เสียงคำรามของเครื่องยนต์สี่สูบพิกัด 1,000 ซีซี ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสนามแข่งนานาชาติ กลิ่นยางไหม้และละอองน้ำมันกระจายคลุ้งในอากาศที่ร้อนระอุด้วยแสงแดดที่แผดเผาลงมาบนแทร็กยางมะตอยจนดูเหมือนจะหลอมละลาย
ที่ขอบสนาม บริเวณพิตเลนของทีม Vortex Apex Racing รินยืนโดดเด่นท่ามกลางความหม่นหมองของสมาชิกในทีมที่ยืนลุ้นกันตัวโก่ง เธออยู่ในชุด Race Queen ที่เรียกสายตาชายหนุ่มทั้งสนามได้มากกว่ารถแข่งคันไหนๆ ชุด เกาะอกสีแดงสลับขาว ที่เธอสวมนั้นถูกออกแบบมาให้รัดแน่นจนบีบเค้น หน้าอกหน้าใจไซส์ใหญ่พิเศษ ของเธอให้ล้นทะลักขึ้นมาจนดูเหมือนจะหลุดออกมาได้ทุกเมื่อ ผิวขาวจัดของเธอตัดกับสีแดงของชุดอย่างรุนแรง ท่อนล่างเป็ กระโปรงสั้นกุดสีแดงขาว ที่สั้นเสียจนแทบจะปิดบั้นท้ายดินะเิของเธอไม่มิด ทุกครั้งที่เธอขยับตัวตามจังหวะการลุ้นรถแข่ง ชายกระโปรงจะพริ้วไหวเปิดให้เห็นเรียวขาขาวเนียนที่ดูเชิญชวนอย่างยิ่ง
ทรงผมของเธอถูกจัดแต่งมาอย่างปราณีตเข้ากับใบหน้าสวยหวาน ผมสีน้ำตาลแดงถูกรวบเป็แกละสองข้าง ดูมีความเป็ไอดอลขี้เล่นแต่แฝงไปด้วยความยั่วยวน เส้นผมที่พริ้วไหวตามแรงลมร้อนในสนามยิ่งขับให้ใบหน้าของเธอดูละมุนตา แม้จะอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดแต่รินก็ยังคงดูเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิตและทรงเสน่ห์ที่สุด
รินกำร่มคันยาวไว้แน่น ดวงตาคู่คมจ้องมองไปที่รถหมายเลข 24 ของกานต์ที่กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายด้วยความหวัง กานต์กำลังใช้ทักษะระดับยอดเยี่ยมเอนรถจนเข่าครูดพื้นแทร็กเพื่อชดเชยสมรรถนะรถที่สู้ทีมใหญ่ไม่ได้ เขาต่อสู้สุดชีวิตจนกระทั่งธงตราหมากรุกสะบัดลง แต่ความจริงที่โหดร้ายก็ปรากฏ... เขาเข้าเส้นชัยไปได้เพียงอันดับที่ 5 พลาดโพเดียมไปอย่างน่าเสียดาย
กานต์ขี่รถกลับเข้ามาในพิตด้วยท่าทางซึมเศร้า ทันทีที่เขาถอดหมวกกันน็อกออก ใบหน้าของเขาก็ดูไม่สดชื่นเอาเสียเลย รินรีบเดินเข้าไปหาเขา ความสั้นของกระโปรงทำให้ทุกย่างก้าวของเธอดูเย้ายวนใจคนทั้งพิต มือเรียวสวยวางบนไหล่สามีเพื่อปลอบโยน
“ทำดีที่สุดแล้วกานต์... กานต์ขับเก่งที่สุดในสายตารินนะ” เธอเอ่ยเสียงหวาน ขณะที่หน้าอกอวบอิ่มที่เกือบจะล้นออกจากเกาะอกนั้นเบียดชิดกับแขนของกานต์โดยที่เธอไม่ได้ใส่ใจสายตาของคนในทีมที่แอบลอบมองด้วยความหิวกระหาย
กานต์เงยหน้ามองภรรยาที่แสนสวยของเขาด้วยแววตาขมขื่น “ผมขอโทษนะริน... ทั้งที่มีนางฟ้าแบบคุณคอยเชียร์แท้ๆ แต่ผมกลับพาเราไปไม่ถึงฝั่งสักที”
ท่ามกลางเสียงเก็บเครื่องมือที่ดังสะท้อนในเต็นท์พักรถที่เริ่มทรุดโทรม รินมองดูความเงียบเหงาของสมาชิกทีมที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนอย่างสะท้อนใจ ความจริงแล้ว Vortex Apex Racing เคยเป็ชื่อที่เขย่าขวัญทีมั์ใหญ่มาก่อน ในการแข่งขันครั้งแรกที่พวกเขาลงสนาม กลุ่มคนรักรถกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้กลับสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการคว้าอันดับ 3 มาครองได้สำเร็จ ทักษะการขี่ที่ดุดันของกานต์บวกกับภาพลักษณ์สะดุดตาของรินในชุดเรซควีน ทำให้สปอนเซอร์มากมายต่างรุมล้อมยื่นข้อเสนอให้ใน่เวลานั้น
