    ไคอ้าปากค้าง

    “มันยังฟันต่ออีกเหรอ!?”

    เซนแทบพูดไม่ออก

    แต่ไม่มีเวลาพูดอะไรต่อ

    กึงงงง!!!

    ทหารหินที่เหลือทั้งหมดกระชับอาวุธพร้อมกัน

    เสียงโลหะดังสะท้อนไปทั่วห้อง

    ฟึ่บ!

    ตัวหนึ่งพุ่งเข้าหานัท

    เคร้ง!!!

    นัทยกง้าวรับการโจมตี

    แรงปะทะทำให้เขาถอยไปหนึ่งก้าว

    “มาแล้ว!”

    รันพุ่งเข้าขวางอีกด้าน

    เคร้ง!

    โล่รับอาวุธของทหารหินอีกตัว

    ไคกำหมัด

    เปลวไฟลุกขึ้นรอบแขน

    ตูม!

    หมัดปราณไฟกระแทกเข้ากลางลำตัวของทหารหิน

    มาร์โกหายเข้าไปในเงาทันที

    ฟึ่บ!

    ก่อนปรากฏตัวด้านหลังศัตรู

    ฉัวะ!

    อาวุธฟันเข้าใส่ข้อต่อ

    ทหารหินเสียหลัก

    เซนตะโกน

    “ทุกคน ระวังช่องของตัวเอง!”

    เบรน โคล และดาร์คขยับเข้าประจำตำแหน่ง

    การต่อสู้เริ่มขึ้นเต็มรูปแบบ

    แต่ตั้งแต่เริ่ม...

    ฝ่ายตรงข้ามเสียไปแล้ว สองตัว

    เพราะนัทไม่ยอมเดินหมาก

    เขาเลือกฟันมันตรง ๆ

    ไม่นานนัก

    ทหารหินตัวหนึ่งพุ่งเข้าหานัทอีกครั้ง

    นัทหมุนง้าวรับ

    เคร้ง!

    เขาเบี่ยงอาวุธออก

    จากนั้นหมุนตัว

    ฟ้าว!

    ตูม!!!

    ทหารหินแตกกระจาย

    นัทหันกลับไปหาอีกตัวทันที

    ปัง!

    กระสุนจากปืนมือซ้ายยิงเข้ากลางลำตัว

    ร่างหินชะงัก

    ง้าวในมือขวาฟันตามทันที

    แกร๊ก!

    แตกอีกตัว

    ด้านข้าง ไคกำลังต่อสู้กับอีกตัว

    ตูม!

    เปลวไฟระเบิดออกจากหมัด

    รันยืนรับการโจมตีอยู่ด้านหน้า

    มาร์โกเคลื่อนที่ผ่านเงาไปมา

    ทุกคนเริ่มจับจังหวะการต่อสู้ได้

    และในที่สุด—

    กึง...

    ทหารหินตัวสุดท้ายล้มลง

    ร่างของมันแตกออกเป็นชิ้น ๆ

    ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง

    ทุกคนยืนหอบ

    นัทลดง้าวลง

    มองเศษหินเต็มพื้น

    “หมดแล้ว?”

    เซนมองไปรอบ ๆ

    “น่าจะ”

    ไคเดินเข้ามา

    มองเศษหินสองกองที่อยู่ตรงจุดเริ่มต้น

    แล้วมองนัท

    “นายรู้ไหมว่าเมื่อกี้นายทำอะไร?”

    นัทส่ายหน้า

    “ไม่รู้”

    “นายฆ่าไปสองตัวก่อนเกมเริ่มจริง ๆ”

    นัทพยักหน้า

    “อ๋อ”

    เซนถอนหายใจ

    “ฉันยังอธิบายกติกาไม่จบเลย”

    นัทหันไปมอง

    “แต่ผมเปิดแล้ว”

    “ฉันรู้!”

    เบรนหัวเราะ

    “เซน นายเจอคนแบบนี้ครั้งแรกสินะ”

    เซนกุมขมับ

    “ใช่”

    โคลมองนัท

    “แล้วนายคิดอะไรตอนฟันตัวแรก?”

    นัทตอบทันที

    “เปิดก่อนได้เปรียบ”

    ไคหลุดหัวเราะ

    “แล้วตัวที่สอง?”

    นัทมองเศษหิน

    “มันอยู่ใกล้”

    เงียบไปหนึ่งวินาที

    ก่อนทั้งกลุ่มจะหัวเราะออกมา

    มาร์โกส่ายหน้า

    “ฉันไม่รู้จะห้ามนายยังไงแล้ว”

    นัทพาดง้าวไว้บนไหล่

    “แต่ก็ผ่านแล้วนะพี่”

    มาร์โกมองกระดาน

    “อันนั้นจริง”

    เซนมองเศษหินที่กระจายเต็มพื้น

    ก่อนถอนหายใจยาว

    “จากเกมพื้นถิ่นของโลกที่ 2...”

    เขามองนัท

    “กลายเป็นสนามรบในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที”

    นัทยิ้ม

    “อย่างน้อยก็ไม่ต้องนั่งคิดนาน”

    ไคหัวเราะ

    “นายเนี่ยนะ...”

    บรรยากาศที่หนักอึ้งมาตลอดหลายตอน ในที่สุดก็คลายลงด้วยเสียงหัวเราะของทั้งกลุ่ม

    และครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาในชั้นสอง...

    ทั้งสิบคนได้หัวเราะด้วยกันจริง ๆ

    เสียงหัวเราะของทุกคนค่อย ๆ เบาลง

    นัทยืนมองกระดานที่เต็มไปด้วยเศษหิน

    สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ช่องต่าง ๆ บนพื้น

    ช่องสี่เหลี่ยม...

    ตำแหน่งของตัวหมาก...

    และภาพของคนที่ยืนอยู่บนกระดาน

    บางอย่างทำให้นัทนึกถึง กระดานหมากรุกในบททดสอบครั้งก่อน

    เขานิ่งไปครู่หนึ่ง

    มาร์โกสังเกตเห็น

    “เป็นอะไร?”

    นัทส่ายหน้าเบา ๆ

    “เปล่า”

    เขามองกระดานอีกครั้ง

    ก่อนพูดออกมาเบา ๆ

    “รอบนี้โชคดีนะ...”

    มาร์โกมองเขา

    นัทกำง้าวในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย

    “ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเริ่มยังไง”

    เขาหยุดไปครู่หนึ่ง

    “แต่ครั้งนี้...อย่างน้อยเราก็เคยเจออะไรแบบนี้มาแล้ว”

    มาร์โกพยักหน้า

    “ประสบการณ์สินะ”

    นัทมองเศษหินตรงหน้า

    “ครับ”

    เขายิ้มบาง ๆ

    “รอบนี้ถึงผ่านได้”

    แล้วนัทก็หันกลับไปหาทุกคน

    “ไปกันเถอะ”

    ทั้งสิบคนเริ่มเดินออกจากกระดาน

    โดยไม่มีใครรู้ว่า...

    ประสบการณ์จากบททดสอบครั้งแรก กำลังช่วยให้นัทและมาร์โกผ่านบททดสอบครั้งใหม่ได้โดยไม่รู้ตัว

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน