Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 79 ตัดแต่งพันธุกรรม

            ตอนที่79 ตัดแต่งพันธุกรรม

             

            เลน่าได้เห็นข้อมูลสุดท้ายทั้งหมดครบถ้วนเธอยืนคิดอะไรบางอย่างอยู่นาน ก่อนจะถามแอนดรูว์ด้วยความสงสัยเพราะเธอไม่เคยรู้จักสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มาก่อน

            “ขอตัวเลือกเพิ่มได้รึเปล่า”

            “ผมคิดว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ยีนทั้งสี่ชนิดถูกคัดเลือกมาแล้ว มันจะช่วยพี่สาวพัฒนายีนในร่างกายและยกระดับไปอีกขั้นด้วยความเสี่ยงยังลดลงไปเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์” แอนดรูว์อธิบาย เลน่ากลับมายืนคิดในใจ

            ‘ยีนสี่ชนิด จุดเด่นต่างกันไปเหมือนกันอยู่อย่างเดียวคือช่วยยกระดับร่างกาย...อ้า ใช่สิเขาไม่ได้บอกว่าเลือกได้ชนิดเดียว’

            “ถ้าฉันเลือกยีนที่มีความเสี่ยงเกิดมีอันตรายขึ้นมา เธอมีวิธีรักษารึเปล่า” เลน่าถามแอนดรูว์

            “มีแน่นอนทุกอย่างที่คัดเลือกมามีทางแก้ไข แต่พี่สาวต้องเลือกยีนชนิดเดียวเท่านั้น”แอนดรูว์ตอบอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด เพราะเขามีวีธีรับมือกับการกลายสภาพของยีนยิ่งเป็นในช่วงเวลานี้ เทคโนโลยียกระดับไปอีกขั้น ความปลอดภัยโดยรวมนับว่ามีถึง99.99% อีก 0.01% คือเรื่องเหนือความคาดหมายซึ่งไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากมีวิธีแก้ไขได้อย่างครอบคลุมมากกว่าในอดีต

            “ตอนแรกเธอไม่ได้บอกว่าเลือกยีนได้ชนิดเดียวฉันหลงนึกว่าเลือกได้มากกว่าหนึ่งซะอีก” เลน่าพึมพำ ทันใดนั้นแอนดรูว์ได้พูดขึ้น

            “ถ้าพี่สาวแข็งแกร่งในระดับหนึ่งมากกว่าหนึ่งยีนไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าตอนนี้ร่างกายอ่อนแอเกินไป รับแค่หนึ่งยีนมีโอกาสสูงที่จะใช้เวลาปรับสภาพมากกว่าหนึ่งเดือนไหนจะต้องตรวจสอบสภาพร่างกาย ทำความเข้าใจความสามารถและปรับสมดุลอีกที่สำคัญฝืนรับมากกว่าหนึ่งยีนร่างกายอาจทนต่อการเปลี่ยนแปลงไม่ไหว”

            “ฉันอ่อนแอขนาดนั้นเชียว”เลน่าถาม ต่อให้จะรู้ว่าตัวเธออ่อนแอ แต่ไม่รู้ว่าอ่อนแอขนาดไหนในสายตาแอนดรูว์

            “อื้มมันก็พูดยากนะ ให้เทียบโดยพื้นฐานทั่วไปร่างกายพี่สาวอยู่ในเกณฑ์ระดับสูง...”แอนดรูว์พยายามพูดให้รักษาความรู้สึกเลน่ามากที่สุด เลน่ากลับถามอย่างจริงจัง

            “ในเกณฑ์ของเธอฉันอ่อนแอขนาดไหน”

            แอนดรูว์เอามือลูบคางเขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะถามเลน่า

            “บอกไปอย่าโกรธผมนะ”

            “ฉันไม่โกรธ”เลน่าให้คำยืนยัน แอนดรูว์จึงบอกเธอ

            “ในเกณฑ์ของผมพี่สาวอ่อนแอมาก ให้เทียบความแข็งแกร่งในฐานหลัก ถือว่าอ่อนแอที่สุด”

            “ในฐานหลัก! ไม่ใช่ในกองกำลังของเธอ?”

            “เทียบในกองกำลังนับรวมแค่ความสามารถโดยรวม...เอ่อ..อยู่ต่ำกว่าหน่วยรักษา”แอนดรูว์คลายความสงสัยให้เลน่า เขาไม่อยากพูดละเอียดนัก เพราะกลัวกดดันเธอเกินไป

            เลน่าได้ฟังทุกถ้อยคำของแอนดรูว์เธอถึงกับนิ่งเงียบไป ในใจเธอเปลี่ยนมุมมองทุกอย่างใหม่ แต่ไม่วายถามแอนดรูว์ต่อ

            “แล้วถ้าหลังฉันตัดแต่งพันธุกรรมล่ะจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน”

            “นี่ก็พูดยากอย่างน้อยพอเทียบได้กับชีวจักรกลระดับต่ำหรืออสูรดวงดาวระดับ D ทั่วไป ยกเว้นพี่สาวจะพัฒนาฝึกฝนเพิ่มเติม จะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน” แอนดรูว์ยกตัวอย่างให้เลน่าเข้าใจไม่วายต้องอธิบายเรื่องความแข็งแกร่งให้ฟังเพิ่มเติมอีกพักใหญ่

            หลังผ่านไปสักพักเลน่าได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของฐานหลักรวมไปถึงระดับกับหน้าที่ต่าง ๆ ทำให้เธอได้รู้ว่า ความแข็งแกร่งระดับต่ำสุดในความคิดของแอนดรูว์นั้นคือความแข็งแกร่งระดับสูงในความคิดของเธอที่สิ่งมีชีวิตจะเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมโหดร้ายได้ถูกจัดอยู่ในระดับ F…

            …สูงกว่านั้นคือระดับ E ที่มีความสามารถทางกายภาพเพิ่มขึ้นมาเท่าตัวส่วนระดับ D คือต้องมีความสามารถเฉพาะตัว ในระดับ C ถือว่าในสายตาเลน่าเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งมากเพราะคือความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง ที่สามารถทำลายล้างเมืองขนาดเล็กได้ซึ่งเมืองนั้นคือเมืองที่มีการพัฒนาความแข็งแกร่งด้านการป้องกันสูงกว่าเมืองทั่วไป...

            ...ระดับ B อยู่เหนือความเข้าใจเลน่า เพราะจะมีความสามารถพิเศษติดตัวต่อให้ไม่มีความสามารถในระดับทำลายล้างเมืองขนาดกลางได้ทั้งหมด แต่การฆ่าการสังหารเหยื่อและการต่อสู้นั้นถือว่าเป็นเลิศ...

            ...ระดับAนั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในอวกาศหรือสภาพแวดล้อมพิเศษที่ไม่ค่อยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ต่อมาคือระดับ S เป็นสิ่งมีชีวิตสุดยอดอันตรายมีความสามารถทำลายดวงดาวได้ทั้งดวงเป็นส่วนใหญ่ อะไรที่ถูกจัดอยู่ในระดับนี้นับว่าอันตรายถึงขีดสุด...

            ...แม้ว่าระดับSจะสร้างความตกใจให้เลน่าไม่น้อย แต่ยังมีระดับสูงกว่านั้นคือ SSSSSและEX…

            …SS คือสิ่งที่หลุดจากจินตนาการและความคิดไปโดยสิ้นเชิง ขนาดระดับ S เทียบไม่ติด ถึงอย่างนั้น ระดับ SSS ทำให้เลน่าจินตนาการไม่ออกเพราะมันคือระดับที่แอนดรูว์ยังต้องเสี่ยงชีวิตสู้ เทียบกับปัจจุบันเขามีโอกาสรอด50/50 ขึ้นอยู่กับความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์รวมไปถึงความพิเศษเฉพาะตัวที่หาได้ยากของคู่ต่อสู้...

            ...สุดท้ายคือระดับ EXเป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อกรด้วยได้ถ้าใช้พลังสูงสุดมีโอกาสลบล้างทั้งดาราจักร แค่การต่อสู้อย่างเดียวยังสามารถทำลายดาวเคราะห์หรือระบบสุริยะได้ไม่ยากแน่นอนว่าแอนดรูว์ยกตัวอย่างให้เลน่ารู้ถึงสิ่งเหล่านี้ ให้รู้ว่าพวกมันมีอยู่จริง

            “นอกจากนี้ยังมีพวกที่ประเมินหรือวัดระดับไม่ได้มันอยู่นอกเหนือระดับ EX บางตัวอันตรายและบางตัวไม่อันตรายเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยและธรรมชาติของพวกมัน”แอนดรูว์เสริมให้เลน่ารับรู้สิ่งเหล่านี้เอาไว้

            “สรุปว่าฉันในตอนนี้อ่อนแอยิ่งกว่าระดับF” เลน่าถาม ใบหน้าเธอมีความจริงจังผสมความรู้สึกซับซ้อน

            “ประมาณนั้นนี่คือความแข็งแกร่งเฉพาะสิ่งมีชีวิต ไม่นับรวมเทคโนโลยีอันตรายสถานการณ์เลวร้ายหรือภัยพิบัติอื่น ๆ”

            “หมายความว่าพวกมันมีความแข็งแกร่งได้อีกถ้ามีอุปกรณ์หรืออาวุธ”เลน่ามองแอนดรูว์เหมือนไม่เชื่อ กลับกันแอนดรูว์ให้คำตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ใช่แถมบางสิ่งมีชีวิตยังเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ เหมือนวิเวียน เธอเปลี่ยนแปลงและสังหารสิ่งมีชีวิตในดวงดาวทั้งดวงได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนให้กลายเป็นสวนของเธอ”

            เลน่ามองวิเวียนเธอรู้ว่าวิเวียนแข็งแกร่ง แต่ไม่คิดว่าจะอยู่ในระดับนั้นทำให้เธอนึกถึงเบเลียนและสิ่งที่แอนดรูว์บอกไปก่อนหน้านี้สักเล็กน้อย

            “เบเลียนแข็งแกร่งเหมือนวิเวียนใช่ไหม? เธอบอกว่ามีโอกาสวิวัฒนาการ แสดงว่าจะแข็งแกร่งขึ้นอีก”

            “ถือว่าใช่และกรณีของเบเลียนค่อนข้างพิเศษเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตหายาก สายเลือดโบราณในร่างกายถูกปลุกและวิวัฒนาการถึงระดับสูงสุดเมื่อไหร่วิเวียนไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน” แอนดรูว์บอกเลน่าคร่าว ๆไม่เจาะลึกรายละเอียดมากเกินไป

            “งั้นความแข็งแกร่งของเธออยู่ในระดับไหน”เลน่าถาม แอนดรูว์ที่รู้ว่าต้องถูกถามคำถามนี้เตรียมคำตอบไว้แล้ว

            “ดีในระดับหนึ่งถือว่ารูปแบบชีวิตผมยกระดับ ก่อนหน้านี้เคยทุ่มกองกำลังสู้กับสิ่งมีชีวิตอันตรายสุดๆ แต่ตอนนี้ผมคนเดียวเอาอยู่ ไม่รู้ว่าใช้พลังสูงสุดจะขนาดไหนเหมือนกันเพราะผมยังไม่เคยลองใช้หลังจากตื่นมา...บอกก่อนนะว่าผมรู้ระดับตัวเองดีถ้าต้องต่อสู้ เป็นความสามารถของผู้มีประสบการณ์และความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งละมั้ง”

            “แสดงว่าเธอแข็งแกร่งกว่าวิเวียน”เลน่ามองแอนดรูว์สลับกับวิเวียน

            “ใช่”แอนดรูว์ตอบ เลน่าที่เหมือนทำใจยอมรับมาแล้ว ยังเผยความตกใจผ่านสีหน้าออกมาอยู่ดี

            “แล้วสรุปว่าภรรยาของผมจะเลือกยีนของอสูรตัวไหน”แอนดรูว์ถาม เขาเปลี่ยนสรรพนามเรียกเลน่าให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงและไม่คิดมากเกินไป

            เลน่ารู้ว่าแอนดรูว์ต้องการจะสื่ออะไรเธอจึงหันกลับไปมองข้อมูลของยีนทั้งสี่ชนิด ไม่นานเธอก็เลือกได้ โดยไม่ขอความคิดเห็นจากแอนดรูว์

            “ฉันเลือกยีนพยัคฆ์อสูรไตรเนตร”

            “พี่สาวแน่ใจแล้วใช่ไหม”แอนดรูว์ถามเพื่อยืนยันความมั่นใจ

            “ใช่”เลน่าพยักหน้า

            “งั้นเราต้องไปเตรียมตัวที่ห้องตัดแต่งพันธุกรรมขอบอกก่อนนะว่า มีการเตรียมตัวยุ่งยากเล็กน้อย” แอนดรูว์บอกเลน่าเพราะการที่เธอเลือกยีนพยัคฆ์อสูรไตรเนตร นับว่าช่วยพัฒนาร่างกายไปได้หลายระดับซึ่งจะสร้างภาระมหาศาล ต้องการปรับสภาพร่างกายก่อนตัดแต่งพันธุกรรม

            “ยืนยันกำลังจัดเตรียมยีนและสิ่งจำเป็นที่ห้องตัดแต่งพันธุกรรม” เสียงโมบิทดังขึ้นหลังจากแอนดรูว์ยืนยันชนิดยีน

            “พร้อมใช่มั้ย”แอนดรูว์ถามเลน่า เมื่อเห็นว่าเธอแสดงท่าทางกังวลออกมาเล็กน้อย

            “อืม”เลน่าตอบสั้น ๆ แอนดรูว์ลูบแผ่นหลังเธอพลางพูดคลายกังวล

            “ไม่ต้องคิดมากคุณภรรยาต้องแข็งแกร่งขึ้น เชื่อมือผมได้เลย”

            “ฉันเชื่อเธอ”

            หลังจากนั้นแอนดรูว์ได้พาเลน่าไปยังห้องตัดแต่งพันธุกรรม โดยมีวิเวียนเดินตามติดตลอด

            .

            .

            .

            .

            หน้าห้องตัดแต่งพันธุกรรม

            เมื่อแอนดรูว์มาถึงเขาให้เลน่าเข้าไปรอในห้องก่อน จากนั้นเขาได้ถามวิเวียน

            “ตัดแต่งพันธุกรรมใช้เวลานานเธอจะยืนรอหรือเอากระบี่ไปเก็บให้ฉันและไปพัก”

            “ฉันจะยืนรอ”วิเวียนตอบอย่างรวดเร็วแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลาแอนดรูว์กลับพูดเชิงสั่งด้วยความเป็นห่วง

            “ฉันแนะนำให้เธอเอากระบี่ไปเก็บและพักผ่อนไม่ก็ไปเดินเล่นหรือฝึกกับพวกเดโม่ดีกว่า ฉันจะให้โมบิทช่วยนำทาง”

            “ก็ได้ค่ะนายท่าน” วิเวียนตอบเสียงอ่อย ๆ แอนดรูว์ยื่นมือไปลูบศีรษะเธอ

            “ดีแล้วพักซะบ้าง” แอนดรูว์พูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องตัดแต่งพันธุกรรม

            หลังแอนดรูว์เดินเข้าไปได้ครู่หนึ่งเสียงโมบิทได้เริ่มนำทางวิเวียนที่แสดงใบหน้ามีความสุข

             

            หลังจากเดินเข้ามาในห้องตัดแต่งพันธุกรรมที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สุดไฮเทคและเครื่องมือชั้นยอดมากมาย แอนดรูว์เดินไปหาเลน่านำเธอไปยังเตียงสุดล้ำเตียงหนึ่งที่อยู่ติดกับแขนกลหลายสิบแขนบริเวณนั้นยังมีหลอดแก้วนับสิบบรรจุของเหลวเก็บเอาไว้

            “ทำใจให้สบาย”แอนดรูว์พูดจบ เขาได้อุ้มเลน่าขึ้นบนเตียงพร้อมกับเปิดการทำงานบางอย่างก่อนจะจัดท่านอนเลน่าให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม

            พรึบ!

            เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเตียงตามมาด้วยแขนกลจับข้อต่อทุกส่วนของเลน่า ทำให้เธอสะดุ้งด้วยความตกใจ

            “ไม่ต้องตกใจไม่มีอะไรอันตราย” แอนดรูว์บอกกับเลน่า อึดใจต่อมาตัวล็อกโผล่ขึ้นมาจากเตียงและทำการล็อกส่วนข้อต่อแทนแขนกลต่อจากนั้นแขนกลได้หยิบจับหลายสิ่งส่งให้แอนดรูว์

            “ผ่อนคลายอย่าเกร็ง” แอนดรูว์บอกเลน่า น้ำเสียงเขายังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ต่อมาเขาพูดหลายประโยคเพื่อดึงดูดความสนใจเธอขณะเดียวกันเขาได้ใช้เข็มที่เชื่อมต่อกับท่อขนาดเล็กแทงเข้าไปยังจุดเส้นเลือดใหญ่ของเลน่าหลายจุด

            แอนดรูว์ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเลน่าไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอเต็มไปด้วยสายระโยงระยาง

            “ผมจะปรับสภาพร่างกายให้ก่อนเพื่อลดโอกาสเกิดอันตราย” แอนดรูว์พูดจบ เขาหยิบเครื่องฉีดนาโนแมชชีนมาจากแขนกล

            แอนดรูว์มองหลอดแก้วสีใสบรรจุนาโนแมชชีนมากกว่าหนึ่งร้อยตัวเขาได้ตรวจสอบนาโนแมชชีนแล้วว่ามันจะช่วยซ่อมร่างกายและคงสภาพยีนไม่ให้เกิดการกลายพันธุ์ที่อันตรายหรือเกิดการแทรกซ้อน

            จวืดดดดดดดดดดดดดดดดด

            แอนดรูว์ฉีดนาโนแมชชีนเข้าสู่ร่างกายเลน่าตามด้วยการสั่งโมบิทให้ควบคุมนาโนแมชชีนเริ่มกระจายไปตามส่วนต่าง ๆของร่างกายอย่างเฉพาะเจาะจง

            “รายงานนาโนแมชชีนเข้าไปใน สมอง ไขสันหลัง กระดูกสันหลังและอวัยวะบอบบางสำเร็จ” เสียงโมบิทรายงานดังขึ้นทันใดนั้นแอนดรูว์ก็สั่งทันที

            “ป้อนสารอาหารบำรุงร่างกายและเปิดการทำงานนาโนแมชชีนให้อยู่ในระดับสูงสุด”

            “รับทราบกำลังดำเนินการ”

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน