***จากใจผู้แต่ง***
ทุเรียนกราบขอบพระคุณเพื่อนนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของทุเรียนนะคะ ทุเรียนมีข่าวที่ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายมาแจ้งทุกท่าน ตอนนี้ตำนานเทพอสูรสยบฟ้า ดำเนินมาจนจบบทแรกของเค้าโครงแล้ว ทุเรียนเองก็ทำงานประจำอยู่เช่นกันต้องใช้เวลามากในการแบ่งมาแต่งนิยายเรื่องนี้ด้วย ( ดึกจนเป็นแพนด้า ) จึงเห็นสมควรว่าตั้งแต่ตอนที่ 33 (ไม่รวมบทนำ ) เป็นต้นไป ในทุกๆช่องทางการติดตาม ทุเรียนจะเปิดขายนิยายในราคา ตอนละ 3 บาท ( เริ่มต้น ) ซึ่งตอนก่อนหน้าจะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรี รายได้ส่วนนี้ทุเรียนจะใช้เป็นทุนและแรงใจในการแต่งและอัพเดทนิยายอย่างสม่ำเสมอในทุกๆวันตามที่แจ้งไว้ค่ะ ขอบพระคุณและขอโอกาสให้ทุเรียนได้แต่งนิยายเรื่องนี้ต่อจนจบด้วยนะคะ คาดว่าเกิน 1000 ตอนแน่นอน แม้จะมีผู้ใหญ่ให้ความสนใจขอซื้อลิขสิทธิ์อันต่ำต้อยนี้ ทุเรียนยังคงอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง สำหรับโปรโมชั่นส่วนลดและราคา ติดตามได้ในเพจนิยายด้านล่างเลยค่ะ
ตอนที่ 32 โรงประมูลใต้ดินนครจันทราพิสุทธิ์ (1)
ช่วงเวลายามนี้ผ่านพ้นมาจนใกล้เที่ยง เด็กหนุ่มเดินออกจากสำนักศึกษาราชวงศ์ด้วยความอาลัยอาวร ยามนี้ฮ่าวเทียนอายุ 14 ปีเท่านั้น เมื่อไม่มีที่พักพิงใดๆต้องเร่ร่อนฝึกฝนถึง 1 ปีเต็ม ความเหงาเศร้าคำนึงถึงบุคคลอันเป็นที่รักมากมายในที่แห่งนั้นถาโถมเข้าในใจของเด็กหนุ่ม “ ต้องพลัดพรากจากไกล ไม่อาจพบเจอ จึงรู้ถึงความสำคัญของสิ่งสำคัญ ” เด็กหนุ่มนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เหม่อมองไปยังทิศทางของสำนักศึกษา
ระหว่างที่ฮ่าวเทียนกำลังนั่งเหม่อลอย พนักงานของร้านเดินเข้ามาถาม “ คุณชาย ท่านสั่งอาหารบ้างรึยัง หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมโปรดบอกกล่าว ” ฮ่าวเทียนหันไปมองจึงสั่งอาหารบ้าง ก่อนพนักงานจะเดินจากไปฮ่าวเทียนกล่าวเรียกอีกครา “ พี่ชาย ท่านรอประเดี๋ยว ข้าอยากไถ่ถามเรื่องราวบางอย่าง ” ชายคนดังกล่าวรีบกลับมารับคำ
“ ในนครแห่งนี้หรือบางที่ไม่ห่างไกลมาก ข้าสามารถเสาะหาวัตถุรึสมุนไพรธาตุแสงสำหรับฝึกตนได้ที่ใดบ้างรึ ? ” เสี่ยวเอ้อถึงกับผงะด้วยคำถามนี้ “ เอ้ออ...คุณชาย วัตถุธาตุว่าหายากแล้ว ท่านยังถามถึงวัตถุธาตุแสง เกรงว่าเป็นไปไม่ได้... ” ฮ่าวเทียนวางเหรียญเงินวาววับลงบนโต๊ะ เสี่ยวเอ้อได้เห็นถึงกับตาโตจึงรีบเก็บและกล่าวต่อ
“ ที่จริงพอมีอยู่บ้างนะท่าน เอ...หากพูดถึงสถานที่เก็บเกี่ยวยิ่งยากเย็นนัก แต่สถานที่ขายคงเป็นโรงประมูลใต้ดิน เพียงแต่... ” ฮ่าวเทียนเร่งเร้าให้เขาบอกกล่าว “ เพียงแต่หากไม่มีเส้นสายเข้าถึง คนทั่วไปไม่อาจเข้าร่วมได้ขอรับ... ” ฮ่าวเทียนไม่อาจเปิดเผยสถานะของตนได้ด้วยกลัวถึงเรื่องความปลอดภัย นอกสำนักศึกษาไม่มีสักคนคุ้มหัวมัน
“ เอาล่ะ เช่นนั้นเจ้าเพียงบอกกล่าวสถานที่มา ที่เหลือข้าจะจัดการเอง ” เสี่ยวเอ้อรีบวาดแผนที่ให้เด็กหนุ่มโดยเร็ว ...หลังมื้อเที่ยงเรียบร้อยฮ่าวเทียนเดินไปตามตรอกซอกซอยเพื่อหาที่พัก ทว่าสถานประมูลนี้อยู่ชายขอบเมืองหลวง ลึกลับซับซ้อน เด็กหนุ่มจึงรีบออกสู่เขตชายแดนเมือง ยิ่งห่างไกลวังหลวงความเจริญก็ยิ่งถดถอยลงราวแบ่งชนชั้น
พบเจอบ้านไม้สองชั้นเก่าๆหลังหนึ่งฮ่าวเทียนถึงกับเอะใจ ด้านหน้าเขียนชัดเจนว่าเปิดให้พัก ตนจึงเดินเข้าไปทันที พลันได้ยินเสียง “ ยินดีต้อนรับคุณชายน้อย...ท่านกำลังมองหาที่พักรึไม่เจ้าคะ ? ” มองดูหญิงสาวอายุราวๆ 30 ปีนางหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชาวบ้านธรรมดา ฮ่าวเทียนรีบตอบกลับ “ ถูกแล้ว ข้ามองหาที่พักสำหรับหนึ่งเดือน”
“ เช่นนั้นข้ามีห้องพักให้คุณชายเจ้าค่ะ 1 เดือนในราคา 60 เหรียญเงินเป็นอย่างไรเจ้าคะ ? ” ฮ่าวเทียนวางเหรียญทอง 2 เหรียญลงบนโต๊ะก่อนกล่าวไป “ 1 เดือนนี้วันใดที่ข้ากลับมาพักผ่อน ให้ท่านจัดหาอาหารอย่างดีแก่ข้าทุกมื้อ ” หญิงสาวได้มองเห็นสีทองแวววับถึงกับสะดุ้งตกใจ รีบรับคำเด็กหนุ่ม “ ข้าทราบแล้ว เชิญท่านพักผ่อนในห้องรับรองก่อน ข้าจะรีบไปเตรียมห้องให้ท่านไม่เกินครึ่งชั่วยาม ”
ฮ่าวเทียนกล่าวตอบ “ ข้ามีธุระต้องสะสาง มืดค่ำจึงกลับมา ท่านมิต้องเร่งรีบ ” จากนั้นเด็กหนุ่มรีบเดินจากไป หญิงสาวพูดคุยกับครอบครัวของนางถึงตัวตนนี้ด้วยความหวาดกลัว รัศมีที่ปล่อยออกมา ความมั่งคั่งที่พร้อมใช้จ่าย ดูไปแล้วเขาน่าจะเป็นนายน้อยของสถานที่ใดสักแห่ง ไม่อาจทำให้เขาผิดใจได้
ฮ่าวเทียนเดินลัดเลาะเข้าไปยังซอกตึกหลายซอย ก่อนจะพบทางเข้าใต้ดินที่แอบซ่อน ด้านหน้ามีทหารยามกลุ่มหนึ่งนั่งดื่มสุรากัน เมื่อพวกมันเห็นฮ่าวเทียนจึงหันมามองทั้งหมด ด้วยชุดแต่งกายและท่าทีของเด็กหนุ่ม พวกมันไม่อาจมองข้ามได้จึงกล่าวไป “ คุณชายน้อย ที่นี่ไม่ให้บุคคลภายนอกย่างกราย เจ้ากลับไปเถอะ! ” ได้เห็นท่าทีของทหารยามฮ่าวเทียนจึงถาม
“ ข้ามาเพื่อเข้าร่วมงานประมูลของวันนี้ ” ได้ยินคำของเด็กหนุ่มพวกมันหันมองกันจึงลุกขึ้นยืนกล่าวตอบ “ เช่นนั้นเจ้ามีจดหมายรึหนังสือแนะนำรึไม่ หากไม่มี 10 เหรียญทองเป็นเช่นไร คิคิ ” ฮ่าวเทียนฝึกฝนปราณธาตุแสงแท้จริง สัมผัสได้ทุกสรรพสิ่งรอบกาย เพียงมองดูก็รับรู้ได้ว่าพวกมันกำลังข่มเหงตนจึงกล่าวออกไป
“ ข้าไม่มีทั้งสอง ” ฮ่าวเทียนตอบกลับอย่างเรียบนิ่ง มันหันหน้ามองกันจึงเดินมาใกล้เด็กหนุ่มเอามือวางบนไหล่ และกล่าวไป “ อ้าวๆ เห็นแต่งตัวดีๆ ที่แท้พวกยาจกนี่เอง 10 ทองยังไม่มีจะร่วมประมูลอันใดหา... ” ฮ่าวเทียนคว้าจับมือนั้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหักทิ้งราวกิ่งไม้ พร้อมกันคว้าจับคอของทหารยามยกขึ้น “ ข้ามิได้อนุญาตให้แตะต้อง ดูท่าชีวิตเจ้าสุขสบายเกินไป ”
รัศมีพลังกดดันรุนแรงที่ปลดปล่อยออกมาทำให้พวกมันตัวสั่นเทิ้ม มองดูเพื่อนทหารถูกกุมคอแน่นจนหน้าซีด ทันใดนั้นเองสุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้น “ ต้องขออภัยนายน้อยที่ล่วงเกิน... พวกเจ้ารีบคุกเข่าเถอะ นายน้อยท่านนี้อยู่ในปราณก่อตั้งขั้นที่ 2 เพียงฝ่ามือก็บั่นคอพวกเจ้าได้แล้ว ” คำกล่าวนี้ยิ่งทำให้พวกมันหน้าซีดเผือกเข้าไปอีก ทั้งหมดเร่งคุกเข่าลง
ฮ่าวเทียนคลายมือลงประสานมือคารวะผู้เฒ่าตรงหน้า แค่เห็นก็ระบุระดับปราณได้ถูกต้อง ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ชายชรากล่าวต่อ “ นายน้อย ท่านคิดเข้าร่วมประมูล สถานประมูลเรายินดีนัก ทว่าท่านจำต้องมีจดหมายหรือสิ่งแนะนำเพื่อระบุตัวตนเข้าร่วม ไม่ทราบเราผู้ชราช่วยเหลือท่านได้อย่างไรบ้าง ”
ฮ่าวเทียนได้ยินดังนั้นพลันนึกถึงพ่อค้าที่พาตนเข้าเมืองเมื่อคราก่อนทันที จึงค้นหยิบเศษผ้าที่พ่อค้าให้ไว้ออกมา ชายชราได้เห็นจึงคลายใจ “ อ้อ ที่แท้ท่านมาด้วยเบื้องหลังเป็นสมาคมการค้า หย่งชิ่ง นั่นเอง แถมมาด้วยศักดิ์ของผู้นำสาขาการค้าเสียอีก เอาล่ะๆ ข้าจะรีบจัดการประวัติท่าน ไม่ทราบคุณชายชื่อเสียงว่ากระไร ? ”
ฮ่าวเทียนไม่อาจเปิดเผยชื่อจริงได้จึงใช้ชื่อหลอกๆว่า “ จื่อหยวน ” จากนั้นคนนำทางจึงพาฮ่าวเทียนลงไปยังใต้ดินโรงประมูล ความอับชื้นดำมืดของทางลงแคบๆนี้ แม้ประดับประดาด้วยสิ่งของต่างๆนาๆ ก็ไม่อาจบดบังรัศมีเลวร้ายที่ยิ่งนานยิ่งแผ่ออกมาชัดเจน ฮ่าวเทียนแอบตื่นเต้นในใจเล็กน้อย นับว่าเป็นโลกที่มันไม่รู้จักเลยจริงๆ ชายชราเอ่ยถามขึ้นมา
“ ดูจากความประหม่าของท่าน สมควรเป็นครั้งแรกที่ท่านมาโรงประมูล.... ที่แห่งนี้รับประมูลซื้อขายทุกอย่าง ตั้งแต่สมุนไพรของวิเศษ ข่าวสาร ไปจนสิ่งผิดกฏหมายทุกชนิด ทาสบำเรอ ทาสรับใช้ ทาสต่อสู้ อาวุธ กระทั่งชีวิตคน หรือหางานอันตรายค่าตอบแทนดีๆ ที่นี่มีครบทุกอย่าง ” ฮ่าวเทียนได้ฟังก็ยิ่งตื่นเต้น ด้วยวัยของมันนับว่าเปิดโลกทัศน์โดยแท้
ฮ่าวเทียนถามต่อไป “ ข้ามาวันนี้เพื่อเสาะหาสมุนไพรหรือวัตถุธาตุแสงสำหรับฝึกยุทธ์ แน่นอนว่าท่านมีคำแนะนำดีๆ ? ” ฮ่าวเทียนหยิบเหรียญทองขึ้นมาเหรียญหนึ่งดีดขึ้นๆลงๆ ชายชราหยุดชะงัก “ เหอๆ สถานที่ดำมืดแห่งนี้ท่านกลับถามหาแสงสว่าง ข้าไม่เคยพบเจอคำถามเช่นนี้เลยจริงๆ แต่ก็มี อีกชั่วยามโรงประมูลที่ 3 จัดขึ้นทุกครึ่งเดือนจะเปิดพอดี ที่นั่นสมควรมีสิ่งที่ท่านตามหา แน่นอนว่า นายน้อยตระเตรียมเงินตรามาเพียงพอ ”
ฮ่าวเทียนถูกจัดให้นั่งรอในห้องรับรองอย่างดี ก่อนจะดื่มชาที่ทางนั้นจัดไว้ เด็กหนุ่มใช้ปราณแสงสวรรค์ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบเจอขุมพลังมากมาย ชัดเจนว่าสถานที่แห่งนี้ไม่อาจตอแยได้ เพียงบิดพลิ้วเล็กน้อยตกตายได้ทันที ชายชราจึงเอ่ยคำ “ ด้วยฐานะและพลังฝีมือของคุณชาย เราจัดห้องรับรองอย่างดีแก่ท่าน ประเดี๋ยวจะมีพนักงานหญิงของเรามารับรองท่าน และให้คำแนะนำ รวมถึงดูแลท่านจนจบการประมูล ขอท่านสุขสำราญใจ ”
ไม่นานนักฮ่าวเทียนสัมผัสได้ถึงร่างหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องรับรองตน พลันได้ยินเสียง “ เฟิงฮุยคำนับคุณชายน้อย เฟิงฮุยรับหน้าที่มาดูแลคุณชายน้อยจนจบการประมูลเจ้าค่ะ ” ฮ่าวเทียนมองดูสาวใช้ของโรงประมูลคนหนึ่งถึงกับผงะไป ...สาวใช้บ้าบออันใดกัน นี่มันนางงามล่มเมืองชัดๆ มองดูท่าทีเขินอายของฮ่าวเทียนสาวใช้ถึงกับหัวเราะเบาก่อนจะดึงผ้าคลุมไหล่มาปิดให้มิดชิด อย่างไรเสียนั่นก็เป็นเด็กคนหนึ่ง
“ คุณชายน้อย นี่เป็นป้ายประมูลของท่าน โรงประมูลที่ 3 จัดเพื่อเหล่าคนสำคัญที่มั่งคั่งเท่านั้น แม้ไม่รู้ปูมหลังท่าน เฟิงฮุยยังมั่นใจว่าคุณชายเพียบพร้อม ” ฮ่าวเทียนรับฟังกฏเกณฑ์ต่างๆอย่างตั้งใจ ซักครู่จึงถามออก “ พี่สาว ถัดจากห้องรับรองนี้ไป เป็นห้องรับรองผู้ใด ? ” ได้ยินเด็กหนุ่มเรียกพี่สาวนางถึงกับแก้มแดงป่องทันที
“ เอ่อ.. มีอะไรแปลกรึ ? ” ฮ่าวเทียนถามด้วยความสงสัย “ เฟิงฮุยรับใช้สถานประมูลมาเนิ่นนาน พบเจอบุคลสำคัญยิ่งใหญ่มากมาย กลับไม่เคยได้ยินนายน้อยจากขุมอำนาจใดเรียกว่าพี่สาว ฮิฮิ ท่านช่างแตกต่างจากคนเหล่านั้นนัก... ถัดจากห้องนี้ไปเป็นของขุนนางจากราชสำนักเจ้าค่ะ คาดว่าจากกรมการคลังตระกูลหยาง เพียงเฟิงฮุยไม่อาจเปิดเผยไปมากกว่านี้”
ได้ฟังคำตระกูลหยางฮ่าวเทียนคิ้วกระตุกทันที พลันนึกถึงเพื่อนร่วมชั้นอันเลวร้ายของมัน “ มิน่า...รัศมีความชั่วนี่แผ่ไพศาลมาเชียว “ สาวใช้ได้ยินคำกล่าวเบาของเด็กหนุ่มถึงกับเอามือปิดปาก ฮ่าวเทียนเห็นดังนั้นจึงรีบตัดบท “ แค่กๆ...พี่สาว นี่เป็นเงินจำนวน 100 เหรียญทองไว้กับท่านตามกฏ ” หญิงสาวรับเงินเก็บไว้ในแหวนมิติไร้ซึ่งท่าทีแปลกใจ พันหมื่นเหรียญทองนางก็เห็นมาแล้ว....