แต่ความรุ่งโรจน์กลับสั้นนัก เมื่อทีมใหญ่เริ่มใช้เม็ดเงินมหาศาลไล่ดึงตัวหัวกะทิ ทั้งวิศวกรฝีมือดีและช่างเครื่องมือหนึ่งต่างถูกซื้อตัวไปทีละคน ทิ้งให้กานต์กับรินต้องแบกรับทีมที่เหลือเพียงโครง สร้างความกดดันให้กานต์อย่างหนัก ทักษะของเขายังยอดเยี่ยมแต่ตัวรถกลับพัฒนาตามไม่ทัน ส่งผลให้ผลงานหลังๆ เรียกได้ว่า "แพ้รวด" จนสปอนเซอร์ค่อยๆ ถอนตัวไปทีละราย
“ถ้าตอนนั้นเรายอมย้ายไปทีมใหญ่ตามที่เขามาจูงใจ รินก็คงไม่ต้องมายืนลำบากแบบนี้” กานต์เอ่ยขึ้นพลางมองไปที่ภรรยาสาว
ความสวยของรินคือจุดขายเดียวที่ยังเหลืออยู่ ทุกวันนี้แม้ผลการแข่งจะรั้งท้าย แต่ในสนามแข่งมักจะมีเสียงซุบซิบเสมอว่า "เรซควีนของทีม Vortex คืออันดับ 1" รินรู้อยู่เต็มอกว่ารูปร่างหน้าตาและหน้าอกอวบอิ่มที่ล้นเกาะอกของเธอคือสิ่งเดียวที่ดึงดูดแสงไฟให้ยังส่องมาที่ทีมซอมซ่อนี้ ความจริงทั้งเธอและกานต์ต่างเคยได้รับข้อเสนอให้แยกย้ายไปอยู่ทีมระดับท็อป กานต์ถูกทาบทามในฐานะนักแข่งฝีมือฉกาจ ส่วนรินถูกเสนอให้ไปเป็นางแบบหลักของค่ายรถยนต์ั์ใหญ่ แต่เพราะความรักในสโมสรเล็กๆ แห่งนี้ พวกเขาจึงปฏิเสธทุกโอกาสเพื่อสู้ไปด้วยกัน
ทว่าตอนนี้ความหวังที่เคยลุกโชนกลับเริ่มมอดดับลง ทุกการแพ้หมายถึงเงินสนับสนุนที่น้อยลงเรื่อยๆ จนตอนนี้เหลือสปอนเซอร์เพียงรายเดียวที่ยังไม่ทอดทิ้งพวกเขา รินมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของสามีและทีมงานวัยรุ่นที่เพิ่งรับมาใหม่ ความกดดันเื่ปากท้องเริ่มกัดกินความสุขของการแข่งรถไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความกลัวว่าในวันพรุ่งนี้... ทีมที่เป็เหมือนบ้านหลังนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้สตาร์ทเครื่องยนต์อีกเลย
ในขณะที่รินและกานต์กำลังช่วยกันเก็บอุปกรณ์ด้วยความเงียบเชียบ เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้นปูนดังกึกก้องใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะที่แหลมสูงอย่างจงใจเยาะเย้ย รินเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ เธอคือเรซควีนตัวท็อปจากทีมมหาเศรษฐีที่เพิ่งคว้าอันดับ 3 ไปครอง
เรซควีนคู่แข่งคนนี้อยู่ในชุดสีเงินวาววับที่เซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ชุดของเธอเป็บอดี้สูทเว้าสูงรัดรึงจนเห็นทุกสัดส่วนโค้งเว้า ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อน้อยที่เน้นโชว์ผิวพรรณไม่แพ้เกาะอกของริน ทรงผมสีบลอนด์สว่างถูกมัดเป็ หางม้า (High Pony Tail) รวบตึงโชว์ใบหน้าเชิดรั้นและดูโฉบเฉี่ยว ท่าทางของเธอที่ยืนกอดอกดูราวกับนางพญาที่กำลังจ้องมองซากปรักหักพัง