จากนั้นฮ่าวเทียนถูกนำไปยังโรงประมูลทันที มันถูกจัดให้อยู่ในชั้น 2 นับเป็นชนชั้นกลางของโรงประมูล ถัดไปอีกชั้นจึงเป็นชนชั้นสูงนั่นเอง ฮ่าวเทียนนั่งลงบนเก้าอี้หนานุ่มหรูหรา ก่อนได้ยินเสียงดังจากด้านหลัง “ เสียของแท้ๆ แม่นางเฟิงฮุยวันนี้ลดตัวไปรับรองเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเสียได้ ” เฟิงฮุยหันไปคำนับเสียงนั้น อ่าวเทียนจึงเหล่มองตาม
“ เฟิงฮุยคารวะท่านรองเจ้ากรมการคลัง ” ฮ่าวเทียนมองตามไปพบเจอชายวัยกลางคนอายุราวๆ50-60 ปี อ้วนท้วมหนวดยาวสีดำ รายรอบด้วยสาวงามและผู้คุ้มกัน แม้ได้ยินคำสบประมาทฮ่าวเทียนไม่สนใจจะสร้างเรื่องราว ยังคงรอการประมูลต่อไป... เมื่องานประมูลเริ่มขึ้น เสียงเฮฮาจากสมบัติชิ้นนั้นชิ้นนี้ดังขึ้นยื้อแย่งช่วงชิงกัน ทำเอาฮ่าวเทียนตื่นเต้นใจเต้นตุบตับไปด้วย สาวใช้ได้เห็นจึงรู้ทันที
“ คุณชายน้อย เป็นครั้งแรกที่ท่านได้เห็นกระมัง ยิ่งสมบัติที่เข้าร่วมประมูลยิ่งใหญ่เพียงไร ความบ้าคลั่งช่วงชิงจะยิ่งมากตามตัว ท่านประสงค์สิ่งใดโปรดบอกกล่าวแก่ข้านะเจ้าคะ” ฮ่าวเทียนยังมองดูด้วยความตื่นตะลึง จนกระทั่งของร่วมประมูลชิ้นต่อไปถูกนำออก เป็นร่างหญิงสาวคนหนึ่งถูกใส่ปลอกคอไว้ งดงามเสียยิ่งกว่านางงามใดๆที่มันเคยพบ ทั้งยังแปลกตานัก
“ ผู้เข้าร่วมประมูลทุกท่าน นี่คือเผ่าพันธ์ุจากทวีปอื่นที่เรียกว่า เอลฟ์ เพียงสมาคมเราจะหามาได้ นับว่าผู้ใดได้ไปประดับบารมีเป็นเรื่องมงคลนัก ท่านสามารถเอาไปใช้เป็นทาสบำเรอรึต่อสู้ก็ยังได้ พวกเอลฟ์เก่งกาจในเรื่องต่อสู้นัก ทั้งยังงดงามผิดหูผิดตา ราคาประมูลเริ่มต้น 300 เหรียญทอง! ” เสียงเฮดังลั่นกว่าเดิม ได้เห็นสายตาราคะบนใบหน้าผู้คนฮ่าวเทียนถึงกับถอนหายใจ แม้ได้เห็นเผ่าพันธ์แปลกตามันกลับไม่รู้สึกยินดีกับประสบการณ์นี้เท่าไรนัก
ขุนนางด้านหลังมันบ้าคลั่งจะเป็นตายต้องการเอลฟ์นางนี้ให้ได้จนทุ่มเงินไปนับพันเหรียญทอง นางถูกนำมาไว้ด้านหลังขุนนางคนดังกล่าวทันที ยามเดินผ่านฮ่าวเทียนสัมผัสได้ถึงสายตาหมดอาลัยตายอยากของทาส คล้ายเข้าใจบางสิ่งมากขึ้น สาวใช้ได้เห็นสีหน้าฮ่าวเทียนจึงกล่าวออก “ ท่านอย่าได้บังเกิดความเห็นใจใดๆต่อทาส มิเช่นนั้นคงนอนไม่หลับกินไม่ลง เฟิงฮุยกล่าวเช่นนี้เพราะคิดเป็นห่วงคุณชายน้อย ”
ทันใดนั้นเองฮ่าวเทียนได้ยินเสียงแทรกมาจากด้านหลังอีกครา “ เฟิงฮุยจ๋า ทาสนางนี้นับว่างดงามแต่ยังเทียบเท่าเจ้ามิได้แม้แต่น้อย เมื่อไรเจ้าจะรับคำตบแต่งข้าเสียที ข้าจะดูแลทะนุถนอมเจ้าอย่างดีเลยน้า ” สุ้มเสียงน่าขยะแขยงนี้ทำเอาฮ่าวเทียนคลื่นไส้บันดาลโทสะ มันจึงแกล้งกล่าวออกเบาๆ “ พี่สาวท่านเห็นคนด้านล่างโน้นรึไม่ แก่แล้วยังไม่เจียม อ้วนท้วนเหมือนปีศาจหมูตอนก็มิปาน บ้าราคะจนน่าคลื่นไส้ โอ้... แมลงกินขี้ม้ายังหน้าตาน่าดูชมกว่าเสียอีก ”
นางได้ฟังก็ตาโตตื่นตะลึงจนหัวเราะเบาออกมา จึงเอ่ยปากเล่นตอบเด็กหนุ่ม “ คุณชายน้อย คนไหนรึเจ้าคะ ขนาดไม่เห็นตัว ฟังคำท่านเฟิงฮุยยังคิดขยะแขยงเสียแล้ว ” ฮ่าวเทียนยิ่งหัวเราะร่วนชอบใจกับคำของหญิงสาว ทันใดนั้นเองมีคมดาบปรากฏที่ด้านหลังฮ่าวเทียนจดจ่อไว้ เสียงขุนนางด้านหลังจึงดังขึ้น “ ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้าเสียดสีข้า เด็กๆ ดูซิว่าเลือดมันเป็นสีอะไร ? ”
ก่อนเรื่องราวจะดำเนินต่อไป ทหารนายหนึ่งพูดออกมาด้วยเสียงดังลั่น “ ท่านรองเจ้ากรมขอรับ! ทาสคนนี้ มีสมบัติธาตุแสงอยู่ในกายเสียด้วยท่าน ข้าตรวจสอบแล้วสมควรเป็นอัญมณีบางประการที่นางซุกซ่อน ” ขุนนางอ้วนรีบหันขวับไปเชยชมเรื่องราวทันที ฮ่าวเทียนได้ยินคำเกี่ยวกับอัญมณีอะไรแสงๆก็หันขวับด้วยคน พลันกล่าว “ พี่สาว คิดว่าข้าเจอสิ่งที่ต้องการแล้วล่ะ ” ได้เห็นใบหน้าชั่วร้ายแกมโกงของเด็กหนุ่มทำเอานางผงะไปเลยทีเดียว...
จบตอน
***จากใจผู้แต่ง***
ทุเรียนกราบขอบพระคุณเพื่อนนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของทุเรียนนะคะ ทุเรียนมีข่าวที่ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายมาแจ้งทุกท่าน ตอนนี้ตำนานเทพอสูรสยบฟ้า ดำเนินมาจนจบบทแรกของเค้าโครงแล้ว ทุเรียนเองก็ทำงานประจำอยู่เช่นกันต้องใช้เวลามากในการแบ่งมาแต่งนิยายเรื่องนี้ด้วย ( ดึกจนเป็นแพนด้า ) จึงเห็นสมควรว่าตั้งแต่ตอนที่ 33 (ไม่รวมบทนำ ) เป็นต้นไป ในทุกๆช่องทางการติดตาม ทุเรียนจะเปิดขายนิยายในราคา ตอนละ 3 บาท ( เริ่มต้น ) ซึ่งตอนก่อนหน้าจะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรี รายได้ส่วนนี้ทุเรียนจะใช้เป็นทุนและแรงใจในการแต่งและอัพเดทนิยายอย่างสม่ำเสมอในทุกๆวันตามที่แจ้งไว้ค่ะ ขอบพระคุณและขอโอกาสให้ทุเรียนได้แต่งนิยายเรื่องนี้ต่อจนจบด้วยนะคะ คาดว่าเกิน 1000 ตอนแน่นอน แม้จะมีผู้ใหญ่ให้ความสนใจขอซื้อลิขสิทธิ์อันต่ำต้อยนี้ ทุเรียนยังคงอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง สำหรับโปรโมชั่นส่วนลดและราคา ติดตามได้ในเพจนิยายด้านล่างเลยค่ะ
ติดตามเรื่องราวและการอัพเดทของนวนิยายเรื่องนี้ที่ได้อีกช่องทางที่ : www.facebook.com/legendofdevilgodsNovel/