“แหม... ดูสภาพทีมนี้ทีไร ฉันล่ะสงสารความสวยของเธอจริงๆ เลยนะริน” หญิงสาวชุดเงินเอ่ยขึ้นพลางใช้สายตาไล่สำรวจเกาะอกสีแดงที่รัดแน่นจนหน้าอกของรินแทบจะทะลักออกมา “สวยขนาดนี้ แต่ต้องมายืนตากแดดตากลมให้ทีมกระจอกๆ ที่วิ่งตามก้นคนอื่นเขาเนี่ยนะ?”
นักแข่งหนุ่มในทีมเดียวกันที่เดินตามมาข้างหลังหัวเราะหึในลำคอ สายตาแทะโลมรินอย่างไม่ปิดบัง ก่อนที่เรซควีนหางม้าจะยื่นข้อเสนอที่แฝงไปด้วยการเหยียดหยาม
“สนใจมาอยู่กับทีมฉันไหมล่ะ? ฉันกำลังหา Sub-model มาช่วยงานพอดี”
คำว่า Sub-model หรือ ‘นางแบบรอง’ ในวงการนี้ รินรู้อยู่เต็มอกว่ามันหมายถึงอะไร มันไม่ใช่แค่การมายืนถือร่มเป็มือขวา แต่คือการเป็ ‘ลูกน้อง’ ที่ต้องคอยรับใช้ทุกอย่างตามคำสั่งของเรซควีนตัวหลัก ั้แ่การช่วยแต่งตัว จัดท่าทาง ไปจนถึงการเป็ตัวสำรองรองรับอารมณ์หรือความ้าของสปอนเซอร์ในส่วนที่ตัวหลักไม่อยากทำ เป็ตำแหน่งที่ไร้ซึ่งเกียรติและต้องยอมสยบอยู่ใต้แทบเท้าของคนที่มีอำนาจเหนือกว่า
“มาเถอะริน... ตำแหน่ง Sub-model ของทีมระดับแชมป์น่ะ ได้เงินมากกว่าที่เธอทำมาทั้งปีกับทีมยาจกนี่อีกนะ” เธอเหยียดรอยยิ้ม "แค่ยอมลดตัวลงมาคลานตามฉันหน่อย รับรองว่าชีวิตเธอจะสบายขึ้นเยอะ"
กานต์กำหมัดแน่นจนสั่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เห็นเมียรักถูกดูิ่ แต่รินกลับนิ่งสนิท เธอใช้มือเรียวแตะแขนสามีเบาๆ เป็เชิงปราม ใบหน้าสวยหวานของเธอยังคงนิ่งเฉยเหมือนหน้ากากตุ๊กตา แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอนกับความจริงที่ว่าทีมกำลังจะล่มสลาย แต่เธอจะไม่ยอมให้คนพวกนี้เห็นความอ่อนแอ
“ขอบคุณที่หวังดี... แต่ที่นี่คือทีมของฉัน” รินตอบกลับสั้นๆ ทว่าเย็นเยียบ
“หึ! ปากดีไปเถอะ แล้วฉันจะคอยดูว่าตอนที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยางรถแข่ง เธอจะยังเชิดหน้าชูตาอยู่ในชุดสั้นๆ นี่ได้อีกนานแค่ไหน!” เรซควีนชุดเงินสะบัดหางม้าแล้วเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะที่เย้ยหยัน ทิ้งให้บรรยากาศในเต็นท์พิตหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
รินมองตามแผ่นหลังของเรซควีนชุดเงินที่เดินจากไป แม้ใบหน้าจะพยายามรักษาความนิ่งเฉยเอาไว้ แต่หัวใจของเธอกลับเต้นระรัวด้วยความกังวล กานต์ถอนหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะหันกลับไปเก็บอุปกรณ์ที่เหลือด้วยท่าทางที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ความเงียบเข้าปกคลุมพิตอีกครั้ง แต่เป็ความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นเกินกว่าครั้งไหนๆ
ทว่าความกดดันนั้นยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด เมื่อเสียงะโอย่างเสียสติของ "ผู้จัดการสโมสร" ดังแว่วมาจากทางด้านหลังเต็นท์พักรถ
“อะไรนะ! คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ! เราตกลงกันไว้แล้วนี่!”
รินและกานต์สะดุดกึก ทั้งคู่หันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ผู้จัดการสโมสรที่ปกติเป็คนใจเย็นบัดนี้กำลังเดินวนไปมาพร้อมโทรศัพท์ที่แนบหู ใบหน้าของเขาซีดเผือดและมีเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาดูเหมือนคนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไป
“แต่เราเพิ่งจะเริ่มฤดูกาลเองนะ... ถ้าคุณถอนตัวตอนนี้ ทีมเราจบเห่แน่! ฮัลโหล? ฮัลโหล!”
เสียงสัญญาณถูกตัดไป ผู้จัดการลดโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ มือของเขาสั่นเทาจนเกือบจะทำเครื่องมือสื่อสารราคาแพงร่วงหล่นลงพื้น รินและกานต์เดินเข้าไปใกล้ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้นครับพี่?” กานต์เอ่ยถามด้วยเสียงที่แหบพร่า
ผู้จัดการเงยหน้ามองทั้งคู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “สปอนเซอร์รายสุดท้าย... เขาขอยกเลิกสัญญา เขาบอกว่าผลงานทีมเรามันเข็นไม่ขึ้นแล้ว และเขาไม่อยากเสียเงินเปล่าไปกับทีมที่เข้าเส้นชัยอันดับที่ 5”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางพิต กานต์ถึงกับเข่าอ่อนจนต้องทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สนาม ส่วนรินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด ลมหายใจของเธอติดขัด หน้าอกอวบอิ่มใต้เกาะอกสีแดงขาวกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่สั้นรัว
“หมายความว่า... เราจะไม่มีเงินแข่งในสนามหน้าเหรอครับ?” กานต์ถามซ้ำเหมือนคนไม่อยากเชื่อความจริง
“ไม่ใช่แค่สนามหน้ากานต์...” ผู้จัดการตอบเสียงอ่อย "ถ้าเราหาทุนมาจ่ายค่าดำเนินการและค่าอะไหล่ที่ค้างอยู่ไม่ได้ภายในเดือนนี้... สโมสรเราต้องถูกยุบ"
รินมองหน้าสามีที่บัดนี้ดูแตกสลายอย่างถึงที่สุด ความฝันและความพยายามทั้งหมดที่พวกเขาร่วมสร้างกันมา กำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะตัวเลขในบัญชีไม่เพียงพอ เธอหันมองไปรอบๆ พิตที่ซอมซ่อ แต่มันคือที่เดียวที่เธอรู้สึกว่าเป็บ้าน
เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและหยาดเหงื่อของกานต์ ก่อนจะก้มลงมองชุดเรซควีนรัดรูปที่เธอสวมอยู่ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมพัดวูบผ่านแทร็กแข่งที่ว่างเปล่า รินและกานต์สบตากันด้วยความกังวลและหวาดกลัวต่ออนาคตที่มองไม่เห็นทางออก
ที่พึ่งสุดท้ายหายไปแล้ว... และตอนนี้ ทีม Vortex Apex Racing กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบอย่างแท้จริง